Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 226: ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ
“น่าเสียดายว่า ทั้งที่มีเงาของคนมีฝีมือมากมายในงานนี้ แต่ข้ามีดาร์คเนสคอร์พอสร้างแค่เจ้าพวกนี้แหละ เอาเถอะ เพียงแค่แปดก็น่าจะมากพอให้เอาชนะทั้งโลกนี้ได้แล้ว ไม่สิ ถึงจะเปลี่ยนเป็นไพร์มไม่ได้แต่เอาของทุกคนไปให้หมดเลยทีเดียวน่าจะดีกว่า” โอเปราส่อเจตนาร้ายแบบชัดเจน
“พล่ามอยู่คนเดียวเลยนะ” เวิร์นหน้าซีดไร้สีเลือด มองจากสีหน้าและน้ำเสียงก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ว่าเขาจะโดนอะไรเข้าไปก่อนหน้านี้ มันทำให้เขาได้รับบาดเจ็บพอสมควร
“โดนดึงชาโดว์ออกหยก ๆ นอกจากไม่สลบยังเหลือเรี่ยวแรงให้ปากดีอีก พลังใจเหลือเกินจริงนะ” สายตาของโอเปราไม่ได้จับจ้องไปที่เวิร์น แต่กลับเป็นเซตา ชาโดว์รูปแบบมังกรที่ขโมยมาจากเขา
เซฟิลมองเรเซอร์โดยไม่ได้ถามไถ่อะไร ต่างฝ่ายต่างแค่พยักหน้าบอกกันว่าไม่เป็นอะไรมาก
กรณีของเรเซอร์ ฟรีโอนิเอลรู้ว่าที่โอเปราพูดเป็นความจริง การปะทะกับแกมมาทำเรเซอร์ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ที่กลับกันคือเซฟิลเองต่างหากที่ถึงจะไม่แสดงออกแต่เขาก็อาการหนักไม่ได้น้อยไปกว่าเวิร์นอย่างแน่นอน
ศัตรูที่ทำให้เซฟิลคนนั้นบาดเจ็บได้ เมื่อนึกถึงความจริงในข้อนี้เรเซอร์ก็รู้สึกขนลุก
“คนอื่นเสร็จมันเกือบหมดแล้ว ถ้าแยกกันสู้…” เรย์พูดยังไม่จบดีก็ถูกเวิร์นตวาดกลับ
“หุบปากซะ ข้าบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไม่ร่วมมือกับพวกปลายแถว”
เวิร์นไม่ฟังคำห้ามปรามใด ๆ ต่อให้หนึ่งในคนพูดจะเป็นเซฟิลที่เขาเห็นเป็นหัวหน้ากลุ่มของตนก็ตาม
เมื่อเรเซอร์เห็นเขาเลือดขึ้นหน้า ก็นำโซแลนและพาดัสพุ่งไปด้วยกัน
เซฟิลไม่มีทางเลือกอื่นแม้ยังไม่เห็นทางชนะแต่เขาก็หนีไม่ได้
เรย์เองก็ไม่สามารถปล่อยให้ทุกคนตายไปต่อหน้าต่อตาได้ เขาและลาโตรวิ่งตามเซฟิลไปติด ๆ จากนั้นทั้งไกราและแอนทิสตาก็ขยับตัวเป็นลำดับต่อมา
“เจ้าน่ะ ไม่ไหวแล้วไปพักเถอะ” ซิกมากระซิบกับฟรีโอนิเอล
“เจ้าเด็กพวกนั้นยังไม่ยอมแพ้ ขืนไปพักก่อนก็เสียหน้าแย่สิลุง” ฟรีโอนิเอลแสยะยิ้มที่เปื้อนเลือด
ไม่ใช่แค่พวกเซฟิลกับพวกเรย์ ทหารและเหล่าองครักษ์ที่ยังมีลมหายใจต่างก็พยายามลุกขึ้นสู้ พวกเขาต่างก็วิ่งเข้าใส่ไพร์มราวกับแมงเม่าที่ไม่หวาดกลัวต่อเปลวไฟ คนสุดท้ายที่ยังรีรออยู่มีเพียงแค่จูเดสปาเท่านั้น
“บ้ากันไปใหญ่แล้ว ทำไมข้าถึงมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ได้” จูเดสปาพึมพำ เขากำลังคิดว่าหน้าที่ของเขามันควรจะเป็นการปกป้องลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์แค่นั้นไม่ใช่เหรอ แล้วเรื่องมันมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
…แต่จะหนีไม่ได้ ถ้าหนีไปจากตรงนี้ อนาคตอันรุ่งโรจน์ของข้าจะต้องมีปัญหาแน่นอน จะให้เกิดรอยด่างพร้อยในประวัติของข้าไม่ได้…
“กิกะไอซ์ ผสาน กิกะวินด์” จูเดสปาร่ายเวท มือข้างหนึ่งเป็นเวทสายน้ำแข็งอีกข้างเป็นเวทสายลม “กิกะบลิซซาร์ด!”
