Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 205: กลุ่มอะบีสปะทะชาลูโอเวอร์ลอร์ด
เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้น ทำให้อลินาที่กำลังต่อสู้ต้องหันมาสนใจ ชุดของเธอมีสัญญาณส่งมาซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากด็อกมาที่อยู่ทางมิเนอร์วานั่นเอง
“ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง”
“ถามได้ ก็กำลังเดือดอยู่เลยสิคะ”
“รีบจัดการทางนั้นได้ไหม ทางนี้เกิดเรื่องเหมือนกัน”
“ว่าไงนะด็อค ชาลูก็ไปทางนั้นเหรอ”
“ไม่ใช่ชาลู… เจ้าพวกไซริลย้อนกลับมาอีกแล้ว”
“บ้าจริง” อลินาแทบจะตะโกนออกมา
“โรมิเอลกับพวกทหารกำลังรับมืออยู่ แต่น่าจะตึงมือเลย”
“เดี๋ยวฉันจะรีบไปช่วย…”
โครมมมม
เสียงดังราวกับฟ้าถล่มเกิดขึ้นตรงกึ่งกลางของสงคราม อลินาลืมไปแล้วว่าตนเป็นผู้ส่งโตโตโรขึ้นไปบนฟ้าตั้งแต่หลายนาทีก่อน โชคดีเหลือเกินที่มันหล่นลงมาในจุดที่ไม่มีมนุษย์คนไหนถูกลูกหลงไปด้วย
สิ่งที่น่าระทึกก็คือโตโตโรยังไม่ตาย มันเจ็บหนักแต่ก็รอดมาได้อย่างเหลือเชื่อ ร่างส่วนหนึ่งแหลกยับไป กระดูกกระเดี้ยวพังผิดรูป แต่ไฟแห่งการต่อสู้ยังระอุอยู่ในดวงตาคู่นั้น
มันพุ่งเข้ามาด้วยแม้ว่าจะต้องลากขาไปด้วย อลินาสลับที่ตัวเองหลบไปครั้งหนึ่ง และพอมันจะเข้ามาใกล้อีกเธอก็สลับมันกับชาลูที่ไม่อยู่ห่างออกไป
แต่ไม่ได้ผล โตโตโรยังคงพุ่งเข้ามาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อลินาตกใจที่เกิดความผิดพลาด เธอก้มหลบปลายหางที่เหมือนดาบของโตโตโรชนิดที่เฉียดไปนิดเดียว เธอลองสลับที่ตัวเองกับชาลูอีกตัว คราวนี้มันสำเร็จ ชาลูตัวนั้นกลายเป็นเศษเนื้อแทนในวินาทีต่อมา
…ก็ยังใช้ได้นี่…
อลินาใช้พลังกับโตโตโรอีกครั้ง เช่นเดิม มันไม่ได้ผล โตโตโรยังวิ่งเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง
คำตอบของปริศนานี้คือ มันเรียนรู้พลังต่อต้านจากการถูกเล่นงานหลายครั้งหลายหน เดิมทีชาลูโอเวอร์ลอร์ดมีขุมพลังเวทมนตร์เหนือชั้นกว่ามนุษย์และชาลูทั่วไปอย่างลิบลับ โตโตโรยังไม่เคยเรียนรู้ในการดึงพลังนั้นมาใช้งานอย่างถูกต้อง เมื่อถูกอลินาไล่ต้อนจนเกือบถึงแก่ชีวิต พลังที่หลับใหลจึงตื่นมาในรูปแบบที่ใกล้เคียงกับสเปลอิมมูนิตี
