Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 255: ปะทะเฟรย์การ์ดกลางเวหา
หลายวันก่อน ทางด้านกลุ่มของโซนาตา
มิเนอร์วาได้เดินทางมาที่กิงคารอนด้วยสองจุดประสงค์ใหญ่ ภารกิจแรกไม่แตกต่างจากสิ่งที่กลุ่มเซเลนอสทำ คือการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโลกนี้มากขึ้นเพื่ออุดช่องโหว่ของข้อมูลยุคนี้ที่ขาดหายไป ส่วนอีกภารกิจคือรับมือกับ “สิ่งรบกวนจิตใจ” ของโซนาตาตั้งแต่เขามาถึงยุคนี้
โซนาตาเคยคิดว่าเขาอาจจะคิดไปเอง เขาลองสร้างเครื่องมือตรวจจับหลาย ๆ แบบขึ้นมาแต่ไม่สามารถตรวจจับความผิดปกติใด ๆ ได้
ถึงเป็นเช่นนั้นความรู้สึกแบบเดียวกับที่รู้สึกถึงแรปโซดีกับโอเปราไม่ได้หายไป แต่กลับรุนแรงขึ้นในทุกวัน
“มีอะไรบางอย่างซ่อนตัวอยู่ที่น่านฟ้าของกิงคารอน” จีดัสรายงานโซนาตาพร้อมกับเปิดหน้าจอโฮโลแกรมแสดงผลไปด้วย
“พวกมันใช้เทคโนโลยีอำพรางตัวแบบเดียวกับเซอร์เรียน เราถึงตรวจจับไม่ได้ในตอนแรก แต่ตอนนี้ฉันปรับปรุงระบบเซ็นเซอร์ของมิเนอร์วาใหม่ทั้งหมดแล้ว” ด็อกมาชี้แจงเพิ่ม
“ยานรบ...” โซนาตามองข้อมูลเกี่ยวกับขนาดของตัวยาน แหล่งพลังงานของเครื่องยนต์ รวมถึงอาวุธมากมายหลายชนิดที่ตรวจสอบพบ เป็นเรื่องน่าบังเอิญที่ยานลึกลับมีรายละเอียดต่าง ๆ ใกล้เคียงกับมิเนอร์วามาก
“มีเรื่องที่น่าสนใจด้วยค่ะ เราสแกนเจออุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายไทม์แมชชีนของเราด้วย” มินอาให้ข้อมูลที่เธอดูหนักใจ
“คิดว่าใช่พวกนั้นหรือเปล่า” ซีวีถามโซนาตา
“จนกว่าจะได้เจอก็คงระบุชัดไม่ได้” เขาตอบ
จีดัสสั่งการมิเนอร์วาให้รักษาระยะห่างระหว่างตนเองและยานลึกลับเอาไว้ ขณะที่ยานของอีกฝ่ายเมื่อรับรู้ว่าถูกมิเนอร์วาตรวจจับได้มันก็เคลื่อนไหวอย่างเปิดเผย มันหลุดออกจากสภาพล่องหนและเผยให้เห็นภาพของตัวยานอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก
จรวดนำวิถีถูกยิงออกมา ในขณะที่ปืนใหญ่อนุภาคทั้งหมดหันมาทางทิศของมิเนอร์วา เป็นการเปิดเผยเจตนาอย่างชัดเจนว่ายานดังกล่าวมองมิเนอร์วาเป็นศัตรู
มิเนอร์วาเองก็ตอบโต้กลับไปทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรอรับคำสั่ง จรวดต่อต้านถูกยิงออกไปสกัดจรวดของอีกฝ่าย ส่วนปืนอนุภาคของศัตรูถูกหยุดไว้ด้วยสนามพลังของยาน
ทั้งหมดเป็นแค่การโจมตีระลอกแรกเท่านั้น อาวุธของทั้งสองฝ่ายถูกงัดออกมาใช้ใส่กันแบบไม่มียั้ง มันรวมถึงยานลูกนับร้อยนับพันและหลากหลายรูปแบบที่ถูกปล่อยออกมาด้วย
