Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 206: กวาดล้างเป็นครั้งสุดท้าย
โบบอสทรุดลงหลังจากที่ไคเลอร์และฟิลิเซียตามมาสมทบกับโซลิเน ไซเลนเซอร์ห้าคน อีกหนึ่งที่ยังไม่สมบูรณ์ดี และอีกหนึ่งเป็นร่างซัมมอนของแอมเบอร์ พวกเขาต่างรุมเล่นงานโบบอสจนออกมือออกเท้าไม่ได้ สองคนเข้าปะทะจากข้างหน้า อีกสองคนโจมตีจากข้างหลัง โซลิเนตั้งเวทีร้องเพลงส่งพลังเสริมให้ทุกคน แม้แต่โบบอสที่น่าจะเหนือกว่าชาลูโอเวอร์ลอร์ดตนอื่นก็ไม่สามารถหยุดการประสานนี้ได้
ไคเลอร์และฟิลิเซียได้รับเรี่ยวแรงเพิ่มขึ้นของเพลงของโซลิเน มันทำให้ทั้งสองช่วยกันจนปลดอาวุธของโบบอสได้และยังโยนมันทิ้งไปเสียไกลเพื่อให้แน่ใจว่าโบบอสจะไม่สามารถกลับมาหยิบมันมาใช้ได้อีก แต่อีกฝ่ายก็เข้มแข็งจนเหลือเชื่อ แม้จะมือเปล่ามันก็ยังทนรับการโจมตีส่วนใหญ่เอาไว้ได้
กลายเป็นผู้ที่สร้างผลงานได้ดีสุดคือซามูเอล ซัมมอนของแอมเบอร์ไปแทน เขาแทบจะทำความเสียหายให้โบบอสไม่ได้ แต่พลังพิเศษของเขาต่างกัน ตั้งแต่เมื่อครู่ซามูเอลสะสมการโจมตีด้วยเดธเคาเตอร์จนครบเจ็ดครั้งแล้ว และเมื่อกดใช้งาน เสียงระเบิดจากภายในร่างของโบบอสก็ดังขึ้น แผลแหวะหวะน่าสยองได้เกิดขึ้นที่กลางแผ่นหลังของมัน
“โดนเดธเคาเตอร์ครบเจ็ดครั้งเข้าไป แต่ยังไม่ตายแฮะ” ไคเลอร์ไม่อยากเชื่อสายตา เขาเป็นคนช่วยซามูเอลคิดความสามารถนี้จึงมั่นใจเป็นว่ามันสามารถฆ่าไซเลนเซอร์ได้ทุกคน
“แต่ก็เจ็บหนักเจียนตายแล้ว” ฟิลิเซียเปรยด้วยใบหน้านิ่ง
“พวกแก ถ้าแน่จริง มะ… มาสู้กันอย่างยุติธรรมสิ” โบบอสไอเป็นเลือด มันซวนเซจนแทบจะยืนไม่อยู่แล้ว
“นี่คือสงครามนะไม่ใช่การประลอง” ไคเลอร์ตอบ เขาเห็นใจโบบอสอยู่บ้างแต่ก็ไม่มีเวลาสำหรับการต่อสู้ตัวต่อตัว เพราะทุกวินาทีอาจจะหมายถึงชีวิตของผู้คน
ยกที่สองที่เกือบจะไม่จำเป็นเริ่มขึ้น โบบอสสู้อย่างเต็มที่ทั้งที่ยังเจ็บหนัก เขาโดนแต่ละคนอัดใส่ไปอีก คนละหลายทีโดยเฉพาะซามูเอลที่สามารถทำการโจมตีเป็นชุดจนอัดเดธเคาเตอร์เข้าไปอีกเจ็ดครั้งเป็นที่เรียบร้อย
บรึ้มมม
เพราะแรงต้านทานที่หดหายหรือเหตุผลอื่นก็ไม่ทราบได้ ระเบิดครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าครั้งก่อนร่างของโบบอสราวสองในสามซึ่งรวมถึงศีรษะของเขาหายไป จากนั้นก็เป็นเสียงของความสามารถของแอมเบอร์ที่ดังขึ้นรัวจนน่าปวดหัว
“ค่าประสบการณ์ถึงเกณฑ์ วอลันเพิ่มระดับเป็น…”
“ค่าประสบการณ์ถึงเกณฑ์ ซามูเอลเพิ่มระดับเป็น…”
แม้ชาลูโอเวอร์ลอร์ดทั้งสี่จะถูกจัดการจนหมด การต่อสู้ก็ยังไม่จบสิ้น โซลิเนได้รับรายงานว่ายังมีตัวควีนของมันอยู่ในสงครามครั้งนี้ด้วย เธอหันไปพยักหน้าให้กับไคเลอร์ ฟิลิเซีย และแอมเบอร์ทีละคน
