Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 258: สลับกำลังรบ
“ไม่ตายด้วย” ไซริลเบ้ปาก การโจมตีเมื่อครู่หากเป็นชาลูที่เขาเคยสู้มันควรจะแหลกเป็นเศษเนื้อไปแล้ว วอลันแข็งแกร่งกว่าที่เขาประเมินไว้มาก แต่ยังไม่แกร่งพอที่จะลุกขึ้นมาสู้ได้อีกหน
แทนที่จะตกใจที่ปล่อยให้เบอร์เซิกเกอร์หลุดรอดไป มินอากลับหลุดหัวเราะออกมาแทน
“นี่เธอเพี้ยนไปแล้วเหรอ” เอลลีเขย่าตัวมินอาด้วยความเป็นห่วง
“เสียมารยาทค่ะ ว่าใครเพี้ยนไม่ทราบ” มินอาส่ายหน้าอย่างเอือมระอา จากนั้นจึงหันไปพูดกับไซริลและเอวาแทน “มาบอกว่าคนอื่นโกหกไม่แนบเนียน พวกนายก็แสดงละครไม่ได้เรื่องเลยนี่”
“พูดเรื่องอะไรกัน”
“ฉันสงสัยมาแต่แรกแล้ว ทั้งที่ควรเร่งมือจัดการกับเรา แต่กลับสู้เหมือนถ่วงเวลาเอาไว้ ฝ่ายที่ควรจะถ่วงเวลามันน่าจะเป็นเราต่างหาก”
“เจ้าพวกนี้ยังไม่ได้เอาจริงงั้นเหรอ” แอมเบอร์พ่นลมออกจมูกด้วยความโมโห
“หุ่นที่พวกมันพามามีอุปกรณ์พรางตาและซ่อนตัวจากเครื่องมือตรวจจับ น่าจะมีส่วนหนึ่งไปจนถึงห้องเครื่องหลักนานแล้ว ที่พวกมันยังไม่ระเบิดยานทิ้งคงเพราะกำลังรออยู่”
“รอ… รออะไร รึว่า” เอลลีนึกขึ้นได้ว่าบนยานลำนี้มีพวกนั้นอยู่
“ไซเลนเซอร์ที่ถูกจับกุม… บาจิล เคราเดอร์กับเวนดี โรเชสเตอร์ คิดจะช่วยทั้งคู่ก่อนแล้วค่อยระเบิดมิเนอร์วาทิ้งสินะ”
“แค่นี้ก็วุ่นวายแล้ว ถ้าศัตรูได้คนไปเพิ่มมิเนอร์วาเละแน่” เอลลีร้อง
“ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้น” เสียงฟิลิเซียดังแทรกขึ้นมาในห้วงความคิด เธอรับฟังทุกอย่างผ่านไซคิกเน็ตเวิร์คเรียบร้อย “ทางนี้เจอกับหุ่นอีกหลายตัวเลยเสียเวลาไปหน่อย แต่อีกไม่นานจะไปถึงตรงนั้น แล้วก็ไม่ต้องห่วงเรื่องของคุกหรือว่าพวกมันจะโจมตียาน พวกเราจัดการกับหุ่นที่เหลือทั้งหมดแล้ว”
เมื่อได้ยินแบบนั้นสามสาวจึงหันมาสบตากัน ไม่ต้องไปคิดอะไรมากมายอีก พวกเธอแค่สู้อย่างเต็มที่พอแล้ว
ทั้งสามต่อกรงัดเอาทุกอย่างที่นึกออกมาใช้ เอลลีทำแม้แต่ดึงเอาซัมมอนที่ไม่มีประโยชน์ในการต่อสู้อย่างตนเองในสมัยประถมและอนุบาลออกมา โดยหวังว่ามันจะถ่วงเวลาศัตรูได้สักนิด แต่ไม่ช่วยอะไรเลยไซริลเหี้ยมโหดพอที่จะฆ่าเด็กผู้หญิงจริง ๆ ได้อย่างไม่รู้สึกรู้สา เขาจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องยั้งมือกับร่างซัมมอนที่ไม่มีชีวิต
