Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 230: ดาบแห่งเรย์
“รีนาคนนั้นสินะ” โซนาตาทักขึ้นมา มันทำให้ทุกคนรู้ว่าตัวละครสำคัญได้โผล่ออกมาแล้ว
“พรรคพวกใหม่หรือศัตรูใหม่” เวเนถามแบบไม่สนใจว่ามันจะสปอยล์เนื้อเรื่องหรือเปล่า
“ทั้งคู่… สำหรับตอนนี้เธอคือพวก”
“ท่านรู้อะไรมาเหรอ” ถึงจุดนี้แม้แต่ชาอุลก็ห้ามความสงสัยของเขาต่อไปอีกไม่ไหว
“จะไม่เป็นไรเหรอครับ” เซกันท้วงโซนาตาด้วยความเป็นห่วง ก่อนหน้านี้ชาอุลดูไม่ได้สนใจนักและเรื่องที่โซนาตาพูดก็เป็นเรื่องที่ชาอุลรู้อยู่ก่อน เขาอาจจะคิดว่าโซนาตาเคยได้ยินเรื่องของเรย์มาก่อนหน้านี้บ้างแล้ว แต่เรื่องของรีนาดูเหมือนว่าชาอุลไม่เข้าใจว่าโซนาตารู้อะไรมา
“มาถึงขนาดนี้แล้วยังต้องกังวลอีกเหรอ” เจเนวีฟถอนหายใจ “จะเล่าอะไรก็เล่าไปเถอะ”
“ผู้หญิงคนนั้นมีความเกี่ยวข้องกับเทพปีศาจ”
ชาอุลอ้าปากค้าง “ท่านไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่ไหม”
“รีนาเป็นส่วนหนึ่งของเทพปีศาจจาเคววา” โซนาตาย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง มันทำให้ชาอุลหน้าซีดไป
“นั่นคือสาเหตุที่เธอมีพลังเวทเหนือมนุษย์งั้นเหรอ” เขาพูดกับตนเอง พอนึกถึงก็เข่าอ่อนจนต้องรีบคว้าเก้าอี้ไว้
“แต่เรื่องนั้นไม่ต้องกังวลไปหรอก พวกเราจะหาทางรับมือเอง เล่าเรื่องที่เหลือต่อเถอะ”
ชาอุลยังกังวลแต่ก็ไม่มีทางเลือก เขาไม่สามารถพิสูจน์ว่าสิ่งที่โซนาตาพูดจริงหรือไม่ เรื่องที่เขาทำได้ในตอนนี้มีแค่การถ่ายทอดเรื่องราวที่เรย์เคยเล่าให้ตนฟังจนกว่าจะถึงปลายทาง
รีนาพาพวกเรย์ไปเจอกับรูปปั้นสีขาวและดำตามที่สัญญาไว้ เมื่อเรย์หยิบมันขึ้นเขาก็รู้ว่ารูปปั้นทั้งสองเป็นโลหะที่ถูกเคลือบสีเอาไว้ พวกมันจะต้องเป็นโฮลีสตีลและดาร์คสตีลที่เฟอร์โรกล่าวถึงอย่างแน่นอน
“ไม่ผิดแน่โฮลีสตีล และ ดาร์คสตีล”
“เยี่ยม! ภารกิจเสร็จสิ้น” ไกรากระโดดโลดเต้นดีใจ
ซิกมาลูบเคราสีขาวของตนอย่างครุ่นคิด เขารู้สึกคุ้นเคยกับใบหน้าของรูปปั้น มันคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นที่ไหน ข้อสงสัยของเขาได้ถูกเฉลยไปแล้วโดยโซนาตา มันคือใบหน้าของรีนานั่นเอง
โซนาตาได้ให้อธิบายเอาไว้ว่า รีนาเป็นส่วนหนึ่งของเทพปีศาจที่ถูกเทพแห่งความกล้าหาญซิลเวอร์ตัดออกมา เซเวียราได้เห็นว่าชิ้นส่วนนี้แปลกประหลาดจากส่วนอื่นเพราะมันไม่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นหินไปพร้อมกับร่างของจาเคววา เธอจึงนำมันกลับไปศึกษาที่จามิว
