Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 222: อัศวินมังกรสองคน

อัศวินมังกร เวิร์น ลีออน
ที่หมู่บ้านเคไซทัสของแอนทิสตา เรย์และพวกได้พบกับเหตุการณ์ซ้ำรอยประวัติศาสตร์อีกครั้ง
ผลึกอสูรทั้งห้าชิ้นไม่ได้เป็นเพียงแค่สื่อกลางในการอัญเชิญเท่านั้น มันยังถูกใช้เป็นกุญแจสำหรับเทวสถานที่ตั้งอยู่ไม่ห่างออกไปจากหมู่บ้าน สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับเรย์มากกว่าที่เขาคาดคิดเอาไว้
ชาวบ้านของเคไซทัสคือลูกหลานของผู้รับใช้ซิลเวอร์ที่แยกตัวออกมาจากประเทศเชสนา พวกเขาอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องสมบัติชิ้นสุดท้ายของเทพเจ้าที่ตนนับถือ
“นานมาแล้ว เทพแห่งความกล้าหาญซิลเวอร์เคยมาที่นี่ และได้สร้างสถานที่แห่งนี้ไว้เพื่อเก็บของบางอย่าง” หัวหน้าหมู่บ้านอธิบาย
…ดาบแห่งซิลเวอร์…
นี่คือสมบัติที่แท้จริงของหมู่บ้าน ดาบที่สร้างจากโลหะผสมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก และเป็นดาบที่บรรพบุรุษของเรย์ เทพแห่งความกล้าหาญเคยใช้ในการต่อกรกับเทพเจ้าด้วยกัน เรย์ไม่คิดว่าตอนนี้มันจะมาอยู่ตรงหน้าของเขา
“ลองใช้มันดูสิ ถ้าท่านมีสายเลือดซิลเวอร์อยู่จริง ดาบต้องยอมรับแน่” หัวหน้าหมู่บ้านผายมือไปที่ดาบที่ถูกปักไว้กลางห้อง
เรย์สังหรณ์ใจชอบกลว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากดาบไม่ยอมรับตน แต่เขาไม่สามารถทนเสียงรบเร้าจากเพื่อนได้ ลาโตร ไกราและแอนทิสตาคะยั้นคะยอแบบออกนอกหน้า พวกเขาอยากเห็นยามที่เรย์ดึงดาบแห่งซิลเวอร์ขึ้นจากพื้นและกลายเป็นเจ้าของคนใหม่ของมัน
“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ!” เสียงที่เคยได้ยินมาก่อนดังขึ้นจากด้านหลัง ไม่ใช่พวกเรย์เท่านั้นที่เข้ามาในเทวสถานนี้ มีใครบางคนตามพวกเขาเข้ามาด้วย
ผมสีขาวมีประกายสีฟ้าอ่อน สายตาเลือดเย็นที่เหมือนสัตว์ร้ายมากกว่ามนุษย์ นอกจากเรย์กับลาโตรแล้วไม่เคยมีใครเคยเห็นชายผู้นี้มาก่อน แต่จากลักษณะภายนอก แอนทิสตาและไกราก็รู้ได้ในทันที เขาจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากอีกหนึ่งอัศวินมังกรในยุคนี้ เวิร์น ลีออน
“ไม่ต้องตื่นเต้นไป ข้าไม่ได้จะมาฆ่าใคร ถ้าพวกเจ้ายอมส่งดาบนั่นมาแต่โดยดี…”
