Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 213: มันเป็นความจริงสำหรับพวกเขา
นั่นก็คือมีโลกมีประวัติศาสตร์ดัั้งเดิมของซีนที่ไม่เคยถูกแตะต้อง โลกที่ถูกแรปโซดีทำลายลง โลกที่กลุ่มอะบีสกำจัดแรปโซดีลงได้และช่วยเหลือคนมากมายเอาไว้ และอาจจะมีอีกหลายโลกหลายความเป็นไปได้ที่เกิดทับซ้อนกันมากกว่าที่จะจินตนาการถึง
“ข้ายังตามไม่ค่อยทัน หมายความว่า ถึงเราจะไม่ทำอะไรโอเปรา แต่ประวัติศาสตร์จริงก็ยังเหมือนเดิมใช่ไหม โอเปราจะเหมือนไม่เคยมาที่นี่ เรย์ ลีออนจะผนึกเทพปีศาจสำเร็จ” ซีวีพยายามตามให้ทัน
“แต่อาจจะหมายถึงว่า ทุกครั้งที่พวกเราเดินทางข้ามเวลาจะมีโอกาสหลุดไปในไทม์ไลน์ที่โลกแตกไปแล้วด้วยเช่นกัน” โซนาตานึกแล้วก็หลุดขำในตลกที่คนอื่นขำไม่ออก
“แปลว่าที่ผ่านมาทั้งหมดมันสูญเปล่างั้นเหรอ” เวเนขมวดคิ้ว
นึกถึงเรื่องที่ช่วยเคออสทำสงคราม ภารกิจในเนเธอร์เวิลด์ การช่วยเหลือเซกัน สงครามซีนครั้งที่สามที่โซนาตาเข้าไปช่วย เรื่องของโอรินอสที่ล่มสลายเพราะชาลู เวเนได้แต่สงสัยอยู่เงียบ ๆ ว่าทุกอย่างที่ทำมามันมีความหมายจริงหรือ
โซนาตายังไม่สรุปอะไรมากไปกว่านั้น เขาตัดสินใจกลับไปที่เกาะไร้ชื่อเพื่อพูดคุยกับสมาชิกทั้งหมดโดยพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง
ในห้องประชุมใหญ่ที่มีสมาชิกทุกคนทั้งผู้บริหารและทหารทั้งหมด โซนาตาอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่เขาค้นพบ เรื่องของโอเปรา และเรื่องสถานการณ์ของยุคนี้ที่บางคนก็ยังไม่รู้
ทุกคนฟังรายละเอียดโดยไม่ได้ซักถามอะไรแทรก
“นั่นคือเรื่องทั้งหมด…” โซนาตาแสยะยิ้ม “แล้วก็มาถึงทางเลือก พวกเรามีสองทาง ระหว่าง หนึ่ง จัดการกับโอเปรา ให้ความช่วยเหลือคนในยุคนี้จัดการกับเทพปีศาจตามแผนเดิม และสองปล่อยทุกอย่างไป พวกเราจะฉกฉวยเฉพาะสิ่งที่เป็นประโยชน์โดยไม่จำเป็นต้องสนใจว่ายุคนี้จะเป็นเช่นไรเพราะไม่ว่ายังไงมันก็ไม่ได้กระทบต่อประวัติศาสตร์ดั้งเดิมของดาวดวงนี้”
เมื่อเปิดโอกาสให้ถกกัน เสียงของเหล่าสมาชิกก็ดังแข่งกัน พวกเขาจับกลุ่มพูดคุยทั้งเรื่องของทางเลือกสองทางที่โซนาตายกขึ้นมาและเรื่องยิบย่อยที่เกี่ยวข้อง
“ว่าแต่ท่านโซนาตาจะมาปรึกษาพวกเราทำไมเนี่ย ปกติถ้าไม่ใช้วิธีเผด็จการก็จะฟังแค่พวกผู้บริหารนี่นา” คริสจากอีลิธไฟว์กระซิบกระซาบกับเพื่อนร่วมกลุ่ม
“ปากดีแบบนี้ ถ้าโดนเตะลงจากยานก็อย่ามาขอให้ช่วยนะ” เมลิสซาจากกลุ่มเดียวกันแขวะเพื่อนที่กำลังคึกคะนอง
“พวกเราควรจะช่วยเขา” ซีวีเสียงดังขึ้นมา เธอกำลังถกกับจีดัสเรื่องที่ควรจะช่วยหรือไม่ควร
