Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 259: วงกตกลของนาร์ดาส
เซเลนอสและดีวานถูกอลินาส่งกลับไปที่เดิมหลังจากจบศึกกับเฟรย์การ์ด ทั้งคู่ไม่ได้พักมากมายนักหลังจากนั้น เพราะต่างมีงานรอพวกเขาอยู่ที่ปาปรัส
ปาปรัสคืออาณาจักรที่อยู่ในพื้นที่เดิมของพามิลเลส เรื่องนี้ทำให้จูเดสปาถึงกับเข่าอ่อน เขารู้แก่ใจว่ายุคนี้ห่างจากยุคของตนนับพัน ๆ ปี แต่เมื่อพบว่าชื่อประเทศที่คุ้นเคยยังมีเหลืออยู่ เขาจึงคาดหวังว่าพามิเลสจะยังไม่ล่มสลาย
ทว่าจุดมุ่งหมายของกลุ่มเซเลนอสไม่ใช่ปาปรัสโดยตรง แต่เป็นสถานที่ใกล้เคียงที่พวกเขาได้ข้อมูลมาจากจีดัสว่าคทาศักดิ์สิทธิ์ถูกเก็บรักษาอยู่ที่นั่น
ยานขนส่งถูกจอดทิ้งไว้ห่างออกไปจากตัวเมือง พวกเขาต้องเดินเท้าผ่านซากปรักหักพังที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของนครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในซีน
“นี่มัน… คงไม่ใช่เพราะสงครามนะ” อดีตจอมเวทชื่อดังจากดินแดนที่ล่มสลายไปแล้วรำพึงอย่างปวดใจ
“ถ้าอยากรู้แน่ชัดคงต้องลองค้นข้อมูลจากหนังสือประวัติศาสตร์ครับ” เซเลนอสแนะนำ
“ช่างเถอะ…” จูเดสปาสูดหายใจลึก ในเมื่อเขาตัดสินใจออกมาจากยุคเดิมแล้วเรื่องของพามิลเลสเขาควรจะปล่อยมันไป
“ที่นี่มันวังเวงชอบกลเนอะ” เวเนเปลี่ยนเรื่องเป็นหัวข้อที่ไม่น่าพูดที่สุด
“ถ้ามาแค่สองสามคนก็อาจน่ากลัวอยู่หรอก นี่มากันตั้งแปดคนแน่ะ” เพื่อนสนิทตอบ
“แปดเหรอ ข้านึกว่าเจ็ดคนมาตลอดเลย ก็มีอยู่คนที่ไม่ยอมพูดอะไรเลยนี่นา” เวเนนินทาคนพูดน้อยในระยะเผาขน
จนบัดนี้เวเนยังไม่เข้าใจว่าทำไมโรมิเอลถึงมาอยู่ในกลุ่มนี้ได้ ก่อนหน้านี้เขาออกตัวชันเจนว่าไม่ต้องการให้ความร่วมมือใด ๆ เวเนไม่รู้ว่าเซเลนอสเกลี้ยกล่อมอีท่าไหนถึงสำเร็จ
“กำลังสงสัยเรื่องของหมอนั่นเหรอ” เจเนวีฟพูดเสียงเบาลง
“น่าสงสัยไหมล่ะ แล้วไม่ใช่แค่โรมิเอลนะ” เวเนเฉมองจูเดสปาด้วยหางตา
“นั่นสิ… รายนั้นเจตนาในการเข้าร่วมกลุ่มมันชอบกลตั้งแต่แรกแล้ว”
สองสาวคุยจบเรื่องหนึ่งก็ต่ออีกเรื่อง โดยมีไกรา อัลโต และดีวานแทรกบทสนทนาขึ้นมาเป็นระยะ ในขณะที่เซเลนอส จูเดสปาและโรมิเอลไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย แต่พวกเขากลับดูมีลับลมคมนัยราวกับกำลังร่วมวางแผนทำเรื่องไม่น่าไว้ใจลับหลังทุกคน
กลายเป็นทีมแปดคนที่เหมือนมีสองกลุ่มแยกกันอยู่ในนั้นอีกที
“อยู่ข้างหน้าแล้วครับ”
“หืมมม ข้างหน้า?”
