Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 257: มินอา เอลลี และแอมเบอร์
ฝ่ายศัตรูมีหุ่นยนต์ขนาดเท่ามนุษย์ที่มีทักษะในการรบและการจารกรรม พวกมันถูกนำโดยไซริลผู้มีพลังสายซัมมอน และ อีวาผู้ที่สามารถเจาะสมองและแก้ไขข้อมูลสิ่งมีชีวิตใด ๆ ก็ได้ แผนของพวกเขาคือการบุกเข้าไปก่อความเสียหายภายในยานพร้อมกับ “ขโมย” ลูกเรือของกลุ่มอะบีส
หากใช้ทักษะของอีวา การล้างสมองคนไม่ใช่เรื่องยากเย็น มนุษย์ทั่วไปที่ไม่มีสเปลอิมมูนิตีเหมือนไซเลนเซอร์ไม่สามารถต่อต้านพลังของเธอได้ หรือต่อให้มีคนที่มีกำลังจิตเข้มแข็ง อีวาก็สามารถใช้วิธีทำให้บาดเจ็บหนักก่อนแล้วค่อยแทรกแซง
ทหารของกลุ่มอะบีสหลายคนถูกเล่นงานไปแล้ว อีวาเปิดหัวของศัตรูด้วยพลังพิเศษ จากนั้นสายรับส่งข้อมูลจากร่างของเธอก็พุ่งเข้าเสียบสมองของทหารผู้โชคร้าย เพียงไม่นานนักสมองของเขาก็ถูกลบข้อมูลทิ้งไปจนหมด
“บาร์ตัน” เพื่อนทหารตะโกนเรียกแต่ไม่ทัน นอกจากไม่สามารถหยุดอีวาได้ เขาเองตกอยู่ในสภาพเดียวกัน หัวถูกเปิดออกจนเห็นสมองจากนั้นสายที่เหมือนสายไฟก็พุ่งเข้าเสียบแบบเดียวกัน
อีวาไม่ได้ฆ่าและไม่ได้ล้างสมองทหารหลายคนที่เธอจับไว้ เธอเปลี่ยนสมองพวกเขาเป็นคอมพิวเตอร์ เมื่อมีสมองของพวกนี้ช่วยคำนวณ พลังของเธอจะยิ่งทรงประสิทธิภาพ เธอจะเล่นงานสมองของคนทั่วไปได้เร็วขึ้น และหากขยายเครือข่ายนี้ออกไปมากพอ แม้แต่การล้างสมองไซเลนเซอร์ก็เป็นไปได้
“พวกมันคลาดสายตาไปได้ ตอนนี้ไปโผล่ทางปีกฝั่งตะวันตกแทน ทหารของเราโดนเล่นไปสิบกว่าคนแล้ว” ฟิลิเซียรายงานเรื่องเครียดด้วยสีหน้านิ่ง
“คุณฟิลิเซียรีโมตเข้าไปควบคุมคนของเราไม่ได้เหรอคะ” โซลิเนถาม
“กำลังพยายามอยู่ แต่ต้องระวังไม่ให้ถูกแฮกสมองระหว่างควบคุม เพราะอาจจะถูกความสามารถของอีวาล้างสมองไปด้วยกัน”
“เจ้าพวกนั้นเล็งคนที่สู้ไม่ได้ คงตั้งใจล้างสมองเพื่อเพิ่มจำนวนก่อนการปะทะกับพวกเรา” กาเรนรู้สึกร้อนใจ ทั้งทหารสาว ทั้งแขกสาว ๆ ที่ยังอยู่ในยานอาจจะได้ถูกลูกหลงได้ทุกเมื่อ
อุปกรณ์พิเศษที่เฟรย์สร้างขึ้นรบกวนการใช้พลังของอลินาและพลังในการเทเลพอร์ตของพวกอีลิทไฟว์ เมื่อประสานกับระบบพรางตัวรุ่นใหม่ นี่จึงเป็นการวิ่งไล่จับที่ยากลำบากยิ่งกว่าที่คิด
