Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 208: พันธมิตรที่แข็งแกร่งที่สุด
เหล่ายานพาหนะของไซคิกฮีโรทยอยถูกปล่อยออกมาจากยานแม่ มีทั้งยานบินฟีนิกซ์วิงก์ ยานสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกซีดรากอนฟอร์เทรส เฮลิคอปเตอร์ทวิสเตอร์ร็อก ป้อมปืนเคลื่อนที่กริฟฟินเทอร์เรต รถถังแมมมอธแทงค์ ทุกลำดูเล็กลงไปถนัดตาเมื่อเทียบกับชาลูควีนที่ตัวใหญ่ยักษ์
เพียงแค่ไม่กี่อึดใจมันก็กลายเป็นสงครามสัตว์ประหลาด เหล่าพาหนะของไซคิกฮีโรไม่ได้มีแค่ร่างที่เหมือนกับสัตว์ป่ามันยังสามารถประกอบร่างเข้าด้วยกันได้ นี่คือ ไซคิกไทแทน อีกหนึ่งอาวุธลับที่โซนาตาซุกซ่อนเอาไว้ในเซคเตอร์โฟร์มาตั้งแต่ต้น
การปรากฏตัวของไซคิกไทแทนทำให้เรื่องน่าหนักใจของชาลูควีนถูกหยุดไว้ได้ชั่วคราว ฝ่ายอะบีสและพวกอีริธเห็นแบบนั้นจึงกลับมาทำสงครามของพวกเขาต่อกันอีกยก
สถานการณ์เสียเปรียบยังไม่เปลี่ยนไป อาการบาดเจ็บของกาเรนส่งผลมากขึ้น ด้านเวเนเองก็ดีกว่านิดเดียว เธอยังยืนอยู่ได้เพราะได้เวทมนตร์รักษากับผงปีกแฟรีช่วยไว้ และที่หนักกว่าใครแบบไม่มีสัญญาณบอกเหตุมาก่อนก็คือโซลิเน
จากที่ตอนแรกยังดูสูสีอยู่บ้าง ยิ่งสู้ก็ยิ่งเห็นความต่างที่เหนือชั้น เวนดีคืออัจฉริยะตัวจริง ในกลุ่มของศัตรูเธอมีฝีมือเป็นรองเพียงแค่อีริธเท่านั้น
กาเรน ไคเลอร์และฟิลิเซียพยายามเข้าไปช่วยโซลิเน แต่ไม่มีประโยชน์ คู่ต่อสู้ของพวกเขาไม่ยอมยืนนิ่ง ๆ ปล่อยให้ทำแบบนั้น โซลิเนถูกถลุงไปมาจนยับเยิน ใบหน้าที่ราวกับตุ๊กตาของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยคราบเลือด
…เรามาทำอะไรอยู่ตรงนี้นะ…
…นี่มันใช่สถานที่ของเราจริง ๆ เหรอ…
เธอได้ยินเสียง ไม่ใช่แค่หูแว่วไปเอง แต่มันคือเสียงจริง ๆ ลินดา จิมมี และอลิสันกำลังตะโกนให้กำลังใจอยู่ที่ไหนสักแห่ง เป็นสถานที่ที่เธอเอื้อมมือไปไม่ถึง
แฟนคลับมีทอัพ พลังที่จะดึงความเชื่อใจจากทุกคนมาเป็นพลังให้ตนเอง โซลิเนเคยคิดว่าตอนที่เพื่อน ๆ เสียชีวิตเธอจะไม่สามารถสื่อถึงพวกเขาได้อีก แต่เธอเข้าใจผิด พลังนี้ไม่เกี่ยวกับสถานที่และเวลา ไม่เกี่ยวด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายจะยังมีชีวิตอยู่หรือจากไปแล้ว ขอเพียงพวกเขาเชื่อมั่นใจเธอ และขอเพียงเธอยังคงจดจำเขาได้
…นั่นสินะ ขนาดให้โลกเสมือนจริง พลังของทุกคนยังตามเข้าไปช่วยฉันเลย…
จิมมี ลินดา และอลิสัน ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของเวนดี อีกฝ่ายรับรู้ได้ว่าพวกเขาเป็นแค่ซัมมอน
