Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 212: คนละไทม์ไลน์
เมื่อไม่มีไพร์มตามติด สปีด วีลเลอร์นักบินอันดับหนึ่งและนักบินเพียงคนเดียวของกลุ่มอะบีสจึงสามารถแสดงฝีมือได้อย่างเต็มที่ ทักษะของเขาทำให้เขาสัมผัสศัตรูได้รอบด้านโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือตรวจจับใด ๆ สปีดพาเพกาซัส-ทรีบินฉวัดเฉวียดในทิศทางที่แม้แต่ผู้ออกแบบมันอย่างด็อกมาก็ไม่คิดว่ามันจะบินแบบนั้นได้ เขาหักหลบชาโดว์กลุ่มใหญ่ที่บินมาดักข้างหน้าราวกับบินเล่นอย่างสบายอารมณ์
“ขับดี ๆ หน่อยสิยะ” อลินาโวยวายลั่น
สปีดพยายามบินให้นิ่งที่สุดแล้วแต่เมื่อต้องโยกหลบศัตรูที่มาจากรอบทิศ มันก็เป็นไปได้ยากที่จะให้นิ่งอยู่
“กรี้ดดดด” โซลิเนหลุดร้องออกมา ชาโดว์ตัวหนึ่งเกือบอัดเข้ากับหน้าต่างตรงตำแหน่งที่เธอนั่งอยู่ มันเฉียดไปในระยะแค่คืบเดียวก่อนที่สปีดจะกระชากยานหลบไปได้
ภาพของเซคเตอร์โฟร์ที่ร่วงลงมาจากฟ้าเข้ามาซ้อนทับทำให้โซลิเนถึงกับสติหลุดไปครู่หนึ่ง โซนาตาคว้ามือเธอไว้และช่วยเรียกสติเธอ “นึกถึงตอนที่แสดงเป็นนักบินสิ”
คำพูดประโยคเดียวของโซนาตาเรียกสติเธอกลับมา เธอหวนนึกถึงหนังเรื่องหนึ่งที่เธอรับบทเป็นนักบินขับไล่ เพื่อให้เข้าถึงบทบาท ตอนนั้นเธอเคยฝึกบินผาดโผนในเครื่องซิมมูเลชันมาแล้วด้วยซ้ำ เทียบกับการบินของเธอและมือพระกาฬแบบสปีด เธอก็เข้าใจว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องที่ควรตื่นกลัวขนาดนั้น
…นักบิน ใช่แล้ว ฉันเคยผ่านมาแล้ว ฉันคือนักบิน ท้องฟ้าคือบ้านของฉัน ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก…
สปีดคิดเผื่อไว้หลายวิธีในกรณีที่เขาไม่สามารถสลัดชาโดว์ฝูงนี้ได้ ไม่ว่าจะการบินหลอกล่อพร้อมกับโจมตีพวกกลุ่มที่บินเร็วกว่าตัวอื่น หักหลบด้วยเทคนิคพิเศษและอ้อมไปโจมตีทั้งฝูงจากด้านหลัง การบินลดระดับเข้าไปในพื้นที่ป่าเพื่อให้พวกมันชนเข้ากับสิ่งกีดขวางมากมายที่อยู่ข้างล่าง หรือแม้แต่วิธีสิ้นคิดอย่างบินไปเรื่อย ๆ จนกว่าอีกฝ่ายจะหมดแรง
เขาไม่จำเป็นต้องใช้วิธีที่ว่าเลยสักอย่าง ชาโดว์พวกนี้ไม่ได้ไร้สติปัญญาอย่างที่เข้าใจ เมื่อพวกมันพบว่าไม่มีทางตามหยุดเพกาซัส-ทรีได้ สุดท้ายพวกมันก็ยอมผละออกไปเอง
