Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 254: ภารกิจชิงโล่แบบมักง่าย
ออสลัมคืออาณาจักรเกิดใหม่ที่อยู่ในทวีปซีโรเปีย แม้ตัวประเทศจะเพิ่งเกิดได้ไม่นานแต่ชาวออสลัมนั้นมีประวัติศาสตร์ชนชาติมายาวนานก่อนหน้านั้น พวกเขาเคยเป็นชนเผ่าเร่ร่อนที่ไม่เคยมีดินแดนเป็นของตนเอง
กระทั่งเหตุการณ์หนึ่งเมื่อสิบกว่าปีก่อน ทำให้พวกเขายึดดินแดนของอาณาจักรคาเมลอสมาเป็นของตนได้สำเร็จ
นั่นคือจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งที่ไม่มีวี่แววจบสิ้น ชาวออสลัมอ้างสิทธิ์ในดินแดนที่เคยเป็นของบรรพบุรุษตน ส่วนชาวคาเมลอสที่เสียดินแดนส่วนหนึ่งไปเพราะถูกชาวออสลัมยึดไปอย่างไร้เหตุผลก็ไม่สามารถยอมรับได้ พวกเขาทำสงครามตั้งแต่นั้นมา
ฝ่ายคาเมลอสได้เปรียบในเรื่องกำลังทหารและทรัพยากรที่มีเหนือกว่ามาก แต่ฝ่ายออสลัมก็ได้เปรียบในเรื่องความเจนจัดในสงคราม ออสลัมเป็นชนกลุ่มน้อยที่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเพียงแค่การเลี้ยงสัตว์ในทุ่งหญ้า พวกเขาเป็นนักรบโดยกำเนิด และฟีสผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ของออสลัมเป็นหนึ่งในบรรดานักรบที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ
พวกเซเลนอสทำการติดต่อเพื่อขอเข้าพบกับผู้นำประเทศ แม้จะยัดเงินสินบนไปไม่น้อยแต่พวกเขาถูกเตะถ่วงให้รออยู่หลายวันกว่าจะได้เข้าพบตามที่ต้องการ
“พวกคุณรออยู่ที่ห้องรับรองแล้วกันครับ” เซเลนอสหันไปบอกทุกคนยกเว้นโรมิเอล ทุกคนเข้าใจดีว่าการเจรจาอาจจบลงด้วยการปะทะ พวกเขาจึงเตรียมพร้อมหากสิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้น
“ท่านทั้งสองเชิญทางนี้” หญิงสาวรับใช้ที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องบอกกับคนทั้งคู่ จากนั้นพวกเขาจึงเดินตามเธอไป
เซเลนอสและโรมิเอลแทบไม่ได้สนใจบรรยากาศของห้องที่หรูหรากว่าห้องอื่นราวกับหลุดเข้ามาอีกโลก พวกเขามองไม่เห็นบรรดาองครักษ์นับสิบที่ยืนเฝ้าอยู่สองข้างทางด้วยซ้ำ ราวกับคนเหล่านั้นไม่มีค่าพอให้แม้แต่ชายตามอง
“เจ้าทั้งสองมาขอพบข้าเพราะมีธุระเกี่ยวกับโล่นี่สินะ” ฟีสผายมือไปยังโล่ในตำนาน “ข้าพอจะเดาได้ เพราะมันจึงทำให้ข้าชนะศึกที่ผ่านมาได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าใครก็อยากเชยชมเจ้าสิ่งนี้กันทั้งนั้น ข้าถึงได้ยอมให้นักเดินทางธรรมดา ๆ อย่างเจ้าทั้งสองคนเข้ามาพบข้าได้อย่างง่ายดายอย่างไรเล่า”
เซเลนอสและโรมิเอลไม่รู้ว่าประโยคที่ได้ยิน เหมือนกันชนิดคำต่อคำถูกใช้กับพวกลูนาร์ในอีกความเป็นจริงหนึ่ง
เรื่องของเรื่องที่ฟีสยอมให้พวกเขาเข้าพบโดยง่าย ก็ด้วยเหตุผลว่าเขาต้องการอวดศักดาของโล่ในตำนานนั่นเอง