แม้จะสูญเสียเรี่ยวแรงไปมหาศาลหลังจากถูกดึงชาโดว์ออกไป แต่เวทมนตร์ของจูเดสปาก็ยังทรงพลังอยู่ เขาไม่ได้เล็งมันไปทางพวกโอเปรา แต่กลับยิงไปทางฟรีโอนิเอล
“รับนี่ไป”
“ฮะ เฮ้ย” ฟรีโอนิเอลหันกลับมาเจอเวทพายุน้ำแข็งก็ร้องลั่น ถึงเขาจะเข้าใจเจตนาของจูเดสปาได้ทันทีแต่มันก็ยังน่าหวาดเสียว เวทนี้ไม่ได้ถูกยิงออกไปในฐานะของเวทโจมตีแต่จูเดสปาตั้งใจเปลี่ยนดาบของฟรีโอนิเอลให้กลายเป็นดาบพายุน้ำแข็ง
“ใช้มันซะ มีตัวนึงที่ใช้ไฟกับลาวา มันน่าจะแพ้ทาง”
“หัดเตือนกันก่อนสิโว้ย”
“มันฉุกเฉิน มีเวลาเตือนที่ไหน ที่สำคัญทำไมมาโทษข้าล่ะ จะโทษก็ไปโทษเวทมนตร์สิ”
“ก็แล้วใครเป็นคนยิงเวทออกมาละวะ” พูดจบฟรีโอนิเอลก็ถอนหายใจยาว เขารู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะเถียงต่อ พวกเขาเคยสนิทกันมาก่อนตั้งแต่สมัยที่ตนยังเป็นประชาชนของพามิลเลส จูเดสปาที่เขารู้จักตั้งแต่เด็กก็เป็นแบบนี้แหละ เขามักจะมีตรรกะพิลึก ๆ ที่ยากจะหาคำอธิบายได้
การเคลื่อนไหวของเหล่ายอดฝีมือจากประเทศต่าง ๆ กลุ่มเซฟิล และกลุ่มของเรย์แตกต่างกัน แม้ว่าจะมีศัตรูร่วมพวกยอดฝีมือก็ยังสู้กันแบบกระจัดกระจาย บางคนไม่ยอมร่วมมือแม้แต่กับคนที่มาจากประเทศเดียวกับตนด้วยซ้ำ ส่วนกลุ่มเซฟิลพวกเขาร่วมแรงร่วมใจกันเป็นอย่างดี แต่ก็ติดที่แต่ละคนมีประสบการณ์ในการร่วมมือกันน้อยมาก
มีแค่เรเซอร์กับโซแลนที่สนิทสนมกันเป็นพิเศษและทำงานเป็นคู่บ่อยครั้งที่รู้จังหวะกันเป็นอย่างดี พวกเขาจับจังหวะไว้ว่าควรเข้าและออกตอนไหน รวมถึงรู้ระยะและสิ่งที่พรรคพวกสามารถทำได้หรือทำไม่ได้
ตรงกันข้าม เวิร์นและพาดัสเป็นพวกชอบลงมือตามลำพัง ระหว่างความชุลมุนพวกเขาเกือบจะโจมตีพลาดไปถูกอีกฝ่าย โชคดีที่ต่างคนต่างก็มีฝีมือสูงมากพอที่จะหยุดมือไว้ได้ก่อนเกิดความเสียหายร้ายแรง
ในแง่นี้กลุ่มของเรย์คือที่สุดของการประสานงาน ไกราและแอนทิสตาสลับกันใช้เวทมนตร์เพื่อเสริมพลังให้พวกพ้อง จากนั้นทั้งคู่ก็เปลี่ยนจากหน่วยสนับสนุนเป็นกองหน้าได้ในทันที ไกราใช้ความเร็วและสัญชาตญาณตอบโต้ ส่วนแอนทิสตาก็สลับเปลี่ยนเวทโพสเซสกับอสูรอัญเชิญทั้งห้าตัวเพื่อให้ได้การโจมตีที่มีประสิทธิภาพที่สุด