“ไปกันเถอะ ถ้าไม่จัดการกับเจ้านั่น มันก็คงไม่จบ”
ยังไม่ทันได้ก้าวขาออกไปทั้งสี่ก็ต้องหยุดชะงัก เงามหึมาได้ทับทาบลงมา ไม่ใช่ควีนหรือชาลูตนใด แต่เป็นท้องฟ้าที่วิปริตอย่างฉับพลัน ดวงอาทิตย์ถูกกลืนหายเข้าไปในเมฆสีดำแปลกประหลาดที่มองออกได้ทันทีว่าไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
“นั่นก็ฝีมือชาลูเหรอ”
“อาจจะ… ไม่สิ คงไม่ใช่หรอก”
ใกล้กับมิเนอร์วา อลินาและพวกไซริลที่กำลังปะทะต้องหยุดมือชั่วคราวเพื่อมองปรากฏการณ์เดียวกัน พวกเขารู้สึกสังหรณ์ไม่ดีกับเงาผิดปกติที่กลืนทั้งท้องฟ้าได้ภายในเวลาไม่กี่อึดใจ
“ไม่ใช่เมฆฝน” ไนเจลสามารถบอกได้โดยไม่ต้องใช้พลังตรวจจับของเขา
“ก็ไม่ใช่น่ะสิ ไม่เห็นตอนที่มันขยายกลืนทั้งท้องฟ้าเหรอ” เวนดีแขวะไนเจลทำให้ฝ่ายชักสีหน้าทันที
ตอนนั้นไม่มีใครรู้เลยว่าสิ่งนั้นคืออะไร พวกเขาได้แต่คาดเดากันไปต่าง ๆ นานาโดยไม่สามารถพิสูจน์สิ่งใดได้ ใครจะคาดคิดว่าปรากฏการณ์นี้แท้จริงแล้วเป็นสิ่งมีชีวิต และคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็คือโซนาตาที่กำลังเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสงครามที่อยู่ข้างนอกโอรินอส
ปรากฏการณ์ประหลาดทำให้ชาลูเป็นฝ่ายล่าถอยไปราวปาฏิหาริย์ ส่วนพวกไซริลเองเมื่อพบว่าไม่มีทางเอาชนะได้อีกแล้วก็ตัดสินกลับไปเช่นกัน
สงครามจบลงอย่างค้างคา ด้วยความสูญเสียร้ายแรงของทุกฝ่าย ชาลูเสียโอเวอร์ลอร์ดทั้งสี่ตัวที่เป็นไพ่ใบสำคัญรองลงมาจากควีน และแม้ว่าควีนจะยังเหลืออยู่แต่ด้วยอาหารที่แทบไม่เหลือ ก็เป็นไปได้ยากที่มันจะกลับมามีกองทัพใหญ่เหมือนเช่นที่เคยเป็นมา
กองกำลังผสมระหว่างผู้รอดชีวิตและชาวพื้นเมืองเทลิกเหลือกำลังคนเพียงแค่ 1,832 คนและส่วนใหญ่เป็นชาวพื้นเมืองดั้งเดิมของโอรินอส จาคินเสียชีวิต เทลิกเสียหายหนักจนต้องมีการซ่อมแซมครั้งใหญ่
เอ็นดริค ชิลด์และกลุ่มเซเวนวูล์ฟของเขาสิ้นชื่อหลังจากการปะทะ ครึ่งหนึ่งถูกโรมิเอลจัดการจนหมด เอ็นดริคเองก็เจ็บหนักจนเป็นตายเท่ากัน หลังจากนั้นเชื่อกันว่าเขาถูกลูกน้องตนเองสังหารและกลุ่มก็แตกโดยสมบูรณ์ ไม่มีใครรู้ชะตากรรมที่แน่ชัดของพวกที่เหลือ แต่ว่ามันก็คงเดาได้ไม่ยาก
พวกไซริลแม้จะหนีไปได้อีกครั้ง แต่พวกเขาทะเลาะกันอย่างหนักจนเกือบจะฆ่ากันเอง
เวลาผ่านไป ในที่สุดความมืดที่เกิดติดต่อกันนานก็หายไป เป็นอีกปรากฏการณ์ที่ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น สำหรับพวกโซลิเนที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในเมืองใต้ดินมันไม่ได้มีอะไรแตกต่างกันมากนัก