“ข้างหน้าเรานี่เลยครับ แผนที่ของคุณจีดัสคงไม่ผิด”
“ถึงจีดัสจะเกี่ยวข้องกับวิหารเพราะสืบสายเลือดของเทพนาร์ดาสมา แต่ข้อมูลของเขามันตั้งหลายพันปีก่อนไม่ใช่เหรอ บางทีวิหารอาจจะไม่เหลือแล้ว หรือไม่ภูมิประเทศแถวนี้เปลี่ยนไปแล้ว”
“เรากำลังพูดถึงจีดัสคนนั้นอยู่นะครับ เขาให้แผนที่นี้หลังจากที่ส่งยานสำรวจมาแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้บอกว่ามันล่องหนอยู่”
“มีวิหารซ่อนอยู่ข้างหน้า” อัลโตยืนยันหลังจากใช้ดวงตาพิเศษของเขาตรวจสอบ
ตาของอัลโตไม่สามารถมองเห็นสถานที่ที่ถูกบดบังด้วยเวทมนตร์ แต่เมื่อปรับมาเป็นโหมดมองด้วยอินฟราเรด เขาสามารถมองเห็นกลุ่มก้อนของอุนหภูมิแตกต่างที่อยู่ตรงหน้าได้
“แล้วก็.. อาจจะมีคนเข้าไปก่อนเรา”
หลังจากผ่านประตูเข้ามา มนตราที่เคยบดบังไว้จึงหายไป ในวิหารนั้นแตกต่างจากภาพที่พวกเขาจินตนาการเอาไว้ แทนที่จะเป็นโบราณสถานเก่าและทรุดโทรมที่ผ่านเวลามานับพันปี มันกลับดูสวยงามตระการตาบ่งบอกว่าได้รับการดูแลอยู่ให้อยู่ในสภาพที่ดีมาตลอด
“มีบันไดเวียนตรงนี้ด้วย” เวเนโบกมือเรียกทุกคน
“สแกนทั้งโครงสร้างไม่ได้ ที่นี่มีเวทมนตร์คุ้มกันอยู่ทั่ว” อัลโตส่ายหน้า
“บททดสอบสินะครับ ข้างล่างน่าจะเป็นดันเจียน” เซเลนอสกุมคางครุ่นคิด
“คิดมากไปก็ป่วยการ ไปสำรวจกันเถอะ” เวเนโบกไม้เท้าไปมา จากนั้นแฟรีนับสิบจึงปรากฏตัวขึ้น
“เรื่องหากับดัก ไว้ใจพวกเราได้เลย” แฟรีทอมบอยรายหนึ่งคุยโม้
เมื่อผ่านประตูแรกเข้าไป สิ่งที่รอกลุ่มอะบีสอยู่คือประตูใหม่อีกสามบาน อย่างที่เซเลนอสว่าไว้ ที่นี่คือดันเจียนที่สลับซับซ้อน
“ไกราได้ยินเสียงกลไกด้วย ไม่ใช่เขาวงกตทั่วไปใช่ไหม”
“เส้นทางกำลังเปลี่ยนไปมา เหมือนกับว่าเราอยู่ในเครื่องจักรขนาดใหญ่เลยครับ” เซเลนอสเอ่ยเสียงเครียด
“เกาะกลุ่มกันไว้ ระวังอย่าให้กลไกจับเราแยกได้” ดีวานเตือน ทุกคนแม้แต่โรมิเอลยังพยักหน้าให้
เขาวงกตพิสดารนี้เต็มไปด้วยกับดัก มีตั้งแต่กับดักเล็ก ๆ ที่สร้างความน่ารำคาญ อย่างเช่นปล่อยแก๊สที่ทำให้หมดสติออกมา ไปจนถึงกับดักอันตรายที่ปล่อยหินยักษ์กลิ้งมาตามทาง หอกพุ่งออกมาทางสองข้างทาง หรือแม้แต่กำแพงบีบตัวลงมาทับ
กับดักเกือบทั้งหมดไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับทั้งแปด แต่ละคนที่ประสาทสัมผัสได้การขัดเกลาจนเฉียบแหลมตอบโต้เป็นอย่างดี การจะฆ่าพวกเขาคนใดคนหนึ่งด้วยของที่ว่ามาโอกาสแทบจะเป็นศูนย์ แต่พวกเขายอมรับการต้องระแวดระวังและหลบหลีกตลอดเวลาได้บั่นทอนกำลังลงไปมาก