“ซัมมอนอะไรออกมาก็ไม่มีประโยชน์”
เวนดีพุ่งเข้ามาแต่จังหวะนั้นจิมมีจับตัวเธอเอาไว้ได้
“แค่เจ็ดวินาที” จิมมีตะโกน นี่คือพลังที่ทำให้เขามีเรี่ยวแรงเท่ากับไซเลนเซอร์แม้จะมีเวลาเพียงแค่เจ็ดวินาทีเท่านั้น
ลินดากับอลิสันเองก็พุ่งเข้าไปเล่นงานด้วยเช่นกัน สกิลของทั้งคู่ไม่ได้เสียสมดุลเหมือนจิมมีมันจึงไม่ได้มีอานุภาพอะไรมากมาย แต่ตอนนี้เวนดีก็อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถโต้ตอบได้
โซลิเนเงื้อหมัดขึ้นต่อย แต่ดูเหมือนว่าแขนของเธอจะยกไม่ขึ้นแล้ว เธอใช้แรงเฮือกสุดท้ายพุ่งเข้าไป หน้าผากกระแทกกับครึ่งปากครึ่งจมูก เป็นครั้งแรกที่โซลิเนโต้ตอบเวนดีได้สำเร็จ แต่มันก็เป็นครั้งสุดท้ายด้วย เธอล้มลงเหมือนตุ๊กตาหุ่นเชิดที่ถูกตัดสาย ร่างของเธอบอบช้ำเกินกว่าจะลุกขึ้นได้อีก
ซัมมอนทั้งหมดของเธอหายไป เวนดีได้อิสระกลับมาอีกครั้ง เธอโกรธจนแทบจะมองเห็นออราด้วยตาเปล่า
“อวดดีนักนะ ยายไอดอลเส็งเคร็งนี่”
เวนดีพุ่งเข้าไปเตะใส่โซลิเนจนกระเด็น ทิศทางนั้นคงไม่พ้นหลุดร่วงลงไปจากยานแน่นอน แต่เวนดีไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น เธอหายตัวไปโผล่ทิศตรงกันข้ามในชั่วพริบตาและหวดหน้าแข้งใส่ร่างที่ไร้สติของโซลิเนอีกครั้ง
“ตายซะเถอะ”
อีกครั้งที่ร่างถูกซัดไปทางหนึ่งและก็กระเด็นไปอีกทางหนึ่ง เวนดีไม่ยอมหายแค้นได้ง่าย ๆ ภาพตอนที่เธอกำลังจัดหนักกับศัตรูที่หมดทางสู้ไปแล้วเป็นภาพที่แม้แต่พวกเดียวกันยังอยากเบือนหน้าหนี
ตู้มมม
เสียงของเท้าเวนดีกระทบกับวัตถุหนึ่ง แต่หาใช่ร่างโชกเลือกของโซลิเน มันคือท่อนแขนของชายผู้หนึ่งที่เพิ่งปรากฏตัว
“ไอ้บ้าเอ๊ย มาซะสายเลย” กาเรนหลุดหัวเราะออกมาด้วยความยินดี
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไป ฝ่ายอะบีสทุกคนดูโล่งใจราวกับว่าพวกเขาชนะศึกนี้แล้ว ส่วนฝ่ายอีริธก็ตรงกันข้าม พวกเขาดูร้อนรนขึ้นมาทันที
“โซนาตา ดิอาลโน” อีริธเรียกชื่อเขา
ด้านหลังของโซนาตามีมังกรสีขาวสว่างตามมาติด ๆ บนนั้นมีผู้ชายอีกสี่คนและหญิงอีกหนึ่ง อีริธไม่ได้สนใจคนอื่นมากยกเว้นแค่โซนาตากับไซเลนเซอร์อีกคนที่ตามมาด้วย
“เคสเทรล ฟอร์ทิส” ไซริลขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเจ็บใจ ไซเลนเซอร์เพิ่มมาอีกสองคนสถานการณ์ก็อาจแปรเปลี่ยนไปได้อีก
“ศัตรูเหรอครับ” ชายหนุ่มผมดำคนแรกพูด
