Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 260: กลุ่มลูนาร์ปลอม

ซาร์ซา เซเลสไทน์
หลายชั่วโมงผ่านไปกับการลองผิดลองถูกนับไม่ถ้วน ในที่สุดพวกเขาจึงได้พบกับแสงสว่างอยู่เบื้องหน้า
ห้องนี้มีรูปร่างเป็นวงกลม รอบข้างเกลี้ยงเกลาไม่มีสิ่งใดประดับให้เห็น ไม่มีทั้งประตูหรือหน้าต่าง ตรงกลางห้องมีเงาเลือนรางปรากฏอยู่โดยเงานั้นถูกล้อมโดยกลุ่มคนที่มาถึงก่อนหน้ากลุ่มอะบีส
“ลูนาร์” เวเนยกมือขึ้นทักทาย อีกฝ่ายดูตกใจที่เห็นพวกเขาอยู่ที่นี่
เซเลนอสสังเกตเห็นผู้หญิงผมแดงที่ท่าทางปราดเปรียว นี่คืออีกกลิ่นที่ไกราจับได้ก่อนหน้านี้ และถ้าเขาเดาไม่ผิดเธอคือหนึ่งในสมาชิกคนสำคัญของกลุ่มลูนาร์ เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรกิงคารอนซาร์ซา เซเลสไทน์
ซาร์ซาคือผู้ครอบครองหอกราชันย์รีซาเรียน หนึ่งในแปดวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการผนึกเทพปีศาจ เซเลนอสไม่แน่ใจนักว่าหลังจากที่ลูนาร์ได้ดาบดำจากเอเทเซียมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ดูเหมือนว่ากลุ่มของเธอจะเดินทางไปต่อที่อาณาจักรกิงคารอนต่อ
ลูนาร์ได้ทั้งรีซาเรียนจากกิงคารอน และเธอยังเอาตัวเจ้าของอาวุธในตำนานมาเป็นพวกด้วย
“พวกเจ้า!!” เสียงแรกที่พูดใส่กลุ่มอะบีสคือเสียงของฮาจา “พวกเราได้ยินข่าวเรื่องที่ออสลัมกับคาเมลอสแล้วนะ”
“รู้ข่าวเร็วดีนี่ครับ” เซเลนอสตอบกลับทันควัน ไม่ได้สนใจว่าน้ำเสียงฮาจากำลังเกรี้ยวกราด
“พวกเจ้าทำอะไรกับทั้งสองประเทศ” เอ็ดวานถามด้วยน้ำเสียงดุดันแบบเดียวกัน
“พวกเราทำเรื่องที่ต้องทำ” ดีวานไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น เขาราดน้ำมันลงบนกองไฟชัด ๆ
“เรื่องเรือเหาะที่สู้กันเหนือท้องฟ้ากิงคารอนนั่นก็ฝีมือเจ้าพวกนี้ด้วยใช่ไหม รู้ไหมว่ามันทำให้คนถูกลูกหลงกันไปเท่าไหร่” เจ้าหญิงกิงคารอนเองดูมีปัญหากับกลุ่มอะบีสด้วย
“พวกเราอธิบายได้ ออสลัม พวกเราอาจจะผิดจริงที่ไม่สามารถเจรจาขอของมาดี ๆ ได้ แต่ที่คาเมลอส พวกนั้นตั้งใจแย่งชิงโล่เฟนเดอร์ไปเลยต้องสู้กัน ไอ้เรื่องที่สู้กันที่กิงคารอนอีกฝ่ายคือเฟรย์การ์ด กลุ่มที่มีไทม์แมชชีนเหมือนกับเราแต่ใช้มันออกรวบรวมวายร้ายจากยุคต่าง ๆ” เวเนอธิบายเร็วปรื๋อ
“เรื่องสู้กับเฟรย์การ์ดไม่มีอะไรแก้ตัวหรอก แต่เรื่องโล่นี่พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” เจเนวีฟแย้ง
“เฮ้ยย” เวเนดึงเพื่อนเอาไว้ไม่ให้พูดมากไปกว่านั้น แต่ทำไม่สำเร็จเจเนวีฟยังคงพูดต่อไป
“ยิ่งจัดการกับเทพปีศาจได้เร็ว ทุกคนก็ยิ่งปลอดภัย แค่ประเทศสองประเทศโดนโจมตีเพราะไม่ยอมเห็นแก่ส่วนรวมมันยังน้อยไปด้วยซ้ำ”
“คุณรู้ตัวรึเปล่าว่าพูดอะไรออกมา” ฮาจาขึ้นเสียงแข่ง “ถ้าไม่เลือกวิธีการมันก็ไม่ต่างจากที่พวกวายร้ายทำหรอกค่ะ”
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะ” เวเนพยายามห้ามทัพ
“เธอมองโลกในแง่ดีเกินไปแล้ว คิดแบบนั้นจะช่วยโลกได้ยังไง ลองถามลูนาร์ตรงนั้นดูสิ ถ้าเป็นสถานการณ์ที่ต้องถล่มออสลัมหรือคาเมลอสเพื่อชิงโล่เฟนเดอร์ เธอคงทำเหมือนกันนั่นแหละ”
“ไม่จริงค่ะ ท่านลูนาร์ไม่ทำแบบนั้นหรอก” ฮาจาหันไปถาม “ใช่ไหมคะ?”
