Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 238: สมาชิกใหม่ ลามินา

จอมดาบ ลามินา มาดารัส
“อย่าลืมพาเด็กคนนี้ไปด้วย ต่อไปนี้เธอคือคนของกลุ่มอะบีสแล้ว”
ลามินามองริเธียด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่เธอจะเอ่ยปากถาม ริเธียก็พูดต่อ “ไม่เชื่อใจข้าแล้วเหรอ”
“หามิได้” ลามินาโค้งให้ “ข้าจะทำตามที่ท่านบอก”
ด้านโซนาตาไม่ใช่ว่าเชื่อในตัวริเธีย โซนาตามั่นใจสัญชาตญาณของตนเอง เขารู้สึกว่าตนไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามเรื่องของลามินาเพิ่ม ถ้าหากมีเรื่องที่ตนเองจำเป็นต้องรู้พยากรณ์เฒ่าผู้นี้ก็คงจะบอกไปแล้ว
การที่เธอไม่ได้อธิบายมีเหตุผลเดียวคือมันยังไม่ถึงเวลาที่ควรรู้
“ต่อไปนี้เธอคือคนของเราแล้ว มีอะไรอยากจะถามไหม”
“ท่านริเธียเล่าเรื่องของพวกท่านให้ฟังแล้ว”
“งั้นก็เตรียมตัวเถอะ พร้อมเมื่อไร จะออกเดินทางทันที”
พายุหิมะข้างนอกรุนแรงยิ่งกว่าตอนแรกที่พวกโซนาตามาถึง ไม่เพียงแค่ความหนาวเย็นที่สามารถพรากชีวิตคนได้ในไม่กี่นาที ทัศนวิสัยถูกบดบังจนกลายเป็นอุปสรรคร้ายแรงในการเดินทาง
ไฟของซีวี ดีวานหรือแม้แต่ไฟวิญญาณของเจเนวีฟช่วยขับไล่ความหนาวได้อย่างดี แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรมากมายในเรื่องการมองเห็น โชคดีที่โซนาตามีทั้งอุปกรณ์ที่สามารถบอกตำแหน่งได้อย่างแม่นยำและข้อมูลจากคำพยากรณ์ที่เมื่อใช้ประกอบกัน ต่อให้พายุหิมะรุนแรงกว่านี้พวกเขาก็ไม่มีทางหลงทิศไปไหน
พวกโซนาตาตรงดิ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างไม่ลดละ การเดินทางแบบไม่มีอะไรหยุดได้และไม่มีแม้แต่ความลังเลทำให้ ‘ตัวการ’ ทำให้เกิดพายุหิมะจับจ้องไปที่พวกเขา
แล้วมันก็ปรากฏตัว ไพร์มรูปร่างมังกรเซตา
“มันมาอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่ว่าพวกนั้น…” ดีวานกังวลว่าพวกตนมาถึงช้าเกินไป
“กำจัดมันเสร็จแล้วค่อยหาคำตอบก็ไม่สาย”
เซตาเป็นชาโดว์ที่มีรูปลักษณ์ของมังกรตัวใหญ่ อาวุธหลักของมันคือความเย็นระดับที่สามารถส่งผลไปทั่วทั้งทวีปได้ และแม้ว่าจุดเด่นที่สุดของมันจะอยู่ที่พลังพิเศษก็ไม่ได้หมายความว่าเซตาจะอ่อนแอเลย
อาจเพราะมีรูปร่างมาจากมังกร เซตามีเกล็ดชนิดพิเศษที่แข็งแกร่งเป็นรองเพียงธีออสคาลิวา ในแง่พลังป้องกันแล้วไพร์มตนนี้พูดได้เต็มปากว่าระดับพลังสูงที่สุดในหมู่ชาโดว์
