Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 209-3: เบตา
โซนาตาจ้องวัตถุทรงกลมสีดำสนิทคล้ายลูกแก้วในมือ เขาได้สิ่งนี้มาเหมือนเป็นรางวัลหลังจัดการกองทัพเงาประหลาดสีดำสารพัดรูปแบบซึ่งเข้าบุกโจมตียานมิเนอร์วา
ย้อนไปยังเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อน ความวุ่นวายจากสัตว์ประหลาดไม่ได้เป็นสิ่งเดียวที่โซนาตาต้องเผชิญ แต่เขายังต้องประลองกับโรมิเอลที่ฉวยโอกาสมาหาเรื่อง พวกเขาคงลงมือต่อกันจนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายเสียเลือดเสียเนื้อไปแล้ว ถ้าไม่มีศัตรูใหม่ที่มีรูปร่างเหมือนกับสิงโตยักษ์โผล่เข้ามาขัดจังหวะ
จากสีของมัน โซนาตาเชื่อว่ามันและกลุ่มเงาสีดำประหลาดที่จู่โจมเข้ามาโจมตีมีความเกี่ยวข้องกัน
ความสงสัยได้รับการยืนยันอย่างแจ่มแจ้งอีกครั้งเมื่อสิงโตยักษ์เริ่มใช้พลังพิเศษ
คลื่นสีดำที่เจ้าสิงโตยักษ์ปล่อยออกมาส่งผลเฉพาะกับบรรดาสัตว์และเดวัลจำนวนมากมายที่ซ่อนตัวอยู่ในป่า ไม่นานนักหลังจากที่ถูกคลื่นนี้อาบทั่วร่าง ร่างเงาสีดำก็แยกออกมาจากร่างของสัตว์เหล่านั้น จำนวนเงาสีดำที่ถูกปราบไปจนเหลืออยู่เพียงไม่กี่สิบตัว เพิ่มกลับมาเท่ากับตอนแรกที่เริ่มการต่อสู้
ไม่ใช่แค่พลังในการสร้างเงาขึ้นมาเป็นพวกที่น่ารำคาญ เจ้าตัวสิงโตยักษ์แข็งแกร่งกว่าลูกน้องนับพันเท่า มันมีทั้งความรวดเร็ว พละกำลังมหาศาลและสติปัญหาที่ไม่เหมือนกับสัตว์ร้าย เพียงแค่เสียงคำรามของมันก็เป็นการโจมตีที่อันตราย
พลังของมันทำให้พวกโซนาตาที่เคยสู้อย่างออมแรงไม่สามารถทำเป็นเรื่องเล่นอีกต่อไป ถ้าไม่ใช่เพราะมิเนอร์วากางสนามพลังเต็มกำลังเพื่อต้านเอาไว้ ยานลำสำคัญก็คงได้รับความเสียหายร้ายแรงไปแล้ว
โซนาตานึกเปรียบเทียบกับประสบการณ์ช่วงที่เขาผจญภัยไปในเนเธอร์เวิลด์ และส่ายหน้าน้อย ๆ ทุกครั้งที่ตนย่ามใจว่ากลุ่มตนเองแข็งแกร่งขึ้นแล้ว ความมั่นใจนั้นก็จะถูกบดขยี้จนเละเทะจากความร้ายกาจของศัตรูใหม่
การเผชิญหน้ากับสิงโตสีดำที่เดวัลอย่างมังกรทั่วไปยังต้องหนี โซนาตารู้สึกราวกับเพิ่งเริ่มเล่นเกมภาคใหม่ก็ดันเจอกับบอสโดยไม่ให้ตั้งตัว พวกเขามีฝีมืออยู่มาก จึงไมไ่ด้ถูกบีบให้ตกอยู่ในความสิ้นหวัง แต่ทุกคนก็รู้สึกว่าการจัดการกับสิงโตยักษ์ไม่ใช่งานง่าย
