Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 211: ไพรม์ชาโดว์
แกมมาตัวอักษรกรีกลำดับที่สาม ชาโดว์ตนนี้ให้ความรู้สึกแบบเดียวกับเบตา แกมมาคือม้าสองหัวที่ตัวใหญ่ขนาดภูเขาลูกย่อม ๆ ความน่ากลัวของเจ้าม้าประหลาดตัวนี้คือนอกจากจะควบคุมพายุได้ดังใจ เปลี่ยนร่างกายให้กลายเป็นอากาศธาตุได้ หัวหนึ่งของมันยังคาบดาบยักษ์เอาไว้ด้วย
ที่น่าหนักใจคือทักษะดาบของมันนั้นเหลือเชื่อ หลักฐานคือดีวานที่เป็นเลิศในทักษะดาบกำลังถูกกดดันด้วยท่วงท่าการใช้ดาบของอีกฝ่าย
เอปไซลอนตัวอักษรกรีกลำดับที่ห้า คือไพร์มชาโดว์ที่มีรูปร่างเหมือนเผ่าพันธุ์ปีศาจ คล้ายมนุษย์ตัวใหญ่ที่มีหูแหลม เขาโค้งใหญ่ เขี้ยวงอกยาวออกมาจากปาก นอกจากเรี่ยวแรงที่แค่เหวี่ยงหมัดก็ทำให้เกิดคลื่นกระแทกจนฉีกพื้นดินเป็นเหวลึก พวกเขายังรู้สึกถึงพลังเวทมนตร์มหาศาลของเอปไซลอน
โอเปราเองยังไม่ได้แสดงฝีมือใด ๆ นอกจากนั้นเธอยังถอยทิ้งระยะออกไปยืนดูการต่อสู้อยู่ด้านหลัง เธอปล่อยให้ไพร์มสองตัวกับกองทัพชาโดว์ที่แห่กันเข้ามาราวกับคลื่นสึนามิโจมตีเข้าใส่กลุ่มอะบีส
“ไฟนอลแคแทคลิซึม!”
เซกันคือรายแรกที่เปิดท่าใหญ่ คลื่นดาบและพลังความมืดก่อรูปขึ้นเป็นรูปร่างของปีศาจร้าย แม้จะเป็นความมืดมิดเหมือนกันแต่คุณสมบัตินั้นแตกต่าง ร่างของพญามัจจุราชได้กลืนกินทุกสิ่งที่มันเคลื่อนผ่านโดยเฉพาะชาโดว์ราวหมื่นตนที่ขวางเส้นทางอยู่
ที่ฝั่งตรงกันข้ามของเซกัน ชายชุดดำอีกคนใช้วิชาที่คล้ายกัน เซเลนอสใช้วังวนแห่งเงาที่สามารถดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างเข้าสู่ศูนย์กลาง แม้สร้างความเสียหายได้ไม่เท่ากับท่าไม้ตายของเซกันแต่มันก็กำจัดชาโดว์ไปได้หลายพันตัว นอกจากนั้นมันยังเกิดผลต่อเนื่องยาวนานกว่าทำให้ศัตรูอีกมากไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างใจ
เจเนวีฟกลายร่างเป็นควันและโจมตีด้วยเวทสายความเย็น
เวเนประสานเวทมนตร์ของเธอกับพวกแฟรี ทั้งสองช่วยกันกวาดชาโดว์ปลายแถวเพื่อเปิดทางให้ดีวานสามารถรับมือกับแกมมาได้อย่างเต็มที่
ดาบของสองฝ่ายปะทะกันอย่างรุนแรง ฟราคาเรียนของดีวานลุกท่วมด้วยเปลวไฟสีดำสลับกับสีขาว ไม่เพียงแค่ใช้ไฟทั้งคู่ได้พร้อมกันแต่ดีวานในตอนนี้สามารถทำให้ไฟทั้งสองแบบลุกไหม้บนดาบโดยที่ไม่หักล้างกันเอง ไฟสีขาวนอกจากมีคุณสมบัติในการรักษา มันยังสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อธาตุมืดอย่างพวกชาโดว์ ส่วนไฟสีดำใช้ความมืดเป็นดังเชื้อเพลิง เมื่อลุกติดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้วมันก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะดับลง
แกมมาเข้าใจอันตรายของไฟทั้งสองแบบดี มันต่อสู้โดยรักษาระยะเอาไว้ อาศัยประโยชน์ความยาวดาบยักษ์ที่มันคาบไว้ผสมด้วยทักษะดาบที่เหนือสามัญสำนึก
ดาบเล่มยักษ์ของแกมมาสั่นไหวอยู่เรื่อย ๆ ดูผิวเผินคล้ายกับพบแรงสะท้อนกลับเพราะแพ้แรงดีวาน แต่แท้จริงมันคือเทคนิคดูดซับพลัง ดาบที่หมุนไป ถูกเหวี่ยงกลับมาด้วยแรงที่มากกว่าเดิมเสมอ และเมื่อถูกหยุดด้วยแรงเหนือมนุษย์ของดีวาน มันก็ทำเช่นเดิมซ้ำ แรงสะท้อนกลายเป็นแรงโจมตีที่เพิ่มขึ้น และเป็นเช่นนี้วนเวียนไร้จุดจบจนกว่าศัตรูจะพลาด
แม้ภาพที่ออกมาจะดูสูสี แต่ความเป็นจริงดีวานกำลังสู้ด้วยความหนักใจ นอกจากเซกันแล้วนี่คืออีกครั้งที่เขาอาจจะพ่ายแพ้ด้านเชิงดาบให้อย่างสิ้นเชิง มันทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าใครคือเจ้าของเดิมของชาโดว์ตนนี้
ซีวีหมายหัวโอเปราอยู่ ศัตรูคราวนี้ถึงจะเป็นโซนาตาจากอีกจักรวาลแต่เธอไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนแรปโซดี ซีวีแน่ใจว่าหากหยุดโอเปราได้ กองทัพมากมายมหาศาลนี้ก็จะหยุดการโจมตี เธอมีเวทมนตร์ทั้งลอยตัวและความไวเหนือมนุษย์ สำหรับซีวีการที่จะเหาะทะลวงผ่านฝูงชาโดว์เข้าไปปะทะกับโอเปราโดยตรงไม่ใช่เรื่องยากเย็น
คิดได้ดังนั้นก็ลงมือทันที ด้วยพลังที่ได้รับจากดวงอาทิตย์ ซีวีระเบิดพลังออกมา คลื่นความร้อนระดับเปลวสุริยะห่อหุ้มทั้งร่าง เธอเหาะทะยานไปข้างหน้าราวกับไม่สนใจว่ามีชาโดว์หลายพันตนกีดขวางอยู่ เพียงแค่เฉียดเข้าใกล้ชาโดว์น่าสงสารเหล่านั้น พวกมันก็ระเหิดหายไปไม่เหลือแม้เถ้าธุลี
มันเกิดขึ้นเร็วจนโอเปราก็ไม่ทันตั้งตัว ระยะห่างที่เธอพยายามเพิ่มระหว่างที่ปล่อยให้ลูกน้องสู้ หดหายไปในเสี้ยววินาที อีกไม่ถึงสิบเมตรซีวีจะถึงตัวโอเปรา สำหรับซีวีที่เคลื่อนที่ได้ไวปานแสงมันเป็นระยะที่ไม่มีความหมาย เธอแน่ใจว่าสามารถทำให้อีกฝ่ายหมดสติและจับตัวไว้ได้
…ช่างง่ายดายเหลือเกิน…
หญิงสาวทายาทเทพธิดาแห่งดวงอาทิตย์เผลอคิดแบบนั้น
แต่แล้วเงาหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาแทรก ไม่ใช่ของมนุษย์ สิ่งนั้นเหมือนก้อนหินขนาดยักษ์ที่กำลังลุกไหม้ ซีวีตกใจแต่ก็ยังมีสติพอ เธอใช้สองมือดันมันเอาไว้ก่อนที่สิ่งนั้นจะพุ่งชนตนเอง
พลังทำลายมหาศาลของทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ สัญชาตญาณบอกเธอว่าหากปล่อยให้สิ่งนี้ตกลงไปข้างล่างความเสียหายจะรุนแรงมหาศาลจนเกินคาด เจ้าวัตถุปริศนานี้ร้อนราวกับไฟนรกแต่โชคดีที่มันเทียบไม่ได้กับความร้อนจากเพลิงสุริยะ ซีวีตัดสินใจใช้ความร้อนที่เหนือว่าทำลายมันจนแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