เอลลี มินอา และแอมเบอร์ถูกอัดจนยับเยิน พวกเธอกัดฟันสู้ยิบตาชนิดไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว แต่แค่ความพยายามไม่สามารถกลบระยะห่างของฝีมือได้ แม้แต่ซามูเอลผู้ที่ใกล้เคียงกับไซเลนเซอร์ที่สุดยังถูกไดร์วูล์ฟของไซริลกัดจนหัวขาด
“กล้ามาก แต่มันจบแล้วล่ะ”
ศีรษะของทั้งสามถูกเปิดออก เสี้ยววินาทีที่สายรับส่งข้อมูลยืดออกมาจากร่างของอีวาและกำลังจะเสียบเข้ากับสมองของเธอ ร่างของทั้งสามก็หายไป
ผู้หญิงสาวสวยที่ตัวท่วมเลือดไปโผล่อีกทีที่มุมห้องให้สภาพที่สิ้นสติ เบื้องหน้าของเธอมีกาเรนที่กำลังโกรธจัด
“ฉันเกลียดการทำร้ายผู้หญิง แต่เกลียดที่เพื่อน (ผู้หญิง) ถูกทำร้ายยิ่งกว่า”
กาเรนไม่ได้มาคนเดียว ข้าง ๆ เขามีเคสเทรลและโซลิเนที่กำลังอารมณ์กำลังปะทุอยู่
“ฉันไม่มีปัญหาอะไรกับการสู้กับผู้หญิง” เคสเทรลพูดหน้าตาเฉย
“อย่าเลยค่ะ ให้ฉันกับฟิลิเซียจัดการกับเธอดีกว่า”
“ส่วนผมขอแก้แค้นไซริลแล้วกันครับ” ไคเลอร์เดินมาพร้อมกับอลินา ทั้งคู่มาจากด้านหลังของอีวาและไซริล นั่นทำให้ศัตรูของพวกเขาถูกล้อมจากทั้งสองด้าน
โซนาตาและจีดัสปะทะกับเฟรย์และเซเรเนดตั้งแต่เมื่อครู่ก่อน แต่พวกเขาแทบไม่รู้อะไรเลยเพราะอีกฝ่ายเพียงแค่ตั้งรับโดยไม่คิดแม้แต่สวนกลับ
โซนาตาบอกได้ว่าเฟรย์ แลนดอนคือไซเลนเซอร์ หรืออย่างน้อยเขาก็เป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับไซเลนเซอร์ เฟรย์ใช้เทคโนโลยีดัดแปลงร่างของเขาให้กระดูกถูกเปลี่ยนเป็น “ซินเธติคไบโอเมทัล” หรือวัตถุที่ใกล้เคียง กล้ามเนื้อโครงสร้างทั้งหมดถูกดัดแปลงเพื่อให้มีการฟื้นสภาพและทนทานต่อทุกสภาพแวดล้อม
ส่วนเรื่องพลังจิต เขาได้รับ “อนาเธอร์มี” ที่ผิดปกติมาจากโซนาตาในช่วงที่ทั้งคู่เชื่อมโยงถึงกัน มันกลายมาเป็นความสามารถอย่างถาวรไป โซนาตาแน่ใจว่าหากเฟรย์ต้องการ เขาสามารถดึงเอาโซนาตาจากจักรวาลอื่นมาเพิ่มได้อย่างอิสระ นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อีกฝ่ายยังย่ามใจว่าถือไพ่เหนือกว่า
ทว่า…
…ไม่ใช่ไม่ใช้ แต่อาจจะใช้ไม่ได้…