แต่แล้ววันหนึ่งชิ้นส่วนนั้นก็เริ่มเคลื่อนไหว มันสังหารผู้รับใช้ทั้งหมดบนจามิว และเริ่มกลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตใหม่ มันเลือกรูปร่างจากรูปปั้นเซเวียราเป็นต้นแบบ จากนั้นรีนาที่ไม่มีความทรงจำใด ๆ เลยจึงถือกำเนิดขึ้น
แน่นอนว่ารีนาเองก็ไม่รู้เรื่องนั้น เธอมีความทรงจำพื้นฐานที่ได้มาจากผู้คนที่ถูกเธอดูดกลืนมาก่อนหน้านั้น และความรู้อื่นของโลกนี้ก็ได้มาจากหนังสือในวิหารที่เธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงสามารถอ่านมันได้
ซิกมาไม่ไว้ใจเธอ สัญชาตญาณที่สั่งสมมาหลายสิบปีบอกเขาว่าเธอไม่ใช่สิ่งเดียวกับที่มองเห็นด้วยตา แต่เขาก็ไม่มีคำอธิบาย และไม่มีข้ออ้างที่จะห้ามปรามพวกเรย์ไม่ให้รับเธอเข้ามาเป็นพวกพ้อง
อย่างน้อยที่สุด ซิกมาก็จับจิตสังหารของรีนาไม่ได้ เธอเข้าหาพวกเรย์โดยไม่ได้มีความมุ่งร้าย
หลังจากกลับลงมาจากจามิว พวกเรย์ถูกนากากลับมาล้างแค้นด้วยการยกพลมาดักรอไว้ที่เรือ แต่ทุกอย่างก็จบลงอย่างรวดเร็ว
เดิมทีนากาก็เป็นรองพวกเขาอยู่แล้ว ยิ่งพวกเรย์ได้รีนามาเพิ่มนากาก็ยิ่งไม่มีโอกาสตอบโต้
รีนาไม่เพียงแค่มีร่างกายที่แข็งแกร่งราวกับสัตว์ประหลาด เธอยังมีพลังเวทมนตร์เหนือชั้นกว่ามนุษย์คนใดจะมีได้ แน่นอนว่าเพราะต้นกำเนิดพลังของเธอนั้นมาจากเทพปีศาจ
ในแง่หนึ่งเธอใกล้เคียงกับเทพปีศาจยิ่งกว่าเซกันเสียอีก
“เทราธันเดอร์”
เวทมนตร์ระดับเทราคือหลักฐานถึงความเหนือชั้น แม้แต่ในยุคของซีวี คนเพียงผู้เดียวที่ร่ายเวทมนตร์ขั้นนี้ได้ก็คงมีเพียงแค่มิเดลเลีย
พวกเรย์ที่ไม่ได้เฉลียวใจต่างก็ยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่งที่ได้คนเก่งอย่างเธอมาเป็นสมาชิกใหม่ อาจมีเพียงแค่ซิกมาเท่านั้นที่ยิ่งระแวงกว่าเดิม
…เด็กคนนี้ไม่ใช่มนุษย์…
ถึงจะยังไม่สามารถตัดสินได้ว่าเธอคือมิตรหรือศัตรู แต่เฉพาะแค่ส่วนนี้ซิกมากล้ายืนยัน
ซิกมาไม่ได้บอกใครเรื่องที่เขาสงสัย เขาตัดสินใจจะเฝ้าสังเกตรีนาต่อไป อย่างน้อยที่สุดการเก็บตัวอันตรายไว้ใกล้สายตาก็น่ากังวลใจน้อยกว่า
พวกเรย์เดินทางกลับสู่มินิสเทรล จากนั้นจึงตรงดิ่งไปหาเฟอร์โรเพื่อมอบรูปปั้นให้ เฟอร์โรค่อนข้างแปลกใจที่พวกเรย์มีคนเพิ่มขึ้นแต่เขาก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรเพิ่ม
“ขอแรงเจ้ามาช่วยด้วย” เทพแห่งช่างชี้ไปทางเรย์
“อา… แต่ข้าทำเป็นแค่อาหาร”
“บอกให้มาช่วยก็มาเถอะ”
“อืมมม ครับ” เรย์ยอมตามอย่างว่าง่าย แม้ว่าเขาจะยังงงว่าตนจะช่วยอะไรได้แค่ไหน