“พวกเราต้องการโล่ของคุณครับ” เซเลนอสว่าแบบตรงไหนตรงมา
“ว่าไงนะ” ฟีสรู้สึกขัดหูกับน้ำเสียงนั้น แม้ฟังดูผิวเผินจะดูสุภาพแต่น้ำเสียงของเซเลนอสก็ตรงกันข้าม มันคือเสียงของคนที่ตั้งใจมาหาเรื่องอย่างชัดเจน
“พวกเราเต็มใจจ่ายอย่างเต็มที่” บรอลพูดแทนโรมิเอล เนื่องจากเขายังอยู่ในรูปร่างของร่มและถูกโรมิเอลสะพายไว้กลางหลังมันจึงดูเหมือนโรมิเอลเป็นคนพูดแบบไม่ได้ขยับปาก
“ข้า! ขอ! ปฏิเสธ!” ฟีสย้ำทีละคำเพื่อยืนกรานเจตนาอย่างชัดเจน โล่นี่คือเหตุผลที่ทำให้ออสลัมชนะสงครามในครั้งที่ผ่านมา ต่อให้มีเงินมากมายมากองจนท่วมหัวมันก็เทียบไม่ได้กับราคาและคุณค่าของโล่ในตำนานนี้
“ไม่มีอะไรที่ซื้อไม่ได้หรอก อยากได้เท่าไหร่ก็บอกมาเถอะครับ”
น้ำเสียงของเซเลนอสทำให้ความใจเย็นของฟีสหมดลง ในความคิดวูบหนึ่งเขาอยากลองหลอกให้เจ้าพวกอวดดีนี่ทำอะไรสักอย่างกับคาเมลอส แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่ในอารมณ์ล้อเล่นแบบนั้น
“ไสหัวไปซะ ในขณะที่ข้ายังอารมณ์ดีอยู่”
ทหารองครักษ์ขยับตัวทันทีที่ได้รับสัญญาณ พวกเขาครึ่งหนึ่งกำลังจะเข้ามาคว้าตัวเซเลนอสและโรมิเอลเอาไว้ แต่ยังไม่ทันถึงตัว ร่างเหล่านั้นก็ทรุดลงกับพื้นและแน่นิ่งไป
“หวา… เอาจนได้สินะ” บรอลร้องเบา ๆ ในสถานการณ์เมื่อครู่มีแต่เขาและโรมิเอลเท่านั้นที่มองออกว่าเกิดอะไรขึ้น
เซเลนอสที่เข้ามาในห้องด้วยมือเปล่า บัดนี้เขาไม่ได้มือเปล่าอีกแล้ว มือของเขามีชาโดว์เอจปรากฏอยู่ ส่วนร่างของชายฉกรรจ์หลายคนที่นอนแผ่หราอยู่บนพื้นก็ไม่ต้องเดาเลยว่าเกิดจากดาบเล่มนั้น
“แก… ทหาร!!” ฟีสตะโกนขณะที่ตนเองวิ่งเข้าไปคว้าโล่เฟนเดอร์เอาไว้
“ฆ่าให้หมดได้เลยใช่ไหม” โรมิเอลถาม
“ข้างนอกมีเด็กกับผู้หญิงด้วย เว้นแค่พวกนั้นแล้วกันครับ”
“ข้าหมายถึงพวกทหาร ไม่ได้พูดถึงคนทั่วไป” โรมิเอลตอบกลับด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว
“ผมล้อเล่นครับ” เซเลนอสหัวเราะ บรอลรู้สึกขนลุกเพราะมันดูไม่ออกจริง ๆ ว่าอันไหนพูดเล่น อันไหนพูดจริง
สงครามระหว่างกองทัพออสลัมกับกลุ่มอะบีสเริ่มขึ้น เพียงไม่กี่อึดใจเรือนพักของฟีสก็ถูกเปลี่ยนเป็นซากจากการปะทะกันของทั้งสองฝ่าย บ้านครึ่งหนึ่งปลิวหายไปในการโจมตีครั้งแรกของโรมิเอล ส่วนอีกครึ่งก็กำลังมอดไหม้จากเพลิงของดีวาน
“พวกมันไม่ใช่มนุษย์ อ๊อกกก”
“ทำไมฟันไม่เข้า”
“ช่วยด้วย ข้าขยับตัวไม่ได้”
“โอ๊ย เจ้าเด็กนี่ใช้เวทมนตร์ของเดวัลได้”
เสียงกรีดร้องมากมายสลับกันดังไปทั่ว กลุ่มอะบีสยั้งมืออย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้มีใครถึงแก่ชีวิต แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไม่รู้เลยว่าพวกที่ถูกลูกหลงจะรอดไปได้จริงหรือไม่