เมื่ออ่านพลังของศัตรู โซนาตาจึงเข้าใจว่าพลังของเฟรย์มีจุดอ่อน เช่นเดียวกับตอนที่เขาดึงเฟรย์มา มันไม่มีอะไรการันตีได้ว่า “ตัวตนจากอีกจักรวาล” คือมิตรหรือศัตรู เคราะห์หามยามร้ายเกิดดึงศัตรูมาในจังหวะที่ต้องการตัวช่วย จากที่ได้เปรียบอยู่อาจกลายเป็นความวิบัติได้ทันที
ส่วนเซเรเนด… โซนาตาแทบอ่านรายละเอียดของเขาไม่ได้ นี่เป็นครั้งแรกที่สตีลมายด์จับได้แค่อารมณ์ของอีกฝ่าย แต่ไม่รับรู้ไปถึงความสามารถ
โซนาตายอมรับว่าเขารู้สึกกังวลกับเซเรเนดยิ่งกว่าเฟรย์เสียอีก ความรู้สึกที่เขาสัมผัสได้จากอีกฝ่ายเป็นความรู้สึกเดียวกับสิ่งที่เขาเคยพบเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เผชิญหน้ากับตัวตนของเทพเจ้าที่ถูกเรียกว่า… คีปเปอร์ออฟเดอะซิน
เขาพยายามสลัดความคิดนี้ออกจากหัว เรื่องที่นึกถึงเป็นแค่เรื่องในอดีตที่โซนาตาคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้เผชิญหน้ากับมันอีก เซเรเนดอาจมีพลังที่อยู่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปแต่มันยังไม่ถึงระดับที่เขาต้องกังวลจนเกินเหตุ
ราวกับรู้ว่าโซนาตากำลังกังวลเรื่องศัตรู อลินาต่อสัญญาณถึงเขาเรื่องแผนต่อไป
“ทางฉันเจอไซริลกับอีวาแล้ว ก่อนหน้านี้พวกมันพยายามปล่อยตัวนักโทษ” อลินารีบฟ้องในทันที
“กะช่วยคนเสร็จค่อยระเบิดยานสินะ แต่ทำไม่ได้ง่าย ๆ หรอก คุกของเราออกแบบไว้ขังไซเลนเซอร์”
“ตามนั้นแหละ พวกมันมีอุปกรณ์ป้องกันการเทเลพอร์ตแถมพลังของอีวาก็อันตรายมากเลยอาจจะต้องยื้อกับทางนี้อีกพักใหญ่เลย คงไปช่วยทางนั้นไม่ได้เร็ว ๆ นี้”
“ไม่ต้องมาเองก็ได้” โซนาตาตอบ “สลับตัวคนสองคนของทางนี้ให้หน่อยสิ”
“หืมม สลับกับพวกที่อยู่ข้างนอกเลยเหรอ”
“ถ้ามีสัญลักษณ์อะบีสที่ด็อกมาทำให้ผู้บริหารทุกคน ต่อให้อยู่คนละมุมโลกเธอก็หาตำแหน่งพบแล้วสลับได้ไม่ใช่เหรอ”
“ก็ใช่แหละ… แต่อย่าพูดเหมือนมันง่ายนักสิยะ”
โซนาตาบอกรายชื่อคนที่เขาต้องการตัว อลินาหยุดมือจากการต่อสู้กับไซริลและอีวาครู่หนึ่ง ฟิลิเซียรับหน้าที่ติดต่อกับทุกฝ่ายด้วยการยิงข้อมูลแบบบีบอัดเพื่อให้ทุกคนเข้าใจสถานการณ์จากนั้นอลินาจึงลงมือต่อ
แอนทิสตาถูกสลับตัวกับเซเลนอส กริมเซฟตกใจที่หญิงสาวที่รวมร่างกับอสูรอัญเชิญหายไปและถูกแทนที่ด้วยอดีตผู้นำทัพแห่งเนเธอร์เวิลด์