ลาโตรที่ดูผิวเผินเป็นคนที่อ่อนแอและอยู่ผิดที่ผิดทางที่สุดในสนามรบกลับทำผลงานได้อย่างไร้ที่ติ เขามองออกอย่างทะลุปรุโปร่งว่าใครกำลังต้องการความช่วยเหลือและลาโตรก็จะไปอยู่ในจุดนั้นพอดิบพอดี ด้วยพลังป้องกันระดับสูง บวกกับความดื้อด้านระดับแนวหน้า ลาโตรจึงกลายเป็นชายที่สร้างปัญหาให้กับพวกชาโดว์จนน่าแปลกใจ
เรย์เองก็เติบโตขึ้นจนน่ากลัว เขาฝึกหนักจนไล่กระชั้นเวิร์นเข้าไปในทุกที พลังจากลมหายใจสายฟ้าของเขามีอานุภาพแทบไม่ต่างจากลมหายใจน้ำแข็งของเวิร์น ด้านทักษะดาบ กำลัง และความเร็ว ก็ห่างชั้นไม่มากนัก สิ่งเดียวที่เห็นได้ชัดว่าเวิร์นเหนือกว่าแบบไม่เห็นฝุ่นมีเพียงแค่อาวุธและอุปกรณ์ที่เรย์ไม่มีทางเทียบได้
ตอนนั้นเอง เรย์เองก็คิดเช่นกันว่าถ้าเขามีดาบระดับเดียวกัน บางทีเขาอาจจะแพ้เวิร์นไปแค่นิดเดียว
ความมั่นใจอันล้นเหลือของโอเปรากำลังลดลงทีละน้อย ไพร์มทั้งแปด และชาโดว์อีกนับไม่ถ้วนควรจะจบศึกนี้ได้ภายในไม่กี่อึดใจ แต่ยิ่งสู้มันก็ยิ่งยืดเยื้อ
ทหารของอัลกราดและเอเทเซียพยายามอย่างหนักที่จะควบคุมความเสียหายไม่ให้ไกลไปกว่านั้น แต่ทุกอย่างมันเกินกว่าการควบคุมไปแล้ว สนามรบกำลังขยายขนาดออกไปในทุกวินาที โบสถ์เก่าแก่ อาคารสถานที่สำคัญที่มีอายุนับร้อยนับพัน บ้านเรือนของผู้คน ทุกอย่างที่อยู่ในขอบเขตของการต่อสู้กำลังพังทลาย
เช่นเดียวกับฝ่ายพันธมิตร การต่อสู้ที่ดูไม่ออกแล้วว่าใครจับคู่สู้กับใครทำให้ความสามารถในการสั่งการของโอเปราถูกผนึกด้วยเช่นกัน ไพร์มที่ควรจะคุ้มกันเธอเหลือแค่สามจากทั้งหมด ตัวที่เหลือถูกแยกออกไปจากความสับสนวุ่นวายในสงคราม
จุดพลิกผันของสงครามกำลังจะเกิดขึ้นที่มุมหนึ่ง เอตาไพร์มที่มีรูปร่างของเสือดำถูกเล่นงานอย่างหนักจากคมดาบของซิกมา ชายแก่จำการเคลื่อนไหวของมันได้ดีเพราะเพิ่งประมือกับเจ้าของของมันมาหมาด ๆ
