Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 223: งานประชุมกษัตริย์โลก

ฟรีโอนิเอล จอมดาบจากซิแปง
ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา หลังจากเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างโอเปราและพวกเรย์ที่เกาะเอลแลน กองทัพของโอเปราได้รุกคืบและก่อความเสียหายไปจนทั่วโลก
แม้จะรีดข้อมูลเรื่องเหมืองโซลคริสตัลจากริเธียไม่สำเร็จ แถมหลังจากนั้นพยากรณ์ในตำนานก็ซ่อนตัวจนกองทัพของโอเปราพลิกแผ่นดินหายังไม่เจอ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่โอเปราใส่ใจอีกต่อไป ในบรรดาประเทศมากมายที่ถูกกองทัพชาโดว์โจมตี เธอได้พบกับโซลคริสตัลจำนวนหนึ่ง
มันอาจเป็นปริมาณที่เทียบไม่ได้หากว่าเธอพบกับแหล่งแร่โดยตรง แต่โอเปราก็ได้โซลคริสตัลบริสุทธ์มาไม่น้อย เธอใช้กระบวนการที่เป็นความลับเปลี่ยนโซลคริสตัลเหล่านั้นให้กลายเป็นดาร์คเนสคอร์
แกมมาและเดลตาจึงกลายเป็นไพร์มหลังจากนั้น ไพร์มทั้งสามยิ่งทำให้ไม่มีใครหยุดโอเปราได้ การจู่โจมของเธอกลายเป็นหายนะที่ทุกประเทศต่างก็ต้องจับตามอง และกำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่ถูกยกมาหารือกันในการประชุมกษัตริย์โลกที่กำลังจะเกิดขึ้น
ในทางกลับกัน โอเปราเองเมื่อได้รู้ว่ากำลังจะมีงานใหญ่แบบนี้เกิดขึ้น เธอก็ไม่สามารถละสายตาไปจากงานนี้ได้ งานที่เหล่าคนใหญ่โตจากทุกแห่งหนมารวมตัวกัน เธอแน่ใจว่ามันจะกลายเป็นแหล่งรวมของเหล่ายอดฝีมือจากทุกประเทศ
จะมีที่ไหนอีกล่ะที่โอเปราจะได้พบกับชาโดว์ที่แข็งแกร่งได้มากกว่างานนี้
แม้จะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการจัดงาน แต่โซดาเรียก็ยกหน้าที่สำคัญนี้ต่อให้กับเอเทเซียที่พร้อมมากกว่า หลังจากที่ตกลงกันได้อัลกราดก็ถูกใช้เป็นจุดรวมตัว
โซดาเรียเป็นประเทศเกาะที่อยู่ไม่ห่างจากเอเทเซียนัก กลุ่มของเรย์จึงเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่เดินทางมาถึงก่อนใครเพื่อน ซิกมาขอแยกตัวไปสะสางงานในฐานะแม่ทัพของอัลกราด ส่วนพวกเรย์ก็ใช้เวลาระหว่างนี้ไปกับการสำรวจเมืองและเตรียมความพร้อมก่อนที่งานจะเริ่ม
“เสียมารยาท!! พวกข้าคือตัวแทนของอาณาจักรปาลอมเม เราเดินทางมาจากทวีปซีโรเปียเชียวนะ แล้วนี่หรือการต้อนรับของพวกเจ้า” หญิงสาวนางหนึ่งร้องลั่น มันทำให้พวกเรย์ที่กำลังเดินสำรวจเมืองต้องหันไปสนใจ
“ปาลอมเม” เรย์พึมพำ ประเทศนี้เป็นอีกหนึ่งประเทศที่เรย์ก็สนใจวัฒนธรรมอาหาร ถ้ามีโอกาสเขาก็อยากแวะเวียนไปที่นั่น
เสื้อผ้าของสตรีชาวปาลอมเมประกอบด้วยแพรบางเบา แม้ว่าตอนที่อยู่ในประเทศของพวกเธอเองจะต้องมีชุดคลุมอีกชั้นเพื่อปกป้องจากความร้อนของทะเลทราย แต่หากมีโอกาสพวกเธอก็มักจะเหลือแค่น้อยชิ้นแบบที่กำลังใส่อยู่ในตอนนี้