มันคือหินอุกกาบาตที่มีไฟลุกท่วม ใครบางคนใช้เวทมนตร์ระดับสูงดึงมันลงมา โชคดีที่ซีวีหยุดมันไว้ได้ฉิวเฉียด แต่ก็น่าขนลุกกว่า คือหากไม่ใช่เธอที่มีพลังพอที่จะหยุดยั้งได้ การโจมตีเมื่อครู่อาจจะทำให้ทั้งกลุ่มอะบีสพบกับจุดจบไปพร้อมกับชาโดว์จำนวนมาก
ข้างกายของโอเปราคือชายในชุดเกราะสีแดง เกราะของเขามาพร้อมหน้ากากปกปิดใบหน้าเอาไว้ แต่ดูจากรูปร่างก็พอบอกได้ว่าเขาเป็นผู้ชายรูปร่างสมส่วน เขาพกดาบยาวติดตัวไว้ซึ่งไม่ใช่ลักษณะที่เห็นได้ทั่วไปของจอมเวท แต่ปฏิกิริยาทางเวทที่ชายผู้นี้ปล่อยออกมาทำให้ซีวีแน่ใจว่าเขาคือผู้ที่ใช้เวทมนตร์เรียกอุกกาบาตมานั่นเอง
“มีทีเออร์ไนท์” ชายคนผู้สวมเกราะปิดบังใบหน้าตะโกนชื่อของตน มันฟังดูเหมือนฉายามากกว่าจะเป็นชื่อจริง
ที่ทำให้หลายคนแปลกใจคือเขาไม่ใช่ชาโดว์
“นักรบที่มีพลังเวทระดับที่เรียกดาวตกลงมาได้” โซนาตารู้สึกสนใจมีทีเออร์ไนท์ น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถผละไปจากจุดนั้นได้เพราะถูกชาโดว์จำนวนมหาศาลล้อมเอาไว้
การต่อสู้ดำเนินต่อไปอีกพักใหญ่ กลุ่มอะบีสแม้จะอ่อนแรงลงแต่พวกเขาก็ยังไม่เสียใครไป ในขณะที่ทางด้านโอเปราชาโดว์หลายล้านตัวถูกกำจัดไปแล้ว แต่นั่นเป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ ของกองทัพเธอ
อลินาพยายามจบการต่อสู้ครั้งนี้ให้เร็วที่สุด เธอใช้พลังสลับที่เพื่อดึงโอเปราเข้ามาในวงของกลุ่มอะบีส แต่ก็สมกับเป็นโซนาตาจากจักรวาลอื่น แม้จะอ่อนแอกว่ามากแต่โอเปราก็มีวิธีเอาตัวรอด โอเปราใช้วิธีบางอย่างสลับเอาชาโดว์มาแทนที่ได้เสมอ ทุกครั้งที่อลินาสลับที่โอเปรากับอะไรก็แล้วแต่ ผลลัพธ์ที่ได้กลายเป็นชาโดว์อ่อนแอหนึ่งตัวที่ถูกสลับที่มาแทน มันทำให้อลินาต้องตัดใจจากวิธีนี้ในที่สุด
อลินาเริ่มทำกลับกันแทน คือนำเอากลุ่มอะบีสทั้งกลุ่มเข้าประชิดโอเปราด้วยการสลับที่กับพวกชาโดว์ปลายแถว แต่โอเปราก็ถอยฉากออกไปก่อนการสลับที่จะได้ผล เธอพร้อมจะสละชาโดว์ทั้งหมดเพื่อให้ตัวเองรอด
เป็นการต่อสู้ที่แทบจะไร้จุดจบ ตราบใดที่ไม่สามารถจัดการกับชาโดว์ทั้งหมด มันก็ไม่ง่ายเลยที่จะปราบเธอได้
ออกจะน่ารำคาญไปบ้าง แต่โซนาตาวิเคราะห์แล้ว สถานการณ์ของฝ่ายตนเองถือว่าได้เปรียบอยู่ ทัพของศัตรูลดลงด้วยอัตราความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว แค่เซกันคนเดียวเขาก็จัดการกับชาโดว์ไปเป็นหลักแสนแล้ว ถ้าจำเป็นฝ่ายโซนาตาก็ยังเหลือมิเนอร์วาเป็นไพ่ตายอีกด้วย ปัญหาเดียวในตอนนี้อยู่ที่ว่าเขาควรทุ่มหมดหน้าตักเพื่อจัดการกับโอเปราให้ได้ หรือควรถอยกลับไปเตรียมการให้พร้อมมากกว่านี้เพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสสูญเสียโดยไม่จำเป็น
แล้วสัญญาณสื่อสารก็ดังขึ้น โซนาตารับแล้วพบว่าปลายสายคือจีดัสนั่นเอง