เอตาคือชาโดว์ของพาดัส นอกจากจะเป็นเสือดำเหมือนกันแล้ว มันยังมีพลังสตาร์ฟอร์ซแบบเดียวกันด้วย และเพราะมีพลังแบบเดียวกันนี่เอง พาดัสจึงสามารถสกัดกั้นการเคลื่อนไหวของมันไว้ได้ ขณะที่มันใช้สตาร์ฟอร์ซเพื่อหลบหนีในพริบตาอีกฝ่ายก็ฝืนใช้พลังปิดช่องทางนั้นเสีย
“สตาร์ฟอร์ซคือพลังของชาวทรอน แกไม่มีสิทธิ์ใช้พลังนี้เจ้าเงาที่ชั่วร้าย” พาดัสตะโกนใส่ชาโดว์ของตนเอง
เอตารู้ว่าคนที่ปิดทางหนีคืออดีตร่างต้นของตนเอง มันกระโจนใส่พาดัสด้วยความเดือดดาล อีกฝ่ายเตรียมรอสวนอยู่แล้วจึงฟันกลับ
ต่างคนต่างก็ได้แผล เอตาถูกดาบสตาร์ฟอร์ซฟันจนขาหน้าข้างซ้ายเหวอะหวะ ส่วนพาดัสนั้นสาหัสกว่า เขาโดนกรงเล็บเอตาไปแค่ถาก ๆ แต่เพราะการเชื่อมโยงกับชาโดว์ยังมีผล แขนซ้ายของเขาจึงเจ็บไปด้วย
“แบบนี้แย่แน่ ถ้าฆ่าชาโดว์ได้มีคนตายตามไปด้วยแน่เลยค่ะ” แอนทิสตาเข้ามาพยุงพาดัสเอาไว้พร้อมกับใช้เวทมนตร์รักษาในทันที
“ไม่ต้องสนใจ คิดว่าพวกข้าจะกลัวตายเหรอ ถ้าจะช่วยก็ช่วยฆ่ามันซะ” พาดัสสะบัดแอนทิสตาออกไป เขาไม่ต้องการให้ใครมาสงสารโดยเฉพาะพวกมนุษย์
“พูดได้ดี” เซฟิลที่อยู่ไม่ห่างออกไปหัวเราะ “อย่าให้พวกมันได้ใจว่าถือไพ่เหนือกว่า ถ้ามัวแต่ยั้งมือได้ตายกันหมดนี่แหละ”
“เอาจริงเหรอ” เรเซอร์ขมวดคิ้วด้วยความกังวล
สิ่งที่เรเซอร์กลัวไม่ใช่ความตายของตน ตัวเขาและโซแลนถูกแย่งชิงเงามานานแล้ว การเชื่อมต่อของตนกับชาโดว์จึงเบาบาง ต่อให้พวกมันถูกทำลายเขาทั้งคู่ก็คงปลอดภัยดี แต่กับเวิร์น เซฟิล และพาดัสที่เพิ่งถูกแย่งชาโดว์ไปมันอาจจะหมายถึงความตายของพวกเขาก็ได้
“เอาตามนี้แหละ อย่าให้พวกกระจอกพวกนี้มาดูแคลนเราได้สิ” เวิร์นเหลือบมองเรย์และเหล่ายอดฝืมือที่เขาเรียกว่าพวกกระจอก “พวกเราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ”
“นั่นสิ” โซแลนยิ้มแบบฝืน ๆ “ตกลงกันไว้แบบนั้นตั้งแต่ตอนที่พวกเราคิดจะชิงลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์จากพวกราชาพวกนั้นนี่นะ”