“แบบนี้แข็งตายกันหมดแน่” ไคเลอร์โวยวายกับโซลิเน ตั้งแต่เซตาปรากฏตัวอุณหภูมิก็ยิ่งลดลงอย่างต่อเนื่อง ความเย็นจัดนี้ทำให้เขาไม่สามารถกลายร่างเป็นของเหลวได้ดังที่เคย
“หืมมม เย็นแล้วเหรอ” เจเนวีฟหันไปมองทั้งคู่ ไม่ใช่เพราะเธอเป็นแวมไพร์จึงไม่ยี่หร่ะต่ออุณหภูมิติดลบ แต่เพราะประสบการณ์ในอดีตมันทำให้เธอรู้สึกว่ามันยังไม่เลวร้ายจนถึงที่สุด
“นั่นสินะ… เทียบกับประสบการณ์ในเนเธอร์เวิลด์แล้ว ก็งั้น ๆ แหละ” เวเนยืนยันอีกคน
ลามินามองกลุ่มอะบีสด้วยความทึ่งใจ หลายปีที่ทำงานคุ้มครองริเธียทำให้เธอมีประสบการณ์ต้องประมือกับคนมีฝีมือมามากหน้าหลายตา แต่คนเหล่านั้นแทบไม่มีใครเลยที่อยู่ในระดับนี้
เซกันคือคนแรกที่ทำให้เธอทึ่งจัด เพลงดาบของเขาเป็นสิ่งที่ไม่มีทางได้มาจากการฝึกฝนตามตำรา ในสายตาของจอมดาบอย่างเธอ ลามินากล้ายืนยันว่ามันต้องเกิดจากการผ่านประสบการณ์โหดร้ายมานับครั้งไม่ถ้วน
มันก็ไม่ผิดจากที่เธอคิด เซกันต่อสู้ด้วยตัวคนเดียวมานาน ในยุคที่เขามีชีวิตอยู่ เซกันต้องสู้อย่างโดดเดี่ยวโดยไม่สามารถพึ่งพิงใครได้ เขาเคยต้องรบในสมรภูมิที่มีมนุษย์เพียงคนเดียวกับอันเดดนับแสน มันบีบบังคับให้เขาแข็งแกร่งขึ้นเหนือใคร ๆ
ดีวานเองทำให้ลามินารู้สึกทึ่งเช่นกัน อัศวินดำผู้นี้ไม่เพียงมีวิชาดาบที่น่าอัศจรรย์ใจ เพลิงสีขาวและสีดำที่เขาใช้เป็นวิชาเฉพาะตัวที่ร้ายกาจ เพลิงสีขาวนอกจากความร้อนแล้วมันยังเต็มเปี่ยมไปด้วยธาตุศักดิ์สิทธิ์ เขาสาดไฟแบบนี้ไปทั่วโดยเจตนาให้ผลกับพวกเดียวกันเอง ไฟนี้ไม่เพียงแค่ขับไล่ความหนาวเย็นได้อย่างชะงัด มันมีผลในด้านการรักษาอย่างเหลือเชื่อ
ส่วนไฟดำเองก็ร้ายกาจ เธอเห็นกับตาว่ามันสามารถทำให้เกล็ดของเซตาลุกไหม้ได้อย่างง่ายดาย เพลิงนี้ตอบสนองต่อธาตุมืดโดยตรง ไม่สนใจว่าเดิมทีศัตรูจะแข็งแกร่งแค่ไหน ไฟนี้แค่มองความมืดเป็นเชื้อเพลิงเท่านั้น
อีกหนึ่งคนที่ทำให้เธอขนลุกคือเซเลนอส ริเธียเล่าให้ฟังว่าเขาคืออาชญากรกลับใจจากยุคอดีต ชายผู้นี้มีพิษสงรอบด้าน ไม่ว่าจะถูกเซตาไล่ต้อนแบบไหน มันก็ไม่ทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยน ตรงกันข้ามเขาหาวิธีโต้กลับได้เสมอ ดาบชาโดว์เอจของเขาสามารถโจมตีใส่เงาของศัตรูได้ มันกลายเป็นว่าชาโดว์ซึ่งเป็นเงากลับเป็นฝ่ายถูกศัตรูใช้เงาเล่นงาน
กลุ่มอะบีสยังมีคนที่น่าจับตามองอีกมาก แต่ลามินาบอกตัวเองว่าเธอจะมัวแต่มาสนใจพวกเข้าไม่ได้ ในเมื่อตอนนี้เธอกลายเป็นหนึ่งในสมาชิก เธอเองต่างหากที่ควรจะแสดงให้เห็นว่าตนนั้นมีประโยชน์