ไม่มีเวทมนตร์หรือพลังพิเศษใด ๆ จะใช้กับโตโตโรได้อีก
อลินาไม่ได้เอาแต่หนี เธอพยายามโต้กลับอย่างเต็มกำลัง ลูกบอลสีแดงที่มีคุณสมบัติในการกระเด้งกระดอนเป็นอย่างดีถูกเธอเขวี้ยงออกไปในหลายทิศทาง อลินาอาศัยการเคลื่อนที่ของลูกบอลเป็นจุดในการเทเลพอร์ต เธอสลับที่ไปมาพร้อมกับโจมตีไปด้วย
แรงเตะที่มีน้ำหนักหลายสิบหลายร้อยตัน ถูกบรรจงวางทาบบนร่างของโตโตโร เกล็ดหนาของมันยังคงอยู่ดีแต่เลือดของมันเริ่มซึมผ่านเกล็ดออกมาในทุกครั้ง แต่มันก็ไม่ล้ม
โตโตโรกำลังอ่านการเคลื่อนไหวของลูกบอล แตกต่างจากไซเลนเซอร์ที่มีชีวิต ลูกบอลราวสิบลูกที่กระเด้งอยู่รอบตัวมีการเคลื่อนไหวที่แน่นอน ขอเพียงแค่มีสมาธิและมองให้ออกว่ามันพุ่งมาแบบไหนและจะกระเด็นไปต่อในทิศทางไหน เจ้าร่างหุ้มเกราะก็จะคาดเดาได้
ในที่สุดมันก็มองออก ลูกบอลลูกหนึ่งกระเด้งเข้ามาในมุมที่พอเหมาะพอเจาะ หากตัวมันคือผู้หญิงที่มีพลังสลับที่มันจะต้องสลับตำแหน่งกับลูกบอลลูกนี้แน่นอน โตโตโรหันไปถูกจังหวะพอดีแล้วมันก็คาดถูก อลินามาโผล่ตรงนั้นอย่างที่คิด
ปลายหางอันคมกริบกำลังจะวาดเส้นไปที่ตำแหน่งนั้น โตโตโรมั่นใจว่ามันกำลังจะมีชัย แต่แล้วตำแหน่งของภาพก็เคลื่อนไป พร้อมกับร่างกายใหญ่ยักษ์ของมันที่เสียหลัก กระดูกขาที่หักยับของมันไม่สามารถรับน้ำหนักตัวของมันได้อีกต่อไป ร่างของมันทรุดลงในจังหวะทองพอดี
อลินาเสียวสันหลังวูบ ถ้าโตโตโรไม่เสียหลักไปก่อนเธอคิดว่าจังหวะนั้นเธออาจจะหลบไม่พ้นก็ได้ คราวนี้กลายเป็นฝ่ายเธอที่ไม่ยอมพลาดโอกาส อลินาถลุงลำแข้งใส่โตโตโรเข้าไปอีกหลายดอก จนกระทั่งอีกฝ่ายล้มลงและแน่นิ่งไปในที่สุด
ไม่มีเวลาสำหรับพักหายใจ อลินารีบติดต่อกลับด็อกมาในทันทีที่มือว่าง จากนั้นเธอก็ฝากฝังพวกดีวานไว้ก่อนที่ตน กาเรน และอัลโตจะย้อนกลับไปช่วยทางมิเนอร์วา
ดีวานเองก็พยายามเร่งมือเช่นกัน แม้ว่าเขาจะบอกกับอลินาแล้วว่าจะอยู่ช่วยทางนี้จนกว่าชาลูตัวสุดท้ายจะถูกฆ่าหรือมันยอมยกทัพกลับไป แต่ระหว่างที่เขาเสียเวลากับฟาดูยาล ผู้คนก็กำลังถูกเข่นฆ่า
หลังจากที่ดีวานยอมรับพลังทั้งด้านมืดและด้านสว่างของตน เขาจึงกลับมาใช้พลังของพาลาดินได้อีกครั้ง และเมื่อระดับฝีมือของเขาสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดจากศึกในเนเธอร์เวิลด์ พลังในฐานะพาลาดินของเขาก็พัฒนาขึ้นมาก
