Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 217: บทสรุปการต่อสู้ในเกาะนีมอส

ลาโตร ชายผู้ตั้งเป้าจะเป็นจอมดาบ
วันคืนที่ทั้งสามใช้ด้วยกันผ่านไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาเอาตัวรอดเก่งขึ้น สนิทสนมรู้ใจกันมากขึ้น ในที่สุดแม้พวกเขาไม่รู้ตัว พวกเขาก็ได้กลายเป็นกลุ่มที่ห่างไกลจากคำว่ามือสมัครเล่นไปไกลแล้ว
ระหว่างที่การเอาตัวรอดในป่าและการฝึกฝนดำเนินไป ทุกอย่างอยู่ในสายตาของสองคนและหนึ่งตัว
หนึ่งแรกคือซิกมา คนที่สองคือโอเปรา และรายสุดท้ายคือศัตรูที่พวกเขาเพิ่งสร้างขึ้นไม่นานนี้ เจ้ามังกรป่า
โอเปราลงมือก่อน เธอคิดว่าเจ้ามังกรใช้ประโยชน์ได้ โดยที่ไม่มีใครระแคะระคาย การต่อสู้ระหว่างเธอกับมังกรเริ่มขึ้นและจบลงอย่างเงียบงัน
ในประวัติศาสตร์ก่อนถูกแทรกแซง การฝึกของเรย์ควรจะจบลงที่การโจมตีของมังกรป่า แต่การมีตัวตนของโอเปราทำให้สิ่งที่ควรจะเกิดไม่เกิดขึ้น มังกรป่าถูกชิงชาโดว์ไปและถูกสังหารทิ้ง
“มาอีกแล้ว มีธุระอะไรกับพวกเรากันแน่”
“นั่นสิ ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเห็นอะไรในตัวพวกเธอ ทั้งที่อ่อนแอขนาดนี้”
เรย์สนใจสิ่งที่อยู่ในมือของโอเปรา เธอเดาะลูกแก้วสีดำสนิทที่อยู่ในมือเล่น ขนาดของมันไม่ต่างจากขนาดของลูกแก้วอัคคีที่เคยผ่านมือเรย์มาก่อน แต่เรย์แน่ใจว่ามันไม่ใช่ของแบบเดียวกันเพราะสิ่งที่เขารู้สึกจากลูกแก้วนี้มันมีแต่ความมืดที่น่าขยะแขยง
“ดาร์คเนสคอร์” โอเปรารู้ว่าพวกเรย์กำลังสงสัย “ส่วนจะเอาไว้ทำอะไร เดี๋ยวพวกเธอก็จะเข้าใจ”
โอเปราไม่ได้มาเพียงลำพัง ด้านหลังของเธอมีชาโดว์ของมังการป่าและชาโดว์ของเดวัลอีกฝูงใหญ่ติดตามมาด้วย ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคือชาโดว์ของเดวัลในเกาะนี้
“ข้าไม่เห็นเข้าใจเลย ทำแบบนี้ไปแล้วจะได้อะไร” เรย์ว่าพลางถอยพลาง เขาส่งสัญญาณบอกลาโตรและไกราให้คอยระวังชาโดว์อีกมากที่ซุ่มอยู่ในป่า
“ฉันจะเปลี่ยนโลกนี้ให้กลายเป็นโลกของชาโดว์ ก่อนที่เจ้าพวกนั้นจะมาถึง ฉันต้องมีกองทัพที่จะไม่มีทางแพ้ใคร”
“ยายนี่ท่าจะเพี้ยนไปแล้ว คุยไม่รู้เรื่องหรอก” ลาโตรเตือนเรย์ไม่ให้มัวแต่คุย อีกฝ่ายเองก็ไม่ได้สนใจเจรจานัก เธอแผ่จิตสังหารมาอย่างไม่ปิดบัง
“ไกราไม่ชอบผู้หญิงคนนี้ เธอน่ากลัว” ไกราแยกเขี้ยวขู่ เขาตัวสั่นยิ่งกว่าตอนที่สู้กับมังกรป่าเสียอีก
จังหวะเดียวกับที่ฝูงชาโดว์กระโจนออกมาจากเงาป่า พวกเรย์ก็เปิดฉากจู่โจมเช่นกัน สามเดือนที่ติดอยู่ในเกาะร้างที่เต็มไปด้วยเดวัลระดับสูงมันทำให้พวกเขาเก่งขึ้นแบบก้าวกระโดด
เรย์ในตอนนี้แตกต่างจากหลายเดือนก่อนจนนำมาเปรียบกันไม่ได้ เพลงดาบของเขาทั้งเฉียบคมและเต็มเปี่ยมด้วยพละกำลัง
เหนืออื่นใดเขามีอาวุธที่น่ากลัวยิ่งกว่า
“ลมหายใจแห่งสายฟ้า เบรธออฟธันเดอร์!”