“อัญเชิญดาบแสง อัญเชิญดาบไฟ” ลามินาพึมพำ
ดาบเรียวสองเล่มปรากฏขึ้นกลางอากาศ หนึ่งคือดาบสีขาวสว่างที่มีลายสีทอง อีกหนึ่งมีลักษณะคล้ายกันต่างที่มีลวดลายของเปลวเพลิงสีแดงแทน ทั้งคู่คืออาวุธพิเศษที่เธออัญเชิญมาจากต่างมิติ
ลามินาเชี่ยวชาญการต่อสู้ด้วยการใช้ดาบมือเดียว แต่ก็ใช่ว่าเธอจะไม่ถนัดการใช้สองดาบพร้อมกัน ในสถานที่ที่ถูกหิมะและความหนาวเย็นปกคลุม ส่วนศัตรูก็มีร่างกายเป็นธาตุมืด จะมีอะไรเหมาะสมไปกว่าการจับคู่ของดาบแสงและดาบไฟได้อีก
แล้วลามินาก็พุ่งเข้าฟันใส่เซตาไม่ยั้ง ท่วงท่าของเธอทั้งเฉียบคม รวดเร็วและรุนแรง โดยไม่สนใจว่าร่างกายอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งแค่ไหน เพียงแค่ไม่กี่กระบวนท่าลามินาก็สร้างบาดแผลให้กับร่างของเซตาได้แล้ว
…ไม่เลวเลยนี่นา… โซนาตาหันไปเห็นจังหวะนั้นเข้าพอดี
…สมเป็นจอมดาบ... เซเลนอสพินิจพิเคราะห์
…แข็งแกร่ง… ดีวานมองแล้วรู้สึกว่าโชคดีที่ผู้หญิงคนนี้อยู่ฝ่ายเดียวกัน
…ท่วงท่างดงาม รุนแรงและทรงพลัง คล้ายกับคน ๆ นั้นเลย… โซลิเนเห็นภาพลามินาซ้อนกับไซเลนเซอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดที่เธอเคยพบในโลกเสมือนจริง
…ผมสวย ตาเซ็กซี่ องค์ประกอบใบหน้าลงตัวทุกอย่าง หุ่นก็ดีเยี่ยม อยากได้เป็นแฟนจังเลยอะ… กาเรนเป็นคนเดียวที่คิดไปคนละเรื่อง
เซตาคงไม่เคยจินตนาการเรื่องที่มันจะตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก ในหมู่ไพร์มด้วยกันมันถือว่าเป็นไพร์มที่ร้ายกาจติดอันดับต้น ๆ ตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นมานอกจากโอเปราที่ไม่สามารถขัดขืนได้ด้วยกฎที่ติดตัวมา เซตาเชื่อมาเสมอว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดในโลกนี้แข็งแกร่งไปกว่าตน ทุกแห่งทุกหนที่เดินทางไปถึง ไม่ว่าจะมีภูมิประเทศที่ไหน ศัตรูจะเป็นมนุษย์หรือเดวัลแบบใดก็ตาม สุดท้ายพวกศัตรูทุกตัวก็คงจะถูกตนสังหารและกัดกินจนหมดสิ้น
มันไม่เคยนึกเลยว่าตนเองจะตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ปีกทั้งสองข้างขาดวิ่นจากการถูกทั้งฟันทั้งสับใส่โดยมนุษย์ตัวกระจ้อย เกล็ดทั่วร่างที่เคยภาคภูมิมาตลอดว่าไม่เคยมีสิ่งใดทำลายได้ถูกเผา ถูกเลาะ ถูกตัดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยราวกับพลังป้องกันสุดยอดที่เคยมีเป็นเรื่องโกหก ไอเย็นมรณะที่แช่แข็งได้ทั้งทวีปไม่ว่าใครก็ไม่ควรจะยืนหยัดต้านทานได้กลับดูไร้ประโยชน์กับพวกหนอนแมลงตัวเล็กพวกนี้
