Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 224: จูเดสปาปะทะโซแลน

จูเดสปา อาเบอร์ดีนแห่งพามิลเลส
เหตุการณ์ในช่วงเวลาที่โอเปรามีตัวตนในโลกของเรย์ เริ่มแรกการประชุมกษัตริย์โลกดำเนินไปไม่ต่างจากสิ่งที่ควรเกิดขึ้น ตามด้วยเสียงสะเทือนเลือนลั่นที่ขัดจังหวะเข้ามา ทำให้ทั้งห้องถึงกับสั่นคลอน
เพดานด้านบนแหว่งหายไปด้วยการโจมตีปริศนาที่ดูไม่ออกว่าเกิดจากอะไร จากนั้นเซฟิลก็ปล่อยให้ลูกน้องทั้งสี่ลงมือก่อน แต่ละคนต่างก็จับคู่กับคู่ต่อสู้ของตน มีเพียงเซฟิลที่ยังไม่ลงมือ และกลุ่มของเรย์ที่กำลังรอดูท่าที
ตอนนั้นเองที่ตัวตนที่ไม่ควรมีอยู่อย่างชาโดว์ของโอเปราปรากฏตัวขึ้น กำแพงและเพดานพังทลายลงจากร่างสีดำที่โผล่มาแบบไม่มีที่มาที่ไป
“ชาโดว์! ทำไมมีพวกมันอยู่ที่นี่ด้วย” ใครคนหนึ่งตะโกน
เป็นเรื่องที่พวกเรย์ก็สงสัยเช่นกัน แต่คำตอบก็ชัดเจนอยู่แล้ว ชาโดว์อยู่ในทุกที่ที่นายของมันอยู่ เมื่อกำแพงพังทลายลง มันก็ทำให้พวกเรย์เห็นคลื่นสีดำที่กำลังถาโถมเข้ามา ทั้งหมดคือชาโดว์
ผู้ที่อยู่ตรงกลางของหายนะ ไม่มีทางเป็นใครอื่นไปได้
“โอเปรา” เรย์ตะโกนออกไป แม้จะอยู่ห่างแต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็ได้ยินเสียงของเขา
“นี่พวกนายอีกแล้วเหรอ” โอเปรากระตุกยิ้มที่มุมปาก
ราวกับไม่เห็นเซฟิล เวิร์นหรือใครอยู่ตรงนั้นอีก เรย์ ลาโตร ไกราและแอนทิสตาต่างก็วิ่งกรูไปยังทิศที่โอเปรายืนอยู่ พวกเขาประเมินแล้วว่าโอเปราเป็นภัยยิ่งกว่า
เรย์เปิดทางด้วยลมหายใจสายฟ้า ชาโดว์เฉียดร้อยที่วิ่งสวนไหม้เกรียมและแหลกกลายเป็นแค่ฝุ่นผง แต่เพียงครู่เดียวกลุ่มใหม่ก็แห่เข้ามาแทนที่
“ลมหายใจสายฟ้า” การโจมตีครั้งใหม่จัดการกับชาโดว์ไปอีกมาก ที่น่าฉงนคือมันไม่ได้มาจากเรย์ ท่าไม้ตายนี้ผู้ที่ใช้คือไกราผู้ที่สามารถเรียนรู้พลังของเดวัลได้
มังกรก็นับเป็นเดวัล ไกราที่อยู่ข้างกายเรย์มาตลอดย่อมสามารถเรียนรู้สิ่งนี้ได้เช่นกัน
แอสทิสตาเรียกเทอราออกมาต้านการโจมตีทางอากาศ ในขณะที่รวมร่างกับสเตรกอส ควันที่เธอสร้างผสานกับเวทกลายเป็นพายุที่ทำให้สิ่งมีชีวิตอะไรก็ตามที่มันพัดผ่านถูกเปลี่ยนเป็นหิน
“ไม่เลวเลยนี่ พวกเธอทั้งสามเก่งขึ้นผิดหูผิดตาเลยนะ” โอเปรายิ่งเห็นพวกเรย์เก่งขึ้น เธอก็ยิ่งพอใจและก็ยิ่งอยากได้ชาโดว์ของพวกเขามากยิ่งขึ้น
“สามงั้นเรอะ” ลาโตรฟังแล้วก็ฉุนขึ้นมาทันที “ทำไมเธอไม่นับแอนทิสตาด้วย! ถึงจะดูพึ่งพาไม่ได้ แต่แอนทิสตาก็เป็นกำลังรบของพวกเรานะ”