สปีด วีลเลอร์มาพร้อมกับ “เออีจี-เอ็กซ์ ซีโรซีโรโฟร์ เมไจ” อีเธอร์เกียร์รุ่นใหม่ล่าสุดผลงานของด็อกมา มันถูกออกแบบให้รวมความสามารถของหุ่นรบสามแบบแรกเอาไว้ในตัวเดียว ความยืนหยุ่นที่สามารถปรับใช้การต่อสู้หลากหลายรูปแบบจากส่วนประกอบเสริมแบบเดียวกับฮาร์บินเจอร์ ความสามารถในการเปลี่ยนร่างระหว่างร่างหุ่นยนต์และร่างยานรบของเชฟชิฟเตอร์ และอีเธอร์เกียร์รุ่นแรกที่มีพลังเวทมนตร์วิซาร์ด
ต่างจากก่อนหน้านี้ที่โลดแล่นในฐานะนักบินหุ่นยนต์ยักษ์ตามลำพัง ครั้งนี้สปีดมีเพื่อนร่วมรบมาอีกหนึ่ง เธอคือแบมบีนา เดลูกาอดีตนักบินจากเซคเตอร์โฟร์ผู้ผันตัวมาเป็นทหารให้กับกลุ่มอะบีส แบมบีนารับช่วง “เออีจี-เอ็กซ์ ซีโรซีโรวัน ฮาร์บินเจอร์ คัสตอม” อีเธอร์เกียร์เครื่องเก่าของสปีดมาใช้
นอกจากอีเธอร์เกียร์ของทั้งสอง เชฟชิฟเตอร์และวิซาร์ดที่ถูกบังคับโดยปัญญาประดิษฐ์และอีเธอร์เกียร์รุ่นแมสโปรดักส์อีกร่วมสามสิบตัวคือกำลังรบสำคัญของฝ่ายอะบีสในศึกกลางเวหา
เห็นได้ชัดว่าแม้ยานแม่ของศัตรูกับมิเนอร์วาจะมีประสิทธิภาพในการรบสูสีกัน แต่ในแง่การคุมพื้นที่ฝ่ายอะบีสเหนือกว่าอย่างขาดลอย
“ข้าศึกกำลังพยายามเจาะสนามพลังเข้ามาค่ะ พบการพยายามเทเลพอร์ตเข้ามาในยานโดยตรง แต่เทเลพอร์เทชันแจมเมอร์ของเราสกัดไว้ได้ก่อนค่ะ” เจ้าหน้าที่ของมิเนอร์วารายงาน
“เปลี่ยนปลายทางไปที่ดาดฟ้าเรือแทน แล้วค่อยยกเลิกการทำงานของแจมเมอร์” พูดจบโซนาตาจึงหันไปพยักหน้ากับพวกอีลิทไฟว์ที่รอรับคำสั่งอยู่ “พวกนายพาฉันขึ้นไปข้างบนหน่อย”
หนึ่งในนั้นเข้ามาแตะตัวโซนาตาและพาเขาไปสู่ดาดฟ้าผ่านการเทเลพอร์ต จากนั้นทีมของเขาอีกหลายคนจึงขึ้นไปสู่ดาดฟ้าด้วยวิธีการแบบเดียวกัน
ด้านบนสุดของยานท่ามกลางกระแสลมกระโชกที่คนธรรมดาไม่สามารถยืนอยู่ได้ โซนาตาได้พบกับศัตรูที่เพิ่งมาถึงในเวลาไล่เลี่ยกัน
“เฟรย์ แลนดอน” โซนาตาเรียกชื่ออีกฝ่าย
“โซนาตา ดิอาลโน ได้พบกันอีกแล้วสินะ แล้ว…”
โซนาตาหันไปมองคนในชุดคลุมที่ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ข้างหลังของเฟรย์
“เซเรเนด…” ชายในชุดคลุมด้านหน้าสุดแนะนำตัวชายคนดังกล่าว
เซเรเนดผู้นี้คือโซนาตาในจักรวาลอื่นเช่นกัน เขาถูกดึงตัวมาพร้อมกับเฟรย์ โอเปราและแรปโซดี เมื่อมองจากแง่ว่าตัวตนอื่นของโซนาตามีแรงกระตุ้นให้ฆ่าฟันกันเอง การที่เขายังอยู่กับเฟรย์จึงเป็นเรื่องที่น่าประหลาด