ในตอนนั้นโซนาตาไม่รู้ว่าชื่อของเจ้าสิงโตยักษ์คือเบตา ตามตัวอักษรลำดับที่สองในภาษากรีก เจ้าเบตาตัวนี้คือหนึ่งในไพร์มชาโดว์ที่มีไม่กี่ตัวในโลก เบตาสามารถวิ่งบนไปบนฟ้าได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องพึ่งปีก คลื่นพลังสีดำจากปากสาดไปทั่วจนน่าหวั่นใจว่าทั้งเกาะจะจมลงไป เจ้าสัตว์ประหลาดระดับภัยพิบัตินี้ไม่ได้โผล่ไปที่มิเนอร์วาด้วยความบังเอิญ มันรับรู้ว่าพวกอะบีสเข้ามาในอาณาเขตของมันและเริ่มทำการล่า
เพราะโซนาตายังติดพันกับการประลองภาคบังคับกับโรมิเอล หน้าที่จัดการเบตาจึงกลายเป็นของคนที่เหลือ อลินาถือโอกาสนี้ทดสอบทีมใหม่ของเธอไปด้วย
ก่อนหน้านี้ไซเลนเซอร์ในกลุ่มอะบีสเคยมีกันอยู่ห้าคน แต่เพราะโซนาตากลายเป็นผู้บัญชาการของกลุ่ม ส่วนอัลโตก็เพิ่งแต่งงานและอยากทำงานใกล้ชิดกับภรรยาของเขา กลุ่มห้าคนจึงลดเหลือสามคนอย่างช่วยไม่ได้
โชคดีที่กลุ่มอะบีสได้พรรคพวกใหม่อย่างโซลิเน ไคเลอร์ และฟิลิเซียมาอุดรอยรั่วนั้นพอดี อลินาจึงถือโอกาสนี้ในการลองทดสอบการประสานงานไซเลนเซอร์ใหม่ทั้งสาม
อลินามีพลังสลับที่ นอกจากสลับเพื่อนและสิ่งของเพื่อหลบการโจมตี เธอยังใช้การสลับที่ในเชิงบุกได้ด้วย อลินาชอบใช้พลังนี้สลับที่กับวัตถุที่อยู่บนท้องฟ้าและปล่อยให้มันร่วงลงมาโหม่งใส่พื้นโลก น่าเสียดายที่แผนนี้ใช้กับศัตรูที่เคลื่อนที่กลางอากาศแบบเบตาไม่ได้
เคสเทรลมีพลังสลายทุกอย่างที่สัมผัสจนถึงระดับอะตอม พื้นดิน ก้อนหิน หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิต เขาสามารถทำลายทุกอย่างได้ในพริบตา ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาใช้พลังใส่จะกลายสภาพเป็นเหมือนกับฝุ่นทราย ข้อจำกัดคือสิ่งมีชีวิตที่มีพลังกล้าแกร่งแบบเบตาไม่สามารถถูกย่อยสลายได้ในทันที แต่เคสเทรลก็ไม่ขัดข้องที่จะต้องประเคนหมัดใส่จนกว่าพลังของเขาจะได้ผล
กาเรนมีพลังสร้างภาพลวงตา มันใช้ได้ผลดีกับศัตรูที่มีสติปัญญาไม่สูงมาก เขาจึงใช้พลังนี้ล่อลวงให้เบตาเล่นงานใส่ภาพลวงของฝ่ายมนุษย์ แม้จะฉลาดกว่าสัตว์ทั่วไป แต่พลังนี้ก็ยังทำงานได้อย่างน่าประทับใจ ผลคือหลายครั้งหลายหนที่เบตาลงมือเล่นงานชาโดว์ที่มันสร้างขึ้นมาเอง