พริบตาต่อมา ฟรีโอนิเอลหายตัวไปเช่นกัน กลายมาเป็นดีวานที่อยู่ตรงนั้น เรื่องชั้นเชิงดาบและพลังแฝง ดีวานเหนือกว่าฟรีโอนิเอลเล็กน้อย แต่มันไม่ใช่เหตุผลที่พวกเขาถูกสลับตัวกัน ดีวานนั้นคุ้นชินกับการต่อสู้ร่วมกับเซกันมากกว่า นอกจากนั้นเขายังมีพลังรักษาระดับสูงด้วย
การต่อสู้รุนแรงขึ้นเท่าตัวด้วยตัวแปรเพียงเล็กน้อยที่เปลี่ยนไป ดีวานใช้เพลิงสีขาวยิงข้ามฝั่งไปถึงเรย์ที่บาดเจ็บพอตัว ในขณะเดียวกันเพลิงสีดำของเขาเป็นสิ่งที่ท่าฟันของริแลนท์ไม่สามารถลบได้อย่างหมดจด ความประหลาดใจที่เจอสิ่งที่ไม่เคยพบเจอทำให้ริแลนท์เสียจังหวะไปชั่วครู่
เซเลนอสเคยสู้กับกริมเซฟอย่างยากลำบากในการปะทะกันครั้งล่าสุด แต่เขามีเลือดของเทพแห่งการสู้ไหลเวียนอยู่อย่างเข้มข้น เรื่องที่ด้อยกว่าแล้วจะก้มหน้าก้มตายอมรับเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เซเลนอสฝึกฝนในห้องจำลองการต่อสู้นับร้อยนับพันครั้งจนแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีใครในโลกนี้ที่สู้กับกริมเซฟได้ดีเท่ากับเขา
เปรี้ยงงงง
สายฟ้าของเรย์ฟาดถูกกริมเซฟอย่างจัง ไม่ใช่เพราะกริมเซฟประมาทหรือถูกดึงความสนใจไปที่เซเลนอส แต่เรย์เร็วขึ้นกว่าเดิม กริมเซฟไม่คิดว่าในระหว่างการต่อสู้เรย์ยังพัฒนาตัวขึ้นได้อีก เขาพุ่งเข้าประชิดกริมเซฟพร้อมกับดาบที่มีพลังของตนอัดแน่นอยู่
อ๊ากกกก
กริมเซฟใช้มือเปล่าประกบดาบเอาไว้ สายฟ้าจึงเผามือทั้งคู่ของเขา กริมเซฟพยายามเหวี่ยงเรย์ออกไปแต่มันไม่ง่าย อีกฝ่ายเตรียมใจไว้แล้วว่าต่อให้ถูกสวนจนเจ็บหนักก็จะไม่ยอมถอย
เมื่อไม่มีทางเลือกชายร่างใหญ่จึงเป็นฝ่ายต้องล่าถอยเอง ตอนนั้นที่กริมเซฟตระหนักได้ว่าเซเลนอสได้เล่นงานตนไปแล้วเช่นกัน ดาบชาโดว์เอจถูกปักไว้บนพื้นในตำแหน่งที่เงาของเขาพาดผ่าน ไม่เพียงแค่สร้างบาดแผลในตำแหน่งเดียวกับเงา มันยังยึดขาเขาไว้ด้วย
“ไอ้พวกสวะ อย่ามาดูถูกกันนะโว้ย” กริมเซฟคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด ความโกรธาจนเกินขีดจำกัดก่อตัวขึ้นเป็นแรงผลักมหาศาล ทั้งเรย์ เซเลนอส และบางส่วนของมิเนอร์วากระเด็นไปคนละทิศละทาง