จีดัสมองตามเหตุผลแล้วคิดว่ามันเป็นความเสี่ยงที่จะสู้กับโอเปรา นอกจากนั้นมนุษย์ในยุคนี้ก็อาจจะเหลือไม่พอสำหรับเตรียมผนึกเทพปีศาจ หากแค่ต้องการศึกษาการสู้กับเทพปีศาจ พวกเขาควรจะกลับมายุคนี้อีกครั้งในไทม์ไลน์ที่ไม่มีโอเปรา
“ถ้าพวกเราจากไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับคนในโลกนี้ครับ” เซกันถามแบบไม่เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร
“แน่นอน” โซนาตาตอบ “มันยากที่จะจัดการกับโอเปราได้ และถึงพวกเขาจะทำได้สำเร็จก็คงไม่เหลือกำลังพอจะจัดการกับเทพปีศาจ”
“เมื่อไม่มีพวกเราแล้ว เทพปีศาจก็จะกลายเป็นปัญหาของโอเปราเช่นกัน สุดท้ายเธอและกองทัพของเธออาจจะต้องเป็นคนหยุดเทพปีศาจก็ได้” จีดัสชี้ให้เห็นอีกประเด็นหนึ่ง
“มีความเป็นไปได้ที่โอเปราจะลุกขึ้นมาจัดการเทพปีศาจในนาทีสุดท้าย แต่มนุษย์ที่เหลืออยู่ก็อาจจะไม่รอดถึงตอนนั้น บางทีเธออาจจะเปลี่ยนที่เหลือทั้งหมดเป็นชาโดว์ไปแล้ว” เจเนวีฟพูดถึงอีกหนึ่งกรณีเลวร้ายที่เป็นไปได้
การถูกดึงชาโดว์จากร่าง อาจไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้สิ่งมีชีวิตตายลง แต่ทุกคนที่เคยเห็นเบตาดึงชาโดว์จากพวกสัตว์ป่าจำเหตุการณ์นั้นได้ดี เงาที่ถูกดึงออกมาส่วนใหญ่มักจะหันไปเล่นงานร่างเดิมของมัน ถึงจะเป็นกระบวนการที่ทุกคนไม่เคยเห็นในมนุษย์ แต่พวกเขาก็เชื่อว่ามันไม่แตกต่าง หลักฐานก็คือจำนวนของมนุษย์ทั้งโลกที่ลดลงจนเหลือแค่หยิบมือ
“สำหรับพวกเราที่สามารถไปยุคอื่น โลกในตอนนี้มันอาจจะเป็นอีกแค่ความเป็นไปได้ แต่สำหรับคนที่อยู่ในโลกนี้… มันเป็นความจริงสำหรับพวกเขา” ซีวีคิดแล้ว น้ำตาก็คลอเบ้า
เวเนและโซลิเนที่อ่อนไหวทำท่าจะร้องไห้ไปด้วย บรรยากาศแบบเดียวกันถูกส่งต่อไปถึงทุกคนอย่างถ้วนหน้า แม้จะไม่ถึงกับหลั่งน้ำตาตามแต่ทุกคนก็รู้สึกสลดใจแทนชะตากรรมของทุกคนในยุคนี้
“ถ้าไร้หนทางก็ว่าไปอย่าง แต่เราจะหนีไปทั้งที่อาจจะช่วยได้อย่างนั้นเหรอคะ” โซลิเนถามทุกคน
“ฉันถึงได้อยากได้ข้อสรุปยังไงล่ะ เรื่องแบบคราวนี้พวกเราจะต้องเจออีกมากมายในอนาคต หลายครั้งหลายหนที่พวกเราต้องไปโผล่ในโลกที่มีปัญหา ฉันอยากรู้ว่าทุกคนคิดยังไงกับมัน” โซนาตายกยิ้มเจ้าเล่ห์
“แผนเดิมคือการทำให้กลุ่มเราเข้มแข็งขึ้น เรื่องนี้ก็ไม่ได้หลุดจากแผนการเดิม” อลินาตอบ “ฉันไม่มีปัญหา”
“ต้องการแบบไหนก็บอกมาเลย ใครไม่เอาด้วยฉันจะอัดมันเอง” เคสเทรลพูดเหมือนล้อเล่น แต่คงคิดทำจริงแน่
“การตอบสนองความคาดหวังของสาวงามคือหน้าที่ของกาเรนอยู่แล้ว”
“ดาบของข้าอุทิศให้กับกลุ่มไปแล้ว” ดีวานสื่อว่าไม่ว่าจะเป็นคำสั่งโดยตรงจากหัวหน้า หรือข้อสรุปจากการฟังเสียงคนส่วนใหญ่ ไม่ว่าแบบไหนเขาก็ไม่มีปัญหา
“ข้าอยากช่วย ปล่อยไปแบบนี้น่าสงสารออก” เวเนยกไม้ยกมือ
