Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 262: เกมโฟว์ทีนเดย์
การต่อสู้หยุดลงอย่างไม่รู้สาเหตุ เหล่าร่างจำแลงของสาวกนาร์ดาสค่อย ๆ เลือนหายไปทั้งที่พวกเขายังไม่ได้แพ้
“จบแล้ว?” เซเลนอสถาม
“จบแล้วล่ะ” พูดจบก็ถอนหายใจยาว
“เกิดอะไรขึ้น” คราวนี้เป็นลูนาร์ที่ถาม เธอคิดว่าฝ่ายเธอและฝ่ายอะบีสกำลังเสียเปรียบอยู่แท้ ๆ
“มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้… หน้าที่ของข้าควรจะเป็นแค่การทดสอบพวกเจ้า ไม่ใช่ฆ่าแกงกันแบบนี้ ข้าคงใช้อารมณ์เกินไปตอนที่ตัดสินใจใช้วิธีนี้ทดสอบ แถมยังโกงโดยเลือกข้อมูลจากอนาคตที่พวกเจ้าไม่มีทางชนะได้มาแกล้งอีก” พูดจบก็ถอนหายใจยาวอีกรอบ
“ข้าไม่คิดหรอกนะว่า มันไม่มีทางชนะ” ลูนาร์ตอบ
“ใช่… แค่เพราะฝ่ายหนึ่งเสียเปรียบมันไม่ได้หมายความว่าต้องแพ้ การต่อสู้มันไม่ง่ายดายแบบนั้น” ซาร์ซาสนับสนุน ฟังดูเหมือนเอาแต่ใจเหมือนทุกครั้ง แต่น้ำเสียงนั้นไม่ได้ล้อเล่น ซาร์ซาเชื่อว่าโอกาสนั้นมีเสมอ
“แบบนี้ถือว่าพวกเราผ่านการทดสอบรึเปล่าครับ” เซเลนอสเปลี่ยนเรื่อง
“มันคนละเรื่องกัน… เรื่องที่ข้าผิดที่โกง กับเรื่องที่พวกเจ้ายังไม่ผ่านการทดสอบมันไม่เกี่ยวกันเลย”
“งั้นก็เลือกเกมต่อไปมาได้เลยครับ” เซเลนอสตอบกลับในทันที
“นั่นสินะ เอาเกมอะไรดี”
สาวกเทพนาร์ดาสคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจได้ เอาเกมนี้ก็แล้วกัน “โฟว์ทีนเดย์”
ก่อนที่จะให้ลูนาร์และกลุ่มอะบีสตัดสินใจว่าจะส่งใครลงเล่น สาวกเทพนาร์ดาสอธิบายกติกาและเกริ่นนำเกมให้ทุกคนเข้าใจก่อน
เนื้อเรื่องของเกมนี้คือทุกคนคือผู้โดยสารของยานอวกาศลำหนึ่งที่อยู่ระหว่างการเดินทางข้ามดวงดาวทุกคนมีเวลา 14 วันเพื่อค้นหา “มิวแตนท์” ที่แฝงตัวมากับลูกเรือ กฎของเกมจะอยู่ที่ตรงนี้ ผู้เล่นอย่างน้อยหนึ่งคนจะถูกสุ่มขึ้นมาเป็นมิวแตนท์ เป้าหมายของมิวแตนท์มีคือการฆ่าผู้เล่นที่เป็นมนุษย์ให้หมดหรือรอจนครบสิบสี่วันเพื่อให้ยานลงจอดลงที่ดาวเป้าหมาย
ฝ่ายมนุษย์มีหน้าที่ค้นหามิวแตนท์ที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มและกำจัดทิ้ง ในแต่ละวันผู้เล่นจะสามารถเลือกโหวตหรือไม่โหวตคนที่ตนสงสัยว่าเป็นมิวแตนท์