“ชุดนี่ไม่จำเป็นแล้วล่ะมั้ง” หนึ่งในสามของบุคคลในชุดคลุมถอดมันออก
“กริมเซฟ” จีดัสที่เพิ่งตามมาถึง เดาออกก่อนที่อีกฝ่ายจะถอดชุดออกด้วยซ้ำ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอีกสองคนในชุดคลุมคงไม่พ้นพรรคพวกของเขา โครินาเล และริแลนท์
“พวกนี้เป็นลูกน้องของแรปโซดีที่เคยเล่าให้ฟังสินะ ทำไมถึงมาอยู่กับกลุ่มนี้ได้” เรย์จ้องไปที่กริมเซฟแบบแทบไม่กะพริบตา
สัญชาตญาณบอกเขาว่าอัศวินมังกรธาตุมืดรายนี้คือศัตรูที่เขาต้องรับมือ
“แรปโซดีตายไปแล้ว เลยหานายใหม่สินะ” ซีวีจ้องเขม็งไปที่โครินาเล
“ระวังกันให้ดีนะครับ คนพวกนี้แข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อเลย” เซกันเตือน เช่นเดียวกับซีวีและเรย์ เขาจับตามองริแลนท์แบบไม่ยอมปล่อยให้คลาดสายตา
โดยไม่จำเป็นต้องออกคำสั่งหรือนัดแนะกันล่วงหน้า สามในเจ็ดของทีมโซนาตาเลือกคู่ต่อสู้ของตนไปแล้วเรียบร้อย ส่วนอีกสามคือ ลามินา ฟรีโอนิเอล และแอนทิสตาตัดสินใจหลังจากนั้น ฟรีโอนิเอลคิดจะเลือกโครินาเลแต่เขาถูกลามินาที่เร็วกว่าตัดหน้าไป ส่วนแอนทิสตาที่คุ้นชินกับเรย์เป็นอย่างดีเลือกช่วยเขารับมือกับกริมเซฟ เมื่อไม่มีทางเลือกฟรีโอนิเอลจึงจำใจต้องหันไปช่วยเซกันรับมือกับริแลนท์แทน
“ฉันให้พวกอลินาเตรียมตัวเอาไว้ก่อน เผื่อว่าพวกมันมีแผนอะไรซ่อนอยู่” จีดัสกระซิบบอกโซนาตา
“ดีแล้ว”
“ไม่คิดจะทักทายกันก่อนเลยเหรอ” เฟรย์ตะโกนมาจากอีกฝั่ง โซนาตาเพิ่งสังเกตว่าชุดของเฟรย์มีส่วนคล้ายกับตน ภายใต้เสื้อคลุมของเขามันคือชุดไซเลนเซอร์
“ตอนที่เจอกันครั้งก่อน นายคงไม่ได้รับไปแค่ความสามารถที่ฉันเลียนแบบมาจากอีริธสินะ”
“ถูกต้อง ดูเหมือนว่าความทรงจำบางส่วนของนายจะติดมาด้วย”
“แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงกับสร้างยานที่มีไทม์แมชชีนได้”
“อะโพฟิส… ชื่อของเธอคืออะโพฟิส แล้วก็นายเข้าใจผิดนิดหน่อยนะ ฉันไม่ได้สร้างยานหรือไทม์แมชชีนสำเร็จเพราะความทรงจำที่ได้จากนายหรอก”
เหมือนพูดให้อยากรู้แล้วหยุดลงกลางคัน เฟรย์ไม่ได้อธิบายทุกอย่างอย่างละเอียด โซนาตาเดาว่าเขาอาจจะมีเทคโนโลยีนี้ในจักรวาลเดิมที่จากมา แต่สิ่งหนึ่งที่เขาแน่ใจคือเฟรย์ในตอนนี้ผ่านการดัดแปลงร่างกายตัวเองมาแล้ว เขาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาอย่างแน่นอน
แม้ว่าโซนาตา จีดัส เฟรย์ และเซเรเนดยังคงรอดูท่าที แต่การปะทะของคู่รองเริ่มต้นไปแล้ว