“หุบปาก ไอ้คนขี้ขโมย ครั้งก่อนก็ทีนึงแล้ว นี่จะยังมาแย่งดาบนี้อีกรึ หัวขโมยนี่มันเปลี่ยนนิสัยกันไม่ได้ง่าย ๆ เลยสินะ” ลาโตรตะโกนใส่อย่างเดือดดาล
“ครั้งก่อน?” เวิร์นหยุดคิดครู่หนึ่งจึงเพิ่งนึกออก เขาเคยเจอเรย์มาก่อน
หลังจากนั้นมันก็เป็นความชุลมุน ลาโตรพุ่งออกไปก่อนใครแต่ดาบของเขาไปไม่ถึง น้ำแข็งที่แผ่จากร่างของเวิร์นเปลี่ยนทั้งร่างของลาโตรให้กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง
ไกราร่ายเวทเพิ่มพลังให้ตนเอง จากนั้นก็กระโจนเข้าใส่เวิร์น
ความเร็วของไกราอาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ แต่ประสบการณ์ของเวิร์นยังเป็นต่อ เขาเบี่ยงหลบได้อย่างไม่ยากเย็นจากนั้นก็อ้อมไปสับท้ายทอยของไกราจนสลบตามไป
หัวหน้าหมู่บ้านที่กำลังจะออกไปขอความช่วยเหลือก็ไม่รอดเช่นกัน เขาล้มตามไกราลงไปติด ๆ เวิร์นพร้อมจะเล่นงานใครก็ตามที่ทำให้งานของเขายุ่งยากขึ้น
“ทำไมต้องทำแบบนี้ คุณคือสายเลือดของเทพซิลเวอร์ คือฝ่ายมนุษย์ไม่ใช่เหรอคะ” แอนทิสตาถามทั้งน้ำตา
“ใช่… ในเมื่อรู้ว่าข้าคือวีรบุรุษที่จะปกป้องโลกนี้ พวกเจ้าก็ควรส่งของนั่นมาให้ข้าสิ จะดิ้นรนขัดขืนไปเพื่ออะไร”
“แต่… ท่านเรย์ที่อยู่ตรงนี้ เขาก็เป็นอัศวินมังกรเช่นกัน เขามีคุณสมบัติครบถ้วนและก็มาถึงที่นี่ก่อน...”
“พอเถอะแอนทิสตา คน ๆ นี้ไม่คิดที่จะเจรจากับใครตั้งแต่แรกแล้ว”
การเจรจาไม่คืบหน้า เรย์ไม่เหลือหนทางใดที่จะหยุดอีกฝ่ายได้นอกจากหวังพึ่งพลังของดาบแห่งซิลเวอร์ เขาตัดสินใจคว้าดาบเล่มนั้น แต่สิ่งที่พบมันคือความเจ็บปวดแสนสาหัส
ดาบไม่ยอมรับเขา ราวกับถูกผลักลงไปในกองเพลิง เรย์รู้สึกเจ็บปวดเจียนตายจากพลังที่ดาบปล่อยออกมา ยิ่งพยายามฝืนต่อต้าน พลังที่เล่นงานเขาก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
“ถ้าไม่มีข้า บางทีแกอาจจะครอบครองมันได้ แต่ตราบใดที่โลกนี้ยังมี เวิร์น ลีออน...” เขาแยกเขี้ยว ชี้มือไปที่เรย์ “แกก็เป็นได้แค่ของปลอม”
สติที่กำลังเลือนหายไปบอกให้เรย์ใช้แรงเฮือกสุดท้ายดิ้นรน เขาสะบัดดาบที่กำลังจะฆ่าตัวเองไปทางทิศทางของเวิร์น ท่าไม้ตายที่เรียกว่าดรากอนสแลชก่อตัวขึ้นและพุ่งไปทางอีกฝ่ายที่ไม่ทันตั้งตัว เวิร์นไม่มีทางจินตนาการได้ว่าเรย์ที่เจ็บหนักขนาดนั้นจะฝืนใช้ดาบได้ขนาดนี้
ผลของการต่อสู้คือการบาดเจ็บหนักกันถ้วนหน้า เวิร์นรอดตายมาได้โดยการเสียสละดาบมังกร ดาบระดับเจ็ดที่เขาใช้มาตลอด ร่างของเขาถึงกับกระเด็นทะลุวิหารออกไปเลยด้วยซ้ำ
