Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 247: ประวัติศาสตร์ที่กำลังเปลี่ยน
ชาโดว์ฮันเตอร์จำนวนนับไม่ถ้วนต่างล้มตายลง หน้าที่ของพวกมันคือการหลอกล่อให้เทพปีศาจจาเคววาที่เพิ่งตื่นจากการผนึกเข้ามาในพื้นที่ที่เฟอร์โรจัดเตรียมไว้
จีดัสเชื่อว่าการเสียสละที่ไม่ได้เกิดจากความเต็มใจจะไม่สูญเปล่า เพราะบัดนี้เบื้องหน้าของเรย์คือเทพปีศาจที่กำลังหยุดนิ่ง
หอคอยของเฟอร์โร นอกจากทำหน้าที่ดูดพลังเวทมหาศาลของเทพปีศาจเข้ามาในระบบ มันยังมีคุณสมบัติสำคัญอีกอย่าง คือช่วยต่อต้านอสูรอัญเชิญของเทพปีศาจ ตราบใดที่เทพปีศาจอยู่ในพื้นที่ของหอคอย มันจะไม่สามารถเรียกสาวกเทพปีศาจมาเพิ่มได้
เบื้องหน้าของเรย์คือบริเวณโล่งกว้างที่ถูกล้อมโดยหอคอย จาเคววาได้มาถึงแล้ว แต่เพราะการตื่นที่ยังไม่สมบูรณ์ มันกลับไปมีสภาพกึ่งหลับใหลอยู่ เมื่อพวกเรย์เข้าไปใกล้ดวงตาของมันจึงเริ่มเปิดขึ้น
จาเคววามีใบหน้าคล้ายหญิงสาว แต่มันมีผิวทั่วกายเป็นสีทอง แขนขาที่ยาวผิดปกติเมื่อเทียบอัตราส่วนกับมนุษย์มีกรงเล็บที่แหลมคม บริเวณอกมีปากที่ใหญ่เสียจนกลืนกินสิ่งที่ใหญ่กว่ามนุษย์นับร้อยเท่าได้ภายในคำเดียว
แม้แต่เรย์ผู้สืบสายเลือดมาจากเทพแห่งความกล้าหาญก็ยังหวั่นเกรงต่อภาพของขุนเขามีชีวิตลูกนี้ เป็นครั้งแรกที่เรย์และพวกเข้าใกล้เทพปีศาจที่ไม่ได้ถูกผนึกกลายเป็นหินในระยะใกล้เพียงแค่นี้
เรย์ไม่รู้ว่าในประวัติศาสตร์เขาทำได้อย่างไร
เทพปีศาจแทนที่จะสนใจพวกเรย์ มันรู้ว่าหอคอยทั้งหลายคือสิ่งที่กั้นขวางระหว่างมันกับสาวก มันลงมือเล่นงานสิ่งก่อสร้างโดยไม่ได้สนใจพวกเขาเลย
“ทำไมเป็นแบบนี้ได้ล่ะ นี่ไม่เหมือนที่คาดไว้นี่” ลาโตรโอดครวญ
“อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นแหละ” เรย์ตอบเสียงเครียด
“เลิกบ่นแล้วหาทางทำอะไรกับมันเถอะ” เวิร์นไม่รอเรย์เคลื่อนไหว เขาเริ่มโจมตีก่อน คลื่นดาบของเขาพุ่งออกไปที่ร่างของเทพปีศาจ แต่ด้วยขนาดที่แตกต่างกันอย่างเปรียบกันไม่ได้ คลื่นดาบแทบจะไร้ผล
ไกราและแอนทิสตาทำหน้าที่หลักในการใช้เวทมนตร์เสริมพลังให้กับพวกพ้องทุกคน รีนาและจูเดสปาร่ายเวทสายฟ้าให้กับดาบของเรย์ ในขณะที่ซิกมา เรเซอร์ โซแลนและเวิร์นต่างก็เริ่มโหมโจมตีใส่ในทุกรูปแบบ
“มันแทบจะไม่บาดเจ็บเลย” ลาโตรตะโกน แม้จะเป็นดาบที่เฟอร์โรสร้างให้ก็ยังฟันผิวที่ทั้งหนาและแข็งของเทพปีศาจเข้าอย่างยากเย็น
“อย่าหยุด ต้องทำให้มันเลิกโจมตีหอคอย”