“พวกข้าใส่กันแบบนี้ที่ประเทศของข้า และก็จะใส่กันแบบนี้ที่นี่ด้วย” หญิงสาวผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มตอบอย่างดื้อดึง พอเธอยืนกรานเสียงแข็ง
ยามที่เข้ามาทักมีสีหน้าลำบากใจ
หลังจากถกเถียงกันอยู่อีกครู่เดียว ผู้มาใหม่ก็ปรากฏตัว เพราะเห็นว่าหญิงชาวปาลอมเมกลุ่มนั้นกำลังมีปัญหากับทหารยาม เขาจึงเข้ามาแทรก
“ชุดนี้มันชุดประจำชาติของปาลอมเมนี่นา ช่างงดงามเสียจริง” ชายผู้มาใหม่ทักด้วยน้ำเสียงกรุ่มกริ่ม มันทำให้พวกหญิงสาวดูพอใจที่มีคนเข้าใจในศิลปะของพวกตน
เรย์ ไกรา ลาโตรและแอนทิสตา สหายทั้งสี่มองสำรวจชายผู้นี้ด้วยความสนเท่ห์ เขาน่าจะมีอายุปลายยี่สิบหรือสามสิบต้น ๆ ชุดนักรบสีน้ำตาลของเขาแม้จะดูไม่แปลกตาแต่ก็พอบอกได้ว่ามันเป็นของมีราคา ที่น่าสนใจสุดคือเขาพกดาบยาวที่มีลักษณะคล้ายกับดาบของเรเซอร์
อะไรบางอย่างบอกพวกเขาว่าคนผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดาสามัญทั่วไป
“เหมือนดาบของคุณเรเซอร์คนนั้น… คะตะนะงั้นเหรอครับ” เซกันรู้สึกสนใจดาบพอ ๆ กับสนใจคน อาจจะเพราะดาบจันทราฮาร์เบลของตนก็มีลักษณะแบบดาบคะตะนะเช่นกัน
“หมอนี่เป็นคนซิแปงน่ะ” โซนาตาที่เคยอ่านหนังสือมาแล้วสปอยล์หน้าตาเฉย “เขาเป็นจอมดาบที่ราชาแห่งซิแปงชุบเลี้ยงเอาไว้ เป็นคนต่างชาติที่มีนับหัวได้ในประเทศปิดอย่างซิแปงเลยแหละ”
“จอมดาบ ก็น่าจะต้องเก่งแหละนะ แต่ว่า…” อลินาทำท่าครุ่นคิด ลักษณะหลาย ๆ อย่างที่ชาอุลบรรยายให้ฟังมันทำให้เธอนึกถึงใครบางคนที่มักทำให้เธอหงุดหงิด
เธอตวัดสายตาไปมองแวบหนึ่งด้วย
“ผู้ชายน่ะช่างมันเถอะ แล้วสาว ๆ ปาลอมเมพวกนั้นเป็นยังไงบ้าง” กาเรนทำสีหน้าจริงจัง เขาไม่ทันได้รู้สึกถึงสายตาของอลินาเมื่อครู่ “ว่าแต่ชุดที่ว่าน้อยชิ้นนี่หน้าตายังไงนะ มีตัวอย่างให้ดูไหม”
“ว่าแต่เขาชื่ออะไรเหรอครับ” เซเลนอสเริ่มชินกับที่ทุกคนทำเป็นเมินกาเรน เขาเองก็ถามโซนาตาโดยไม่สนใจกาเรนเช่นกัน
“ฟรีโอนิเอล เลอนอฟ” โซนาตาตอบ
“ถ้าเดาไม่ผิด ชายผู้นี้ก็คงจะเป็นสมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มเรย์สินะคะ” เจเนวีฟเดาแบบไม่มีหลักฐานใด ๆ ประกอบ มันเป็นแค่สัญชาตญาณของเธอ
เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นการพบกับครั้งแรกของพวกเรย์และฟรีโอนิเอล ฝ่ายเรย์รู้สึกแปลกใจที่จอมดาบคนสุดท้ายมีภาพลักษณ์แตกต่างจากที่คิดเอาไว้มาก
“พวกนาย… รึว่าจะเป็นกลุ่มของเรย์ ลีออน” ประโยคของฟรีโอนิเอลทำให้พวกเรย์ต่างก็ประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม ทำไมคนระดับจอมดาบถึงรู้จักเขาได้
“ซิกมาไม่เคยบอกรึ เขาเล่าเรื่องของพวกเจ้าให้ข้าฟังหมดแล้ว”
“เอ๋?!”