“ส่งโล่มาเถอะครับ” เซเลนอสฉีกยิ้ม
“ไม่มีทาง ถ้าไม่มีโล่ ออสลัมของเราต้องถูกคาเมลอสทำลายแน่”
ฟีสพูดจบก็ใช้พลังของโล่เฟนเดอร์กับทหารของเขา ทหารทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นได้รับพลังประหลาดจนมีร่างกายที่แกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า ฟีสคิดว่านั่นคือช่วงเวลาเอาคืน
แต่ฟีสประเมินศัตรูต่ำไป ทหารที่มีร่างกายคงกระพันไม่ได้สร้างปัญหาให้กับกลุ่มอะบีส กรงเล็บแห่งแสงของไกรา ฟราคาเรียนของดีวาน ชาโดว์เอจของเซเลนอส ร่มของโรมิเอล ทุกอาวุธสามารถฟันทะลุผ่านร่างเหล็กกล้าได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะพลังพิเศษของอัลโต มันทำให้เขาเล่นงานทหารพวกนั้นด้วยมือเปล่าได้ด้วยซ้ำ
“เลือกเอาครับ ถูกคาเมลอสเล่นงานในอนาคต หรือถูกพวกเราถล่มจนหมดสภาพในวันนี้”
เจเนวีฟเห็นสภาพของฟีสแล้วรู้สึกสังเวชใจ มันไม่สามารถนับเป็นการต่อสู้ได้ด้วยซ้ำ ประเทศเล็ก ๆ แบบนี้แม้แต่เธอคนเดียวยังน่าจะถล่มราบคาบได้ตามลำพัง คิดได้เช่นนั้นเจเนวีฟจึงกลายร่างเป็นหมอกพุ่งเข้าใส่อีกฝ่าย ก่อนที่ฟีสจะรู้ตัว เธอปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งโดยมีโล่เฟนเดอร์อยู่ในมือแล้ว
“เลิกเล่นได้แล้วล่ะ เอาโล่นี่กลับกันเถอะ”
“นั่นสิครับ” เซเลเนสหัวเราะเบา ๆ เหมือนเสียดายที่ถูกแย่งเรื่องสนุกไป
เมื่อไม่มีประโยชน์ที่จะสู้ต่อ กลุ่มอะบีสจึงแหวกวงล้อมของทหารเพื่อหลบหนี ด้วยจำนวนที่มีแค่แปดคนพวกเขามีทางเลือกมากมาย ไม่ว่าจะหลบซ่อนตัวในพื้นที่ที่ห่างไกลออกมา ติดต่ออลินาหรือยานขนส่งให้พาพวกเขากลับ หรือแม้แต่กบดานอยู่เงียบ ๆ จนกว่าเรื่องจะซาลง
ในบรรดาทางเลือกมากมาย เซเลนอสเลือกทางออกที่เลวร้ายที่สุด พวกเขาหนีไปประเทศข้างเคียงที่เป็นอริกัน คาเมลอส...
ข่าวลือตามติดพวกเซเลนอสมาเร็วเหมือนกับไฟป่า โดยแทบไม่มีเวลาได้พักหายใจความก็แตกว่าพวกเขาคือกลุ่มที่ไปก่อเรื่องที่ออสลัมมา ที่ตลกคือมันทำให้พวกเขาได้รับการต้อนรับขับสู้จากชาวคาเมลอสเป็นอย่างดี
“พวกท่านคือกลุ่มนักผจญภัยในข่าวลือสินะคะ” พนักงานต้อนรับของโรงแรมวิ่งหน้าตื่นมาหา
“ข่าวลืออะไรเหรอครับ” เซเลนอสแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้
“ไม่ต้องปิดบังหรอกค่ะ ออสลัมติดประกาศจับพวกท่านทุกคนเลย” พนักงานพูดด้วยน้ำเสียงสดใสขัดกับเนื้อหาที่แจ้งให้ทราบ
เวเนเพิ่งสังเกตว่าที่กระดานข่าวมีรูปใบประกาศจับพวกเธอแปะหราอยู่ด้วย แต่ที่ประหลาดคือมันถูกใส่กรอบเอาไว้อย่างสวยงามราวกับใบประกาศเกียรติคุณ
เสียงขอบคุณและเสียงโห่ร้องด้วยความยินดีดังให้ได้ยินครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งที่เพิ่งก่อเรื่องร้ายแรงขึ่้นในประเทศหนึ่งแต่พวกเขากลับกลายเป็นเหมือนวีรบุรุษของอีกประเทศไปเสียแล้ว