แต่แล้วแผนปั่นหัวของอีวากับไซริลก็ถูกบังคับให้หยุดในที่แห่งหนึ่ง ศัตรูของพวกเขาคือกลุ่มไซเลนเซอร์โปรเจคพิเศษที่ยังไม่สมบูรณ์สามคน
พัค มินอา เอลลี ซอว์เยอร์ และ แอมเบอร์ เรดวูด
“จะเวิร์กเหรอ ทางนั้นมีไซเลนเซอร์ของแท้สองคนกับหุ่นสังหารอีกโขยงนึงนะ” แอมเบอร์กระซิบถามเพื่อน
“ต้องนับพวกที่โดนล้างสมองอีกหลายสิบคนข้างหลังนั่นด้วยสิ” เอลลียิ่งพูดยิ่งทำให้ดูแย่ลง
“ใจเย็น ๆ ก่อน พวกเราไม่ได้ต้องเอาชนะสักหน่อย” มินอาบอกเพื่อนทั้งสอง แต่เธอรู้ดีแก่ใจว่ามันไม่ง่าย
โปรเจคไซเลนเซอร์เทียมของมินอาได้รับการต่อยอดจากข้อมูลที่ได้รับมาจากเดอะคอลเลคชัน มันทำให้เธอทั้งสามคนเข้าใกล้ไซเลนเซอร์ของแท้เข้าไปอีกนิด แต่แม้จะมีร่างกายที่ดัดแปลงจนเหนือมนุษย์แบบเดียวกับไซริลและอีวา สิ่งที่ห่างชั้นแบบที่ไม่สามารถถมให้เต็มได้คือประสบการณ์ต่อสู้และขีดจำกัดของพลังจิต
“พวกนี้ไม่เคยเห็นหน้าเลย” ไซริลมองสำรวจศัตรูของเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า เป็นสายตาที่ทำให้ทั้งสามรู้สึกทั้งน่ากลัวและน่าขยะแขยงไปด้วยพร้อมกัน
“คงไม่พ้นฝีมือโซนาตา การสร้างไซเลนเซอร์เองเป็นความผิดร้ายแรงเลยนะ”
“มันตั้งใจทรยศจักรวรรดิตั้งแต่แรกแล้ว”
“พวกนายก็ทรยศเหมือนกันไม่ใช่เหรอ” มินอาพยายามชวนคุยเผื่อถ่วงเวลา แต่อีกฝ่ายไม่เล่นด้วย ไซริลสั่งให้หุ่นสังหารของเขาลงมือ
แม้จะดูแคลนว่าอีกฝ่ายเป็นแค่ของปลอม แต่ไซริลไม่ได้ประมาทเลย ระหว่างที่ส่งหุ่นรบออกไปเป็นแนวหน้า เขาใช้พลัง “เลเวลซัมมอน” เรียกหมาป่าตัวใหญ่มาร่วมรบ ด้วยเลเวลที่มอบให้อย่างเต็มที่ร่างซัมมอนตัวนี้จึงแข็งแกร่งยิ่งกว่าพวกมินอาคนใดคนหนึ่งเสียอีก
ฝ่ายมินอาเองมีสายซัมมอนอยู่เช่นกัน เอลลีใช้ “อนาเธอร์มี” ดึงเอาตนเองในอดีตมาช่วย พริบตานั้นเอลลีในชุดเชียร์ลีดเดอร์ตอนสมัยมัธยมปลายก็มาพร้อมกับปืนกลสีชมพูสีสันแสบตา ส่วนเอลลีในชุดนักเบสบอลในสมัยมัธยมต้นก็มาพร้อมกับไม้เบสบอลที่ทำจากไทเทเนียม
นอกจากเอลลี ซอว์เยอร์ที่เป็นสายซัมมอน แอมเบอร์เป็นอีกหนึ่งคนที่เป็นสายเดียวกัน พลังของเธอทำให้แอมเบอร์สามารถนำเอาวิญญาณของศัตรูมาสร้างใหม่เป็นซัมมอน นอกจากนั้นร่างซัมมอนของเธอยังสามารถพัฒนาขึ้นได้เหมือนกับในเกม