ทุกคนขี้เกียจขัดคอลาโตร ต่างคนต่างทุ่มสมาธิไปกับฝูงชาโดว์ที่ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด ไม่ว่าจะจัดการไปเท่าไรระยะทางเพื่อไปถึงโอเปราก็แทบไม่ลดลงสักนิด
“ต้องเล่นงานคนมากขนาดไหนถึงจะรวบรวมชาโดว์มาได้ขนาดนี้” เรย์กัดฟันกรอด ชาโดว์เหล่านี้บางส่วนมีขนาดแค่ครึ่งเดียวกับชาโดว์ทั่วไป เรย์แยกไม่ออกว่ามันเคยเป็นเงาของเด็กที่ตกเป็นเหยื่อหรือเป็นแค่เงาของสัตว์ขนาดเล็กกันแน่
“มาเยอะมาก แต่ไม่มีไพร์มอยู่เลย” ลาโตรตะโกนบอกเพื่อนไปส่วนแขนก็สะบัดดาบไม่มีหยุด
“ทำไมถึงไม่มีล่ะ ไกราอยากจะจัดการกับเจ้าชาโดว์สิงโตจะแย่แล้ว” ไกราดูโมโหทุกครั้งที่นึกถึงชาโดว์ของตัวเอง ยิ่งคิดว่าเจ้านั่นสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นจนทั่ว ไกราก็ยิ่งโกรธจัด
“บางที… ไพร์มอาจจะถูกส่งไปจัดการกับพวกที่แยกตัวออกไปก็ได้” เรย์แค่ลองเดาดู แต่เขาเดาได้ถูกเผง
บนหลังคาโบสถ์แห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากที่ประชุม จูเดสปากำลังยืนเผชิญหน้ากับโซแลน ชายสองคนยืนประสานสายตาอยู่ครู่ใหญ่ ต่างคนต่างก็รอดูเชิงจึงยังไม่มีฝ่ายได้ลงมือก่อน
“พวกแกต้องการของสิ่งนี้สินะ” จูเดสปาชูลูกแก้วศักดิ์สิทธ์ขึ้น
“ถ้าฉลาดก็ส่งมา ไม่ก็เตรียมตัวตาย…”
บทสนทนาไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ทั้งคู่ต่างรู้ว่ามันไร้ประโยชน์
จูเดสปาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เขาเปิดฉากด้วย เวทเมกะไฟร์ที่ถูกปรับรูปแบบให้อยู่ในรูปของเสาเพลิงที่หมุนคว้าง
ระดับพลังเวทของจูเดสปาสมกับที่เขาเป็นจอมเวทระดับสูงของพามิลเลส แค่เมกะไฟร์ของเขาก็รุนแรงราวกับกิกะไฟร์ที่จอมเวทหลายคนต้องร่วมกันร่าย
โซแลนในช่วงแรกใช้ความเร็วที่เหนือกว่าหลบได้อย่างคล่องแคล่ว จูเดสปาเคยมีประสบการณ์กับศัตรูที่เร็วขนาดนี้มาก่อน เขาลดความรุนแรงของเวทและหันไปเพิ่มความเร็วในการร่ายแทน แต่ทั้งที่ร่ายเร็วขึ้นเกือบสองเท่ามันก็ยังยากที่จะตามโซแลนที่เพิ่มความเร็วกว่าเดิม
ความเร็วระดับสูง ดาบโค้งที่มีพลังทำลายมหาศาล เวทมนตร์ทั้งโจมตีและป้องกันที่จอมเวทน้อยคนจะใช้ได้ แม้จะประเมินไว้สูงแล้ว แต่ยิ่งสู้ โซแลนก็ยิ่งพิสูจน์ให้จูเดสปาเห็นว่าเขาเหนือกว่าที่ประเมินไว้มาก
“กิกะไฟร์” มันไม่ใช่เวลาที่จะมามัวประหยัดแรงแล้ว จูเดสปาร่ายเวทสูงขึ้นอีกขั้นพร้อมกับปรับระยะของมันให้ขยายวงกว้างขึ้น เขาคำนวณแล้วว่าแม้แต่โซแลนก็หมดสิทธิ์หลบหลีก
มันเป็นเช่นนั้นจริง โซแลนถูกแช่อยู่กลางเปลวไฟที่เหมือนขุมนรก แต่จูเดสปาก็ต้องหุบยิ้มในทันทีที่เห็นว่าร่างนั้นยังอยู่ดี
โซแลนมีเวทมนตร์ป้องกันระดับสูง แม้แต่เวทมนตร์ธาตุ เขาก็สามารถต้านทานไว้ได้