“ฆ่าได้เลยหรือเปล่าครับ” หนุ่มผมดำอีกคนพูดบ้าง สองคนนี้ดูผิวเผินแล้วคล้ายกัน ผมดำเหมือนกัน ชุดก็ดันดำเหมือนกันอีก แถมยังถือดาบดำด้วยกันทั้งคู่ เพียงแต่ว่าบรรยากาศของสองคนแตกต่างโดยสิ้นเชิง คนแรกดูเหงา เศร้าแต่ก็อบอุ่น ส่วนคนหลังนั้นมีบรรยากาศน่ากลัวแผ่ออกมา
โซนาตาชี้ศัตรูให้ดูทีละคน “จับได้ก็จับ จับไม่ได้ก็ฆ่าเลย”
เซกัน เอเทเซียหนุ่มผมดำคนแรกคือชายผู้มีพลังของเทพปีศาจ เขาเลือกเอรอนเป็นเป้าหมาย อีกฝ่ายรู้สึกตัวช้าไปว่ากำลังเผชิญหน้ากับตัวอันตราย เซกันใช้ปลอกดาบซัดเอรอนจนล้มคว่ำในดาบเดียว
เซเลนอส เดวานอสคือหนุ่มผมดำคนที่สอง เขาใช้วิชาที่เกี่ยวกับเงาและการต่อสู้ที่ผสมเพลงดาบเข้ากับศิลปะการต่อสู้มือเปล่า เช่นเดียวกับเอรอน เซเลนอสจัดการกับซัมมอนทั้งสี่ของไซริลด้วยเวทมนตร์ที่เหมือนวังวนของเงา จากนั้นก็เปลี่ยนเป้าไปที่ไซริล
ไซริลพยายามปัดป้องสุดกำลัง แต่เซเลนอสไม่ได้เล็งไปที่เขา เขาใช้ชาโดว์เอจ ดาบโค้งคู่ใจฟันไปที่เงาของอีกฝ่ายแล้วเรื่องเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น แผลของไซริลปรากฏขึ้นในตำแหน่งเดียวกับที่เงาถูกฟัน
หนุ่มผมยาวสีเงิน เสนาธิการอัจฉริยะจีดัส คอร์นีลัส เขามองออกว่าตนเองไม่จำเป็นต้องลงมือ จีดัสตรงเข้ารับตัวโซลิเนที่เจ็บหนัก “เดี๋ยวฉันจะดูแลเธอต่อให้เอง นายคงอยากอาละวาดแล้วสินะ”
“ขอบใจ”
โซนาตาเดินไปที่เวนดี อีกฝ่ายเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง มันไม่ใช่ความกลัว เธอเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงเกิดความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้
“ฉันไม่โกรธเธอหรอก มันเป็นสงครามไม่ใช่เรื่องส่วนตัว”
“อึกก” เวนดีพูดไม่ออก พอเห็นหน้าโซนาตาเรื่องที่เธออยากจะพูดมากมายก็หายไปหมด
“ถ้ายอมแพ้ก็จะไม่ฆ่าหรอก” โซนาตาเดินเธอผ่านไป ทิ้งให้อีกฝ่ายรู้สึกเข่าอ่อนและทรุดลงทั้งที่ยังไม่ได้สู้
อีริธวิเคราะห์สถานการณ์ใหม่อย่างใจเย็น เขายอมรับว่าพลาดเองที่ประเมินศัตรูต่ำเกินไป ไม่ว่าพวกที่โซนาตาพามาจะเป็นใคร แต่พวกเขาก็แข็งแกร่งไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าไซเลนเซอร์
“อ๊ะ สวัสดีค่ะ มีใครต้องการให้รักษาบ้างไหมคะ” หญิงสาวผมทองที่มีออราสว่างราวกับดวงอาทิตย์ทักเพื่อนใหม่ในกลุ่มอะบีส เธอเห็นว่าจีดัสกำลังรักษาโซลิเนจึงเดินตรงไปที่กาเรนที่น่าจะเจ็บหนักรองลงมา เธอร่ายเวทใส่โดยไม่สนว่าอีกฝ่ายมีสเปลอิมมูนิตี และมันน่าเหลือเชื่อบาดแผลทั้งหมดของกาเรนหายไปในพริบตา
ซีวี แอนโทโลนาคือทายาทของเทพแห่งดวงอาทิตย์ เวทมนตร์แห่งแสงคือจุดเด่นของเธอ แม้จะมีพลังต้านทานแต่เมื่อเจอกับสุดยอดเวทมนตร์รักษาระดับเหนือมนุษย์ ผลลัพธ์ก็ออกมาเป็นเช่นนี้