ลูนาร์และซาร์ซาหลุบสายตาไปทางอื่นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย มันทำให้เจเนวีฟหลุดขำออกมาเพราะทั้งสองน่าจะคิดแบบเดียวกับตน
“คาเมลอสน่ะ มีทาสเยอะแยะเลยนะ แถมยังชอบเอาทาสมาประลองกันจนถึงตายด้วย บางทีถ้าเธออยู่ตรงนั้นก็อาจอยากปล่อยทาสเหมือนที่ข้ากับเวเนทำก็ได้” เจเนวีฟได้ทียิ่งรุกไล่
“มีทาสด้วยเหรอคะ”
“ใช่ ตอนที่ได้ไปคุยกับเจ้าเมืองพวกเราเจอทาสคนหนึ่งที่เอาชนะการประลองได้ แต่เจ้าเมืองสารเลวดันกลับคำ ไม่ยอมปล่อยตัว ดันให้เขาเป็นทาสต่อไป อยากรู้จริงว่าผู้รักความยุติธรรมแบบเธอได้เห็นภาพแบบนั้นจะทำยังไงน้า”
“พอได้แล้วน่า” เวเนเข้ามากระตุกแขนเสื้อของเพื่อนเพื่อเตือนสติ เจเนวีฟจึงเพิ่งนึกได้ว่าเธอพูดมากเกินไป
“เรื่องที่แล้วก็ให้มันแล้วกันไป” ลูนาร์เปรยขึ้น “แต่พวกเจ้าทั้งหมดควรหยุดมือได้แล้ว”
“เคยบอกไปแล้วยังไงครับ พวกเราไม่วางมือง่าย ๆ หรอก บอสของเราต้องการตัวคุณ” คำพูดของเซเลนอสทำให้ทั้งลูนาร์และซาร์ซาคิ้วกระตุกด้วยความหงุดหงิด
“ร่วมมือกับพวกเรา โล่นี่จะเป็นของพวกเจ้า มีแต่ได้กับได้” จูเดสปาว่าพร้อมกับเอาโล่เฟนเดอร์มาใส่อวดให้ดู เขาไม่รู้ตัวว่ายิ่งทำแบบนั้นมันยิ่งดูน่าหมั่นไส้
“หรือไม่ก็แย่งมันตรงนี้ซะเลย” เจ้าหญิงจอมเอาแต่ใจชี้หอกไปทางจูเดสปา
“…” จูเดสปาไม่อยากมีเรื่องกับผู้หญิงจึงไม่ได้ต่อปากต่อคำต่อ โชคดีแล้วที่เขาตัดสินใจแบบนั้น นั่นเพราะซาร์ซาผู้นี้ไม่ใช่แค่เจ้าหญิงนิสัยเสีย ความแข็งแกร่งของเธอเป็นของจริง
“เอาแบบนี้ดีไหมครับ พวกคุณจำเป็นต้องใช้โล่เฟนเดอร์แต่คงไม่อยากรับไปเฉย ๆ ส่วนทางเราก็อยากได้คุณมาเป็นพวก ในเมื่อจุดนี้ตกลงกันไม่ได้ง่าย ๆ เราก็มาตัดสินกันดีกว่า”
“ตัดสินยังไง?” เอ็นวานถาม
เซเลนอสชี้ไปที่เงาเลือนลางที่อยู่กลางห้อง “นั่นคือสาวกเทพนาร์ดาสใช่ไหมครับ เขากำลังรอทดสอบพวกเราว่ามีคุณสมบัติพอที่จะมอบคทาเนคเซสให้หรือไม่ การตัดสินง่าย ๆ เลยครับ ใครทำให้เขายอมรับจนได้คทามาก็เป็นผู้ชนะ ถ้าคุณชนะก็เอาโล่เฟนเดอร์ไป ถ้าคุณแพ้ก็ต้องมาเป็นพวกเดียวกับเรา”