งานซ่อมแซมมิเนอร์วาคืบหน้าไปแล้วกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ต้องขอบคุณวัตถุดิบที่ด็อกมาเก็บมาจากซากเมือง และอีกส่วนที่อลินาฉกมาจากฐานที่ยับเยินไปแล้วของไซริล
อลินาเดาว่าหลังจากที่เอรอน เลนนิคซ์ ไซเลนเซอร์ฝ่ายไซริลผู้มีทักษะในการซ่อมแซมได้รับบาดเจ็บหนักจากการปะทะหลายสัปดาห์ก่อน ไซริลก็ถูกบังคับให้ต้องอยู่อย่างสงบและรอให้ด็อกมาเป็นฝ่ายจัดการเรื่องการซ่อมแซมยาน นั่นเป็นเหตุผลที่ผ่านมาหลายวัน ทุกอย่างก็ยังเงียบเชียบราวกับทะเลก่อนที่จะมีพายุใหญ่
สิ่งที่อลินากลัวมาตลอดก็คือการรวมกลุ่มกันระหว่างพวกอีริธและไซริลซึ่งมันต้องมาถึงในสักวันอย่างแน่นอน
ในตอนที่รู้ว่ายานซ่อมแซมสำเร็จไปแล้วถึงเก้าสิบเปอร์เซนต์ โซลิเนที่รู้ว่าเวลาแห่งการจากลาได้งวดเข้ามาแล้ว เธอส่งมอบตำแหน่งหัวหน้าให้กับเจ้าหญิงมีลาที่ควรจะเป็นผู้นำอย่างชอบธรรมของดินแดนนี้ รวมถึงเตรียมตัวสำหรับภารกิจสุดท้ายเป็นการทิ้งทวน
“หากควีนยังอยู่ ชาลูก็จะเพิ่มจำนวนไม่จบไม่สิ้น ตอนนี้มันเหลือแค่ไม่ถึงพันตัวแล้ว จะฆ่ามันก็ต้องฆ่าตอนนี้นี่แหละ” โซลิเนกล่าวกับทีมพิเศษที่เธอเลือกมาด้วยตัวเอง
“เราใกล้จะไปจากที่นี่แล้ว ควรจะจัดการล้างบางมันให้หมด คนที่เหลือจะได้อยู่กันต่อไปได้” ไคเลอร์สนับสนุนความคิดนี้
“ว่าแต่จะไปกันแค่นี้จริง ๆ เหรอ” ลูเธอร์มองไปรอบ ๆ นอกจากคนหน้าเดิมไม่กี่รายแล้ว ในกลุ่มนี้ยังได้คนของกลุ่มอะบีสมาช่วยด้วยอีกสามคนคือ เวเน เจเนวีฟ และดีวาน
“ทางนี้พวกเราจะคุ้มครองเองครับ ชาลูเองก็คงไม่บุกมาแล้วด้วย” ไมสเตอร์รับปากเป็นมั่นเหมาะ ไซคิกฮีโรในตอนนี้นับรวมเขาแล้วก็เหลือแค่หลักสิบคน แต่ก็ยังนับว่าเป็นกำลังรบสำคัญของเทลิก
“ข้าก็จะช่วยด้วยค่ะ” มีลาเสนอตัวท่ามกลางเสียงห้ามปรามของบรรดาลูกน้อง
“ท่านเป็นราชินีแล้วนะคะ ต่อไปนี้จะเอาตัวไปเสี่ยงแบบเดิมไม่ได้แล้ว” โซลิเนตัดบท อีกฝ่ายทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“สัญญานะก่อนจะออกเดินทาง ท่านต้องกลับมาร่ำลากับเราก่อน”
“แน่นอนอยู่แล้ว ยังมีคนของเราที่ฝากไว้กับท่านด้วยนี่” โซลิเนยิ้มรับ เธอยื่นมือออกไปเพื่อจะจับมือกับมีลา แต่อีกฝ่ายกลับโผตัวเข้ากอดแทน
กลุ่มโซลิเนแกะรอยพวกชาลูที่เหลือรอดอย่างไม่ยากลำบาก ชาลูเคยแต่เป็นผู้ล่า มันทิ้งร่องรอยของมันไว้ตามทางอย่างไม่เกรงกลัวว่าสักวันตัวเองจะเป็นฝ่ายถูกล่าเอาเสียบ้าง