จูเดสปาตริตรอง เขามีไม้เด็ดซ่อนไว้
เขาสามารถผสมเวทมากกว่าหนึ่งธาตุเพื่อให้ได้เวทใหม่ที่มีคุณสมบัติร่วม การที่โซแลนหันมาใช้ลูกเล่นแบบจอมเวทแทน นับว่าเข้าทางเขายิ่งกว่าเดิม
ขณะที่กำลังจะโจมตีใส่โซแลน ความร้อนมหาศาลก็ก่อตัวขึ้นจากด้านหลัง จูเดสปารู้สึกจากปฏิกิริยาจึงหลบได้เส้นยาแดงผ่าแปด ในตอนแรกเขาคิดว่ามันคือฝีมือของโซแลน แต่ก็ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายก็เกือบถูกเล่นงานในจังหวะเดียวกัน
เดลตานั่นเอง หนึ่งในหัวทั้งสามเกือบจะงับถูกศีรษะของโซแลนถ้าเขาไม่หยุดไว้ได้ก่อน โซแลนตอบโต้กลับโดยไม่ได้เสียเวลาหยุดคิด ดาบของเขาเกือบหั่นเอาหัวหนึ่งในสามของเดลตาสำเร็จ แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น อีกฝ่ายก็ถอยไปตั้งหลักเสียแล้ว
จูเดสปาได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับชาโดว์มาไม่น้อย พามิลเลสเองแม้จะยังไม่เคยถูกพวกมันโจมตีโดยตรงแต่การมีอยู่ของชาโดว์ก็ส่งผลกระทบไปทั่วโลก หลายประเทศแทบต้องปิดพรมแดนเพื่อป้องกันพวกมันเล็ดลอดเข้าไป หลายประเทศที่เป็นคู่ค้ากับพามิลเลสต่างถูกถล่มเสียย่อยยับ
เมื่อเทียบกับเทพปีศาจที่มีจำนวนจำกัด และมีรายละเอียดที่แน่นอน ชาโดว์ที่เพิ่มจำนวนได้เรื่อย ๆ และความสามารถของมัน เป็นภัยร้ายแรงในตอนนี้ยิ่งกว่าเทพปีศาจ
“เจ้าชาโดว์นี่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ แต่ดูท่าจะไม่เกี่ยวอะไรกับพวกแกสินะ งั้นพวกเรามาร่วมมือกันดีไหม” จูเดสปาลองเสนอ
“ขอปฏิเสธ”
“มีเหตุผลอะไร”
“ไม่มี… ข้าแค่ไม่ชอบขี้หน้าเจ้า” โซแลนตอบแบบไม่ต้องปั้นแต่งคำพูด
“ไร้เหตุผลสิ้นดี” จูเดสปารู้สึกเสียหน้า เขาเองก็ไม่ได้ชอบขี้หน้าโซแลนน้อยไปกว่ากัน แต่จอมเวทผู้สูงส่งแบบเขากลับยอมเป็นฝ่ายเชิญชวนก่อน เจ้าโซแลนนี่ช่างไร้หัวคิดเสียเหลือเกิน
เดลตาแตกต่างจากครั้งล่าสุดที่โซแลนพบมาก มันเติบโตขึ้นเมื่อเวลาเปลี่ยนไป และด้วยดาร์คเนสคอร์ที่โอเปรามอบให้
ในตอนนี้โซแลนรู้สึกได้ว่าเดลตาอาจจะเหนือกว่าเขา
แต่ก็ยังมีข่าวดีสำหรับเขาบ้าง ชาโดว์เมื่อแยกออกจากร่างนานเข้ามันก็เริ่มกลายเป็นตัวตนใหม่ โซแลนพิสูจน์เรื่องนั้นด้วยการฟันใส่เดลตา แล้วมันก็เป็นอย่างที่คาดไว้ เขาไม่ได้รับแผลแบบเดียวกัน การเชื่อมต่อระหว่างเขากับมันแทบจะไม่เหลือแล้ว
“แบบนี้ก็ง่ายล่ะ จะทุ่มแรงเล่นงานมันได้เต็มที่” โซแลนพึมพำกับตัวเอง