ความยากของเกมนี้คือมิวแตนท์มีหลายชนิด แต่จะชนิดมีความสามารถหลากหลายแบบ ฝ่ายมนุษย์จำเป็นต้องคาดเดาพฤติกรรมของมิวแตนท์ให้ได้เพื่อจะได้สร้างอุปกรณ์เพื่อตรวจสอบคัดกรองผู้เล่น หรือไม่ก็อาจจะลงเอยด้วยการฆ่ากันตายหมดทั้งยาน
“ยิ่งผู้เล่นเยอะ ผู้เล่นที่เป็นมิวแตนท์ก็จะยิ่งมีมาก ในกรณีที่มีน้อยกว่าแปดคนจะมีผู้เล่นที่ถูกสุ่มเป็นมิวแตนท์คนเดียวเท่านั้น” สาวกเทพแห่งสติปัญญาอธิบายเพิ่ม
“นั่นก็คือทางฝ่ายผม และฝ่ายคุณลูนาร์จะส่งคนลงเล่นอย่างน้อยฝ่ายละสี่สินะครับ เรื่องกติกาผมพอเข้าใจแล้ว แต่เรื่องที่ยังสงสัยคือเรื่องนอกเกมครับ ผมอยากรู้ว่ารางวัลคืออะไรมากกว่า”
“ใช่ เกมแบบนี้มันสุ่มฝ่าย แถมยังชนะได้พร้อมกันมากกว่าหนึ่งคน ฝ่ายข้ากับฝ่ายเซเลนอสอย่างน้อยต้องมีสามถึงสี่คนอยู่ฝ่ายมนุษย์ ต่อให้เล่นให้มนุษย์ชนะ แล้วแบบนี้จะวัดได้ยังไงว่าใครควรจะได้เนคเซสไป”
“เนคเซสจะถูกมอบให้คนที่ได้คะแนนสูงสุด ในกรณีที่คะแนนเท่านั้น เกมจะเริ่มรอบต่อไป และจะวนไปเช่นนี้จนกว่าจะถึงเกมที่มีคนใดคนหนึ่งมีคะแนนสะสมสูงสุด”
สาวกแห่งนาร์ดาสไม่ได้พูดออกมาอย่างชัดเจน แต่มีหลายคนในนั้นที่เข้าใจความหมายแฝงที่เขาใบ้ เกมนี้แม้แต่ผู้เล่นที่เป็นมนุษย์ก็สามารถฆ่ากันได้ นั่นหมายความว่า ถ้าต้องการให้มันจบในรอบเดียวการฆ่าผู้เล่นอื่นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
“ปัญหาเรื่องการช่วยกันข้ามฝ่ายล่ะครับ” เซเลนอสยกตัวอย่างในกรณีที่ฝ่ายอะบีสมีคนใดคนหนึ่งที่เป็นมิวแตนท์ ผู้เล่นที่เป็นมิวแตนท์จึงร่วมมือกับมนุษย์ฝ่ายตัวเองฆ่าผู้เล่นทั้งหมดเพื่อจบเกมและเหลือตนเองเป็นคนที่มีคะแนนเพียงคนเดียว
“เรื่องนั้นข้าได้ใส่ในกติกาพิเศษเพิ่มไว้แล้ว เมื่อเกมเริ่มทุกคนจะอยู่ในร่างของตัวละครของเกม นอกจากไม่รู้ว่าเป็นมนุษย์หรือมิวแตนท์จะไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นใครด้วย”
“แต่แบบนั้นแค่บอกชื่อก็หมดเรื่องไม่ใช่เหรอ” ไกราสงสัย
“ถึงบอกอีกฝ่ายจะเชื่อหรือไม่ก็อีกเรื่อง อย่าลืมว่าทุกคนหน้าตาหรือเสียงเปลี่ยนไปนะ บางทีคนที่คิดว่าเป็นเพื่อนอาจจะเป็นฝ่ายตรงกันข้ามก็ได้”
