Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 227: พักจากการเล่าเรื่อง
เป็นสงครามที่ทุกคนแทบจะลืมไปแล้วว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด แม้ว่าร่างของชาโดว์จะสลายไปหลังจากที่มันถูกกำจัดแต่ร่ายกายของมนุษย์ยังเหลืออยู่ ทุกแห่งทุกหนถูกย้อมด้วยเปลวไฟ เลือด และความพังพินาศ
เรย์เตรียมใจไว้แล้วว่าสักวันเขาจะต้องพบเจอกับภาพแบบนี้ ในอนาคตข้างหน้า วันที่เทพปีศาจหลุดจากผนึกมนุษย์นับหมื่นนับแสนชีวิตก็คงจะต้องล้มตายกันเป็นเบือเพื่อหยุดมัน
นั่นคือสงครามที่เขาเข้าใจได้ เป็นการเสียสละเพื่อให้มนุษย์และสรรพชีวิตทั้งหลายบนโลกนี้ได้อยู่ต่อไป
แต่การต่อสู้กับโอเปรามีความหมายจริงหรือ เธอเป็นใครและทำไปเพื่ออะไร จนป่านนี้เขาเองก็ยังไม่ได้คำตอบที่แท้จริง
เรี่ยวแรงของทุกคนกำลังลดถอยลงอย่างรวดเร็ว กำลังรบของทั้งสองฝ่ายก็ใกล้ถึงขีดกำจัดแล้วเช่นกัน เรย์ไม่เห็นชาโดว์เพิ่มขึ้นตั้งแต่ครู่ก่อน พวกมันกำลังจะหมดลงในไม่ช้า
โอเปรากระสับกระส่ายมาสักพักใหญ่แล้ว ชาโดว์นับหมื่นที่เตรียมไว้บัดนี้เหลือแค่หลักร้อย แม้แต่ไพร์มที่เป็นความภูมิใจนักหนาก็ออกอาการกันถ้วนหน้า
กว่าที่จะตระหนักได้ว่าไพร์มตัวใหม่ที่เพิ่งเกิดในวันนี้ยังอ่อนแอจนเกินไป โอเปราก็ต้องเสียหนึ่งในนั้นไป…
ก่อนหน้านี้เอตาได้รับบาดเจ็บหนักจากการถูกซิกมาและพาดัสโหมโจมตีใส่ มันรอดมาได้เพราะชาโดว์จำนวนมากเสียสละเอาตัวเข้ารับแทนเพื่อถ่วงเวลาให้เอตาได้ใช้พลังพิเศษ
พลังของเอตาไม่ใช่แค่สตาร์ฟอร์ซ อีกหนึ่งพลังที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือพลังในการกลืนกิน เอตาสามารถกัดกินสิ่งมีชีวิตเพื่อฟื้นฟูตนเองและดูดกลืนพลังของอีกฝ่ายมาพัฒนาตัวเองได้ ด้วยพลังเช่นนี้หากมีเวลามากพอ สักวันแม้แต่เทพปีศาจก็อาจไม่ใช่คู่มือของมัน
แต่โชคร้ายที่เอตาไม่ได้อยู่จนถึงตอนนั้น ร่างของมันถูกตัดออกเป็นสองซีกด้วยพลังสุดท้ายที่พาดัสใช้ ดาบสตาร์ฟอร์ซที่เอาชีวิตของตนเข้าแลกกลายสภาพเป็นดาบยักษ์และทำลายเอตาไปพร้อมกับชาโดว์อีกร่วมหมื่นตัว โอเปราสูญเสียทั้งไพร์มตัวสำคัญและเหล่าทหารเลวไปจนเกือบหมดด้วยการโจมตีครั้งนี้
ชีวิตของพาดัสไม่ใช่อย่างเดียวที่ต้องแลก เกือบจะในวินาทีเดียวกัน เซฟิลและฟรีโอนิเอลก็ถึงจุดจบด้วยเช่นกัน เซฟิลช่วยชีวิตของเวิร์นเอาไว้จนตกเป็นเหยื่อคมเขี้ยวของเซตา ส่วนฟรีโอนิเอลเองก็ถูกไพร์มไอโอตาที่มีรูปร่างเหมือนงูยักษ์เขมือบเข้าไปทั้งตัว
“เซฟิลลล!” เวิร์นตะโกนเรียกชื่อของลูกพี่ตนเอง แต่ร่างที่ถูกบดขยี้ด้วยฟันของเซตาไม่สามารถตอบกลับได้อีกแล้ว
“พาดัส…” โซแลนเองก็เรียกชื่อพรรคพวกของตน ทว่าพาดัสที่เผาผลาญพลังชีวิตไปจนหมดแล้วไม่สามารถตอบกลับมา
จูเดสปาอ้ำอึ้งไปเมื่อเห็นเพื่อนสมัยเด็กถูกไอโอตากลืนเข้าไปต่อหน้าต่อตา เขายื่นมือออกไปเพื่อจะร่ายเวทแต่แล้วก็พบว่าทุกคนต่างก็หยุดนิ่ง