จูเดสปาพยายามสู้โดยรักษาระยะไว้ แม้ว่าโซแลนจะไม่ยอมจับมือด้วย แต่จากที่เห็นแค่รับมือกับเดลตามันก็ทำให้เขาไม่สามารถหันคมเขี้ยวไปใส่ใครได้อีก จูเดสปามีสองทางเลือก หนึ่งคือรอจังหวะช่วยโซแลนปราบเจ้าเดลตาที่น่าจะเป็นปัญหามากกว่าก่อน หรือฉวยจังหวะนี้เล่นงานโซแลนและหนีไปรวมตัวกับทุกคนอีกที
แบบแรกแม้จะจัดการกับเดลตาได้ แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่เขายังต้องสู้กับโซแลนต่อในศึกชิงลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ ส่วนแบบที่สอง แม้ว่าจะมีโอกาสที่สู้เดลตาไม่ได้จนต้องหนีไปแต่ลูกแก้วก็ยังอยู่กับเขา
…แบบหลังอาจจะคุ้มค่ากว่า และก็ไม่แน่ว่าเจ้าชาโดว์ระดับสูงตัวนี้จะเก่งไปกว่าโซแลนด้วย…
เมื่อคิดได้แบบนั้นจูเดสปาจึงตัดสินใจเล็งไปที่ทางจอมดาบ กิกะไฟร์ถูกยิงออกมาในจังหวะเดียวกับที่ลาวาถูกพ่นออกมาจากปากของเดลตา
โซแลนถูกเล่นงานจากทั้งสองด้าน ลาวาของเดลตาไม่ได้มีแค่เพียงความร้อนแต่สภาพของหินหลอมเหลวนั้นสามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงให้อย่างต่อเนื่อง ส่วนไฟของจูเดสปาเองก็ร้อนประดุจไฟนรก สองอย่างนี้ร่วมกันมันควรจะฆ่าใครก็ได้ทั้งนั้น
แต่โซแลนไม่ใช่นักดาบทั่วไป เขาร่ายเวทแอบซอร์บไฟร์ดักไว้ล่วงหน้า ความร้อนไม่เพียงแค่ฆ่าเขาไม่ได้มันยังให้ผลตรงกันข้าม บาดแผลที่เขาได้จากเดลตาหายไปจนหมดสิ้น
จูเดสปาตกใจที่เห็นเวทมนตร์ระดับสูงอย่างแอบซอร์บไฟร์ แต่เขาไม่มัวแต่รีรอ คาถาวีคไฟร์ที่ทำให้เหยื่ออ่อนแอต่อความร้อนถูกร่ายออกมาซ้ำ เป้าหมายคือโซแลนที่ยังติดอยู่ในกองเพลิงขนาดยักษ์
บ้านเรือน และผู้คนมากมายต่างก็ถูกลูกหลงไปด้วย แต่จูเดสปาไม่ยอมหยุดมือ การจะกำจัดตัวอันตรายแบบโซแลนนั้นเป็นไปได้ยากที่จะไม่มีผู้เสียสละเลย เขาคิดว่านี่คือราคาที่เขายอมจ่ายเพื่อชัยชนะ
คาถาวีคไฟร์และแอบซอร์บไฟร์เป็นคาถาที่ซ้อนทับกันไม่ได้ อันแรกจะลดความต้านทานความร้อนลงส่วนอันหลังจะดูดกลืนความร้อนมาเป็นพลังชีวิต หากใช้อันใดอันหนึ่งกับเป้าหมายเดียวกัน คาถาที่เกิดหลังสุดเท่านั้นที่จะเกิดผล นี่คือเหตุที่จูเดสปาร่ายวีคไฟร์ใส่โซแลนเพื่อฆ่าเขา
แน่นอนว่าโซแลนก็รับรู้ถึงเจตนาร้ายนี้ เขาจึงไม่ยืนอยู่เฉยให้เล่นงาน โซแลนทำในสิ่งที่คนธรรมดาไม่อาจทำได้ เขาดีดตัวหนีจากเวทของจูเดสปาได้ทันหวุดหวิด
“ทำไมยังหนีพ้นได้” จูเดสปากัดฟันกรอด เขาพยายามทำแบบเดิม
จังหวะเดียวกับที่ลาวาของเดลตาพุ่งใส่โซแลน วีคไฟร์ก็ถูกร่ายออกไป คราวนี้ไม่ใช่แค่หลบแต่โซแลนฟันดาบใส่เวทของจูเดสปาจนแตกกระจาย
“จอมเวทผู้โด่งดังอะไรกัน ใช้วิธีสกปรกได้หน้าตาเฉยเลยนะ”
“พวกที่ร่วมมือกับปีศาจอย่างแก ไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์ข้าหรอก”