ถึงเวิร์นจะรอดมาได้อย่างทุลักทุเล แต่เมื่อเทียบกับพวกเรย์ที่นอนหมดสภาพอยู่ตรงที่เดิม มันก็พูดได้เต็มปากว่านี่คือชัยชนะของเขา
“หึหึ ดาบแห่งซิลเวอร์ ในที่สุดข้าก็รวบรวมครบจนได้”
เวิร์นตัดสินใจปล่อยพวกเรย์เอาไว้ เขาอยากพิสูจน์ว่าตนเหนือกว่าพวกเรย์อย่างเทียบชั้นกันไม่ได้ วันใดวันหนึ่งข้างหน้าเส้นทางของเขาและเรย์คงโคจรกลับมาพบกันอีก แต่ตอนนั้นเขาจะตอกย้ำสิ่งนั้นให้พวกเรย์เห็น
ดาบถูกปล้นไปต่อหน้า เพื่อนทุกคนถูกเล่นงานจนสาหัส ดาบที่เคยเชื่อว่าอาจจะยอมมอบพลังให้ก็กลับมาหักหลัง เรย์ในตอนนั้นรู้สึกราวกับสูญเสียทุกอย่างไป
โชคดีที่ไม่มีใครตาย หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ได้รับความช่วยเหลือและพักฟื้นอยู่ที่หมู่บ้านจนกระทั่งบาดแผลทางกายได้รับการเยียวยา
แต่แผลทางใจนั้นรุนแรงกว่า…
“ข้าอยากช่วยให้ท่านได้เป็นอัศวินมังกรที่แท้จริง ทำให้หมอนั่นหน้าหงายไปเลย” แอนทิสตาเข้ามาปลอบเรย์ ตั้งแต่เหตุการณ์ในวันนั้น เธอก็ตัดสินใจได้แล้วว่าจะเข้าร่วมกลุ่มเรย์อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
“ถึงแพ้ แต่พวกเราแพ้เพราะไม่ได้สู้อย่างมีแผนการ นายเล่นงานมันกลับได้บ้าง หากเจอกันคราวหน้ารับรองว่ามีลุ้นแน่ ๆ” ลาโตรไม่ได้แค่ให้กำลังใจ แต่เขาเชื่อแบบนั้นจริง การต่อสู้ครั้งที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าแพ้แบบไม่มีโอกาสตอบโต้เลยเสียหน่อย
ก่อนหน้านั้น หลังจากที่เพิ่งจัดการกับไลโอลเสร็จใหม่ ๆ พวกเรย์ได้รับข้อความจากซิกมาว่าเขาจะไปรอพวกเรย์อยู่ที่อาณาจักรโซดาเรีย แม้จะไม่รู้ว่าซิกมาจะยังรอคอยอยู่จนถึงป่านนี้หรือไม่ แต่พวกเขาก็ตัดสินใจเดินทางไปที่นั่นเพื่อที่อย่างน้อยจะได้แจ้งความคืบหน้าในการฝึกฝนให้กับราชาตามที่เคยสัญญาเอาไว้
หลังรอนแรมกลางทะเลกว้างมาหลายวัน พวกเรย์ก็พบกับบรรดาทหารของโซดาเรียที่มาคอยรอรับพร้อมกับขบวนรถม้าเพื่อพาพวกเรย์ไปพบกับซิกมาที่รออยู่ที่วังแล้ว
ซิกมาดูเร่งรีบและเต็มไปด้วยความกังวล เขาพาพวกเรย์ไปเข้าเฝ้า โดยกำชับว่า “เวลาอาจจะเหลือไม่มากแล้ว พวกเรารีบไปเข้าเฝ้ากันเถอะ”
กษัตริย์มัลการ์โรยราลงจากครั้งสุดท้ายที่เรย์พบจนเขารู้สึกใจหาย แม้อีกฝ่ายจะรีบแก้ตัวว่ามันเป็นแค่โรคชราและพวกเรย์ไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงจนเกินไปก็ตาม
