Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 216: ไกรา

ไกรา
เมื่อการต่อสู้จบลง ซิกมาหันไปช่วยบรรดาผู้เสียหายแทน นักบวชและพาลาดินถูกเรียกตัวมาทันที
หลายชั่วโมงต่อมา เรย์ฟื้นขึ้นเพราะกลิ่นฉุนของยาที่โชยมากระทบโสตประสาท เขาพยายามสำรวจโดยรอบและพบว่านอกจาก เตียงสีขาว โต๊ะเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ข้างหน้าต่าง เตียงที่อยู่ข้าง ๆ ยังมีร่างของลาโตรนอนแมบอยู่ด้วย พอเขากำลังจะลุกขึ้นนั่งก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ลาโตรตื่นขึ้นมาพอดี
ก่อนเกิดเรื่องเรย์และลาโตรเคยตกลงกันไว้ว่าพวกเขาจะสลับตัวกัน เรย์ยังไม่ตัดใจจากการเป็นพ่อครัว ส่วนลาโตรสนใจอยากเรียนวิชากับคนระดับจอมดาบ ถ้าพวกเขาสลับตัวกันทุกอย่างมันก็จะลงตัว
แต่แผนของทั้งคู่พังไม่เป็นท่า ซิกมาที่เพิ่งโผล่เข้ามา เขากล่าวทักทายเรย์ด้วยชื่อที่ถูกต้อง เรย์เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนลงแข่งกินอาหารเขาเผลอแนะนำตัวกับซิกมาไป
“ตอนอยู่ในงานแข่งขัน เจ้าบอกข้าเองว่าชื่อ เรย์ ลีออน จำไม่ได้เรอะ” เมื่อรวมเข้ากับจดหมายที่ลาโตรเป็นคนพกติดตัวเอาไว้ สรุปว่าความแตกเรื่องตัวตนของพวกเขา ตั้งแต่แผนที่ตกลงกันไว้ยังไม่เริ่ม
“ว่าแต่ ของรางวัล…” เรย์เปลี่ยนเรื่อง
“ยังสับสนอยู่สินะ เจ้าเวิร์นฉกไปแล้ว”
จากนั้นซิกมาก็บอกว่าเขาได้ทำการตรวจสอบแล้ว ถุงมือเกราะที่ถูกใช้เป็นของรางวัล ความจริงคือหนึ่งในอุปกรณ์ในตำนานของซิลเวอร์ที่ส่งต่อกันมาโดยไม่รู้คุณค่าที่แท้จริง เรย์หรือเวิร์นซึ่งเป็นทายาทของซิลเวอร์ควรจะเป็นเจ้าของของสิ่งนั้น
เหตุผลที่เวิร์นอยากได้มันคืนจึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่การใช้กำลังเพื่อปล้นชิง เป็นสิ่งที่เรย์ไม่อาจให้อภัยได้
“น่าเสียดาย ถ้าได้ถุงมือนั่นมา น่าจะทำของอร่อย ๆ ออกมาได้มากมายแท้ ๆ” จินตนาการของเรย์ทำให้หลาย ๆ คนอึ้ง
“เอาเถอะ เวลาไม่มีแล้ว ข้าจะฝึกพวกเจ้าสองคนเอง”
ซิกมาให้เวลาพักฟื้นกับเรย์และลาโตรอีกแค่สักพัก เรย์ใช้เวลากับการปรับอารมณ์เป็นครั้งสุดท้าย ทำใจยอมรับหนทางของการถูกฝึกให้เป็นวีรบุรุษในยุคที่เทพปีศาจอาจตื่นขึ้นได้ทุกเมื่อ แท้ที่จริงเขาอาจจะหนีไปเลยก็ได้ แต่ขืนทำแบบนั้นก็คงถูกกษัตริย์มัลการ์หมายหัวและหมดสิทธิ์กลับโซดาเรียประเทศบ้านเกิดไปตลอดชีวิต