เรย์เพิ่งนึกถึงเหตุการณ์ในหนังสือที่เขาหลงลืมไป สาเหตุที่เขาตอบโต้จาเคววาได้ในตอนนั้นเป็นเพราะเทพปีศาจโจมตีใส่เขาด้วยเวทมนตร์สายฟ้า เวทมนตร์ระดับยอตตะที่สูงกว่าขั้นเทราสี่ขั้นได้ขยายอำนาจขอบเขตของดาบแห่งเรย์จนกลายเป็นดาบที่สามารถทำลายขุนเขาด้วยการโจมตีครั้งเดียว สิ่งนั้นคืออาวุธสำคัญที่เขาใช้ตอบโต้กลับในอดีต
แต่นี่คือความจริงในปัจจุบัน
เมื่อประวัติศาสตร์เปลี่ยนไปแล้ว เรย์อาจไม่ได้ทำสิ่งเดิมตามท้องเรื่อง แต่เขาพยายามมองโลกในแง่ดีว่าเรื่องอื่น ๆ ก็คงเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน
ปากขนาดยักษ์ของจาเคววาเปิดอ้าออก จากนั้นก็เกิดลมดูดมหาศาลขึ้น
การถูกโจมตีอย่างไม่ยั้ง ทำให้จาเคววาหันมาสนใจพวกเรย์อย่างที่พวกเขาต้องการ แต่เฉพาะเรื่องนี้แหละที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้น เรย์รู้ว่ามีอะไรรออยู่ในนั้น
…เขาต้องปกป้องรีนา…
…ถ้าเธอโดนดูดเข้าไป เธอจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของจาเคววา และประวัติศาสตร์ก็จะซ้ำรอย…
เรย์ดิ้นรนอย่างสุดกำลัง เขาจะถูกดูดเข้าไปก็ไม่เป็นปัญหา แต่เรย์ไม่ยอมให้คนอื่นโดนการโจมตีนี้ไปด้วย ดาบที่ปักพื้นถูกถอนออก เขาลอยไปตามกระแสลมดูดขณะที่พยายามเขวี้ยงคนอื่นที่ลอยเข้ามาใกล้ให้ลอยออกไปพ้นจากระยะ
“เรย์!!!!” ทุกคนตะโกนไล่หลังแต่ไม่ทันแล้ว
เรย์ทรุดเข่าลงอย่างหมดแรง ทั้งที่พยายามอย่างเต็มที่ แต่ภาพสุดท้ายก่อนที่จะถูกดูดเข้ามาคือรีนากระโจนเข้ามาช่วยเขาจนถูกดูดเข้ามาด้วยกัน แม้รายละเอียดเล็กน้อยจะแตกต่างออกไป แต่สุดท้ายเขาก็หนีไม่พ้นผลลัพธ์นี้
“เรย์ เจ้าอยู่ที่นี่ใช่ไหม” เสียงรีนาตะโกนแหวกความมืดมา
ความสิ้นหวังของเรย์ มันทำให้เขารู้สึกมืดมิดเสียจนไม่ได้ใส่ใจกับสภาพแวดล้อมในตอนนี้ เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามองสิ่งใดไม่เห็นจนกระทั่งได้ยินเสียงเรียกของอีกฝ่าย
“รีนา ข้าอยู่นี่” เขาตอบอย่างหมดแรง
“เรย์ ข้า…” เสียงของรีนาเข้ามาใกล้กว่าเดิม
“ไม่ต้องพูดเรื่องนั้นหรอก ข้าเข้าใจ”
ทั้งสองฝ่ายต่างก็เงียบไป รีนายังคงเดินต่อมาจนมาหยุดอยู่ที่หน้าเรย์ในระยะที่หายใจรดกันได้
“เจ้าเองก็อ่านหนังสือเล่มนั้นสินะ”
“ข้าขอโทษ ทั้งที่เจ้าเตือนแล้วว่าอย่าไปแตะต้องมัน”
เรย์ดึงเธอมากอดไว้ “ไม่ต้องขอโทษ ไม่ใช่ความผิดเจ้าหรอก”
“ข้ามีเรื่องหนึ่งที่อยากถาม… ถ้าข้าเป็นมนุษย์ เป็นผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่ง เจ้าจะ…”