“มีเรื่องด่วนอะไรไหม ตอนนี้กำลังสู้อยู่เลย” พูดไปก็หลบไปอย่างหวาดเสียว
“ฉันรู้ เห็นข้อมูลที่ส่งมาแล้วล่ะ กำลังสู้กับโอเปราที่เป็นอีกร่างของนายสินะ แต่ว่าเรื่องนั้นพักไว้ก่อนน่าจะดีกว่า เรามีข้อมูลเกี่ยวกับศัตรูไม่พอ พวกไพร์มที่โผล่มาก็ไม่ใช่ขุมพลังทั้งหมด ยานสำรวจของเราพบว่ามีชาโดว์ที่แข็งแกร่งจำนวนมากกำลังมุ่งไปทางกิงคารอน”
“มีไพร์มอยู่ในนั้นด้วยหรือเปล่า”
“เป็นไปได้สูง ยานสำรวจถูกทำลายไปก่อนจะได้ข้อมูลโดยละเอียด ฉันเข้าใจว่านายประเมินแล้วว่าตัวโอเปราเองไม่ได้แข็งแกร่งจนถึงกับจัดการไม่ได้ แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ถึงจับตัวได้หรือฆ่าทิ้งก็ไม่มีอะไรการันตีว่าชาโดว์ที่เธอสร้างขึ้นจะหายไป…”
“เข้าใจแล้ว” โซนาตาถอนหายใจด้วยความเสียดาย เขาไม่แน่ใจว่าโอกาสแบบนี้จะมีอีกหรือไม่ โอเปราได้เห็นพลังของพวกเขาแล้ว บางทีคราวหน้าเธอคงไม่เคลื่อนไหวอีกถ้าไม่มีไพร์มมากกว่านี้คอยคุ้มกัน
“ที่สำคัญ ฉันมีเรื่องที่อยากฝากให้ไปตรวจสอบเพิ่มด้วย”
“ได้ทีสั่งใหญ่เลยนะ”
“อย่าเพิ่งหงุดหงิดไปสิท่านหัวหน้า นี่มันเรื่องเร่งด่วนนะ” จีดัสพูดสุภาพขึ้นแบบประชดชัน
“มีอะไรรีบว่ามาเลย”
“อยากให้ไปดูที่นอร์ธบริซาเนียหน่อย”
“เกี่ยวกับเทพปีศาจเหรอ”
จีดัสเสียงเปลี่ยน “ตอนที่อลินาไปตรวจดูมันยังไม่มีอะไร แต่เครื่องมือที่ทิ้งไว้เริ่มจับสัญญาณได้ตั้งแต่ตอนที่พวกนายสู้กับโอเปรานี่แหละ… อาจจะแค่บังเอิญก็ได้แต่อยากให้ไปตรวจสอบหน่อย ฉันเองก็จะตามไปด้วย”
“เข้าใจแล้ว… แล้วว่ากัน” จากนั้นโซนาตาก็ตัดการสื่อสารไป และในวินาทีเดียวกันนั้นก็เขาส่งสัญญาณลับเพื่อบอกให้ถอยทัพ
ทุกคนกลับไปรวมตัวกันที่เพกาซัส-ทรียานขนส่งที่ถูกกาเรนใช้ภาพลวงตาซ่อนไว้ตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ เมื่อยานเริ่มเคลื่อนไหวชาโดว์ก็มองเห็นมันอีกครั้ง พวกมันไม่ยอมให้กลุ่มอะบีสที่มาเย้ยถึงถิ่นถอนกำลังไปโดยง่าย แต่ละตัวโหมเข้าใส่ทั้งยานและคนอย่างบ้าคลั่ง
โซนาตาและเซกันคือสองคนที่รั้งท้าย โซนาตายืมดาบของดีวานเพื่อเลียนแบบพลังของเซกัน สองคนใช้ท่าไฟนอลแคแทคลิซึมออกไปคนละด้าน ชาโดว์จำนวนนับไม่ถ้วนสลายไปทันทีและเปิดโอกาสให้ยานยกตัวขึ้น
แม้ว่าจะออกตัวสำเร็จอันตรายก็ยังไม่หมดสิ้นไป ชาโดว์จำนวนไม่น้อยที่สามารถบินได้ เงามรณะฝูงใหญ่เกาะกลุ่มบินตามมาราวกับพายุสีดำ
โชคดีที่โอเปราเองยังลังเลใจอยู่ ครึ่งหนึ่งเธออยากกำจัดโซนาตาที่นี่ให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แต่อีกใจเมื่อเห็นพลังของกลุ่มอะบีสเธอก็เริ่มหวั่นใจ บางทีการรีบสู้ตัดสินในเวลานี้อาจไม่เป็นผลดีกับตัวเธอ เธอมีโอกาสที่จะแพ้พ่ายอยู่สูงทีเดียว