“ขอโทษนะเวเน ข้าไม่เห็นด้วยกับการต่อสู้ที่มีความเสี่ยงสูง… ยังไงซะโอเปราคนนี้ก็คือโซนาตาจากจักรวาลอื่น เธอเป็นตัวอันตราย” นาน ๆ ครั้งจะเห็นว่าเจเนวีฟคิดไม่เหมือนกับเวเน แต่ที่แน่นอนคือเธอพร้อมรับฟังเสียงส่วนใหญ่หรือถ้าโซนาตาเป็นคนตัดสินใจแล้วเธอก็ยินดีจะทำตาม
ต่างคนต่างความเห็น พวกที่ยังกังวลอยู่เชื่อว่าโอเปรายังมีไพ่ในมือที่เธอยังไม่ได้ใช้ ส่วนที่เหลือ ถ้าไม่เชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของกลุ่มก็เป็นแบบเดียวกับซีวีที่ยึดความเห็นใจเป็นหลัก
โซนาตารับฟังทุกความเห็นโดยไม่ได้แทรกอะไรเพิ่ม เขาอยากให้ครั้งนี้เป็นการตัดสินใจร่วมกันของทุกคนอย่างแท้จริง หลังจากถกกันอยู่สักพักใหญ่เขาก็ให้ทุกคนได้ยกมือออกเสียง
“ใครเห็นด้วยว่าเราควรจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือยุคนี้บ้าง”
เกินกว่าสองในสามของสมาชิกยกมือขึ้น ส่วนที่เหลือที่ไม่ได้ยกเกือบทั้งหมดไม่ใช่ไม่เห็นด้วย เพียงแต่พวกเขาของดออกเสียงเนื่องจากยังตัดสินใจไม่ได้
“งั้นตกลงตามนี้ ต่อไปนี้ไม่ว่าพวกเราจะไปโผล่ที่ยุคไหน ถ้าเห็นว่าสามารถยื่นมือเข้าช่วยใครได้ พวกเราก็จะทำ”
“เอ๊ะ” กาเรนคิ้วกระตุก เขารู้สึกว่าข้อสรุปของโซนาตามันผิดจากเรื่องที่ออกเสียงกันไปนิดหน่อย นี่เขากำลังหาความชอบธรรมจากการเข้าไปแก้ไขประวัติศาสตร์หรือเปล่านะ
ไม่ใช่แค่กาเรนที่คิดแบบนั้น หลายคนก็รู้ว่าโซนาตาเจตนามั่วประเด็น แต่ก็ไม่มีใครปริปากบ่นอะไร ตั้งแต่แรกที่พวกเขาติดตามโซนาตามามันก็เพราะพวกเขาเชื่อใจผู้ชายคนนี้
ดีวานแปลกใจที่ตัวเขายอมรับเรื่องแบบนี้ได้ง่าย ๆ ถ้าเป็นตัวเขาในสมัยก่อนที่เคยเคร่งครัดต่อกฎ การเข้าไปแทรกแซงเวลาแบบนี้เขาคงมองว่าเป็นเรื่องฝืนธรรมชาติและเป็นการกระทำที่คนมีสติดี ๆ จะไม่ทำกัน แต่ตอนนี้เขากลับไม่คิดแบบนั้น ถึงจะบอกว่าทำเพื่อหาประโยชน์เข้ากลุ่ม แต่ผลลัพธ์ที่โซนาตาทำไม่เคยเปลี่ยนไป เขากำลังช่วยใครสักคนจากความทุกข์ทรมาน
มีเพียงคนเดียวที่ยังนิ่งเงียบไม่แสดงความเห็นใด ๆ เขาคือโรมิเอลนั่นเอง เจ้าตัวต่อสู้กับความคิดมากมายในหัว เรื่องที่อยากกลับไปยุคเดิม เรื่องที่ยังคิดจะเอาชนะโซนาตา และเรื่องที่เขายอมรับว่าสิ่งที่กลุ่มอะบีสทำนั้นเป็นเรื่องที่อ่อนโยนกว่าที่เขาเคยคิด
กลุ่มอะบีสตัดสินใจเสี่ยงสู้ในศึกที่ตนเองอาจจะไม่ได้ผลประโยชน์ เหตุผลที่ทำไปก็เพียงแค่เพราะอยากช่วยคนในยุคนี้ โรมิเอลหวนนึกถึงหมู่บ้านกรีนเกรฟของตนที่ถูกพวกโคลดาเรียกวาดล้างอย่างเลือดเย็น เขาสงสัยว่าถ้ากลุ่มอะบีสไปอยู่ที่นั่น เวลานั้น มันจะมีอนาคตอีกแบบที่เขาไม่ต้องมาเป็นแบบนี้หรือเปล่านะ
บางทีเขาอาจจะได้ขึ้นยานลำนี้ด้วยความรู้สึกอีกแบบไปเลยก็ได้…