“เจ้าเป็นมนุษย์… เป็นมนุษย์มากกว่าใครหลาย ๆ คนที่ข้ารู้จัก และเป็นมนุษย์ที่ข้า…”
“ขอบคุณนะ สำหรับทุกอย่าง”
“ขอบคุณเช่นกัน ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างข้ามาตลอด…”
“ลาก่อน”
ที่โลกภายนอก ผองเพื่อนของเรย์กำลังแตกตื่นจากอสูรอัญเชิญที่เกิดขึ้นจากเลือดของเทพปีศาจ แม้ว่าในขอบเขตหอคอยที่เฟอร์โรสร้าง การอัญเชิญสาวกแบบปกติจะถูกปิดกั้นไว้แล้ว แต่เหล่าปีศาจที่เกิดจากเลือดของเทพปีศาจเป็นข้อยกเว้น
ยิ่งจาเคววามีบาดแผลมากเท่าไร ศัตรูก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นเท่านั้น
ในขณะที่สถานการณ์กับจาเคววากำลังตึงมือ เสียงคำรามดังลั่นที่สั่นสะเทือนทั้งท้องฟ้าดังมาจากอีกด้าน เงาแรกที่มองเห็นคือมิเนอร์วาที่กำลังตรงมาด้วยความเร็วสูง ส่วนเงาที่สองที่เหมือนภูเขากำลังเคลื่อนที่คืออัลกีโรอาอีกหนึ่งเทพปีศาจที่ถูกมิเนอร์วาล่อมา
“ตอนนี้เลยเหรอ” จูเดสปากัดฟันกรอด
“ต้องตอนนี้นั่นแหละ หลังจากรวบรวมพลังได้พอก็ต้องผนึกพวกมันทั้งคู่นั่นแหละ” ซิกมาตอบ
ทุกคนร้อนรนจากความกังวลใจที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด ทั้งจาเคววา ทั้งอัลกีโรอา ทั้งเรื่องของเรย์และรีนาที่ถูกกลืนเข้าไป รวมทั้งเรื่องที่ชาโดว์ฮันเตอร์ที่เป็นกำลังรบหลักร่อยหรอลงในทุกวินาที
มิเนอร์วาทิ้งระยะห่างออกไป แต่ก่อนหน้านั้นเหล่ากำลังรบหลักได้ถูกส่งมาถึงแล้ว
“เรย์ล่ะ” จีดัสตะโกนถามสถานการณ์
“ถูกจาเคววาดูดเข้าไปในปากตรงอกนั่น” ลาโตรชี้
“เป็นไปตามคำทำนายของท่านริเธีย… ไม่สิ เป็นไปตามประวัติศาสตร์เลย” ลามินาตอบ
“แล้วคุณโซนาตาล่ะคะ ยังอยู่บนยานเหรอคะ” แอนทิสตาถามกลับบ้าง เธอไม่เห็นผู้บัญชาการของกลุ่มอะบีส
จีดัสพยักหน้า
“ใช่ โดนเล่นงานมาหนักเลยให้พักฟื้นอยู่”
“แล้วผลการต่อสู้กับโอเปราล่ะ” เวิร์นที่สู้ติดพันกับสาวกถอยลงมาเพื่อยืนยันเรื่องนี้
“ไม่ต้องห่วง หมอนั่นเอาชนะโอเปราได้แล้ว”
ข่าวดีเรื่องโอเปราทำให้ทุกคนรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยภัยพิบัติใหญ่หลวงก็หมดไปหนึ่งประการ หากพวกเขาจัดการกับจาเคววาและอัลกีโรอาได้ โลกก็ยังมีวันพรุ่งนี้ได้อีก
การปะทะรุนแรงขึ้นในทุกขณะ อัลกีโรอามีลวดลายสีแดงบนร่างสีดำที่ชวนให้นึกถึงอสรพิษ เทพปีศาจตนนี้เคยทำลายอาณาจักรโดนาเมสของจีดัสจนพินาศด้วยการโจมตีที่เหมือนระเบิดทำลายล้าง