“อา… จริง ๆ เลยตาแก่นั่น งั้นก็ยังไม่ได้บอกสินะว่าต่อไปเราจะต้องทำงานด้วยกัน”
หลายสัปดาห์ต่อมา เหล่ากษัตริย์ ผู้นำจากประเทศน้อยใหญ่ และเหล่าผู้ติดตามของพวกเขาได้มารวมตัวกันที่อัลกราดตามนัดหมาย แต่ละรายต่างขนเอาเหล่ายอดฝีมือของประเทศตนมาราวกับต้องการอวดอำนาจเข้าใส่กัน แม้ว่ายอดฝีมือส่วนใหญ่จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมในงานประชุมด้วย
พวกเรย์ก็เกือบถูกกันออกไป เพราะถึงจะเป็นตัวแทนโซดาเรียแต่การนำทั้งกลุ่มเข้าไปในห้องประชุมที่มีพื้นที่จำกัดจัดเป็นเรื่องยุ่งยาก โชคดีที่ซิกมาเป็นหัวเรือใหญ่ของงานนี้ และช่วยเจรจาให้ พวกเขาจึงมีโอกาสเข้าไปในการงานประชุมจนครบทุกคน
ภายในงานพวกเรย์ได้พบเจอกับเหล่าคนสำคัญมากมาย นอกจากเหล่าราชาที่ในช่วงเวลาปกติคงไม่มีทางได้พบเจอใกล้ชิดขนาดนี้ ก็ยังมีคนอีกกลุ่มที่เรย์ให้ความสนใจ พวกยอดฝีมือจำนวนเพียงน้อยนิดที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในห้องประชุมได้ด้วย
ฟรีโอนิเอลมาพร้อมกับจักรพรรดิแห่งซิแปงผู้เป็นนายของเขา วันนี้เขาดูจริงจังขึ้นผิดกับคราวที่เจอกันโดยบังเอิญข้างนอก
“เห็นจอมเวทผมยาวและยังหน้าตาดีนั่นไหม เขาคือจูเดสปา อาเบอร์ดีน เป็นชายที่ถูกเรียกว่าความหวังใหม่แห่งนครเวทมนตร์พามิลเลส” ลาโตรสะกิดให้เพื่อนดูชายที่น่าจะเป็นตัวเอกสำคัญของงานนี้
เรื่องราวยังคงเป็นไปตามประวัติศาสตร์ การประชุมเริ่มขึ้นโดยขาดประเทศใหญ่อย่างกิงคารอนที่แม้จะรอจนถึงวินาทีสุดท้าย พวกเขาก็ไม่ได้ส่งตัวแทนมา
กษัตริย์เอเทเซียเป็นผู้กล่าวเปิดประชุมด้วยคำปราศรัยยืดยาวจนชวนให้พวกเรย์รู้สึกง่วงนอน จนกระทั่งซิกมาได้นำหีบใบเล็กสี่ใบแสดงต่อที่ประชุม เสียงฮือฮาจึงเกิดขึ้น
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าของที่อยู่ในนั้นคือลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ลูก
สีแดงคือลูกแก้วอัคคี สีเหลืองคือลูกแก้วอัศนี สีฟ้าคือลูกแก้วนภา และสีน้ำตาลคือลูกแก้วปฐพี ทั้งสี่คือสี่ในหกลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ที่แต่ละประเทศช่วยกันรวบรวมมาได้
โซนาตาจำเรื่องราวในเหตุการณ์นี้ได้ ลูกแก้วทั้งสี่นี้คือตัวดึงดูด กลุ่มวายร้ายห้าชีวิตบุกเข้ามาในงานนี้และมันจะเป็นการต่อสู้ครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของพวกเรย์ หลังคาของที่ประชุมถูกระเบิดปลิวหายไป ผู้บุกรุกทั้งห้าจู่โจมโดยมีเป้าหมายชัดเจนว่าคือลูกแก้วทั้งหมด สามคนในนั้นคือชายที่พวกเรย์คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี
คนแรกคืออัศวินมังกรผู้เป็นคู่ปรับตลอดกาลของเรย์ เวิร์น ลีออน
คนที่สองคือจอมดาบผู้เป็นแบล็กเฟนเซอร์คนแรก จอมดาบเรเซอร์ ฟอร์ซ
คนที่สามคือจอมดาบอีกเช่นกัน ผู้เป็นเลิศทั้งด้านดาบและมนตรา จอมดาบโซแลน โฟรเซล
ผู้นำของชาวทรอน มนุษย์เสือดำผู้มีทักษะดาบทัดเทียมเหล่าจอมดาบ พาดัส แพนทาเรีย
และคนสุดท้าย ชายผู้เป็นผู้นำกลุ่ม คนที่แม้แต่เวิร์นหรือจอมดาบยังยอมอ่อนข้อให้ เขาคือเซฟิล ฟิโนซา เจ้าชายปีศาจจากอาณาจักรลอนเฟล
ซิกมาพยายามล่อให้พาดัสตามเขาออกไปสู้ห่างไกลจากฝูงชน เช่นเดียวกันฟรีโอนิเอลและจูเดสปาเองก็สามารถแยกเรเซอร์และโซแลนออกไปได้ ในขณะที่เซฟิลยังไม่ได้ลงมือใด ๆ เวิร์นก็เริ่มทำการกวาดล้างเหล่ายอดฝีมือที่ไม่ยอมร่วมมือกันต่อสู้
ซิกมาได้เปรียบพาดัสเพียงเล็กน้อย และแม้จะเกือบได้ชัยชนะ แต่ก็พลาด พาดัสชิงลูกแก้วไปได้ และถอยไปจากการต่อสู้
ฟรีโอนิเอลแลกดาบกับเรเซอร์จนเจ็บหนักด้วยกันทั้งคู่ ในช่วงท้ายเขาเปลี่ยนมาใช้วิธีการตั้งรับแทนจนเกือบจบการต่อสู้ได้ ลูกแก้วถูกแย่งไปก่อนที่มันจะรู้ผล
จูเดสปาเป็นคนเดียวที่ได้รับความอับยศที่สุด ทั้งที่ได้เปรียบศัตรูจากการผสมผสานเวทมนตร์และไล่ต้อนจนโซแลนต้องเจ็บหนัก แต่จังหวะสุดท้ายเพียงเล็กน้อยที่เขาพลาด มันได้ทำให้ความพยายามทั้งหมดสูญเปล่า เขาพ่ายแพ้ให้โซแลนและแน่นอนว่าถูกแย่งชิงลูกแก้วไป
ที่น่าเหลือเชื่อคือกลุ่มของเรย์ที่เผชิญหน้ากับเวิร์น เวิร์นในครั้งนี้เอาจริงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา แต่พวกเรย์กลับตอบโต้ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ ความร่วมมือร่วมใจของเรย์และเพื่อนทำให้เหล่ามือดีของแต่ละประเทศสำนึกได้ว่าพวกเขาควรจะร่วมแรงร่วมใจกัน แม้ว่าเซฟิลจะลงมือเองในภายหลัง สถานการณ์ก็ไม่เปลี่ยนไปแล้ว
“ลูกแก้วอีกลูกฝากไว้ที่พวกเจ้าก่อนแล้วกัน วันนี้พวกเราขอตัวก่อน” เซฟิลกล่าวทิ้งท้ายไว้ก่อนที่เขาและพรรคพวกจะหายไปพร้อมกับลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ถึงสามลูก
แต่การต่อสู้ระหว่าง กลุ่มของเซฟิล กลุ่มของเรย์ และบรรดาเหล่ายอดฝีมือแถวหน้าของโลกไม่ได้เกิดขึ้นตามท้องเรื่องที่เล่ามา ด้วยสาเหตุจากโอเปราที่อยู่ในช่วงเวลานี้ด้วยเช่นกัน