เขาวงกตที่ยิ่งเดินก็ยิ่งหลง เส้นทางที่ไม่ได้มีแค่ไปข้างหน้า แต่บ่อยครั้งที่ต้องปีนขึ้นปีนลง แผนที่ในหัวที่ต้องคำนวณแบบสามมิติไม่ใช่แค่แนวระนาบ พอมาผสมกับกับดักที่ไม่มีทีท่าจะหมดสิ้น ไป ๆ มาๆ แรงกายแรงใจของทุกคนจึงถูกสูบออกไปอย่างรวดเร็ว
“ลูนาร์อยู่ในนี้แน่เหรอ” ดีวานถามด้วยความเป็นห่วง ขนาดพวกเขามีถึงแปดคนยังลำบากเช่นนี้ แล้วพวกลูนาร์จะหนักหนาขนาดไหน
“เจอลายนิ้วมือของเธออยู่ทั่วเลย เธอน่าจะผ่านที่นี่ไปแล้ว หรือไม่ก็ติดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเหมือนกับเรานี่แหละ” อัลโตตอบ
“ไกราก็ได้กลิ่นลูนาร์ เอ็ดวาน ฮาจาแล้วก็คนที่ไม่รู้จักอีกคนด้วย”
“งั้นเหรอ คงได้พวกมาเพิ่มแล้วล่ะมั้ง” เวเนเดา
ด้วยความช่วยเหลือของเอไอในชุดของอัลโต การวาดแผนที่จึงสำเร็จด้วยดี สิ่งที่เขารับรู้เพิ่มคือ สถานที่แห่งนี้เหมือนกับลูกบาศก์จำนวนมากมาเชื่อมต่อกัน แต่ละลูกสามารถเคลื่อนที่ได้อิสระทั้งแนวขวางและแนวระนาบ พวกมันทำหน้าที่เป็นทั้งห้อง ทางเดิน กับดักอยู่ในตัว การสลับตำแหน่งห้องเหล่านี้ทำให้เกิดเส้นทางที่ไม่มีทางออกจนกว่าจะสามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวของมันได้
“มันไม่ได้เคลื่อนที่มั่ว ๆ แต่มีรูปแบบอยู่ ต้องเข้าใจให้ได้ว่าทางออกอยู่ตรงไหนและส่วนไหนจะเคลื่อนไปแบบใดครับ” เซเลนอสอธิบายเพิ่ม
ทุกคนเข้าใจดี แต่เข้าใจเป้าหมายกับทำได้เป็นเรื่องที่ยังห่างกันไกล มีเพียงแค่เซเลนอสและอัลโตเท่านั้นที่พอจะตามทัน
“ห้องตรงนี้เราเคยเจออยู่ตรงนี้ แล้วก็ตรงนั้นด้วย มันน่าจะเคลื่อนที่แค่ขึ้นกับลงเท่านั้น” อัลโตชี้ในแผนที่โฮโลแกรม
“การเคลื่อนของห้องพอมองออกแล้วครับ ปัญหาคือช่องทางออกอยู่ตรงไหนกันแน่”
“โดยทั่วไปก็ควรอยู่ตรงกันข้ามกับประตูก่อนทางแยกสามทาง”
“โดยทั่วไปนะครับ แต่วงกตนี่มีด้านลึกด้วย บางทีทางออกอาจอยู่ใต้ประตูแรกก็ได้ครับ”
บทสนทนาของเซเลนอสและอัลโต มีแต่ทั้งคู่ที่เข้าใจ ดีวาน เจเนวีฟ โรมิเอลและจูเดสปาตามทันได้แค่ครึ่งเดียว ส่วนเวเนและไกราตัดใจไปแล้ว
“ไกราเริ่มหิวแล้วล่ะ” เด็กผมแดงลูบท้องไปมา
“งั้นเรามาก่อกองไฟทำอาหารดีไหม” เวเนเองก็เริ่มหิวแล้วเช่นกัน
“ใครเขาจุดไฟในที่แบบนี้กัน” จูเดสปาโวยวายขึ้นมาก่อน