“ฟังดูยุ่งยากกว่าที่คิดนะเนี่ย” เวเนถอนหายใจ โชคที่ทางฝ่ายอะบีสมีตั้งแปดคน ดังนั้นเธอจึงถอนตัวจากเกมซับซ้อนแบบนี้ได้
“และเพื่อไม่ให้การช่วยเหลือกันนอกเกมทำได้ง่าย ข้าเองก็จะร่วมเล่มเกมนี้ด้วยในฐานะผู้เล่นคนหนึ่ง… แน่นอนว่าถ้าเกมจบโดยที่ข้าคือผู้ที่มีคะแนนสูงสุด จะไม่มีใครได้เนคเซสไป”
“แย่นะเนี่ย” เจเนวีฟบ่นอุบ ในตอนแรกเธอคิดว่าเกมนี้ไม่ฝ่ายอะบีสก็กลุ่มลูนาร์ต้องได้คทาไป แต่ถ้าเป็นแบบนี้โอกาสที่ทั้งสองกลุ่มจะแพ้ก็ใช่ว่าไม่มี
ทั้งสองกลุ่มได้เวลาสิบนาทีสำหรับศึกษากฎกติกาของเกมเพิ่มเติมรวมใช้เวลาในการเลือกสมาชิกสี่คน ฝ่ายลูนาร์มีสี่คนอยู่แล้ว ในขณะที่ทางฝ่ายอะบีสก็มีสองคนที่สละสิทธิ์ไปก่อนคือเวเนและไกรา
“เกมมันก็น่าสนุกดีหรอก แต่ถ้าเล่นโดยมีเดิมพันด้วย ข้าขอผ่านก่อนดีกว่า” เวเนบอกกับทุกคน
“ไกราไม่เข้าใจกติกาสักนิด ขอผ่านเหมือนกัน”
“หมอนี่ไม่ค่อยชอบพูด เล่นอะไรแบบนี้น่าจะลำบาก” บรอลพูดแทนโรมิเอล เป็นอันว่าเขาคือคนที่สามที่สละสิทธิ์
“ข้าคิดว่าสติปัญญาของข้าน่าจะช่วยได้” ตรงกันข้ามกับคนที่ขอยอม จูเดสปาเป็นคนแรกที่ยืนกรานว่าตนควรจะลงแข่ง
“นายคุ้นชินกับเกมแบบนี้ใช่ไหม” เจเนวีฟถามสามีเพื่อนสนิท
“เคยเล่นมาบ้าง แต่ไม่เก่งหรอก” อัลโตตอบโดยไม่ได้ถ่อมตน ทุกครั้งที่เล่นเกมแบบนี้ในกลุ่มเพื่อน คนที่ชนะจะวนอยู่แค่โซนาตา อลินา และกาเรน เขามักจะโดนปั่นหัวด้วยข้อมูลปลอมตลอด ส่วนเคสเทรลทั้งที่หัวดีกว่าแต่พออารมณ์ร้อนก็จะตัดสินใจผิดพลาด จึงชนะแทบนับครั้งได้
“น่าจะเก่งกว่าข้าอยู่ดี” ดีวานวิเคราะห์อย่างตรงไปตรงมา
ผลคือทีมสี่คนของกลุ่มอะบีสจึงมี เซเลนอส จูเดสปา อัลโตและเจเนวีฟ
“ตามที่ผมคิด ข้อมูลที่สาวกแห่งนาร์ดาสให้มามีข้อมูลหลอกเรื่องนึงครับ” เวลาใกล้หมดลงเซเลนอสจึงรีบสรุป
“เรื่องที่ทั้งสองทีมจะไม่รู้ตัวจริงสินะ” เจเนวีฟเดา
“ใช่ครับ ทั้งฝ่ายเราและฝ่ายลูนาร์รู้จักกันน้อยจนยากที่จะปลอมตัวเป็นอีกฝ่าย จะถูกสวมบทเป็นตัวละครในเกมก็ไม่ช่วยให้บิดบังได้ สุดท้ายแค่การสอบถามกันเล็กน้อยความก็แตกอยู่ดี”