“ถอยทัพ” โอเปราออกคำสั่ง
เมื่อสิ้นเสียงของเธอ เบตาก็พุ่งไปที่ร่างที่กำลังสลายไปของเอตา ก่อนจะกลับมันมีของสิ่งหนึ่งที่ต้องทวงคืน แต่ไกรานั้นไว้กว่า เขาไปถึงจุดนั้นก่อนและคว้ามันเอาไว้ได้
“ช่างมัน ถอยได้แล้ว” โอเปราออกคำสั่งย้ำ
“คิดว่าจะหนีได้ง่าย ๆ เรอะ/ฝันไปเถอะ” จูเดสปาและเวิร์นตะโกนออกมาพร้อมกัน คนหนึ่งกำลังจะกลายร่างเป็นมังกรน้ำแข็ง ส่วนอีกคนก็ประสานเวทจากมือทั้งสองเข้าด้วยกัน ส่วนคนอื่นเองก็เข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดีพวกเขาต่างมุ่งไปทางเดียวกัน เป้าหมายคือหัวของโอเปรา
แต่ช้าไปก้าวเดียว โอเปราไม่ได้อยู่ตรงนั้นอีกแล้ว พร้อมกันนั้นเหล่าไพร์มก็ถอนทัพกลับไปพร้อมกัน เธอทิ้งชาโดว์ปลายแถวไว้ให้ดูเป็นของต่างหน้า
“ว้ากกกก” เวิร์นร้องอาละวาดในแบบที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน เขาระบายอารมณ์กับชาโดว์ที่ถูกทิ้งเอาไว้
พวกเรย์มองดูเวิร์นด้วยความสลดใจ ทั้งสี่ไม่ได้เข้าไปช่วยอะไรอีกเพราะแน่ใจว่าชาโดว์ที่เหลือนี้ไม่ได้เป็นปัญหากับเวิร์นและพวก
“หนีไปได้อีกแล้ว…” ลาโตรเปรยขึ้น
“ทั้งที่คิดว่าเก่งขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังแพ้” เรย์พึมพำกับตัวเอง เขาเบือนหน้าหนีจากศพมากมายที่กองเกลื่อนเต็มสนามรบ เวิร์นที่กำลังคลุ้มคลั่งและเรเซอร์กับโซแลนที่พยายามหยุดเขา
ชาอุลหยุดเรื่องเล่าลงชั่วคราว เรื่องของเรย์ยังไม่ถึงสิ้นสุดแต่เมื่อเล่าถึงความสูญเสียในครั้งนี้เขาก็สะเทือนใจจนต้องขอหยุดพักชั่วครู่ และถือโอกาสนี้ให้พวกโซนาตาได้พักจากเรื่องราวมากมายที่เขาเล่ามาจนถึงตรงนี้
พวกโซนาตาถูกเชิญตัวไปห้องรับรองอีกแห่งที่มีการจัดเตรียมการต้อนรับไว้พร้อมแล้ว แต่ยังไม่ทันที่จะได้หย่อนตัวลงนั่งอย่างสบายใจ สมาชิกคนหนึ่งก็เริ่มบทสนทนาเครียดอีก
“ต้องหาทางจัดการอะไรกับพลังในการหนีของโอเปรา” อลินาวิเคราะห์อย่างใจเย็น เธอเองก็มีพลังสลับที่จึงเข้าใจดีว่าการรับมือกับศัตรูที่หนีได้ทุกเมื่อนั้นยุ่งยากแค่ไหน ยิ่งอีกฝ่ายมีพลังที่จะสร้างพรรคพวกเพิ่มแบบโอเปราก็ยิ่งลำบาก ไม่ว่าจะกี่ครั้งกี่หน เธอจะหนีไปและกลับมาพร้อมกับพวกที่มากกว่าเดิม
โซนาตาพยักหน้าตอบ เขาพอมีไอเดียอยู่บ้างแล้ว
“เรื่องราวเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหนครับ” เซเลนอสถาม
“น่าจะมาก” โซนาตาตอบ “คนตายไปเยอะ ฟรีโอนิเอล เซฟิล และพาดัส ทั้งสามคนนี้มีบทบาทในการผนึกเทพปีศาจ”
“งั้นถ้าจะช่วยโลกนี้ อย่างน้อยเราก็ต้องอุดช่องโหว่ของพวกเขาสินะคะ” โซลิเนกุมคางครุ่นคิด
“เราไม่ถามบทสรุปจากท่านชาอุลไปเลยละครับ” แม้ว่าข้อมูลแบบละเอียดจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ไคเลอร์คิดว่าถ้ารู้ตอนจบไปเลยมันจะวางแผนได้ง่ายกว่า