ทวีปบริซาเนียสถานที่ที่ใกล้กับทวีปน้ำแข็งที่สุด ในบริเวณใกล้กับร่างของเทพปีศาจจาเคววา จีดัสได้มารอโซนาตาอยู่ก่อนแล้ว ด้วยสภาพอากาศที่เลวร้ายจากพายุหิมะ ทันทีที่เจอหน้าทั้งสองฝ่ายก็ไม่เสียแม้แต่เวลาทักทาย ทั้งคู่รีบแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ได้มาทั้งเกี่ยวกับชาโดว์และเทพปีศาจด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ดูไม่ดีเลยสินะ” โซนาตาไม่ได้พูดถึงแค่สภาพอากาศ เขาเปิดหน้าจอโฮโลแกรมเพื่อดูข้อมูลล่าสุดของเทพปีศาจทั้งแปดตน ค่าตัวเลขมากมายที่ขึ้นอยู่บนหน้าจอจะเรียกว่าสัญญาณชีพของเทพปีศาจก็พอได้ ค่าของมันเปลี่ยนไปจากครั้งล่าสุดที่อลินามาตรวจสอบทั้งที่เพิ่งผ่านไปไม่นาน
“คงไม่ยังตื่นขึ้นภายในวันสองวันนี้หรอก แต่ก็ใกล้เต็มทีแล้ว” จีดัสดันแว่นขึ้นอย่างเหม่อลอย ในหัวกำลังครุ่นคิดสารพัดวิธีรับมือ
“แล้วเรื่องกองกำลังที่เจอล่ะ”
“ฉันตรวจสอบแล้ว กองทัพพวกเขาซ่อนตัวอยู่ไม่ห่างจากที่นี่ บางทีอาจจะกำลังเตรียมการสำหรับการผนึกเทพปีศาจนั่นแหละ”
“หนังสือที่เขียนถึงยุคนี้ก็คงช่วยอะไรไม่ได้มาก” โซนาตาอยากรู้ข้อมูลเพิ่ม เขานึกถึงหนังสือหลายเล่มที่ได้มาในยุคของเซกัน หนึ่งในนั้นคือหนังสือประวัติศาสตร์ในช่วงยุคนี้ เขารู้ว่ามันใช้อ้างอิงไม่ได้มากเพราะข้อมูลทางประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงตามมุมมองผู้บันทึกและหลักฐานที่พบ ที่สำคัญกว่านั้นคือโลกตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากฝีมือของโอเปรา
“ชัดเจนว่าประวัติศาสตร์เปลี่ยนไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเปลี่ยนไปแค่ไหน” อลินาเดินเข้ามาร่วมวงด้วยอีกคน
“นั่นสิ ถ้าเรย์ ลีออนตายไปแล้วก็วุ่นวายแน่”
จีดัสนิ่งไป ถ้าชายคนที่โซนาตาพูดถึงไม่อยู่อีกแล้ว มันต้องกลายเป็นหายนะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาคือคนที่โซนาตาพูดถึงตลอดตั้งแต่เดินทางมาถึงยุคนี้ เป็นเป้าหมายหลักที่เขาอยากได้มาเป็นพรรคพวก
เขาคือวีรบุรุษแห่งยุค เรย์ ลีออน
จีดัสคุ้นเคยกับชื่อสกุลที่คล้ายกันมาก่อน ในยุคของเขามีชายที่ชื่อรีสเลย์ ลีออน รีสเลย์คือกษัตริย์ของเชสนา ทายาทของเทพแห่งความกล้าหาญและเทพแห่งมังกร เช่นเดียวกับรีสเลย์คนนั้น เรย์ซึ่งเป็นลีออนคนสุดท้ายมีสายเลือดของมังกรไหลเวียนอยู่ในร่างเช่นกัน ต่างเพียงที่รีสเลย์คือสายของมังกรไฟ ส่วนเรย์คือมังกรสายฟ้า
เชสนา ลีออน หรือชื่อจริงคือเทพแห่งความกล้าหาญซิลเวอร์ เชสนาผู้เป็นปฐมกษัตริย์มีบุตรสามคน แต่ละคนคือต้นตระกูลของอัศวินมังกรทั้งสามสาย ไฟ สายฟ้า และ น้ำแข็ง
หลังจากเชสนาสิ้นบุญ ลูกหลานของเขาขัดแย้งกันถึงขั้นแตกหัก สายของรีสเลย์คือผู้ชนะและได้สืบทอดบัลลังก์ของเชสนาต่อ ในขณะที่สองสายที่เหลือได้ออกมาจากเชสนา