อีวาที่คนที่อยู่ใกล้กับซีวีที่สุด เธอตัดสินใจลงมือกับซีวีด้วยเหตุผลที่ซีวีคือผู้รักษาระดับสุดยอด หากเธอสามารถแก้ความทรงจำและดึงซีวีมาเป็นพวกได้ โอกาสชนะครั้งนี้ยังมีอยู่
ที่เธอพลาดก็เพราะเธอมองเห็นเพียงด้านเดียวของซีวี หญิงสาวผู้นี้ไม่ได้เป็นแค่ฮีลเลอร์ เธอคือนักรบเวทที่เคยเป็นคู่ปรับสำคัญของเซเลนอส ไม่ว่าจะพลัง ความไว พลังเวทมนตร์ หรือพรสวรรค์ในการต่อสู้ เธอก็ไม่แพ้ใครหน้าไหน
ซีวีเหวี่ยงกำปั้นออกไปก่อนที่อีวาจะเข้าถึงตัวเธอ แล้วหมัดที่เร็วกว่าความเร็วเสียงหลายร้อยเท่าก็ช่วงชิงสติสัมปชัญญะของอีวาไป เธอล้มลงและถูกอัดเข้ากับยานจนกลายเป็นรอยบุบลึก
“ระวังทำยานพังนะ” จีดัสดันแว่นขึ้นและถอนหายใจ
หนุ่มแว่นผมยาวเงินวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและผู้คนทั้งสองฝ่าย เขาจำลองภาพการต่อสู้ขึ้นในหัว แม้จะไม่สามารถลงรายละเอียดได้ทั้งหมดแต่เขาก็พอจะบอกได้ว่าใครได้เปรียบเสียเปรียบแค่ไหน
ก่อนที่มังกรแสงลูเซนต์จะพาพวกเขาทั้งหกมาส่ง กลุ่มอะบีสดูเหมือนจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่ เขาคิดว่าอย่างน้อยน่าจะเสียเปรียบอยู่ราว ๆ สี่ต่อหกส่วน แต่เมื่อฝ่ายอะบีสได้พวกตนมาช่วย ความน่าจะเป็นก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โอกาสชนะในตอนนี้น่าจะพุ่งขึ้นไปราวเก้าต่อหนึ่งส่วนเลยทีเดียว
อีริธตระหนักในสิ่งเดียวกัน ทางรอดของเขาในตอนนี้มีแค่หนีหรือไม่ก็ท้าประลองแบบตัวต่อตัว ทางแรกเป็นไปได้สูงแม้ว่าอาจจะไม่รอดไปทุกคน ปัญหาคือยานลำนี้มีไทม์แมชชีน หากเขาหนีไปตอนนี้ มันอาจจะกลายเป็นต้องติดอยู่ในยุคนี้ไปตลอดก็ได้
ส่วนเรื่องการท้าดวลตัวต่อตัว โซนาตานั้นไม่ใช่คนโง่ เขาไม่มีทางยอมรับข้อเสนอที่ตัวเองไม่ได้ประโยชน์แน่นอน
“มาจบเรื่องกันเถอะ”
น่าเหลือเชื่อ โซนาตาส่งสัญญาณบอกกับพรรคพวกให้รอ เขากลายเป็นฝ่ายท้าประลองโดยที่อีริธไม่ทันได้ร้องขอ
อลินาเป็นคนให้สัญญาณเริ่ม แล้วทั้งสองฝ่ายก็พุ่งเข้าปะทะกัน
โซนาตาทรงพลังจากครั้งล่าที่ทุกคนเห็น แต่เขาก็ยังเป็นฝ่ายตามอีริธอยู่หลายก้าว ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไร แต่ทุกคนก็ได้มายืนรวมตัวกันเพื่อให้กำลังใจ
“อนาเธอร์มี” อีริธใช้พลังเรียกซัมมอนของเขาออกมาแทนที่ซัมมอนเก่าที่สู้จนอ่อนแรงแล้ว
“อนาเธอร์มี” โซนาตาก็อปปี้พลังของอีริธมา แต่แทนที่จะซัมมอนตนเองในอายุที่แตกต่างมา เขากลับได้สิ่งอื่นมาแทน