ลูนาร์นิ่งไปครู่หนึ่ง “ฟังดูเข้าท่าดี… แต่เปลี่ยนเป็นคนชนะสั่งผู้แพ้ได้ข้อหนึ่งดีไหม เช่นทิ้งของมีค่าที่สุดไว้และอย่ากลับมาให้เห็นหน้าอีก”
“ไม่มีปัญหาครับ” เซเลนอสตอบโดยไม่ได้ปรึกษาเพื่อน
“เดี๋ยวสิ!” เงาที่อยู่กลางห้องพูดเสียงดังจนเกือบเป็นการตะโกน “เมินข้าและคุยกันเองอยู่ตั้งนาน แล้วนี่อยู่ ๆ ยังจะเอาข้ามาเป็นกรรมการตัดสินตามใจชอบอีก”
“น่า น่าา ช่วยนิดหน่อยไม่เห็นเสียหายเลย” ลูนาร์แหย่ใส่
“นั่นสิ ก่อนหน้านี้ก็พูดเรื่องว่าจะทดสอบพวกเราอยู่แล้วด้วย ก็แค่ทดสอบพวกนี้ไปด้วยพร้อมกันเอง” เอ็ดวานช่วยเกลี้ยกล่อม
“เชอะ” เสียงที่ฟังไม่ออกว่าเป็นของเด็ก ผู้ใหญ่ หญิงหรือชายบ่นออกมาอย่างขัดใจ “งั้นข้าจะเลือกเกมที่ยากที่สุดมาให้พวกเจ้าทั้งหมดเล่น แล้วอย่ามาบ่นทีหลังแล้วกัน”
จากนั้นภาพของห้องทั้งห้องจึงเลือนหายไป พริบตานั้นท้องทุ่งกว้างสุดลูกหูลูกตาได้ปรากฏออกมาแทนที่ ถึงมองไม่เห็นใบหน้าแต่ทุกคนรู้สึกได้ว่าใบหน้าของสาวกแห่งนาร์ดาสกำลังยิ้ม
…หึ ตกใจเข้าไปเถอะ นี่เพิ่งแค่เริ่มต้นเท่านั้น…
แต่เขาต้องผิดหวังเพราะคนที่ตกใจมีเพียงแค่เอ็ดวานกับฮาจาเท่านั้น ลูนาร์ไม่ได้แตกตื่นเธอเคยเห็นของแบบนี้ในคลังข้าวของที่ปู่ของเธอสร้างขึ้นมานับไม่ถ้วน
ทางกลุ่มอะบีสเองไม่ต่างกัน แม้แต่ไกราที่ควรจะร้องโวยวายเมื่อเห็นสิ่งมหัศจรรย์ก็ไม่แสดงท่าทีแม้แต่น้อย เขาเคยเห็นห้องจำลองการฝึกบนมิเนอร์วามาแล้ว เมื่อใช้ห้องนั้นสถานที่ที่ดูพิลึกกว่าทุ่งหญ้าโล่งกว้างนี่ก็เคยเห็นมาก่อน
“จะทดสอบแบบไหน” ลูนาร์ถาม
“เริ่มจากเกมง่าย ๆ ก่อน ล้มข้าให้ได้ยังไงล่ะ”
ผู้ดูแลไม่ได้เผยร่างจริงเหมือนที่คุยโตไว้ สิ่งที่ปรากฏขึ้นหลังที่เขาหายไปคือร่างของคนหกคน
“ลูนาร์ เอ็ดวาน ฮาจา ซาร์ซา” เวเนไล่ชื่อของตัวปลอมทีละคน “แต่เอ๊ะ ทำไมมีอีกสองด้วย”
หนึ่งในนั้นไกราและจูเดสปารู้จักเป็นอย่างดี เขาคือลาโตรนั่นเอง ทั้งคู่ได้แต่สงสัยว่าทำไมลาโตรถึงถูกเลือกมาด้วยนะ