จำนวนของมันเหลือน้อยกว่าที่คาดไว้ จากที่คาดไว้ว่าเกือบพันตัว มันเหลือแค่ราว ๆ สองร้อยตัวเท่านั้น โซลิเนเดาว่าที่จำนวนของมันหายไปเกิดจากควีนกินลูกของมันเอง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนิสัยหิวกระหายผิดปกติตามสันดานเดิมของเผ่าพันธุ์ และอีกสาเหตุสำคัญก็คือมันกำลังเตรียมตัวสำหรับการออกลูกครอกใหม่
แน่นอนว่าโซลิเนไม่รอคอยให้เวลานั้นมาถึง เมื่อแน่ใจว่าศัตรูมีแค่นั้น การโจมตีซึ่งหน้าจึงเริ่มขึ้น ดีวานกระโดดลงกลางวงพร้อมกับเพลิงดำ เวเนใช้เวทมนตร์ของเฮอร์มิตตรึงควีนเอาไว้ เจเนวีฟ และฟิลิเซียรับหน้าที่จัดการตัวที่หลุดออกมาจากฝูง ซึ่งมันก็จบลงด้วยความตายอย่างรวดเร็ว
โซลิเนร้องเพลงแห่งการต่อสู้ แต่จิตใจของเธอไม่ได้อยู่ที่อารมณ์ฮึกเหิมของเพลง ทุกจังหวะของดนตรีทำให้เธอหวนนึกถึงเรื่องราวมากมายในชีวิต
วันที่ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยและเลือกทางเดินสายไอดอล
วันที่ได้เจอเพื่อนรักทุกคน ลินดา จิมมี อลิสัน แอมเบอร์ เพื่อนของเพื่อน และเหล่าแฟนคลับที่ไม่เคยทิ้งเธอไปไหน
วันที่ตัดสินใจรับคำขอของโซนาตาและได้รับสร้อยคอที่มารู้ภายหลังว่ามันคือกุญแจ
วันที่เซคเตอร์โฟร์ร่วงลงมาบนเกาะโอรินอส การถูกชาลูโจมตีเป็นครั้งแรก
วันที่ได้พบกับลูเธอร์และกลายมาเป็นผู้นำ
การทดสอบของเดอะคอลเลคชันที่ทำให้เธอกลายเป็นเพื่อนสนิทของฟิลิเซีย ไคเลอร์ ลีอา และคาเซีย และต้องใช้เวลาอยู่ในโลกเสมือนจริงถึงสิบปี
วันที่ตัดสินใจมาสร้างฐานทัพใหม่ที่เทลิก และการต่อสู้หลายต่อหลายครั้งที่ทำให้เกือบจะจบชีวิตลงที่นี่
เป็นความทรงจำที่ทั้งเจ็บปวดและน่าโหยหา เธอรู้สึกว่าเธอได้มาไกลเหลือเกิน บางทีโซลิเนที่เธอเป็นในตอนนี้อาจจะเป็นคนละคนกับโซลิเนที่เธอเป็นมาตลอดชีวิตไปแล้ว แต่เธอไม่ได้เสียใจกับตัวตนในตอนนี้
ชาลูควีนไม่มีทางต่อสู้กับพวกโซลิเนได้เลย เดิมทีมันก็ไม่ใช่นักรบเหมือนกับพวกโอเวอร์ลอร์ดด้วยซ้ำ ยิ่งตอนนี้มันกำลังมีไข่ชาลูจำนวนมากอยู่ในท้อง มันก็ยิ่งอ่อนแรง ราชินีของชาลูไม่มีทางเลือก มันพยายามหนีอย่างสุดชีวิต แต่ฝ่ายโซลิเนไม่มีความปราณีให้ พวกเธอไล่ต้อนและบีบให้มันต้องไปจนมุมอยู่ตรงริมผา
“มันไม่มีทางหนีแล้ว เผด็จศึกที่นี่แหละ”
สงสารไหม คำตอบคือโซลิเนรู้สึกสงสารจับใจ ยิ่งเห็นมันกรีดร้องยามถูกไฟของดีวานเผาจนต้องหนีไปเกาะอยู่ริมหน้าผา เธอก็ยิ่งรู้สึกสงสาร แต่เธอปล่อยมันไปไม่ได้ ชาลูอันตรายเกินไป ถ้าวันหนึ่งเธอไม่อยู่แล้วพวกมีลาคงไม่มีทางปราบมันได้อีก
ร่างที่ถูกไหม้ร่วงลงไปอย่างน่าสมเพช พวกโซลิเนไม่ได้ตามลงไปดูซากถึงก้นเหว แต่ดูจากสภาพแล้วพวกเธอก็แน่ใจว่ามันไม่มีทางรอดไปได้ ชาลูตัวสุดท้ายถูกกำจัดไปเท่ากับฝันร้ายของผู้คนที่มาจากเซคเตอร์โฟร์และชาวโอรินอสจบลง