จุดมุ่งหมายในเส้นทางที่หนึ่งอาจารย์กับสองลูกศิษย์จะมุ่งไปคือประเทศลีโอตาร์ ประเทศนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่โซนาตาเองก็อยากแวะไปสักครั้งเช่นกัน ลีโอตาร์แม้จะเป็นประเทศเกาะขนาดเล็กแต่ก็เป็นประเทศสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของซีน มันเป็นเมืองท่าสำคัญและยังเป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรมที่หลากหลาย
เป้าหมายในการเดินทางไปที่ลีโอตาร์มีสองประการ หนึ่งคือซิกมาอยากให้เรย์และลาโตรรู้จักกับที่นี่เอาไว้ก่อน สิ่งขึ้นชื่ออีกประการของอาณาจักรนี้คือ “กิลด์เฮาส์” เครือข่ายของกิลด์ที่คอยรับแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่ไม่ใช่แค่ในประเทศ แต่ยังมีงานจากทั่วโลกมารวมกัน
ส่วนเป้าหมายที่สองคือการเปลี่ยนเรือพาหนะที่ใช้เดินทาง ด้วยกระแสน้ำทะเล ด้วยตำแหน่งที่ตั้งของลีโอตาร์ ที่นี่เป็นจุดเหมาะสมที่สุดสำหรับการแวะพักและมองหาเรือใหม่
เกาะที่ซิกมาจะพาพวกเรย์ไปต่อเป็นสถานที่ที่หาเรือไม่ได้ง่าย ๆ ไม่ค่อยมีคนแวะไปเยือน มันเป็นเกาะร้างเต็มไปด้วยเดวัลอันตราย บางคนถึงกับขนานนามเกาะนี้ว่าคือเนเธอร์เวิลด์ที่ยังอยู่ในเขตของโลกมนุษย์
นีมอสเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหู แต่พวกโซนาตารู้จักที่นี่เป็นอย่างดีเพราะมันผ่านการสำรวจมาแล้วจนแทบทุกตารางนิ้วด้วยฝีมือของพวกเขาตอนที่มาถึงที่นี่ พื้นที่การปะทะระหว่างกลุ่มอะบีสและเบตาเมื่อไม่นานมานี้ และมันคือสถานที่ที่พวกเขาซ่อนมิเนอร์วาเอาไว้ด้วย
เรือที่พวกเรย์โดยสารแล่นเข้าจอดใกล้ชายหาดทรายสีขาวที่มองผิวเผินดูสวยงามดี แต่ถัดไปจากชายหาดเพียงนิดเดียวคือป่าครื้ม แผ่นดินในเกาะถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้โบราณที่แข่งกันรับแสงอาทิตย์จนสูงท่วมหัว เถาวัลย์หนามน้อยใหญ่เกี่ยวกันกับต้นไม้ ระโยงระยางไปทั่ว
ป่าที่ชื้นจัดจนไอหมอกหนาทึบ พุ่มไม้ที่เป็นเงาตะคุ่ม ๆ ทำให้เมื่อมองลึกเข้าไปก็จะเห็นแต่ความมืด เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังห่างออกไป ในขณะที่เสียงของสัตว์ป่าคำรามก็ลอยมาจากที่ไกล ๆ เรื่องเล่านำพวกโซนาตาให้สามารถจินตนาการถึงเกาะขึ้นมาได้อย่างชัดเจนเพราะพวกเขาเห็นเกาะนั้นกับตามาแล้วด้วย