“ดูท่าว่าโล่เฟนเดอร์จะสร้างปัญหาให้ยิ่งกว่าที่คิดนะครับ พอออสลัมเสียมันไปคนในคาเมลอสถึงกับจัดงานเฉลิมฉลองกันทั้งประเทศเลยทีเดียว”
“ชักรู้สึกผิดกับออสลัมขึ้นมาซะแล้วสิ” เวเนเริ่มกังวล ตอนนี้เธออยากรู้ประวัติศาสตร์ที่แท้จริงของช่วงนี้เป็นที่สุด เธอสงสัยว่าลูนาร์ใช้วิธีชิงมาแบบพวกเธอหรือเปล่า
“จะเอายังไงดีกับคำเชิญผู้นำประเทศดี เห็นว่าจะมอบรางวัลให้ด้วย” ดีวานพูดอย่างหนักใจ
“กลัวว่าจะไม่จบแค่มอบรางวัลให้น่ะสิ” เจเนวีฟถอนหายใจ
เซเลนอสอยากปฏิเสธคำเชิญแต่พวกเขาตัดสินใจช้าเกินไป รู้ตัวอีกครั้งทุกอย่างก็สายเกินแก้ รถม้าของทางการได้มาจอดอยู่ที่ด้านหน้าของโรงแรมพร้อมกับผู้นำทางแล้ว
“ท่านผู้นำของเรากำลังรออยู่ที่สนามประลองแห่งชาติแล้วครับ”
“สนามประลอง…” ไกราพึมพำอย่างรู้สึกไม่ดี
สถานที่นัดพบกับท่านผู้นำคือสนามประลองทาส สถานที่ที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อหาความบังเทิงจากการเข่นฆ่ามนุษย์ด้วยกัน เซเลนอสบอกกับเวเน เจเนวีฟและไกราให้พวกเขารออยู่ข้างนอก แต่ทั้งสามยืนกรานว่าไม่ต้องเป็นห่วงพวกตนจนเกินไป
“เข้าไปด้วยกันหมดนี่แหละ ถึงจะไม่ชอบแต่พวกเราแยกแยะได้น่า”
เซเลนอสไม่ได้สนใจผู้นำของคาเมลอสนัก เขาไม่ได้ใส่ใจแม้แต่จะจำชื่อของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ เซเลนอสปล่อยให้ชายสูงอายุทำหน้าที่ประธานของงานแข่งเสร็จสิ้นจึงมีโอกาสได้พูดคุย
“ไม่ว่าจะทำไปด้วยเหตุผลอะไร แต่พวกเจ้าทำได้ดีมาก” ชายสูงอายุกล่าวกับเซเลนอสและพวก
“กล่าวเกินไปแล้วครับ พวกเราไม่ได้ทำอะไรที่สมควรได้รับคำชมเลย”
“หากมีโล่นั่น ไม่ใช่แค่ออสลัม แต่คาเมลอสของเราจะไม่แพ้ใครหน้าไหนอีก”
“หืมม” จูเดสปาคิดว่าเขาหูเพี้ยนไปจึงถามย้อนอีกที
“อะไรกัน ยังไม่มีใครบอกรึว่าพวกเจ้าต้องส่งมอบโล่เฟนเดอร์ให้กับกองทัพ” ผู้นำกล่าวด้วยน้ำเสียงเชิงข่มขู่
“ต้องขออภัยด้วยครับ พวกเราจำเป็นต้องใช้โล่เฟนเดอร์ในภารกิจกอบกู้โลก” เซเลนอสตอบอย่างรวบรัด เขารู้สึกว่าถึงอธิบายรายละเอียดมากกว่านี้ก็คงไม่ช่วยอะไร
“ข้าไม่ได้ถามความเห็นของเจ้า” สิ้นคำของผู้นำ ทหารจำนวนมากก็วิ่งกรูกันออกมาจากทุกทิศทาง เพียงไม่กี่อึดใจที่นั่งของแขกพิเศษก็เต็มไปด้วยทหารของคาเมลอส
เซเลนอสเงยหน้าขึ้นมองฟ้าอย่างปลงตก รู้ทั้งรู้ว่ามันควรจะจบลงแบบนี้ แต่เขายังมองโลกในแง่ดีก่อนหน้า แอบคิดว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไป
“นี่ ๆ ข้ากับเจเนวีฟแล้วก็อัลโตขอแยกไปปล่อยตัวทาสได้ไหม” เวเนไม่ได้ใส่ใจทหารที่ล้อมอยู่
เซเลนอสพยักหน้า “ได้ครับ ช่วยกลับมารวมตัวกันให้ได้ก่อนยานจะมารับแล้วกันครับ”