โซลิเนอดีตผู้นำจำเป็นของเซคเตอร์โฟร์ เธอคืออดีตไอดอล นักร้องและนักแสดงผู้มากความสามารถ เธอกลายเป็นไซเลนเซอร์ด้วยโปรเจคสร้างไซเลนเซอร์แบบเร่งรัดของโซนาตาจึงอาจถูกมองว่าเป็นแค่ไซเลนเซอร์เทียม แต่พลังของโซลิเนนั้นเป็นของจริง ตั้งแต่เริ่มการต่อสู้เสียงเพลงของเธอช่วยเสริมพลังให้กับพรรคพวก ทำให้พวกเขามีกำลังมากขึ้น เยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจ และนอกจากเพลง โซลิเนยังมีพลังอีกรูปแบบที่น่ากลัวไม่แพ้กันที่ได้รับมาจากการสนับสนุนจากแฟนคลับมากมาย
ไคเลอร์หนุ่มหน้าหล่อแต่ดันมาพร้อมผมทรงกะลาครอบ ร่างกายของเขามีสถานะของโลหะและของเหลวพร้อมกัน เขาสามารถไหลไปตามพื้น กระจายไปทั่ว แทรกซึมไปได้แทบทุกที่ ในขณะเดียวกันก็สามารถเปลี่ยนสภาพกลายเป็นโลหะแข็งที่ยิ่งกว่าเหล็กกล้าได้ด้วย
และสุดท้าย ฟิลิเซียผู้มีพลัง “ไซคิกเน็ตเวิร์ก” พลังของเธอเชื่อมทุกคนเข้าด้วยกันเป็นเครือข่าย มันทำให้ทุกคนสามารถสื่อสารทางจิต แลกเปลี่ยนข้อมูลขนาดยักษ์ได้ในชั่วพริบตา และยังมีลูกเล่นเพิ่มเติมอย่างการเข้าควบคุมเป้าหมายที่เชื่อมต่ออยู่ด้วยกันในระบบ
ฟิลิเซียคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทหารทุกคนปลอดภัย เมื่อใดก็ตามที่เธอเห็นสมควร เธอจะย้ายจิตตัวเองไปที่ร่างของทหารและควบคุมสถานการณ์เอาไว้ก่อนที่มันจะยุ่งเหยิง
ไซเลนเซอร์ทั้งหกอาจมีชั่วโมงบินร่วมกันไม่มาก แต่พวกเขาปรับตัวเพื่อทำงานร่วมกันได้เร็วเหลือเชื่อ เพียงไม่กี่นาทีเบตาที่เคยเป็นปัญหาใหญ่กลายมาเป็นฝ่ายถูกทั้งหกไล่ต้อน
การประสานระหว่างการสลับที่และภาพลวงตา เปิดช่องให้เคสเทรลผู้รับบทสำคัญในการสร้างความเสียหายเข้าประชิดและโจมตีเบตาได้อย่างจัง แม้เจ้าสิงโตยักษ์สีดำมีพลังต้านทานสูงและยังมีการฟื้นฟูตัวเอง แต่เมื่อถูกถลุงซ้ำที่เดิมหลาย ๆ ครั้ง แรงต้านทานของมันก็ตกวูบ ใบหน้าและกรามของมันเริ่มผุกร่อนแและหลุดร่อนออกมาเหมือนรูปปั้นที่กำลังแตกร้าว
ไคเลอร์เป็นทั้งดาบและโล่พร้อมกัน เขาเปลี่ยนแขนข้างหนึ่งเป็นใบมีดที่ยาวและคมกริบ มันแข็งพอที่จะทะลวงกำแพงเหล็กหนาสิบฟุตได้อย่างสบาย เขาใช้มันเพื่อสร้างแผลที่ขาของสิงโตยักษ์ แต่ร่างของเบตาแข็งเกินไปจนการโจมตีเพียงครั้งเดียวยังไม่พอที่จะแทงทะลุ