สายมังกรน้ำแข็งที่ที่จีดัสเคยพบคือมังกรน้ำ รูเชห์ ลีออน ผู้หันไปเป็นโจรสลัดและสร้างความหวาดกลัวไปทั่วท้องทะเล
สายมังกรสายฟ้าที่ไม่ได้เป็นต้นเหตุแห่งความขัดแย้ง แต่เบื่อหน่ายการต่อสู้ของญาติ ได้หนีไปตั้งรกรากอยู่ที่อาณาจักรโซดาเรีย
“ถ้าวีรบุรุษที่ว่าตายไปแล้ว ก็ต้องเป็นพวกเราสินะที่หยุดโอเปราและเทพปีศาจ” เจเนวีฟพูดราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องของตัวเธอเอง เธอไม่ได้นึกไปถึงเรื่องที่ประวัติศาสตร์เปลี่ยนไปขนาดนี้มันจะมีผลกระทบต่อตัวเธอด้วยหรือไม่
โซนาตาหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขายังไม่ตัดสินใจทั้งเรื่องของเรย์ เรื่องของเทพปีศาจ และเรื่องของโอเปรา มีอะไรอย่างอื่นที่เขาสงสัยและอยากยืนยันให้ได้ก่อน “มีหมู่บ้านอยู่ใกล้ ๆ นี่ด้วยใช่ไหม ที่นั่นมีห้องสมุดหรือเปล่า”
“เอ๋ ห้องสมุดอีกแล้วเหรอ คงไม่ใช่นึกอยากอ่านนิยายอะไรตอนนี้นะ”
จีดัสเมินเสียงประท้วงของเวเนที่ดังมาจากข้างหลัง เขารู้ว่าโซนาตากำลังสงสัยเรื่องอะไร เขาเองก็ต้องการยืนยันเรื่องนั้นด้วยเช่นกัน
ไม่มีมนุษย์คนไหนอยากอยู่ใกล้ดินแดนที่มีเทพปีศาจ ต่อให้มันจะอยู่ในสภาพที่ถูกผนึกอยู่ก็ตาม หมู่บ้านที่โซนาตากำลังมุ่งไปจึงไม่ใช่สถานที่สำหรับคนทั่วไปแต่เป็นหมู่บ้านที่พวกนักวิจัยสร้างขึ้น
จากที่เห็น จีดัสคำนวณได้ว่ามันเพิ่งกลายเป็นหมู่บ้านไม่นานมานี้ ร่องรอยการต่อสู้ยังใหม่มากและชาโดว์ที่โจมตีที่นี่เองก็ยังไม่หายไปไหน
การปะทะเริ่มขึ้นและจบลงในเวลาไม่กี่นาทีต่อมา ชาโดว์เพียงสิบตัวโดยที่ไม่มีไพร์มรวมอยู่ด้วยไม่สามารถทำอะไรได้มาก กลุ่มอะบีสต้องเสียเวลาไปบ้างก็เพราะโซนาตาต้องการดึงพวกมันให้ห่างออกมาจากห้องวิจัยและหอสมุดของหมู่บ้าน
พัค มินอาผู้เป็นผู้ช่วยของด็อกมาได้รับอนุญาตให้เก็บทุกอย่างที่เธอคิดว่าจำเป็นกลับไป เธอและพวกทำอย่างที่ว่าตรงตามคำสั่งชนิดที่ว่าหากรื้ออาคารกลับไปได้เธอคงเอาไปด้วยแล้ว
“ขนไปให้หมดเลย ยังไงก็ไม่มีใครใช้พวกมันแล้ว” มินอาบอกกับพวกทหารที่กำลังขนเอกสารจำนวนมากเข้าไปเก็บในมิติพิเศษที่เธอเปิดขึ้น
“รู้ได้ยังไงว่าจะไม่มีใครใช้แล้ว” เอลลีชวนคุย เธอใช้ให้ร่างซัมมอนของตัวเองทำงานให้แทน ขณะที่ตัวเองแอบยืนอู้ด้วยการชวนมินอาคุย
“คนโลกนี้ตายจนเกือบหมดแล้ว คงไม่จำเป็นต้องใช้มันหรอก” มินอาตอบแบบรำคาญนิด ๆ