…ทำไมกัน ข้าคือเซตา ไพร์มชาโดว์ผู้แข็งแกร่งที่สุดไม่ใช่เหรอ…
“ใครที่บาดเจ็บหรือเหนื่อย มาพักตรงได้นะ มีทั้งไฟอุ่น ๆ ทั้งขนม แล้วก็กาแฟด้วย” เวเนตะโกนโบกไม้โบกมืออยู่ข้างกองไฟ
“ไม่ต้องไปช่วยแล้วเหรอ” ซีวีถามทั้งที่เธอกำลังปิ้งมาชเมลโลอยู่ข้าง ๆ
“เดิมทีแค่เซเลนอสกับเซกันสองคนก็เหลือแหล่แล้ว…” โซนาตาเดินตามมาสมทบอีกคน
อัลโตก็เอากับเขาด้วย เขารับกาแฟของเวเนมาจิบ “จุดที่พวกท่านยายริเธียบอกอยู่อีกไกลไหม”
“ข้ามเขาลูกถัดไปก็น่าจะถึงแล้ว” โซนาตาชี้ไปทางหนึ่งโดยมีเซตาที่ถูกคนที่เหลือตบกระเด็นไปมาอยู่ที่ฉากหลัง
การจัดการเซตาใช้เวลามากกว่าที่คาด แม้จะเสียเปรียบจนแทบไม่สามารถโต้กลับได้แต่ความอึดของมันก็จัดได้ว่าเหนือชั้น มันดิ้นรนอยู่ได้อีกหลายสิบนาทีแม้ถูกไฟดำของดีวานคลอกทั้งร่างแล้วก็ตาม
“ถ้ามันไม่ได้มาตัวเดียวนี่อันตรายนะ” อลินาพึมพำขณะมองร่างที่ไม่ไหวติงไปแล้ว
“ถอยออกมาหน่อย” เคสเทรลโบกมือไล่ทุกคนให้ออกมาพ้นระยะก่อนที่เขาจะซัดหมัดลงไปบนร่างนั้น เสียงร้องของเซตาที่ทุกคนเข้าใจว่าตายไปแล้วดังกึกก้องไปทั่ว แต่ก็เป็นได้เพียงเสียงกรีดร้องครั้งสุดท้าย
ร่างของชาโดว์ที่เหมือนมังกรค่อย ๆ สลายไป สิ่งที่เหลืออยู่คือลูกทรงกลมสีดำที่ทำให้มันกลายเป็นไพร์ม
ดาร์คเนสคอร์ลูกที่สอง
แม้ว่าหิมะที่ปกคลุมทั้งทวีปจะไม่หายไปทันทีพร้อมกับการจากไปของเซตาแต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือพายุหิมะที่เคยพัดกระหน่ำตลอดหลายวันที่ผ่านมาได้หยุดลงหลังจากที่ร่างของเซตาสลายไป
ไม่นานนักหรอก สภาพอากาศที่โหดร้ายคงยุติลง และสภาพอุณหภูมิปกติจะกลับคืนมา
โซนาตาไม่รอให้อากาศดีขึ้น เป้าหมายของเขาอยู่ไม่ไกลจากจุดนี้แล้ว พวกเขาตัดสินใจเดินทางข้ามภูเขาไปตามทางที่ริเธียบอกไว้ และขณะที่ผ่านภูเขาไปได้ราวครึ่งทาง อัลโตก็มองเห็นเป้าหมายผ่านดวงตาที่สามารถซูมมองระยะไกล
“เรย์กับพวกอยู่ข้างหน้านี่แหละ แต่… ไม่ได้อยู่ตามลำพัง”
“ศัตรูงั้นเหรอ” เวเนเดาจากน้ำเสียงนั้นได้
“ชาโดว์หลายร้อยตัว มีตัวที่เหมือนงูยักษ์ น่าจะเป็นไพร์ม”
“บ้าชะมัด! ไอโอตาสินะ แถวนี้ไม่ได้มีแค่เซตาหรือไงเนี่ย” เคสเทรลบ่นด้วยความหงุดหงิด
“ที่นี่มีกี่ตัวก็ช่างเถอะ โชคดีแล้วที่เราไม่เจอมันพร้อมกัน” อลินาตอบ เธอหันไปถามอัลโตเพื่อยืนยันสิ่งที่เขาเห็นให้แน่ใจอีกครั้ง
“ที่เหลือเป็นชาโดว์ธรรมดา แต่รีบเข้าเถอะดูท่าไม่ดีเลย” อัลโตตอบ