แต่ดีวานแค่คนเดียวไม่มีทางชุบชีวิตผู้คนเป็นร้อย ๆ คนได้ และสมรภูมิตอนนี้ต่อให้กะคร่าว ๆ ด้วยสายตาเขาก็แน่ใจแล้วว่าน่าจะมีคนตายไปเฉียดพัน
…ต้องรีบฆ่ามันให้เร็วที่สุด…
แขนของฟาดูยาลหลุดกระเด็นไปอีกข้าง กลายเป็นแขนขวาทั้งหมดของมันหายไป ตอนนี้สภาพของมันจึงไม่เพียงแค่ใช้หอกไม่ได้อีก ต่อให้เป็นลูกดอกก็ยังใช้ยากเลย
“แก… ข้างเดียวก็สมควรถูกฆ่าสักร้อยครั้ง นี่บังอาจตัดแขนข้าถึงสองข้าง”
“ข้าไม่มีเวลากับเจ้าแล้ว ดังนั้นขอหัวเลยก็แล้วกัน”
ดีวานกระโจนใส่ แล้วก็ต้องตกใจ เพราะเพียงพริบตาที่ยังอยู่กลางอากาศเขาก็เห็นแขนที่ขาดไปของฟาดูยาลงอกกลับมาใหม่แบบต่อหน้าต่อตา
ฟาดูยาลคว้าหอกที่หล่นและเขวี้ยงใส่ดีวานที่ยังลอยอยู่กลางอากาศ มันแน่ใจว่าจะเป็นจุดจบของอีกฝ่ายแต่เพลิงสีดำทำให้หอกนั้นหายไปราวกับเล่นกล
“งอกแขนออกมาได้ด้วยหรือเนี่ย”
“ก็น่าตกใจอยู่หรอก ข้าเองก็เพิ่งรู้ตัวว่ามีพลังนี้ พวกชาลูอย่างเรากำลังเติบโตขึ้นระหว่างที่สู้กับมนุษย์อย่างพวกแกไง”
ฟาดูยาลพอเห็นว่าดีวานทำอะไรตนเองไม่ได้ก็กลับมาได้ใจ ความมั่นใจและความรู้สึกไม่กลัวตายทำให้มันเร็วขึ้นกว่าเดิม ตะบองใหญ่ของชาลูยักษ์ถูกคว้ามาและขว้างใส่ดีวานก่อนที่ตัวมันจะกระโดดเข้าไปซ้ำด้วยหอก
ดีวานกระโดดหลบตะบองที่มีขนาดเท่ากับต้นไม้ใหญ่ได้ เขาถอยออกมาตั้งรับแต่กลายเป็นว่าฟาดูยาลก็เร่งเข้ามาปะทะ เป็นสถานการณ์ที่กลับตาลปัตรจากเมื่อครู่
…พอไม่กลัวตายขึ้นมา การเคลื่อนไหวก็เปลื่ยนไปเลยนะ แต่ยังหรอก แค่นี้ยังเอาชนะข้าไม่ได้…
ดีวานเดินหน้าโต้กลับ เขาช้ากว่าเล็กน้อย แต่ได้เปรียบตรงที่มีกำลังมากกว่า นอกจากนั้นเปลวเพลิงทั้งสองแบบก็เป็นสิ่งที่ฟาดูยาลยังหาวิธีรับมือไม่ได้
เพลิงขาวคือเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่เผาผลาญความชั่วร้าย นอกจากนั้นยังมีพลังในการรักษา
เพลิงดำคือเพลิงแห่งความชั่วร้ายที่ใช้ความมืดของอีกฝ่ายเป็นเชื้อไฟ
ฉัวะ
ดาบฟราคาเรียนสร้างผลงานจนตัดแขนฟาดูยาลได้อีกครั้ง ฟาดูยาลกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ต่างจากครั้งแรกที่มันมีความหวาดกลัวแฝงอยู่ในเสียงคำราม คราวนี้มันมีแต่ความโกรธเกรี้ยว