“เพราะว่าตายไปเยอะ ข้อมูลที่เหลืออยู่มันเลยยิ่งมีค่าไม่ใช่เหรอ พวกเขาต้องใช้มันกับ… เอ่อ เทพปีศาจใช่ไหม” แอมเบอร์อดีตนางแบบชื่อดัง และสมาชิกใหม่ของกลุ่มอะบีสถามด้วยความกังวล
“ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวคุณโซนาตาจัดการให้เองล่ะค่ะ”
“อ้อ งั้นก็ขนไปให้หมดเลยเนอะ” พอมินอาอ้างถึงโซนาตา แอมเบอร์ที่ขี้ระแวงว่าง่ายขึ้นมาทันที
มินอามองแอมเบอร์อย่างครุ่นคิด ท่าทางแปลก ๆ ของแอมเบอร์เมื่อใครสักคนพูดถึงโซนาตาไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก มันทำให้เธอสงสัย
…แอมเบอร์ เรดวูด หน้าตาก็ดี ฝีมือก็ใช้ได้ แถมท่าทางจะหลงคุณโซนาตาซะด้วย บางทีอาจจะใช้งานได้นะเนี่ย… มินอาหัวเราะในใจ
ขณะที่มินอาสนใจอยู่กับแอมเบอร์และข้อมูลที่ได้มาจากการวิจัยเทพปีศาจทั้งแปดตน โซนาตากลับมุ่งความสนใจไปที่หนังสือประวัติศาสตร์แทน เขาและจีดัสหยิบหนังสือหลายเล่มมาวางกองไว้ราวกับรู้ใจ ทั้งหมดคือประวัติศาสตร์ในช่วงระหว่าง 150 ปีที่ผ่านมา
“ฉันนึกว่าจะมาหาข้อมูลของเทพปีศาจเพิ่ม” เวเนหยิบหนึ่งในหนังสือเหล่านั้นมาพลิกไปพลิกมา
“หรือจะค้นเรื่องของโอเปรา” เจเนวีฟก็ทำแบบเดียวกับเวเน ต่างตรงที่เธอไม่ได้พลิกมันเล่น ๆ แต่ตั้งใจมองหาบางอย่างที่ยังไม่แน่ใจว่าคืออะไร
“นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่เท่าที่ดู ยายนั่นมาถึงยุคนี้ก่อนเราไม่เท่าไรหรอก เต็มที่ก็ไม่เกินสองสามปี” โซนาตาตอบโดย ที่ตาของเขายังไม่ออกห่างจากหนังสือ
“อย่างที่คิดเลย/ใช่จริง ๆ ด้วย” โซนาตาและจีดัสพูดเกือบจะพร้อมกัน
“นายรู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไร” จีดัสถาม
“เฮ้ อย่าคุยรู้เรื่องกันแค่สองคนสิ” กาเรนแกล้งเคาะโต๊ะเรียกความสนใจ
“น่าจะพร้อมนายนั่นแหละ ที่เวนเซล รูปปั้นของซีวี…”
ก่อนที่จะถูกถามมากไปกว่านั้นจีดัสส่งหนังสือให้อลินาดูแทนคำตอบ แม้ว่าตอนนั้นเธอจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แต่อลินาก็เข้าใจได้ในทันที
“ไม่มีเรื่องของแรปโซดี… ไม่มีอะไรเลยที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขประวัติศาสตร์”
“อื้มมม เราอยู่คนละไทม์ไลน์กับโลกที่ถูกแก้ไขไปแล้ว”
ถึงจะมีหลายคนที่เริ่มเข้าแล้วว่าโซนาตาหมายถึงอะไร แต่เขาก็อธิบายเพิ่ม มีทฤษฏีเกี่ยวกับการย้อนเวลาแบบหนึ่งนั่นคือการแก้ไขอดีตไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออนาคตที่เคยเกิดขึ้นไปแล้ว มันเป็นแค่การทำให้เกิดโลกแห่งความเป็นไปได้เพิ่มขึ้นมา