“แล้วก็เจ้าอีกคน” คราวนี้เฟอร์โรชี้ไปที่รีนา
ลาโตรที่อยู่ติดกันเข้าใจผิดว่าชี้มาทางตน เขาก้มหน้าและหัวเราะอย่างย่ามใจ “ท่านนี่ก็ตาแหลมนะ ลาโตรผู้นี้น่ะเคยได้รับการยอมรับมาแล้วว่าหากคิดจะเอาดีด้านการเป็นช่าง…”
“จะให้ช่วยอะไรบอกได้เลย” รีนาโบกไม้โบกมืออย่างนึกสนุก
เฟอร์โรก็มองเห็นพลังที่ซ่อนไว้ของรีนา เพียงแต่เขาไม่ได้รู้สึกระแวงมันเหมือนซิกมา สำหรับสายตาช่างอย่างเฟอร์โร เขามองทุกอย่างว่าเป็นดั่งเครื่องมือ ทุกอย่างมีสองอย่างคือแค่ใช้การได้หรือใช้การไม่ได้ รีนามีพลังเวทมนตร์มหาศาลและยังมีพลังกายเหนือมนุษย์ สำหรับเขาแล้วเธอมีประโยชน์ในฐานะลูกมืออย่างเหลือเฟือ
เฟอร์โร เรย์ และรีนาใช้อยู่หลายวัน ทั้งการเปลี่ยนโฮลีสตีลและดาร์คสตีลให้กลายเป็นธีออสคาลิวา ทั้งการเตรียมอาวุธและชุดเกราะของทุกคนมันไม่ใช่เรื่องง่าย
ก็อดสตีลนั้นดูผิวเผินไม่แตกต่างจากสีของเงิน ดาบของเรย์ก็เป็นเช่นนั้น แต่ประกายของมันทำให้รู้ได้ทันทีว่าเป็นโลหะที่แตกต่าง มันคือผสมผสานสองโลหะที่ยามปกติไม่สามารถหลอมรวมกันได้เพราะคุณสมบัติของธาตุที่ต่อต้านกัน
ซิกมาเป็นคนแรกที่รับดาบมาชื่นชม คมกริบยิ่งกว่าดาบเล่มใดที่เคยพบ แต่ก็แข็งแกร่งจนดูไม่เหมือนวัตถุที่มีตัวตนอยู่จริงในโลก ซิกมาเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับดาบที่สร้างจากธีออสคาลิวาว่ามันคือดาบที่ไม่มีวันมีแม้แต่รอยบิ่น ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่จะทำลายมันได้นอกจากธีออสคาลิวาด้วยกัน หรือเทคนิคลึกลับที่นักเล่นแร่แปรธาตุระดับสูงสุดเท่านั้นถึงจะทำได้
หนึ่งในคนที่ทำได้ และอาจจะเป็นคนเดียวในโลกยุคนี้ก็คือเฟอร์โรผู้นี้นั่นเอง
“เทพแห่งช่างงั้นเหรอ” น้ำเสียงโซนาตาเหมือนนึกสนุก
“อย่าจะดีกว่านะคะ” เจเนวีฟเตือน เธอเคยอ่านเรื่องราวของเฟอร์โรมาจากตำนานอื่น ๆ ชายผู้นี้คุ้มดีคุ้มร้าย อาวุธที่เขาสร้างมีจำนวนไม่น้อยที่สร้างความเสียหายให้กับมนุษย์
“ไม่มีปัญหานี่นะ เราก็มีคนคุ้มดีคุ้มร้ายอยู่คนนึงแล้วนี่” ไม่ต้องเดาว่ากาเรนหมายถึงใคร ก็เพื่อนสนิทและหัวหน้ากลุ่มอะบีสนั่นเอง
“คนเดียวก็แย่แล้วล่ะ” อลินาห้ามปรามเสียงสูง
“เฮ้ย นี่นินทากันเผาขนแบบนี้เลยเหรอ เป็นแบบฉันแล้วไม่ดีตรงไหน”
“ถ้าจะเอาเฟอร์โรมาเป็นพวก ข้าว่าเป็นลูนาร์ผู้นั้นยังดีซะกว่า”
โซนาตารู้จักชื่อที่เจเนวีฟพูดถึง เขาคือชายหนุ่มที่ตนเคยเห็นจากความทรงจำที่ตกค้างอยู่ในดาบดำ และอีกหลายสถานที่ในเอเทเซีย หลังจากที่ได้ค้นห้องสมุดของอัลกราดและได้หนังสือเพิ่มเติมมาจากยุคของเซกัน โซนาตาก็ได้รู้ความจริงว่า “ชายผู้นั้น” แท้จริงแล้วเป็นหลานสาวของเทพแห่งช่างเฟอร์โร