“ไม่มีประโยชน์ แขนของข้าน่ะ… โอ้ยยย นี่มันอะไรกัน”
เจ้าสี่แขนประหลาดใจ แขนขวาที่ขาดไม่ได้งอกกลับมาเหมือนเคย ความเจ็บปวดที่ควรจะหายไปอย่างรวดเร็วกลับเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณจากความร้อน
ไฟสีดำกำลังลุกลามอยู่ที่ปากแผล ขณะที่ร่างกายกำลังฟื้นตัวด้วยความเร็วสูง เพลิงที่ไม่มีทางมอดดับของดีวานก็ทำลายมันในความเร็วที่เกือบจะเท่ากัน
ดีวานไม่รอดูผล ฟาดูยาลอาจจะพัฒนาและอันตรายยิ่งกว่านี้ บางทีพลังฟื้นตัวของมันอาจจะเพิ่มขึ้นจนเอาชนะเพลิงดำหรือบางทีมันอาจจะได้อาวุธใหม่ที่ทำให้เหนือกว่าเขาในตอนนี้ ดีวานตัดสินใจจบทุกอย่างก่อนที่จะถึงเวลานั้น
อีกดาบหนึ่งตัดที่ข้อมือของศัตรู ฟาดูยาลถอยหนีแต่มันยังอยู่ในระยะของดีวานเขาฟันขามันเกือบขาดซึ่งทำให้อีกฝ่ายหมดทางหนี ฟาดูยาลแน่ใจแล้วว่าดาบต่อไปดีวานเล็งมาที่คอของมัน แขนทั้งสามข้างที่เหลือถูกใช้เพื่อปัดป้อง
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ
ดีวานหวังว่าจะหยุดอีกฝ่ายได้ แต่ก็ทำได้เพียงแค่ทำให้แขนที่เหลือของฟาดูยาลขาดวิ่น จังหวะของดีวานสะดุดลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าศัตรูของเขากำลังฟื้นตัวท่ามกลายเพลิงดำที่เริ่มลุกลามออกไป
ฉับบบ
เสียงสุดท้ายจบลงที่คอของฟาดูยาล มันขาดกระเด็นในทันที หัวที่หลุดไป และร่างที่ไร้ศีรษะกำลังลุกไหม้ด้วยเพลิงดำที่ดีวานจงใจปล่อยซ้ำ อีกฝ่ายกำลังพยายามฟื้นกลับมาอย่างเต็มที่แต่มันสายเกินไปแล้ว ไม่นานนักความร้อนของไฟก็ชนะ ร่างทั้งร่างถูกเผาเหลือเพียงขี้เถ้ากองใหญ่
ศึกของเจเนวีฟและเวเนก็รู้ผลในเวลาเดียวกัน ก่อนหน้านั้นเจเนวีฟและกุสตาแลกกันโจมตีจนสาหัสไปด้วยกันทั้งคู่ เจเนวีฟใช้เวทมนตร์เสริมแรงและใช้พละกำลังมหาศาลของแวมไพร์สายเลือดพิเศษทะลวงจนถึงหัวใจของกุสตา ส่วนด้านเธอเองก็ถูกเวทมนตร์ดาบแทงทะลุร่าง
อีกฝ่ายไม่รู้ว่าเธอคืออันเดด การโจมตีแบบนี้แม้จะทำให้เธออ่อนแรงลงแต่ก็ไม่พอที่จะฆ่าเธอ เช่นเดียวกับที่ฟาดูยาลทำก่อนหน้านี้เจเนวีฟฟื้นตัวกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ภายในเวลาไม่นาน สิ่งที่หลงเหลือเป็นหลักฐานของการโจมตีมีเพียงชุดบริเวณท้องที่กลายเป็นรูขนาดใหญ่ทะลุไปถึงข้างหลัง