“วอลัน ซามูเอล เจมิน” สิ้นเสียงแอมเบอร์ร่างซัมมอนทั้งสามได้ปรากฏขึ้น
วอลันคือสเปียร์มาสเตอร์ แอมเบอร์สร้างเขาขึ้นจากวิญญาณของชาลูอมนุษย์ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ผสมกับสัตว์เลื้อยคลาน เขาคือซัมมอนตนแรกของแอมเบอร์ที่สร้างขึ้นจากอมนุษย์เผ่าพันธุ์ที่มีจุดเด่นเพียงการแพร่พันธุ์ด้วยจำนวนมหาศาล แต่หลังจากผ่านการต่อสู้มามากมายจนแข็งแกร่งขึ้น วอลันก็กลายเป็นซัมมอนที่แอมเบอร์ไว้วางใจให้อยู่แนวหน้า
ซามูเอลถูกสร้างขึ้นจากวิญญาณของไซเลนเซอร์เทียมผู้หนึ่ง แต่ต่างจากแอมเบอร์ ตัวเธอไม่สามารถผ่านหลักสูตรที่ยากลำบากในโลกเสมือนจริง แต่ซามูเอลสามารถผ่านมันมาได้แบบคาบเส้น พลังของเขาชื่อ “เดธเคาเตอร์” ที่หากสามารถโจมตีศัตรูซ้ำได้มากเท่าไหร่ เขาจะระเบิดเป้าหมายได้แรงขึ้นเท่านั้น
และซัมมอนรายล่าสุดของแอมเบอร์ เจมินเกิดจากวิญญาณของชาโดว์จำนวนมากที่แอมเบอร์จัดการได้ เธอเป็นซัมมอนที่แข็งแกร่งที่สุดและอ่อนแอที่สุดในเวลาเดียวกัน พลังของเธอคล้ายกับปีศาจที่เรียกว่าด็อพเพิลเก็งเกอร์ที่ถูกเรียกอีกชื่อว่าแฝดปีศาจ
เจมินกำลังจ้องไปที่ไซริล จากนั้นร่างสีดำสนิทของเธอก็เปลี่ยนไปเป็นไซริลอีกคน
“ทำไมให้เจมินเลียนแบบเจ้านั่นล่ะ ตัวปัญหาจริง ๆ คืออีวาไม่ใช่เหรอ” เอลลีถามแอมเบอร์ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะเปิดปาก มินอาก็แทรกมาก่อน
“เลียนแบบไซริลน่ะดีแล้ว พลังของอีวาเพิ่มขึ้นเพราะเธอได้สมองของทหารช่วยประมวลผล ต่อให้กลายร่างเป็นแฝดของอีวา อีวาปลอมฝ่ายเราก็ต้านทานพลังของตัวจริงไม่ไหวหรอก”
แอมเบอร์พยักหน้าเหมือนจะบอกว่ามินอาพูดถูกต้องแล้ว แต่ความจริงเธอไม่ได้คิดขนาดนั้น ไซริลเคยเป็นหัวหน้าของเซคเตอร์โฟร์ แอมเบอร์คิดแค่ว่าหมอนี่น่าจะเก่งกว่า
แฝดของไซริลอ่อนแอกว่าตัวจริงมาก แต่เจมินไม่ได้แค่เลียนแบบมาแค่รูปร่างหน้าตาเท่านั้น แต่ยังได้ความสามารถส่วนหนึ่งของไซริลมาด้วย
“ไดร์วูล์ฟ Lv. 10” นั่นคือค่าความสามารถ
“Lv. 10 เลยเหรอ”
ร่างซัมมอนทั่วไปแต่ละตัวก็จะมีเลเวลสูงสุดแค่สิบเท่านั้น เมื่อเห็นไซริลปลอมทุ่มเลเวลมากมายไปกับซัมมอนไดร์วูล์ฟแค่ตัวเดียวเธอจึงประหลาดใจ