เธอคือช่างที่เชื่อว่าเก่งกาจที่สุดเท่าที่ซีนเคยมีมา หลักฐานคือสุดยอดดาบทั้งแปดเล่มที่เธอใช้ผนึกเทพปีศาจ แหวนเวทมนตร์ที่เธอใช้สลับเพศเป็นชาย ไม้เท้าแฟรีของเวเน และอีกสารพัดอุปกรณ์มากมายที่ช่างทั่วไปไม่มีทางทำได้ แต่ต้องเป็นผู้ที่แตกฉานทั้งเวทมนตร์ การเล่นแร่แปรธาตุหรือแม้แต่เครื่องยนต์กลไก
“นั่นสินะ ลูนาร์… ถ้าได้คนเก่งแบบนั้นมาร่วมกลุ่มก็คงจะดีสิ”
“แต่ยุคนี้เธอยังไม่เกิดหรอกนะคะ” เจเนวีฟขัดคอโดยไม่ได้ตั้งใจ
ดาบถูกเปลี่ยนมือไปให้แต่ละคนได้ชื่นชม ลาโตรลองเอาไปกวัดแกว่งดูด้วย แต่เขาไม่สามารถทำให้ดาบแสดงพลังที่แท้จริงออกมาได้ ถึงอย่างนั้น ลาโตรก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่านี่คืองานระดับตำนาน
เรย์เห็นสีหน้าอิจฉาของลาโตรแล้วก็แอบอมยิ้ม เขาวางห่อผ้าห่อใหญ่ลงบนโต๊ะและพูดต่อ “เสียดายที่โลหะสุดยอดอย่างธีออสคาลิวามีไม่พอแต่พวกนี้ทุกชิ้นก็ทำจากโลหะระดับสูงรอง ๆ ลงมา”
“และไม่ต้องเป็นห่วง ลองถ้าเป็นฝีมือของข้าล่ะก็ ต่อให้ทำจากวัตถุเดียวกันคุณภาพก็ต้องเหนือกว่าอาวุธทั่วไปหลายสิบเท่า” เฟอร์โรเสริม
เริ่มจากดาบใหม่ของซิกมา ดาบคู่ที่เขาใช้มาตลอดเป็นดาบชั้นสูงแต่มันก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแทบไม่ต่างจากผู้เป็นเจ้าของ เพื่อให้กลุ่มของเรย์ไปได้ไกลกว่านี้ ดาบคู่ใหม่ของซิกมาจึงเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้
วอร์บริงเกอร์คือชื่อของดาบเล่มแรก ดาบเล่มนี้ทำขึ้นจากโลหะสีแดงสดที่ซิกมาก็ไม่มั่นใจว่ามันคืออะไรกันแน่ ทันทีที่สัมผัสมัน เขาก็พบว่ามันมีพลังพิเศษแฝงอยู่ด้วย
“ดาบเล่มนั้นจะเพิ่มพลังโจมตีเท่าตัว โดยมีข้อเสียคือจะผนึกการใช้เวทของผู้ใช้มัน” เรย์อธิบายตามที่จำมาจากเฟอร์โร
“เพิ่มพลังโจมตีเท่าตัว… ข้าเคยเห็นแต่อาวุธที่เพิ่มพลังโจมตีสูงสุดก็แค่หนึ่งในสาม แต่นี่เพิ่มถึงเท่าตัวเชียวหรือ” ซิกมาลูบเคราสีขาวพลางครุ่นคิด
“ใช้เวทมนตร์ไม่ได้ก็หนักหนาอยู่ แต่ตาแก่… เอ๊ยลุงซิกมาก็ใช้เวทมนตร์ไม่ได้เหมือนกับข้า ดังนั้นก็เท่ากับว่ากำไรเห็น ๆ”
“แล้วถ้าโยนมันทิ้งก่อนจะใช้เวทมนตร์ล่ะคะ” แอนทิสตาตั้งข้อสงสัย
“จะใช้วิธีนั้นก็ได้ แต่ระหว่างที่ถือดาบนี้พลังเวทจะไม่ฟื้นฟู ดังนั้นข้าไม่แนะนำให้นักเวทใช้มันหรอกนะ” เฟอร์โรชี้แจงเพิ่ม “เล่มต่อไป…”