กุสตารู้ว่าตนกำลังจะตาย มันพลาดเพราะมัวแต่สนใจเวทมนตร์ของทั้งคู่ และไม่ลงมือในขณะที่ยังมีโอกาส
เช่นเดียวกับกับชาลูโอเวอร์ลอร์ดตนอื่น ความตายและความหิวกระหายคือแรงผลักดันที่ดีที่สุด กุสตาเมื่อรู้ว่าร่างของมันกำลังจะแตกดับ มันก็ตัดสินใจทิ้งร่างเดิม
“เฮ้ย อะไรเนี่ย” เวเนร้องโวยวาย
“ถอยออกมาเวเน มันจะทำอะไรก็ไม่รู้”
แสงประหลาดฉายขึ้นจากร่างของกุสตา มันคือร่างวิญญาณนั่นเอง กุสตาใช้พิธีกรรมสุดท้ายเปลี่ยนตัวเองเป็นปีศาจอีกประเภทโดยการหลงเหลือไว้เฉพาะวิญญาณ สิ่งนี้เป็นปรากฏการณ์ที่คล้ายกับการกำเนิดของพวกวิญญาณร้ายระดับสูงที่ชีวิตก่อนพวกเขาเคยเป็นจอมเวทที่มีพลังแก่กล้า
“ร่างวิญญาณน่ะ” แฟรีตัวใหญ่เท่ากับเด็กชาวมนุษย์ปรากฏตัวขึ้นจากหัวไม้เท้าของเวเน
“นอร์มา”
“ควินเนต่างหาก!” ราชินีแฟรีบ่นเพราะเวเนดันเรียกเธอด้วยชื่อของเพื่อนสมัยก่อน
เจเนวีฟไม่ได้สนใจสองคนที่ถกกันเรื่องไร้สาระ เธอร่ายเวทมนตร์น้ำแข็งใส่กุสตา แต่มันไร้ผล เวทมนตร์ของเธอทะลุร่างเรืองแสงนั้นไป อีกฝ่ายเองไม่ได้สนใจเธอเช่นกัน มันกำลังทำท่าเหมือนรวบรวมพลังบางอย่าง
“แล้วนั่นมันกำลังทำอะไรน่ะ” เวเนหันมาสนใจกับกุสตาอีกครั้ง
“มันยังคงสภาพร่างเอาไว้ไม่ได้ ก็เลยกำลังดึงพลังเวทจากภายนอกเข้าไปเสริม ถ้าทำสำเร็จ ซึ่งก็ควรจะสำเร็จ มันจะเกิดใหม่เป็นปีศาจคล้ายพวกเรธ” ควินเนเฉลย
“ดึงพลังเวทจากภายนอกมาช่วย” เจเนวีฟหันไปมองเวเนพร้อมกับรอยยิ้ม
“อ๋อออ” เวเนเอากำปั้นทุบมือ เธอเข้าใจสิ่งที่เพื่อนรักบอกในทันที และโดยไม่รอช้าเธอก็ร่ายเวทบทหนึ่งออกมา
“มานารีเทชัน”
เหมือนแก้วใสครึ่งวนกลมโผล่ขึ้นมาครอบร่างของกุสตา เจเนวีฟและเวเนหันมายิ้มให้กันเล็กน้อย ทั้งคู่เลิกสนใจกุสตาและเริ่มหันไปสู้กับชาลูตัวอื่นต่อทันที
“เดี๋ยวสิ ไม่รอดูผลเหรอ” ราชินีแฟรีทัก เธอชี้ไปที่ร่างของกุสตาที่กำลังหดฟีบลง
ในขอบเขตของมานารีเทนชันเวทมนตร์อื่นจะไม่สามารถเข้าไปได้ กุสตาที่กำลังจะเกิดใหม่เป็นวิญญาณระดับสูงจึงเจอกับกำแพงใหญ่ที่ข้ามไม่ได้ มันต้องการพลังเวทจากธรรมชาติแต่การเชื่อมต่อนั้นถูกตัดในเวลาที่สำคัญที่สุด
“เอ่อ คงไม่ต้องแล้วมั้ง” ควินเนเอียงคอมองวิญญาณดวงเล็กที่กำลังจะดับแสงไป