Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 261: สำเนาที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า
ซาร์ซาตัวปลอมไม่เพียงแค่เร็วกว่าเล็กน้อย เธอใช้วิธีการบางอย่างทำให้เคลื่อนที่ไปได้ในอากาศ สำหรับการต่อสู้ที่ความเร็วคือตัวตัดสินทุกอย่าง การที่ตัวจริงช้ากว่าแม้จะแค่เสี้ยววินาทีก็ส่งผลอย่างร้ายแรง ยิ่งเมื่อบวกกับที่อีกฝ่ายเคลื่อนที่ไปได้ทุกทิศทางอย่างอิสระ ซาร์ซาตัวจริงจึงตกที่นั่งลำบาก
เอ็ดวานพบว่าดาบของตัวปลอมคือดาบที่พัฒนาขึ้นอีกขั้นของดาบล่องเวหา นอกจากแข็งแกร่งกว่า ยืดหดได้เหมือนกัน มันยังมีพลังพิเศษที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูร่วมอยู่ด้วย ร้ายกว่านั้นคือทั้งวิชาดาบทั้งพลังเวทมนตร์ ตัวปลอมทรงพลังกว่าเขามาก
ลูนาร์มั่นใจว่าตัวปลอมไม่ใช่แค่ “สำเนา” ของพวกเธอในอีกความเป็นจริง จากข้าวของที่พวกเขาใช้ แต่ละคนครอบครองอาวุธ เครื่องป้องกัน และอุปกรณ์ที่เธอยังไม่เคยสร้างออกมา ฝีมือของแต่ละคนก็ห่างชั้นกับตอนนี้อย่างเห็นได้ชัด ยังไม่นับรวมถึงวัยที่ต่างออกไปเล็กน้อย บางทีนี่อาจจะเป็นตัวตนที่พวกเธอจะเป็นในอีกหลายปีให้หลังก็ได้
“นี่เจ้ามองเห็นอนาคตและความเป็นจริงอื่นตามใจชอบเหรอ” ลูนาร์ตะโกนถามโดยไม่คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะยอมตอบ
“…ข้าไม่มีพลังขนาดนั้นหรอก เคยมีใครบางคนที่ทำเช่นนั้นได้ ข้าแค่ได้บางส่วนของงานของเขามาดัดแปลงเป็นของตัวเอง”
“งั้นเหรอ แต่เอามาใช้ได้ดีเลยนี่นา”
“ถะ… ถึงชม ข้าก็ไม่ดีใจหรอกนะ”
ไม่รู้ว่าเพราะเขินที่ถูกชมจึงหาเรื่องแก้เก้อหรือเพราะยังโกรธพวกเซเลนอสที่ปากดีใส่ สาวกแห่งนาร์ดาสเอาจริงขึ้นอีกขั้น เขานำศัตรูของทุกคนมาเพิ่ม
รายแรกคือชายหนุ่มในชุดขาว ใบหน้ามีบางส่วนละม้ายคล้ายเอ็ดวาน การแต่งกายของเขาเหมือนเจ้าชายจากที่ไหนสักแห่ง
ที่น่าสยดสยองคือเขาใช้ดาบจันทราอย่างแน่นอน รูปทรงของดาบคือสิ่งที่ลูนาร์เขียนเอาไว้ในแปลนที่เธอจะใช้กับเทพปีศาจคุโรมา อิเดส
ลูนาร์ไม่มีเวลามาวิเคราะห์ศัตรูมากนัก เพราะนอกจากตัวปลอมจะพยายามจัดการกับเธอแล้ว สาวคนใหม่ที่เพิ่มเข้ามายังเข้ามากระหนาบข้างด้วย รายนี้เธอรู้สึกคุ้นหน้าแต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน
ศัตรูเพิ่มขึ้นถึงแปดคนและทุกคนในนั้นยังเป็นผู้ครอบครองดาบแห่งดวงจันทร์อีกด้วย กลุ่มอะบีสที่เคยทีเล่นทีจริงก่อนหน้านี้ต่างก็เครียดกันไปตาม ๆ กัน
“ขอเตือนไว้ก่อน ว่าข้าตั้งเงื่อนไขใหม่ว่าถ้าตายก็จะตายจริง อย่าคิดว่ามันจะง่ายล่ะ”
เซเลนอสรับมือกับหนึ่งในผู้มาใหม่ ชายชราผู้ดุดันคนนี้คือราชาแห่งอาณาจักรมาดารัส แม้จะเข้าใจว่าอีกฝ่ายเป็นแค่ร่างปลอมที่ถูกสร้างขึ้นจากอำนาจของเวทมนตร์ แต่ภาพศัตรูคู่แค้นที่กลับมาอีกครั้งพร้อมกับอาวุธร้ายแรงอย่างดาบดวงจันทร์ทำให้เซเลนอสรู้สึกหวั่นใจ