“ดูเหมือนกลุ่มของเจ้าจะมีคนเพิ่มนะ ดี ดี… แค่ก” กษัตริย์ผู้อ่อนแรงพูดพร้อมกับไอไปด้วยอย่างต่อเนื่อง
“เดือนหน้า… จะมีงานประชุมกษัตริย์ ซิกมาได้เล่ารายละเอียดให้พวกเจ้าฟังหรือยัง” เขาว่าต่อได้ไม่เท่าไรก็เริ่มไออีกครั้ง
“ข้าขอเล่าเอง…” ซิกมาแทรกแบบไม่ยอมให้อีกฝ่ายมีโอกาสแย้ง “ที่ผ่านมาโซดาเรียและเอเทเซียได้ร่วมมือกันตามหาลูกแก้วทั้งหกเพื่อหยุดยั้งภัยพิบัติที่กำลังจะมาถึง พวกเจ้าก็คงจะรู้ดีอยู่แล้วว่าเราสามารถหาได้ถึงสองลูก ไม่ได้มีประเทศของพวกเราเท่านั้นที่ค้นหาสิ่งนี้ ทุกประเทศทั่วซีนก็ได้ดำเนินการเรื่องนี้มานาน แต่การกระทำเช่นนั้นโดยลำพังสุดท้ายก็ต้องถึงทางตัน พวกเราจึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกประเทศจะต้องร่วมมือกัน จึงได้ส่งจดหมายเชิญประชุมไปถึงกษัตริย์ทั่วโลก”
“งานประชุมกษัตริย์โลก?” ลาโตรถามทวน เขาสงสัยว่าหูตัวเองเพี้ยนไปหรือเปล่า
“อย่างที่เห็นสุขภาพของข้าในเวลานี้ แค่ก แค่ก...”
เพื่อไม่ให้ยืดเยื้อไปกว่านี้ซิกมาจึงรีบตัดเข้าสู่เป้าหมาย “ขอสรุปเลยก็แล้วกัน ท่านมัลการ์ต้องการให้พวกเจ้าเข้าร่วมงานประชุมในฐานะตัวแทนของโซดาเรีย รวมทั้งนำลูกแก้วอัคคีนี้เข้าร่วมงานนี้ด้วย”
“ข้าพระองค์จะพยายามอย่างเต็มที่พ่ะย่ะค่ะ” เรย์ตอบรับอย่างมั่นเหมาะ มันทำให้เพื่อน ๆ ทุกคนต่างก็ประหลาดใจ ถ้าเป็นตัวเขาก่อนหน้านี้ เรย์คงพยายามบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับหน้าที่ อ้างว่าตนเองเป็นแค่พ่อครัวบ้าง อ้างว่าไม่สามารถรับผิดชอบงานใหญ่ได้บ้าง แต่คราวนี้เขากลับยอมรับหน้าที่นี้โดยไม่ปริปากบ่น
อาจจะเพราะเขารู้ว่าเวลาของมัลการ์เหลือไม่มากแล้ว และกษัตริย์ชราพระองค์นี้ก็เชื่อในตัวเรย์มากยิ่งกว่าที่เขาเคยเชื่อในตนเองเสียด้วยซ้ำ ยิ่งมารวมกับเรื่องที่เพิ่งผ่านมา ความพ่ายแพ้ที่มีต่อเวิร์นมันทำให้เขายอมรับความจริงว่าสิ่งเหล่านี้มันไม่ใช่เรื่องที่เขาจะโยนภาระไปให้ใครได้
ตราบใดที่โลกนี้ยังมีอัศวินมังกรที่เป็นตัวอันตรายกับโลก เขาที่เป็นอัศวินมังกรเช่นกันก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้
ไม่เกี่ยวกับว่าเวิร์นจะแข็งแกร่งกว่าแค่ไหน เรย์ตัดสินใจไปแล้ว เขาจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อตนเอง เพื่อเพื่อน และเพื่อโลกใบนี้