โซลิเนสร้างผลงานได้เกินกว่าที่ตัวเธอเองหวังไว้ ไม่ใช่แค่เพลงและท่าเต้นที่เติมพลังให้กับทุกคนอย่างต่อเนื่อง เธอมีความสามารถเสริมที่เรียกว่า “แฟนคลับมีทอัพ” เรียกร่างพลังงานให้ปรากฏขึ้นกลายมาเป็นกำแพงมนุษย์ให้กับเธอ นอกจากนั้นแต่ละรายยังมาพร้อมกับความสามารถพิเศษเฉพาะตัวที่เดิมทีพวกเขาเหล่านั้นไม่เคยมี พลังนี้ทำให้โซลิเนสามารถยืมพลังจากแฟนคลับของเธอมาใช้ได้ด้วย
โซลิเนเม้มปากกับภาพเหล่าแฟนคลับที่ไม่ได้มีเฉพาะร่างซัมมอนของคนเป็นเท่านั้น ตราบใดที่ยังมีความรู้สึกที่รุนแรงต่อเธอ แม้แต่คนตายก็สามารถปรากฏตัวได้ ในกลุ่มคนที่ถูกเรียกมา เธอเห็น จิมมี ลินดา และอลิสัน เพื่อนรักที่จากโลกนี้ไปแล้วมาเป็นกำลังให้ด้วย
…พวกเราจะอยู่กับเธอเสมอโซลิเน…
ลินดา จิมมีและอลิสันหันมาส่งยิ้มให้
ตอนนั้นเองที่โซลิเนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ความรู้สึกที่เก็บมาตลอดทะลักทลายออกมาพร้อมกับน้ำตา
เบตาร้อนรนมากขึ้นในทุกวินาที ศัตรูหกคนร้ายกาจเกินกว่าที่มันคาดไว้ ที่ร้ายหนักกว่านั้นคือลูกน้องที่สร้างขึ้นกลับถูกจัดการไปจนแทบไม่เหลือหลอ เบตาใช้พลังอีกครั้งทำให้ได้ชาโดว์ของสัตว์ร้ายโผล่มาเพิ่มอีก แต่จำนวนเพิ่มมาก็มีผลเล็กน้อยต่อการต่อสู้แล้ว เพราะบริเวณนี้แทบจะไม่เหลือสัตว์หรือเดวัลชนิดไหนที่แกร่งพอจะถ่วงเวลากลุ่มออะบีสได้อีก
เวเนตั้งใจจะช่วยพวกอลินาเล่นงานเบตาอีกคน เวทมนตร์เฮอร์มิตสามารถสะกดพลังและการเคลื่อนไหวของศัตรูได้ แต่ยังไม่ทันได้ร่ายเวท เธอก็เห็นเคสเทรลต่อยจนหัวของเบตาเกือบจะหมุนได้รอบทิศ
ไพร์มชาโดว์นั้นแข็งแกร่งใกล้เคียงกับระดับราชาปีศาจ ทว่าการสู้นั้นมันไม่มีทางชนะตั้งแต่ต้น เบตาที่เข้าโจมตีดันประเมินกำลังของพวกเขาพลาดไป มันจึงไม่ได้รวบรวมพรรคพวกมาให้มากกว่านี้ และด้วยฝีมือของมัน ต่อให้มันจัดการพวกเขาสักคนได้ก่อน กลุ่มอะบีสก็มีคนที่มีเวทมนตร์ชุบชีวิตแบบดีวาน
ส่วนเซเลนอส เป้าหมายของเขาไม่ใช่ชาโดว์ เพราะทุกคนดูจะรับมือกันได้ เขาจู่โจมโรมิเอลแทน
ถ้าเป็นคนอื่นอาจพยายามเข้าไปหยุดการต่อสู้ระหว่างโรมิเอลและโซนาตาโดยระวังไม่ให้ทั้งคู่บาดเจ็บ แต่เซเลนอสไม่เป็นแบบนั้น เขาเผยจิตสังหารออกมาอย่างชัดเจน
ในเมื่อเขาเลือกให้โซนาตาเป็นนายของตนแล้ว เขาไม่คิดจะปล่อยโรมิเอลที่บังอาจมาแข็งข้อให้อยู่รอดไปได้
“ช่วยตายหน่อยเถอะครับ” เซเลนอสขยับปากขมุบขมิบแต่ไม่มีเสียงลอดออกมา