โอเปราเคยเห็นสิ่งนี้มาแล้ว แต่เมื่อเผชิญหน้ากับมันในระยะประชิดแม้แต่เธอก็ยังต้องถอยกรูด เรย์พ่นลมหายใจสายฟ้าออกจากปากอย่างต่อเนื่อง มันเผาทำลายชาโดว์สามตัวที่อยู่ข้างหน้าและทะลุไปจนเกือบถึงบริเวณที่โอเปรายืนอยู่จนถึงเมื่อครู่
ลาโตรเองก็ก้าวหน้าขึ้น กระบวนท่าของเขาได้รับการชี้แนะจากซิกมามาแล้ว เขาทุ่มสุดตัวเพื่อล้มชาโดว์หลายตัวที่กระโจนมาจากอีกด้านของป่า ชาโดว์เหล่านั้นรับรู้ถึงการเตรียมใจของลาโตร ความมั่นใจเปี่ยมล้นที่สวนทางกับฝีมือจริงทำให้พวกมันชะงักไป จังหวะนั้นเองที่ไกราเป็นฝ่ายจู่โจมแทน
“ทีลัม” ไกราร่ายเวทเพิ่มพละกำลังให้กับเพื่อน ตั้งแต่เริ่มการต่อสู้เขาก็ร่ายเวทมาแล้วหลายบท แต่ละเวทล้วนแต่ช่วยให้ทุกคนร้ายกาจขึ้น
ไม่เพียงแค่เวทมนตร์สนับสนุน แม้จะตัวเล็กกว่าใครเพื่อนแต่ก็รวดเร็วและยังมีเรี่ยวแรงมากเหมือนกับสัตว์ป่า ไกราจัดการชาโดว์ไปหลายตัวโดยใช้แค่ฟัน มือเปล่าและเวทมนตร์โจมตี
“ฝีมือยังไม่เข้าขั้นแท้ ๆ แต่ทำได้ขนาดนี้เชียว” การประสานของทั้งสามนั้นสมบูรณ์ จนศัตรูอย่างโอเปรายังรู้สึกประทับใจ
วันคืนที่ใช้ร่วมกันในป่ากำลังออกดอกออกผล ไกราสนับสนุนทั้งด้านเวทมนตร์และความเร็วที่เป็นเลิศ ลาโตรใช้ความอึดที่โดดเด่นกว่าเพื่อนต้านทุกการโจมตีที่หลบไม่ได้ ส่วนเรย์ก็มีทั้งพลังทำลายจากดาบและลมหายใจสายฟ้า ทั้งหมดคืออาวุธที่ทำให้ศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าอย่างโอเปราถูกกดดัน
“เอาดาบมังกรไปชิม” ลาโตรที่ได้จังหวะเข้าใกล้โอเปราเงื้อดาบขึ้นฟัน แต่ช้าไป โอเปรามองเห็นทุกอย่าง เธอหลบไปอย่างสบาย
“ดาบมังกรปลอมต่างหาก” ไกราแก้ให้ เขาได้รู้มาจากเรย์ว่าลาโตรได้ดาบที่ทำเลียนแบบจากดาบมังกรมา
“แล้วจะไปบอกศัตรูทำไมเล่าว่าของเลียนแบบ” ลาโตรพยายามจะเตะก้นเพื่อนรุ่นน้อง แต่ไม่มีทางทัน
ซิกมาลอบดูเหตุการณ์ทุกอย่างจากระยะที่ห่างออกมา เขารู้ว่าพวกเรย์ยังห่างชั้นกับศัตรูรายนี้และจำเป็นที่เขาจะต้องเข้าไปช่วย แต่ที่ยังรอคอยอยู่ก็เพราะคาดหวังว่าศัตรูผู้ลึกลับอาจจะเผยความลับออกมามากกว่านี้