“ใครเขาอ่านนิยายจากหน้าหลังสุดก่อนกันบ้างคะ” เจเนวีฟแย้งขึ้น โซนาตารู้สึกคุ้น ๆ ว่าเขาเคยพูดประโยคเดียวกันนี้กับเธอ
“อ้าว ไม่ใช่ว่าใคร ๆ ก็ทำเพื่อจะได้รู้ก่อนเหรอว่ามันจบดีหรือไม่ดี” ไคเลอร์เถียงด้วยเสียงที่เบาลง
“ตอนจบอาจจะเดาไม่ได้ แต่ถ้าเนื้อหาต่อไปก็คงเดาไม่ยาก” เคสเทรลตอบไคเลอร์ “จากที่ได้ฟังมาเจ้าพวกสามคนนั้นคงไม่ยอมช่วยพวกเรย์อย่างแน่นอน พวกนั้นคงหาทางแก้แค้นโอเปราโดยไม่ยืมมือใคร”
การคาดเดาของเคสเทรลถูกต้องตามที่เขาคาดไว้ เมื่อการพักจบลงชาอุลจึงกลับมาเล่าเรื่องราวต่อจากเดิม มันเริ่มที่บทสรุปหลังการปะทะในครั้งนั้น เวิร์น เรเซอร์ และโซแลนปฏิเสธความร่วมมือทุกอย่าง พวกเขาต้องการล่าโอเปราด้วยมือของพวกเขาเอง
“ทั้งสามตัดใจเรื่องลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์แล้วเหรอ” เวเนโบกไม้โบกมือถาม
“น่ากลัวว่าจะยังไม่ตัดใจ แต่พวกเขาน่าจะเข้าใจว่าพวกตนแทบไม่เหลือกำลังพอที่จะผนึกเทพปีศาจได้ จึงยอมกลับไปมือเปล่า” เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเสียดาย
“แล้วยังไงต่อครับ” เซกันเร่งให้เขาเล่าต่อ
การต่อสู้ของเรย์สร้างความประทับใจให้กับเหล่ากษัตริย์จากนานาประเทศ กษัตริย์อูนิสถึงกับลุกขึ้นมาพูดว่าเขาต้องการสนับสนุนเรย์ให้เป็นตัวแทนในภารกิจรับมือกับโอเปราและเทพปีศาจ คำพูดของเขาและการยืนกรานให้ความสนับสนุนของซิกมาทำให้ผู้นำจากประเทศต่าง ๆ เริ่มคล้อยตาม
การสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากเหล่าประเทศพันธมิตรทำให้สถานะของพวกเรย์เปลี่ยนไปทันทีจากหน้ามือเป็นหลังมือ ขณะนี้ซิกมากลายมาเป็นสมาชิกกลุ่มของเขาอย่างเป็นทางการแล้ว นอกจากนั้นพวกเขาก็ยังได้รับข้อมูลที่อาจจะทำให้ทั้งกลุ่มแข็งแกร่งขึ้นอีกหลายเท่าตัว
“…เพื่อจะต่อกรกับศัตรูอันร้ายกาจ พวกเจ้าจำเป็นต้องมีอาวุธที่ทัดเทียมกัน มารับสิ่งนี้ไปสิ” กษัติรย์จากเรมเนสให้ข้อมูลนี้พร้อมกับของสำคัญที่จะช่วยให้พวกเรย์ไปถึงสถานที่ที่ว่า
มันคือเหรียญตราแห่งความจริง
ข้อมูลที่ได้มาจากราชาแห่งเรมเนสช่วยให้เรย์ดั้นด้นผ่านน้ำผ่านทะเลไปจนถึงเกาะลึกลับที่ไม่ปรากฏในแผนที่ ซ้ำยังถูกซุกซ่อนไว้ในม่านหมอกมนตรา เหรียญตราที่ได้รับมามีหน้าที่เพื่อการนั้น มันช่วยให้เรือของพวกเขาสามารถมองเห็นตำแหน่งของเกาะที่ไม่มีทางไปถึงได้ด้วยวิธีสามัญ
ที่ใจกลางภูเขาไฟ พวกเรย์ได้พบกับชายผู้ซึ่งปลีกตัวออกจากสังคม
เขาคือชายที่ไม่มีใครในโลกนี้จะไม่เคยได้ยินชื่อ ชื่อของเขาปรากฏอยู่ในตำรา นิทาน และตำนานมากมายมาตั้งแต่ยุคเทพนิยาย เป็นตัวตนที่ยากจะเชื่อได้ว่ามีอยู่จริง
เขาคือหนึ่งในทวยเทพจากยุคอดีต ชายผู้มีทักษะงานช่างสูงสุดเท่าที่ซีนเคยมีมา…
เทพแห่งช่างเฟอร์โร