“เล่มนี้ชื่อพีซเมคเกอร์ครับ” เรย์ว่าพร้อมกับส่งดาบอีกเล่มให้ซิกมา รูปร่างของมันคล้ายกับเล่มแรกแต่มันถูกสร้างจากโลหะสีน้ำเงินสด ทำให้ทั้งชื่อและทั้งสีของมันดูเหมือนขั้วตรงข้ามกัน
พีซเมคเกอร์นั้นชื่อไม่ได้สมกับความสามารถของมัน ดาบเล่มนี้มีพลังพิเศษที่ใช้เพิ่มความเร็วสองเท่าแต่จะลดพลังป้องกันลงเท่าตัว มันคือดาบที่บังคับให้ผู้ใช้ต้องลงมือก่อนที่จะเป็นฝ่ายถูกลงมือ
สำหรับซิกมาที่มีพลังป้องกันต่ำเนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้น การลดพลังป้องกันเท่าตัวเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง แต่ในทางกลับกันเขาคือหนึ่งในผู้ที่รวดเร็วที่สุด แม้แต่ในหมู่จอมดาบด้วยกันความเร็วของเขาก็ยังเป็นอันดับหนึ่ง หากชายที่ไวปานลมกรดแบบเขาเร็วขึ้นเท่าตัว มันก็แทบจะหาใครที่สร้างบาดแผลให้เขาไม่ได้แล้ว
ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่านั้นคือดาบทั้งคู่ของซิกมาถูกตีค่าไว้ถึงระดับเจ็ด!
“เท่ากับฟราคาเรียน ฟเลนนิรัสและกลาเซียส” ดีวานพึมพำถึงดาบที่ตกทอดกันมาในหมู่พาลาดินของเอเทเซีย มันน่าเหลือเชื่อเมื่อคิดว่าดาบระดับนั้นถูกเฟอร์โรสร้างออกมาเล่มแล้วเล่มเล่า
“อาวุธระดับตำนานเกือบทุกชิ้นเป็นฝีมือท่านเฟอร์โรผู้นี้แหละครับ รวมถึงชาโดว์เอจของผมด้วย” เซเลนอสยกดาบขึ้นให้ทุกคนในห้องเห็นได้ถนัดตา
“ผู้ชายน่ะช่างเถอะ หลานสาวน่าสนใจกว่าตั้งเยอะ” กาเรนผู้ไม่เคยเปลี่ยนจุดยืนประกาศกร้าว ทุกครั้งมันจะจบลงแบบไม่ค่อยมีใครใส่ใจนัก แต่คราวนี้หลายคนก็คิดแบบเดียวกับเขา ระหว่างเฟอร์โรที่ค่อนข้างเกลียดมนุษย์และเอาแน่เอานอนไม่ได้ ลูนาร์เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าอย่างแน่นอน
เพื่อให้ทุกคนได้ทดสอบอาวุธใหม่อย่างเต็มที่ เฟอร์โรได้พาพวกเขาไปในห้องพิเศษที่จัดเตรียมไว้แล้ว ในพริบตาที่ทุกคนเข้าไป หุ่นโกเลมหินที่มีขนาดใหญ่โตกว่ามนุษย์ก็ผุดขึ้นมาจากพื้นตัวแล้วตัวเล่า
“โกเลมหินพวกนี้ข้าไม่ใช้แล้ว สนุกกันให้เต็มที่นะ” เฟอร์โรพูดจบก็ให้สัญญาณ พวกโกเลมพากันพุ่งเข้ามา
เรย์และซิกมาที่ถืออาวุธใหม่ไว้พร้อมตั้งแต่ก่อนหน้านั้นไม่พบว่าโกเลมหินที่โจมตีมาแบบไม่ให้ตั้งตัวเป็นปัญหา แต่คนที่เหลือต่างตื่นตระหนกเพราะพวกเขายังไม่ได้รับอาวุธใหม่กันเลย
โชคดีที่ไกรานำเอาห่อผ้าติดตัวมาด้วย เขาโยนอาวุธแต่ละชิ้นให้กับคนที่เหลือ เป็นสภาพทุลักทุเลถึงขีดสุด ลาโตรดันรับคทาเวทใหม่ของแอนทิสตาเอาไว้ รีนาได้รับดาบของลาโตร ส่วนแอนทิสตาก็ได้อาวุธที่คล้ายถุงมือของรีนา มีเพียงแค่ไกราที่เป็นคนแจกอาวุธเท่านั้นที่ได้ของที่ควรจะเป็นของตนอย่างกรงเล็บโลหะ