เรย์ประหลาดใจกับความแข็งแกร่งของกริมเซฟมาก ถึงแม้ในความทรงจำของเรย์ อัศวินมังกรที่เขารู้จักจะมีเพียงแค่เวิร์น แต่ตัวตนของเวิร์นนั้นได้ฝังภาพของอัศวินมังกรที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกไว้ในหัวของเขา ภาพที่ว่ากำลังพังทลายลงจากฝีมือของชายร่างใหญ่ตรงหน้า
กริมเซฟร่ายกายสูงใหญ่เกินกว่าสองเมตร ทั้งร่างของเขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่แข็งราวกับเหล็กกล้า ต่อให้ไม่ได้ใช้พลังของอัศวินมังกรเข้าช่วย ชายผู้นี้ก็คือสัตว์ประหลาดที่สวมหนังของมนุษย์เอาไว้
“เก่งนี่หว่า” กริมเซฟว่าพร้อมกับเตะใส่เรย์จนไถลไปไกล
เรย์ไม่ได้ตอบ แต่เขาคิดแบบเดียวกัน
“เก่งกว่าเจ้าอัศวินมังกรที่ใช้หอกนั่นอีก ชื่ออะไรนะ” กริมเซฟหันไปตะโกนถามเพื่อนที่สู้อยู่ไม่ห่าง
“รีสเลย์ ลีออน” หนุ่มผิวเผือกตอบกลับมา
“น่าเสียดาย คิดว่าจะได้สู้กับเจ้านั่นอีกครั้ง” กริมเซฟหัวเราะเสียงดัง “แต่เอาเถอะ แกเก่งกว่าเจ้านั่นเกือบเท่าตัว สู้กับแกต้องสนุกกว่าแน่นอน”
“เรย์ไม่ได้สู้อยู่คนเดียวนะคะ ยังมีข้าด้วยอีกคน” แอนทิสตาชี้ไม้เท้าลงพื้น จากนั้นเธอได้บริกรรมคาถาเพื่อเรียกอสูรอัญเชิญออกมา
ไตรเซอรา สเตรกอส เทอรา เลโอล และเรกซ์ อสูรอัญเชิญทั้งห้าคือมรดกจากหมู่บ้านเคไซทัสที่แอนทิสตาได้รับมอบต่อมา แอนทิสตาในเวลานี้สามารถอัญเชิญทั้งห้าออกมาได้พร้อมกันในทีเดียว
“ฝืนเกินไปแล้ว” เรย์ร้องเตือนด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าแค่เวลาสั้น ๆ” แอนทิสตามีเหงื่อผุดออกมาเต็มใบหน้า เธอทำขนาดนี้เพราะแน่ใจว่ากริมเซฟคือศัตรูที่ถ้าไม่ทุ่มสุดตัวขนาดนี้ก็ยากที่จะล้มเขาลงได้
“กิกะธันเดอร์” เรย์เห็นแอนทิสตาทำแบบนั้น เขาจะยอมแพ้ไม่ได้ นี่คือเวทมนตร์สายฟ้าขั้นสูงสุดที่เขาร่ายได้ในตอนนี้
ดาบแห่งเรย์ดูดสายฟ้าทั้งหมดเข้าไป ประกายไฟฟ้าก่อตัวขึ้นรูปเป็นใบดาบขนาดใหญ่ จากนั้นเรย์จึงพุ่งออกไปพร้อมกับอสูรอัญเชิญทั้งห้าตน
กริมเซฟแสยะยิ้มด้วยความยินดีเป็นล้นพ้น เขาหลบการโจมตีของเรย์ได้ฉิวเฉียด ประกายไฟฟ้าเฉือนข้างแก้มไปเพียงนิดเดียว ไม่ต้องพูดถึงการสวนกลับ ลำพังแค่หลบเขี้ยวเล็บของอสูรอัญเชิญทั้งห้าที่ตามมาติด ๆ ก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากแล้ว
“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ เข้ามาเลย ใส่มาให้เต็มที่ยิ่งกว่านี้”
อ๊อกกก เปรี๊ยะ