ถ้าเห็นท่าทางไม่ดี ซิกมาก็จะเข้าไปแทรกทันที
แต่ซิกมาลงมือช้าไปก้าวเดียว พริบตาที่ชาโดว์ของมังกรป่าดึงความสนใจของทั้งสามไป โอเปราเข้าถึงตัวไกราได้สำเร็จ ไม่เพียงแค่ดึงชาโดว์ออกมาจากตัวเด็กหนุ่มก่อนที่ซิกมาจะกระโจนมาช่วย ดาร์คเนสคอร์ในมืออีกข้างก็ถูกฝังลงไปในชาโดว์ตัวนั้น
“ไพร์มตัวที่สอง… งั้นก็ให้ชื่อเบตาก็แล้วกัน”
โอเปราทำทุกอย่างไปโดยสัญชาตญาณ ถ้ามองตามเหตุผลเธอควรจะใช้ดาร์คเนสคอร์กับชาโดว์มังกรป่าที่น่าจะแข็งแกร่งกว่า แต่เธอมั่นใจว่านี่คือการตัดสินใจที่ถูกต้อง เธอเดิมพันกับการเติบโตของไกราและชาโดว์ที่เกิดขึ้นจากเขา
ร่างสีดำระเบิดออก ซิกมา เรย์ ไกรา และลาโตรต่างก็ปลิวกระเด็นไปเพราะแรงระเบิดนั้น ชาโดว์ของไกราที่ตอนแรกคล้ายกับตัวเขาเองกำลังกลายสภาพไป มันขยายขนาดขึ้นเป็นสิบเป็นร้อยเท่าในชั่วเวลาไม่กี่อึดใจ จากนั้นรูปร่างที่ไม่สามารถระบุได้ก็ก่อรูปขึ้นใหม่ กรามขนาดใหญ่ยักษ์ ใบหน้ายืดยาวขึ้น ขาทั้งสี่และหางงอกออกมา จบด้วยเส้นขนสีดำและแผงคอสีเดียวกัน
มันคือการกำเนิดเบตาไพร์มชาโดว์รูปร่างสิงโตที่กลุ่มอะบีสเพิ่งปราบไปก่อนหน้านี้
เบตามีพลังคล้ายกับโอเปรา พลังของมันส่งผลวงกว้างกว่าแต่เกิดเฉพาะกับสัตว์ป่าและเดวัลเท่านั้น ด้วยพลังของมันจำนวนชาโดว์ที่ลงลดจนเกือบเป็นศูนย์ก็เพิ่มกลับมามากยิ่งกว่าตอนแรกเสียอีก
สิ่งที่แตกต่างออกไปคือตอนนี้พวกเรย์มีซิกมามาช่วย
“มาช้าจริงนะลุง” ลาโตรยิ้มออกในทันทีที่เห็นชายแก่ปรากฏตัวขึ้น
ซิกมามีการเคลื่อนไหวที่ไม่เหมือนกับทหารวัยปลดเกษียณ ดาบคู่ของเขาเคลื่อนไหวได้อิสระจากการที่เขาถนัดทั้งซ้ายและขวาเท่ากัน เพียงการเหวี่ยงดาบและเคลื่อนตัวไปรอบ ๆ ชาโดว์มากกว่าสิบตัวก็ถูกจัดการไป
โอเปราเดาะลิ้นอย่างเสียอารมณ์ ใจคิดว่าน่าจะเก็บชาโดว์ที่แข็งแกร่งได้ถึงสามตัวแต่ความหวังริบหรี่ลงทันทีที่ถูกเข้ามาแทรก เธอคิดว่าเธอสามารถปราบซิกมาหรือกลุ่มเรย์ทั้งกลุ่มได้ แต่ต้องไม่ใช่ขณะที่พวกเขาอยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้า
“ไม่หรอก ฉันคือโอเปรา ไม่มีทางมาแพ้ให้กับพวกกระจอกในที่แบบนี้แน่นอน”