เซเลนอสผู้เคยเป็นผู้นำสูงสุดของกองทัพเนเธอร์เวิลด์ ทั้งความโหดเหี้ยม ทักษะ ประสบการณ์ พูดได้เต็มปากว่าไม่ด้อยไปกว่าผู้ใด โรมิเอลถูกบีบให้ดึงพลังปีศาจที่เขาเคยดูดกลืนเอาไว้มาต่อต้าน เขาสร้างกำแพงน้ำแข็งยักษ์เพื่อผนึกอีกฝ่ายเอาไว้ แต่เซเลนอสก็ตอบโต้ทันควันด้วยวังวนแห่งความมืดซึ่งหักล้างทำลายความเย็นสุดขั้วนรกไปได้
“ท่าจะไม่ดีแล้ว เจ้านี่ไม่เหมือนคนอื่น มันตั้งใจจะฆ่าจริง ๆ นะเนี่ย” บรอลผู้เป็นอีกครึ่งวิญญาณของโรมิเอลและอาวุธของเขาส่งเสียงเตือน
แน่นอนว่าโรมิเอลรู้เรื่องนั้นดี เขาเองก็สัมผัสจิตสังหารได้เช่นกัน
“อย่ามาขวางการประลองสิ” โซนาตาหันมาออกปาก
“ถ้าอนุญาตให้เจ้านี่ทำตามใจอย่างการท้าประลองได้ ผมจะทำตามใจด้วยการช่วยคุณก็ไม่น่าผิดอะไรนะครับ”
“ทำไมได้ข้อสรุปแบบนั้นล่ะฟะ” โซนาตาพูดกึ่งติดตลก พอรู้ว่าเซเลนอสเล่นแง่แบบนั้นเขาก็หันไปถามโรมิเอลแทน “แล้วจะยังไงล่ะทีนี้”
โรมิเอลนิ่งไปครู่ใหญ่ หลังจากมองใบหน้าของโซนาตาและเซเลนอสสลับไปมา เขาก็ถอนหายใจ ดาบถูกเก็บเข้าฝัก ไม่ถึงอึดใจดาบนั้นก็คืนสภาพกลับเป็นร่มกระดาษ
“พักไว้ก่อนก็ได้” หนุ่มตาแดงเพลิงเปรยขึ้น ต่อให้มุทะลุแค่ไหนเขาก็ตระหนักดีว่าไม่มีทางเอาชนะทั้งโซนาตาและเซเลนอสได้พร้อมกัน
ด้านเบตา มันรอดการโจมตีครั้งล่าสุดของเคสเทรลมาได้ แต่อยู่ในสภาพร่อแร่ ยิ่งเมื่อถูกจำกัดการเคลื่อนไหวด้วยฝีมือของเวเน มันก็ไม่สามารถสร้างลูกน้องเพิ่มได้อีก เกาะแห่งนี้เองแม้จะมีสัตว์ร้ายชุกชุมแต่เมื่อเกิดการต่อสู้ชนิดที่ป่าแทบแตก สัตว์เหล่านั้นต่างหนีหายเตลิดไป สัตว์เล็กที่ใช้วิธีซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลก็อ่อนแอเกินไป แม้จะถูกเบตาดึงชาโดว์ออกมาพวกมันก็ไม่สามารถเรียกว่ากำลังรบได้
คนที่ปิดฉากการต่อสู้คือเคสเทรลดังคาด ไคเลอร์ใช้ใบมีดจากแขนแทงคอเบตาแต่ก็ถูกอีกฝ่ายตะปบจนหักครึ่ง ในพริบตานั้นอลินาสลับที่ให้เคสเทรลเข้ามาแทนไคเลอร์ เขาโผล่มาในสภาพที่แขนยังแทงค้างอยู่ที่คอเบตาแทนที่ใบมีดของไคเลอร์
เคสเทรลเข้าใจสถานการณ์ได้ในพริบตา เอาอัดพลังเทิร์นทูดัสต์ของตนเข้าไปในร่างของเบตาแบบไม่มียั้ง
เบตาเจ็บหนักจนไม่สามารถต้านทานได้ ร่างของมันแตกสลายเป็นเศษฝุ่น และฝุ่นนั้นก็เลือนหายไปพร้อมกับบรรดาชาโดว์ที่เกิดขึ้นจากพลังของมัน
สิ่งเดียวที่ตกค้างอยู่ตรงนั้นคือวัตถุทรงกลมที่มีสีดำสนิทแบบเดียวกับร่างของมัน