“คนหัวไวแบบลูนาร์น่าจะเข้าใจจุดนี้เช่นกัน ทันทีที่เกมเริ่มเธอจะใช้เวลาในการหาว่าใครคือคนของฝ่ายตน มากกว่าการหามิวแตนท์ จุดชี้ขาดจะเป็นตรงนี้คือมิวแตนท์อยู่ที่ฝ่ายใครครับ”
“เพราะถ้าอยู่ฝ่ายตัวเองก็จะจบเกมได้ในทันทีที่ต้องการสินะ” จูเดสปาวิเคราะห์
“นั่นก็ส่วนหนึ่งครับ การที่ไม่ต้องหาว่ามิวแตนท์อยู่ตรงไหนทำให้คุมเกมได้ แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมดครับ จำเงื่อนไขในการได้รางวัลได้ไหมครับ คนที่คะแนนสูงสุดจะได้คทาเนคเซสไป หากมนุษย์เป็นฝ่ายชนะในรอบนั้น ฝ่ายมนุษย์ทุกคนจะได้หนึ่งแต้ม แต่ขณะที่ถ้ามิวแตนท์ที่มีคนเดียวในเกมชนะ…”
“จะไม่มีเกมต่อไป” อัลโตต่อให้จบประโยค
“แต่มนุษย์เองก็ฆ่ากันได้ไม่ใช่เหรอ ถ้าพยายามจบเกมด้วยการฆ่ากันให้หมดก่อนแล้วค่อยฆ่ามิวแตนท์ล่ะ”
“เรื่องฆ่ากันเองไม่ต้องกังวลมากครับ มนุษย์จะฆ่ามนุษย์ได้หลัก ๆ คือวิธีการโหวตออก ส่วนวิธีที่ใช้อาวุธโจมตีเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก คิดซะว่าเป็นเหตุการณ์พิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นได้ทุกครั้งในแต่ละรอบของเกมก็แล้วกัน”
“ฝ่ายที่มีมิวแตนท์อยู่จะพยายามโหวตอีกฝ่ายออกให้หมด จากนั้นจึงค่อยให้มิวแตนท์ฆ่ามนุษย์ที่เหลือ นี่มันเกมบ้าอะไรเนี่ย นี่เท่ากับว่ามิวแตนท์อยู่ฝ่ายไหนฝ่ายนั้นก็เหมือนชนะไปแล้วไม่ใช่เหรอ” จูเดสปาสบถ
“ครับ เกมนี้มันไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับการเล่นแบบรวมหัวแบ่งกลุ่มก่อนเริ่มเกม เจ้าสาวกแห่งนาร์ดาสนั่นตั้งใจแกล้งเราแหละครับ การที่เขาเข้าร่วมเล่นด้วยมองผิวเผินอาจจะเป็นตัวแปรที่ทำให้เกมยุติธรรมขึ้น แต่ความเป็นจริงแล้วเขาจะอยู่ในจุดที่เล่นงานใครก็ได้”
“ถ้าหมอนั่นต้องการจะให้ใครชนะก็ได้ หรือตรงกันข้ามคือการทำให้จบไม่ลงสักทีเพราะมีคนที่คะแนนเท่ากันอยู่ตลอด” เจเนวีฟพึมพำ
“คงเป็นไปไม่ได้ที่จะถ่วงไว้ได้ตลอดครับ กรณีที่แย่สุดคือเจ้านั่นดันชนะแล้วทุกคนไม่ได้เนคเซสนี่แหละ”
แล้วเวลาสำหรับการเตรียมตัวก็หมดลง เกมได้เริ่มขึ้นหลังจากนั้น…
ภาพทุกอย่างดับวูบ ผู้เล่นทั้งเก้าได้ถูกส่งตัวมายังห้องของตนเอง