“โอเปรา” ไกราพึมพำชื่อของเธอ
ไม่มีใครยอมให้แก่กัน โอเปรา เบตาและฝูงชาโดว์รุมเข้าใส่พวกเรย์ราวกับโกรธแค้นกันมาก่อน พวกเรย์ทำได้แค่เชื่อใจในตัวเพื่อน ต่างคนต่างสู้โดยระวังหลังให้กันและยิ่งมียอดฝีมือแบบซิกมามาช่วยอีกคน มันก็ไม่ง่ายเลยที่จะหยุดพวกเขา
การปะทะไม่ได้จบลงในวันเดียว มันยืดเยื้อออกไปจนข้ามวันข้ามคืน
ทั้งที่หากฝืนสู้ต่อไปโอเปราอาจสามารถจบการต่อสู้นี้ได้ แต่เธอก็ตัดสินใจพลาด
นิสัยที่ไม่ชอบเสี่ยงของโอเปราทำให้โอกาสคว้าชัยของเธอหลุดลอยไป เธอและเบตาจากไปจากนั้นจึงย้อนกลับมาอีกครั้งพร้อมกับชาโดว์กลุ่มใหญ่ที่มากกว่าครั้งแรก
แต่พวกเรย์เองก็ได้พักฟื้นกันอย่างเต็มที่พวกเขาพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์ในครั้งก่อน
พวกเขาสู้แบบมีระบบมากขึ้น ไกราใช้เวทลีโกค้นหาจุดอ่อนของศัตรู เรย์ใช้เวทมนตร์โจมตีของไกราประสานกับดาบกลายเป็นดาบเวท ลาโตรล่อให้เบตาหันมาโจมตีที่เขาเพียงคนเดียว ในขณะที่ซิกมาลงมือลดจำนวนชาโดว์ที่เหลือด้วยความเร็วอันเหลือเชื่อ
“เจ้าคิดว่าพวกเราล้มชาโดว์ไปกี่ตัวแล้วล่ะ” ลาโตรเย้ยโอเปรา ตัวเขาเองก็สู้กับเบตาจนจดจำการเคลื่อนไหวทั้งหมดของมันได้ ถึงไม่มีวิธีจัดการด้วยตัวเอง แต่อย่างน้อยก็ไม่มีทางถูกจัดการได้ง่าย ๆ เช่นกัน
“เจ้าควรจะจัดการพวกเราในตอนที่มีโอกาส” เรย์พูดพร้อมกับใช้ดาบที่ผสานธาตุลมพัดชาโดว์กลุ่มใหญ่กระเด็นกระดอนหายไป
โอเปราถอยหลังด้วยความตกใจ ทุกอย่างที่เรย์พูดนั้นถูกต้อง เพราะมัวแต่คิดว่าต้องชนะโดยไร้ความเสี่ยง สถานการณ์มันถึงได้พลิกกลับแบบนี้
“ไม่หรอก ยังไม่ได้แพ้สักหน่อย ก็แค่ทำเหมือนเดิม รวบรวมพรรคพวกให้ได้มากกว่านี้ เพิ่มจำนวนไพร์มขึ้นอีก แล้วค่อยฆ่าพวกมันให้หมด” โอเปราพึมพำด้วยเสียงที่ไม่ได้เบา
ซิกมาอยากไล่ตามไป ชายแก่สังหรณ์ว่าสักวันโอเปราจะกลายเป็นภัยร้ายต่อโลกนี้ในระดับเดียวกับเทพปีศาจ แต่เขาและพวกเรย์ไม่สามารถไปไหนได้ไกล โอเปราสั่งชาโดว์ทั้งหมดให้ทุ่มสุดแรงเพื่อถ่วงเวลาพวกเขาไว้ในขณะที่เธอและเบตาถอยไปตั้งหลัก
“แล้วเจอกันใหม่” โอเปราจากไปพร้อมกับรอยยิ้มน่าขนลุก