ไกรากำลังรู้สึกแบบเดียวเซเลนอสเพราะคู่ต่อสู้ของเขาคือฟรีโอนิเอลจากยุคเดียวกัน ฟรีโอนิเอลในตอนนี้ต่างจากจอมดาบขี้เล่นที่กลายเป็นสมาชิกกลุ่มอะบีส ความเงียบขรึมและเลือดเย็นของตัวปลอมชวนให้ไกรานึกถึงตอนที่เขาถูกล้างสมองให้กลายเป็นเมเทียร์ไนท์
“ข้ารับมือเจ้านี่เอง” จูเดสปาคว้าไหล่ไกราเอาไว้
จูเดสปาและฟรีโอนิเอลเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก เขาคือคนที่รู้จักฟรีโอนิเอลดีที่สุดในที่นี้ ถ้าจะมีใครสักคนที่รู้วิธีรับมือกับฟรีโอนิเอล มันควรจะเป็นเขา
ทุกคนจากกลุ่มใหม่ล้วนเก่งกาจ ดีวานถูกรุกไล่โดยชายหนุ่มผมยาวผู้สวมชุดคล้ายชาวแทนก้า หรือในมุมของอัลโตมันคือชุดจีนย้อนยุค หนุ่มผมยาวผู้นี้มือหนึ่งควงดาบสู้ในขณะที่อีกมือใช้วิชากรงเล็บพยัคฆ์โจมตีอย่างไม่หยุดยั้ง การเคลื่อนไหวของเขาชวนให้นึกถึงการเคลื่อนไหวของเสือ
สถานการณ์เลวร้ายลงในชั่วทุกขณะ การประสานงาน จำนวน และฝีมือฝ่ายสาวกแห่งนาร์ดาสได้เปรียบอยู่หนึ่งก้าว ในขณะที่กลุ่มลูนาร์และกลุ่มอะบีสไม่เพียงแค่ห่างไกลจากการร่วมมือกัน มันยังเหมือนทั้งสองฝ่ายตั้งใจขัดแข้งกันขากันด้วยซ้ำ
เวเนใช้เวทมนตร์หยุดซาร์ซาตัวปลอมเอาไว้ เธอคิดว่ามันคือโอกาสที่ตัวจริงจะโต้กลับ แต่ซาร์ซาทิ้งโอกาสงามแล้วพุ่งไปทางลูนาร์ปลอมแทน
“ห้ามมายุ่งกับท่านลูนาร์นะ เจ้าตัวปลอม”
“อย่าเข้ามา” ลูนาร์ตะโกนห้ามแต่ไม่ทันแล้ว มันเป็นจังหวะที่ลูนาร์อีกคนกำลังสะบัดดาบออกไป
ซาร์ซาไม่เคยเห็นอานุภาพของดาบจันทรา เธอไม่เคยคิดว่ามันคืออาวุธอันตรายที่ลบเมืองทั้งเมืองหายไปได้ด้วยการโจมตีครั้งเดียว ซาร์ซาย่ามใจว่าเธอเร็วเป็นอันดับหนึ่งไม่มีสอง แต่ต่อให้เร็วแค่ไหนการหลบคลื่นโจมตีที่ไวกว่าเสียงหลายสิบเท่าก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
อ๊ากกกกก
เสียงกรีดร้องไม่ใช่เสียงของเจ้าหญิงจอมผู้ถือดี แต่เป็นเสียงของเด็กผู้มีท่วงท่าเหมือนกับสัตว์ป่า ไกราที่อยู่ตรงนั้นพอดีพยายามอย่างสุดชีวิตเพื่อหยุดการโจมตีของลูนาร์ปลอม เขากระโจนเข้าไปคว้าแขนศัตรูในขณะที่กำลังจะออกท่า ผลคือวิถีดาบถูกเบี่ยงออกไปจนพ้นซาร์ซา แต่ทั้งตัวเขาและตัวปลอมของลูนาร์กลับได้รับผลกระทบเข้าไป คลื่นพลังส่วนหนึ่งที่ทะลักย้อนกลับมันถูกทั้งคู่เต็มเปา
แขนข้างขวาที่อยู่ใกล้คลื่นที่ทะลักกลับมาสลายไปจนถึงข้อศอก ร่างเล็ก ๆ ของเด็กหนุ่มถูกพลังความมืดกัดกินจนผุกร่อนราวกับถูกสาดด้วยน้ำกรดเข้มข้น แม้จะเลี่ยงความเสียหายที่ศีรษะไปได้จึงยังไม่ขาดใจตายไปในทันที แต่สภาพของเขาห่างไกลจากคำว่าปลอดภัย
“ไกรา” เวเนร้องด้วยความตกใจ เธอหยุดมือจากการผนึกซาร์ซาตัวปลอมแล้วหันไปเรียกใช้ไม้เท้าเพื่อเรียกแฟรีออกมาแทน
ช่วงวินาทีที่ได้อิสรภาพคืนมา ซาร์ซาตัวปลอมไม่ยอมปล่อยไปอย่างสูญเปล่า เธอหันไปเล่นงานเวเน คนเดียวในสนามรบแห่งนี่ที่จะสามารถสะกดความเร็วของเธอได้