ราวกับอีกโลกที่ไม่เคยรู้จัก เกาะนี้มีสภาพแวดล้อมโหดร้ายราวกับนรกบนดิน อุณหภูมิบางครั้งเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน พืชพรรณส่วนใหญ่ถ้าไม่มีพิษก็เป็นพืชเดวัลที่โจมตีมนุษย์หรือสัตว์เพื่อจับกินเป็นอาหาร เดวัลแทบทุกชนิดวิวัฒนาการเพื่ออยู่รอดในสภาพเลวร้าย กลายเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่อันตรายกว่าเดิม
กลางเกาะที่เป็นจุดเดียวที่เหมาะจะตั้งแคมป์ แค่การเดินทางไปยังที่นั่นจากชายป่า สองหนุ่มเฉียดตายกันไปคนละมากกว่าหนึ่งครั้ง
ซิกมาเข้มงวดอย่างที่เรย์ระแวงเอาไว้ ช่วงแรกของการฝึกฝนอยู่บนเกาะ เขาอัดความรู้เรื่องพื้นฐานอย่างการใช้ดาบและพื้นฐานการเอาตัวรอดให้ราวหนึ่งสัปดาห์ ที่เหลือเขาให้เรย์และลาโตรฝึกฝนด้วยการเอาตัวรอดในป่า
“จะบอกอะไรให้นะ” ซิกมายิ้มเย็น หัวเราะหึ ๆ “ไอ้พวกตัวที่พวกเจ้าสู้ ๆ ไปนั่นน่ะ มันพวกอยู่ระดับล่าง ๆ ของห่วงโซ่อาหารที่นี่ รู้ไว้ด้วย”
เวลาสองสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว นอกจากวิชาดาบที่หมั่นทบทวนฝึกอย่างหนัก เรย์กับลาโตรยังฝึกต่อสู้จริงกับเดวัลไม่เว้นแต่ละวัน เรย์ใช้เวลานี้ในการศึกษาเกี่ยวกับพืชพิษในเกาะนี้ด้วย
จอมดาบชราเฝ้ามองทั้งคู่ เขารู้ว่าหากตนออกห่างจากเกาะนี้เมื่อใด เดวัลที่เกรงกลัวเขาจะโจมตีพวกเรย์ในทันที ซึ่งถ้าเพียงลำพังเดวัล ซิกมาคงไม่กังวลนัก
แต่ความกังวลรบกวนจิตใจของซิกมาอย่างหนักได้ เพราะโอเปราอยู่ที่นั่นด้วย
ถึงอีกฝ่ายจะซ่อนตัวเก่งแค่ไหน แต่แรงกดดันจากความมืดของเธอปิดบังไม่มิดจากสัมผัสของเขา ซิกมามั่นใจว่าเธอกำลังซุ่มอยู่ที่ใดที่หนึ่งในเกาะนี้
แต่เมื่อครบกำหนดที่ตั้งใจไว้ ซิกมาทำตามที่เคยบอกพวกเรย์ เขาทิ้งสองหนุ่มไว้ใจกลางเกาะ ส่วนตนเองก็แสร้งทำเป็นว่ากลับไปและจะมารับพวกเรย์อีกครั้งในภายหลัง
“เอาล่ะนี่ก็สองสัปดาห์แล้ว ถึงเวลาที่ข้าจะต้องไปสักที ไม่ต้องห่วงนะเมื่อครบอีกสองเดือนครึ่งข้าจะกลับมารับพวกเจ้า อย่ารีบตายซะก่อนล่ะ ฮ่า ๆ ๆ” ซิกมาแสร้งทำเป็นหัวเราะร่า
“อย่ามาแช่งกันสิลุง” เรย์ตอบกลับโดยซื่อ เขาไม่รู้ว่าโอเปราอยู่ไม่ห่างไป และไม่รู้ว่าซิกมาไม่ได้คิดจะออกจากเกาะไปจริง ๆ
“ลุงเองดื่มให้มันน้อย ๆ หน่อย เดี๋ยวจะตายก่อนได้มารับพวกเรา ข้าไม่อยากติดเกาะร้างนา” ลาโตรแหย่เล่น
“เออ ข้าไม่รีบตายหรอก พวกเจ้าก็รีบ ๆ เก่งขึ้นก็แล้วกัน แล้วเจอกัน”