กริมเซฟรอดมาจากสถานการณ์ขับคันได้ด้วยแรงฮึด แต่สิ่งนั้นไม่เกิดขึ้นกับริแลนท์และโครินาเล ชายผู้สมบูรณ์แบบอย่างริแลนท์ได้รับบาดแผลมากขึ้นในทุกขณะ ในขณะที่โครินาเลมีสภาพครึ่งเป็นครึ่งตายไปแล้ว
เฟรย์ได้รับการติดต่อจากอีวาและไซริลที่กำลังหลบหนีออกจากตัวยาน เมื่อดูจากภาพรวมในตอนนี้เขายอมรับว่าดึงดันต่อไปก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น
“มาได้เท่านี้สินะ” น้ำเสียงเฟรย์ไม่ได้แปลกใจหรือผิดหวัง
“ได้ข้อมูลที่อยากได้มาแล้ว ก็ไม่มีอะไรจะบ่นหรอก” เซเรเนดหัวเราะในลำคอ “เอาเถอะ ไว้ยุคหน้ายังไม่สาย ถึงตอนนั้นเราน่าจะมีกำลังพลมากกว่านี้”
“เหมือนกันนั่นแหละ” ซีวีที่บังเอิญได้ยินตอบกลับ “อย่าคิดว่าคราวหน้าพวกเราจะมีเท่านี้”
…อย่าไปยั่วโมโหมันสิ… โซนาตาคิด แต่ไม่ได้พูดออกไป
“แล้วเจอกันอีก” เฟรย์พูดทิ้งท้าย
เฟรย์การ์ดทุกคนถอนกำลังหลังจากนั้น โซนาตาตัดสินใจไม่ตามเพราะสังหรณ์ว่าอีกฝ่ายยังมีกับดักซ่อนอยู่อีก การรบคราวนี้สิ่งที่พวกตนเสียไปมีแค่ข้อมูลเท่านั้น
ด้านในของมิเนอร์วา บริเวณที่เกิดการปะทะกับอีวา ไซริล และหุ่นยนต์สังหาร
“พวกเขา…” มินอาที่เจ็บสาหัสพยายามลากสังขารเข้ามาดูร่างของทหารที่ถูกอีวาทิ้งเอาไว้
“เหลือเชื่อที่คราวนี้ไม่มีใครตายเลย” ฟิลิเซียสำรวจร่างที่เหลือเพียงเปลือก ไม่มีอะไรเหลือในสมองพวกเขาแม้แต่เรื่องเดียว
“มีทางช่วยไหม”
“ไซคิกเน็ตเวิร์คน่าจะกู้ข้อมูลส่วนใหญ่กลับมาได้”
“ส่วนใหญ่… แต่ส่วนที่ไม่ได้อาจจะเป็นความทรงจำที่ไม่มีอะไรมาแทนได้นะคะ” โซลิเนกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ เธอโทษตนเองว่าหากมาช่วยได้เร็วกว่านี้อีกสักนิดเรื่องแบบนี้อาจไม่เกิดขึ้น
อลินาไม่ได้พูดปลอบ เธอเข้าใจความรู้สึกของโซลิเนดี บางทีศึกครั้งนี้ถึงจะรอดมาได้ครบทุกคนแต่ใช่ว่ามันจะไม่มีผู้เสียสละเลย
พวกเขาไม่แพ้ แต่นี่อาจพูดไม่ได้เต็มปากว่าเป็นชัยชนะของกลุ่มอะบีสเช่นกัน
โซนาตาตรวจสอบจนแน่ใจว่าอะโพฟิสจากไปแล้ว ไม่ใช่แค่บินหนีไปแต่พวกเขาใช้ไทม์แมชชีนข้ามไปสู่ยุคอื่นเหมือนกับที่มิเนอร์วาทำมาหลายครั้ง ช้าหรือเร็วการตัดสินชัยชนะระหว่างพวกเขาจะต้องมาถึงในสักวัน หน้าที่ของเขาคือการเตรียมพร้อมให้ดีที่สุดก่อนที่วันตัดสินจะมาถึง
เพื่อให้มั่นใจว่าจะชนะฝ่ายนั้นได้ ลูนาร์คือกุญแจสำคัญที่โซนาตาต้องการ