“ช่วยไม่ได้หรอก ร่างที่เลียนแบบมาใช้ได้เต็มที่แค่นั้นแหละ การอัดเต็มที่ให้ไดร์วูล์ฟเป็นความคิดที่ถูกต้องแล้ว” มินอาช่วยอธิบายอีกรอบ
แอมเบอร์ทำหน้าเลิ่กลักอยู่ด้านหลัง
เธอไม่ได้สั่งให้เจมินทำ อันที่จริงแอมเบอร์เกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าไซริลมีซัมมอนสี่ตัวและเขาสามารถกระจายเลเวลให้กับพวกมันได้
ผู้หญิงสามคนกับร่างซัมมอนอีกหก จำนวนของฝ่ายเธอยังเสียเปรียบเพราะอีกฝ่ายมีหุ่นยนต์สังหารอีกหลายตัว
ซามูเอล ไซริลปลอมกับไดร์วูล์ฟ คือด่านแรกของการปะทะ ทั้งสามจัดการกับหุ่นฝ่ายศัตรูไปได้คนละตัวในพริบตา หุ่นเหล่านี้มีประสิทธิภาพสูงกว่ามนุษย์ทั่วไปมาก แม้แต่ทหารพลังจิตหรือมิวแตนท์ยังถูกพวกมันเล่นงานไปซะหลายคน
พวกมันคล้ายกับไซเลนเซอร์ในรูปแบบที่ด้อยลง มีสนามพลังที่เหมือนกับสเปลอิมมูนิตีระดับต่ำ มีอาวุธหลายชนิดที่ติดตั้งอยู่บนแขนทั้งสี่ข้าง ทั้งอาวุธพลังงานความร้อนสูง กระสุนแม่เหล็กไฟฟ้า หรือแม้แต่ปืนซ็อตไฟฟ้าที่มีไว้ช่วยอีวาจับกุมศัตรู
“สู้โดยไม่กลัวยานได้รับความเสียหายเลยนะ” อีวาพึมพำกับตัวเอง แต่มันดังพอให้ทุกคนได้ยินได้
“ถ้าจะต้องถูกพวกเธอทำพัง สู้ทำลายมันซะเองคงดีกว่า ถ้าเป็นคุณโซนาตาคงพูดแบบนี้” มินอาพูดเพื่อหลอกให้อีกฝ่ายเชื่อว่าพวกเธอไม่จำเป็นต้องยั้งมือ
“โกหกไม่เนียนเลย” อีวาแสยะยิ้ม ข้อมูลที่อีวาได้มาจากสมองทหารมากมายทำให้เธอเชื่อว่ามินอาไม่ได้พูดออกมาจากใจจริง เธอรักยานลำนี้
“งั้นเราก็มาทำลายมันเถอะ แผนเดิมก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว” ไซริลไม่ได้พูดขู่ เขาเรียกซัมมอนมาเพิ่ม “เบอร์เซิร์กเกอร์ทำลายยานซะ”
นักรบคลั่งที่ซัมมอนมาเมื่อได้รับคำสั่งก็หันไปสนใจตัวยานมากกว่าศัตรูตรงหน้า มันวิ่งฉีกออกไปทางทิศทางหนึ่งราวกับรู้ว่าทางนั้นคือห้องเครื่องหลักของมิเนอร์วา
“วอลันหยุดมันไว้” แอมเบอร์สั่งเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่ไซริลเร็วกว่า เขาโจมตีใส่ศัตรูเร็วเสียจนที่ไม่มีโอกาสแม้แต่ยกหอกขึ้นมาปัดป้อง ร่างของวอลันกระเด็นไปกระแทกกับผนังยานและทำพังไปแถบหนึ่ง