ลูนาร์ไม่เคยรู้จักลาโตรรวมถึงชายร่างใหญ่ในชุดเกราะสีแดงเข้มที่มาด้วยกัน เธอหันไปถามฮาจา เอ็ดวานและซาร์ซาแต่คำตอบที่ได้ไม่แตกต่าง
“ไม่รู้จักบาซอนสินะ” เสียงประหลาดที่ซ้อนกันของทั้งหญิงและชายดังขึ้น
“บาซอน” เจเนวีฟขมวดคิ้ว เธอนึกออกก่อนคนอื่นเพียงเล็กน้อย “ชายคนนั้น… กลาดิเอเตอร์ที่คาเมลอส”
“เพราะพวกเจ้าแทรกแซงนี่แหละ ชายที่น่าจะอยู่ตรงนี้ด้วยจึงไม่ได้อยู่”
“พูดพอรึยังครับ” เซเลนอสบิดข้อต่อไปมาดังกร๊อบแกร๊บ
สงครามระหว่างลูนาร์ตัวจริง ตัวปลอม และฝ่ายอะบีสเริ่มขึ้น ซาร์ซาที่รวดเร็วที่สุดเป็นคนเปิดฉากก่อน เป้าหมายของเธอคือซาร์ซาตัวปลอมที่ไม่ได้ถือแม้แต่รีซาเรียน เธอเร็วจนแม้แต่เซเลนอสยังมองตามไม่ทัน เจ้าหญิงนักรบหายตัวแล้วไปโผล่ที่ด้านหลังตัวปลอมโดยหมายเผด็จศึกในทีเดียว
รีซาเรียนถูกหยุดเอาไว้ได้ หอกของอีกฝ่ายไม่ใช่อาวุธสามัญทั่วไป มันคือหอกระดับสูงที่ลูนาร์ในอนาคตสร้างให้ซาร์ซาเพื่อชดเชยรีซาเรียนที่ถูกนำไปใช้ผนึกเทพปีศาจ
“เร็วมาก มองแทบไม่เห็นเลย” เซเลนอสยืนดูซาร์ซาสองคนกำลังสู้กันอย่างดุเดือด
“เจ้ายังดีที่แทบไม่เห็น” จูเดสปาเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า ความหมายของจูเดสปาคือเขามองไม่เห็นเลยสักนิด ทั้งที่รู้ว่าอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่เวทมนตร์กำบังตาด้วยซ้ำ ทั้งคู่แค่เร็วจนเกินไป
“เจ้าเร่งความเร็วขนาดนั้นได้ไหม” ดีวานถามไกราขณะที่เขากำลังรับดาบของชายที่ชื่อบาซอน
“ถ้าแค่ครู่เดียวนะ เคลื่อนไหวแบบนั้นตลอดเวลาไม่ไหวหรอก”
เพราะต้องสู้กับทั้งตัวจริงและกลุ่มอะบีส กลุ่มตัวปลอมจึงดูเหมือนจะเสียเปรียบด้านจำนวน แต่พวกเขาแต่ละคนกลับแข็งแกร่งกว่าตัวจริงเสียอีก
ลูนาร์ตัวปลอมมีดาบดวงจันทร์มากกว่าหนึ่งเล่มนอกจากนั้นเธอยังสามารถควบคุมมันได้ดีกว่า เธอเปิดกระเป๋าและแจกจ่ายอาวุธและอุปกรณ์หลายชิ้นให้กับพรรคพวกโดยดูจากลักษณะการต่อสู้ของศัตรู