สาวกเทพปีศาจนั้นเหนือกว่าเดวัลจากเนเธอร์เวิลด์ แม้จะมีกลุ่มอะบีสกับชาโดว์ฮันเตอร์ช่วย การต่อสู้ก็ยังเป็นไปด้วยความยากลำบาก
อย่างไรก็ตาม มีหลายจังหวะที่บางคนคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะรอดได้แล้ว แต่ใครสักคนจะโผล่มาช่วยก่อนที่มันจะย้อนกลับไม่ได้
ไกรารู้สึกเสียวแปลบที่กลางหลังบริเวณช่วงอก
จังหวะต่อไปในเสี้ยววินาที ไกราต้องพบกับความตาย แต่เหตุการณ์ดังกล่าว ชายผู้หนึ่งเข้ามาแทรกไม่ให้มันเกิดขึ้น
“ระวังครับ”
ทั้งการโจมตี ทั้งร่างของอัศวินนรกถูกดูดหายไปในวังวนแห่งเงาที่เซเลนอสสร้างขึ้น เขาได้เปลี่ยนแปลงอีกหนึ่งความเป็นจริงไปโดยที่ไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ
“เกือบไปแล้ว” ไกรายังรู้สึกเสียววูบ มือยังคลำอยู่ที่แผงอกตนเอง ไม่มีตรงไหนที่บุบสลายไป
เซเลนอสไม่อยู่รอรับคำขอบคุณ เขาพุ่งต่อไปข้างหน้าพร้อมกับกวัดแกว่งชาโดว์เอจไปด้วย อดีตผู้นำกองทัพปีศาจในสงครามซีนครั้งที่สาม ยังคงร้ายกาจจนไม่มีใครหยุดอยู่
มุมหนึ่งของสงคราม จูเดสปารีดเค้นพลังเวทออกมาใช้อย่างเต็มที่ เขาหวนนึกถึงช่วงที่เพิ่งเข้ากลุ่มเรย์ใหม่ ๆ ตอนนั้นเขารู้สึกสิ้นหวังที่พบว่าตนเองอ่อนแอกว่าเกือบทุกคน
จูเดสปาทุ่มเทฝึกหนักแทบล้มประดาตาย เขาใช้เวลาพักอันน้อยนิดเพื่อยกระดับของตนเอง อาจเพราะเดิมทีเขาคือจอมเวทผู้มีพรสวรรค์อยู่แต่ดั้งเดิม ทีละเล็กทีละน้อยเขาจึงไล่ตามพวกเรย์ใกล้เข้ามาจนเกือบถึงจุดเดียวกัน
แม้ว่าตอนนี้ความรู้สึกแบบเดิมจะกลับมาอีกครั้งยามที่เห็นความแข็งแกร่งของกลุ่มอะบีส แต่เขาก็เชื่อมั่นว่าสักวันตนเองก็สามารถไปถึงจุดนั้นได้
จูเดสปาทรุดเพราะการโหมใช้พลังมากจนเกินไป เขาบอกตนเองว่าจะทำตัวน่าละอายไม่ได้ เขาคือตัวแทนคนเดียวของพามิลเลสที่เหลืออยู่
“กิกะไอซ์”
“กิกะวินด์”
เวทมนตร์น้ำแข็งที่มือซ้ายกับเวทมนตร์พายุที่มือขวา จูเดสปาประสานมันเข้าด้วยกันก่อนจะเอ่ยชื่อเวทที่เกิดจากการผสม “กิกะบลิซซาร์ด”
พายุน้ำแข็งไม่เพียงแค่ทำให้สาวกเทพปีศาจถูกดันถอยกลับไปมันยังแช่แข็งและตรึงพวกมันเอาไว้กับพื้น จูเดสปาไม่ยอมปล่อยโอกาสดีให้หายไป เขากำลังจะร่ายเวทผสานของไฟและดินซ้ำใส่พวกมัน
แต่เขาฝืนจนเกินไป สติของจูเดสปาหลุดลอยไปครู่หนึ่ง
“บ้าจริง” เขาสบถ ถึงเป็นเพียงชั่วพริบตาที่สมาธิหลุดไป แต่มันไม่ทันแล้ว ฝูงสาวกเทพปีศาจกลุ่มนั้นกำลังหลุดจากการแช่แข็ง และเขาก็ไม่มีทั้งเวลาและพลังเวทเหลือพอที่จะหยุดมัน
…ความฝันของข้า จะจบลงแบบนี้เหรอ…