อยู่ต่อจากนั้นอีกไม่นาน อาหารแห้งที่เตรียมไว้ร่อยหรอลงทุกวัน เรย์จึงจริงจังมากขึ้นกับการศึกษาพืชทั้งหลายบนเกาะ จากเดิมที่สู้กับเดวัลเพียงเพราะป้องกันตัว เรย์และลาโตรเริ่มหันมาลองล่าพวกมันดู เรย์พบว่าเนื้อของเดวัลนั้นนำมาประกอบอาหารได้ยากกว่าเนื้อสัตว์ทั่วไป แต่มันก็ไม่เกินความพยายามของเรย์
เมนูเด็ดถูกคิดค้นขึ้นมากมาย เรย์และลาโตรเริ่มค้นพบความสนุกของการล่า และการแสวงหารสชาติใหม่ ๆ พวกเขาขยายพื้นที่สำรวจออกไปเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งก็ล่วงเข้าไปในป่าดำ
ป่าดำเป็นพื้นที่อันตราย มันคือบริเวณที่เป็นพิษสูงสุดในเกาะ เชื้อราสีดำปกคลุมทุกอย่างในป่าแห่งนั้น ต้นหญ้า พื้นดิน ต้นไม้ รวมถึงสัตว์ที่กินมันเข้าไปด้วย
การสำรวจป่าดำทำให้เจ้าถิ่นรู้สึกถูกรุกล้ำ มังกรจากป่าดำเล่นงานเรย์และลาโตรจนกระเจิดกระเจิง
ตอนนั้นเอง พวกเขาก็ได้พบกับพรรคพวกใหม่ที่ไม่คิดจะว่าได้เจอในเกาะร้างแบบนี้
ไกรา เด็กประหลาดที่ไม่รู้ว่ามาอยู่ในเกาะพรรค์นี้คนเดียวได้ยังไง เด็กผมแดงหัวกระเซิง เสื้อผ้ามีแค่กางเกงที่ทำจากหนังสัตว์ตัวเดียว
“ไกรา…” เวเนทำคิ้วย่นเมื่อนึกถึง ไม่แปลกที่เรย์และลาโตรจะสงสัยเรื่องไกรา ขนาดผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ชีวิตอยู่ในป่าอย่างเธอยังแปลกใจ เด็กผู้ชายจะเติบโตตามลำพังในป่าได้จริงหรือ
แม้จะยังเต็มไปด้วยปริศนาให้ขบคิด แต่เรย์ก็ไม่สามารถปล่อยไกราไว้ตามลำพัง เขาตัดสินใจชวนไกรามาอยู่ด้วยกัน ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบรับแทบจะในทันที
ไกราไม่เคยมีเพื่อนนอกจากพวกเดวัลในเกาะ เขาจึงดีใจมากที่ถูกเรย์ชวน ยิ่งเมื่อได้ลองลิ้มรสอาหารฝีมือเรย์สักครั้งแล้ว เขาก็ติดเรย์แจในทันที
ด้านพัฒนาการของทั้งสามก็เป็นไปด้วยดีเกินคาด เรย์เดิมทีเป็นสายสมดุล หน่วยก้านของเขาเหมาะกับการเป็นนักรบตั้งแต่ดั้งเดิม พอได้รับการชี้แนะจากซิกมา บวกกับการปลุกเร้าสัญชาตญาณในการเอาตัวรอด เขาก็เก่งขึ้นผิดหูผิดตา
ล่าสุดลาโตรถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเขาพบว่าเรย์สามารถควบคุมลมหายใจสายฟ้า หรือการปล่อยสายฟ้าออกมาจากปากเพื่อใช้โจมตี ความสามารถนี้คือหลักฐานที่บอกว่าเรย์คืออัศวินมังกรตัวจริง
ด้านไกรามีจุดเด่นตรงสัญชาตญาณสัตว์ป่า ไม่เพียงแค่การเคลื่อนไหวไม่เหมือนมนุษย์ เขายังสามารถพูดคุยกับสัตว์ แถมยังใช้เวทมนตร์ของเดวัลได้ด้วย
มีลาโตรเท่านั้นที่พัฒนาไปแบบช้า ๆ และเพราะแบบนั้นมันจึงทำให้เขายิ่งพยายามมากขึ้นอีก