โกเลมหินถูกดาบแห่งเรย์ตัดได้ราวกับกระดาษ ทั้งทีโกเลมเหล่านี้ไม่ได้อ่อนแอเลย
เฟอร์โรอาจจะบอกว่ามันคือโกเลมรุ่นเก่าที่เขาตั้งใจจะทำลายทิ้งอยู่แล้ว แต่อย่างน้อยที่สุดเรย์มั่นใจว่าพวกมันแข็งแกร่งกว่าชาโดว์ปลายแถวอย่างแน่นอน
เรย์ยั้งมือไว้จึงยังไม่ได้ใช้พลังที่ซ่อนอยู่ของดาบ เฟอร์โรเตือนเขาก่อนหน้านี้ว่าอย่าเพิ่งใช้พลังนั้นจนกว่าเขาจะแน่ใจว่าควบคุมได้ ไม่เช่นนั้น ทั้งโกเลม ห้องฝึกซ้อม รวมถึงเพื่อน ๆ อาจจะได้รับอันตรายร้ายแรงจากพลังนั้น
รีนาใช้ดาบของลาโตรได้อย่างคล่องแคล่วยิ่งกว่าที่เจ้าของตัวจริงใช้ได้เสียอีก แต่มันก็เกิดขึ้นไม่นานนัก แอนทิสตาแลกอาวุธกัน จากนั้นลาโตรก็แลกกับรีนาอีกครั้ง ในที่สุดทุกคนก็ได้ใช้อาวุธของตน
ถุงมือของรีนามีพลังในการสร้างอาวุธหลากหลายรูปแบบ เธอสามารถใช้ดาบ โล่ หอก และสารพัดอาวุธตามแต่ที่เธอจะจินตนาการถึง อาวุธที่เกิดจากพลังเวทมนตร์โดยตรงมีอานุภาพผันแปรตามสัดส่วนพลังเวทของผู้ใช้ เมื่อมาอยู่ในมือของรีนามันจึงกลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังไม่ด้อยไปกว่าอาวุธในตำนาน
ซิกมาไม่สบายใจเมื่อเห็นถุงมือคู่นั้น เฟอร์โรไม่ได้ยั้งมือเลยสักนิด เขาสร้างของอันตรายมาเพื่อคนที่ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปอย่างรีนา ตอนนี้เธอกลายเป็นพยัคฆ์ที่ได้ติดปีกไปแล้ว
ไกราและลาโตรยังไม่เข้าใจถึงพลังที่ซ่อนอยู่ของอาวุธตน ทั้งสองตั้งใจจะใช้เวลาอีกสักนิดเพื่อค้นหาความสามารถพิเศษของพวกมัน แต่ก่อนที่จะได้เป็นแบบนั้นโกเลมหินตัวสุดท้ายก็ถูกเรย์ผ่าครึ่ง
พวกเรย์ได้อาวุธและชุดเกราะใหม่จนครบถ้วน แต่ละชิ้นแต่ละอย่างล้วนแล้วแต่เป็นอุปกรณ์ที่ไม่เคยคาดฝันว่าจะได้มาครอบครอง ทีเด็ดที่สุดคือชุดและเสื้อเกราะของเรย์ที่ทำให้เขาไม่ต้องกังวลว่าหากแปลงร่างเป็นมังกร มันจะถูกทำลายไป ต่อไปนี้การแปลงร่างเป็นมังกรของเขาจะสะดวกยิ่งขึ้น
เรย์และเพื่อน ๆ รู้สึกไม่สบายใจที่เป็นฝ่ายรับน้ำใจจากเฟอร์โรเพียงฝ่ายเดียว จึงเสนอความช่วยเหลือเป็นการตอบแทน
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก แต่ถ้าอยากตอบแทนล่ะก็เอาชนะเทพปีศาจให้ได้ก็แล้วกัน” เฟอร์โรตอบแบบไม่ได้ใส่ใจนัก สำหรับเขาสิ่งเดียวที่ต้องการคือข่าวดีว่าอาวุธของตนสร้างผลงานได้มากน้อยขนาดไหน
แล้วเรือควีนอลิเซียก็ออกเดินทางจากมินิสเทรลในวันนั้นพร้อมกับดาบที่เป็นความหวังใหม่
ดาบแห่งเรย์…