เวเนถูกซัดจนล้มกลิ้งก่อนที่เธอจะเรียกแฟรีได้สำเร็จ แต่มันไม่สามารถหยุดพวกเขาได้ แฟรีเคลื่อนไหวได้ตามเจตจำนงของตนเอง เมื่อเห็นว่าอันตรายกำลังมาถึงพวกเขาและเธอจึงกรูกันออกมาจากไม้เท้า
“ไกราเจ็บหนัก รีบไปช่วยเร็ว” แฟรีตัวน้อยรายหนึ่งตะโกนบอกเพื่อน ๆ
แฟรีหลายสิบชีวิตบินตรงไปที่ร่างที่นอนคุดคู้อยู่ ซาร์ซาตัวปลอมวิ่งตามไปด้วยความเร็วสูง ก่อนที่ปลายหอกของเธอจะถึงตัวของแฟรีที่เหมือนกับเด็กผู้หญิง รีซาเรียนของซาร์ซาตัวจริงก็เบี่ยงทิศทางของมัน
“ไม่ให้ทำตามใจได้อีกแล้ว” ซาร์ซาพูดด้วยความโมโหถึงขีดสุด
ดีวานห่วงว่าผงปีกแฟรีอาจมีพลังรักษาไม่พอเพียงยื้อชีวิตไกรา เขาจึงยื่นมือเข้าช่วยอีกแรง ดีวานสาดเพลิงศักดิ์สิทธิ์ไปทางทิศทางของไกราโดยหวังว่าพลังของเพลิงศักดิ์สิทธิ์จะช่วยให้งานของแฟรีง่ายขึ้น
ไฟของดีวานไปไม่ถึง หนุ่มผมยาวคู่ปรับของเขาใช้วิชาบางอย่าง หลังจากหมุนมือเพียงเล็กน้อย อีกฝ่ายสามารถเปลี่ยนทิศทางของไฟสีขาวก่อนที่มันจะถึงเป้าหมาย
…ถ้าไม่ล้มเจ้านี่ก่อน คงไม่ทางไปช่วยได้แน่นอน…
เวลาของไกราเหลือน้อยลงทุกที ทุกคนถูกประกบโดยศัตรูจนเคลื่อนไหวไม่ได้ดังใจ มีเพียงคนเดียวที่อยู่ไม่ห่างและไม่ถูกประกบเหมือนกับคนอื่น
ฮาจาหยุดคิดอยู่อึดใจหนึ่ง นี่คือการประลองที่เดิมพันด้วยวัตถุดิบที่จำเป็นต้องใช้ในการช่วยเหลือโลก นอกจากนั้นหากทำให้กลุ่มอะบีสยอมแพ้ได้ ลูนาร์จะมีสิทธิ์บังคับให้พวกเขาเลิกแทรกแซงประวัติศาสตร์
เธอควรจะปล่อยให้ไกราตายหรือไม่ แม้ฮาจาจะเป็นคนซื่อแต่เธอไม่ได้โง่ สาวกแห่งนาร์ดาสน่าจะโกหกเกี่ยวกับเรื่องที่การตายที่นี่จะกลายเป็นความจริง เมื่อไกราตาย เขาคงจะแค่ฟื้นขึ้นมาข้างนอก
แต่ถ้ามันไม่ใช่เรื่องโกหกล่ะ
ฮาจาตัดสินใจพุ่งออกไปข้างหน้า เธอไม่อยากเสี่ยง แม้จะมีเวทมนตร์ชุบชีวิตแต่โอกาสใช่ว่ามันจะเต็มร้อย ไกราจำเป็นต้องได้รับการรักษาก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
ราวกับทุกคนคาดเดาการตัดสินใจของฮาจาได้ ทั้งพวกเดียวกัน ทั้งศัตรูต่างเคลื่อนไหวพร้อมกัน ศัตรูทุกคนพยายามหยุดเธอ ดาบของกาดิออสเฉี่ยวคอเธอไปแค่นิดเดียว ไหล่ของฮาจาถูกหญิงผมเงินฟันจนเป็นแผลลึก แต่ขาของเธอยังคงก้าวต่อไป มันคือความเชื่อมั่นว่าฝ่ายเดียวกันจะทุ่มสุดชีวิตเพื่อช่วยให้เธอผ่านไปได้
รุ่งริ่งราวกับผ้าขี้ริ้วที่โชกเลือด แต่สุดท้ายฮาจาสามารถไปถึงที่หมายจนได้ เธอตรวจสอบและพบว่าไกรานอนหายใจรวยรินใกล้สิ้นลม แต่เขายังไม่ตาย
“กิกะฮีล” ฮาจาสนใจอาการคนตรงหน้ายิ่งกว่าแผลตัวเอง เธอร่ายเวทรักษาที่ประสิทธิภาพสูงสุดที่เธอร่ายได้ในตอนนี้
“ขัดใจจริงแฮะ…” เสียงของสาวกนาร์ดาสดังขึ้น
ไกรายังนอนสลบอยู่ แต่แผลของเขาหายไปจนหมดสิ้น ฮาจาเพิ่งรู้ตัวว่าทางตนเองอาการหนักไม่เบา เธอจึงเริ่มรักษาตัวเองบ้าง