Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 263: ไม่ทวงสัญญาอีกเรื่องเหรอ
ลูนาร์อยู่ในร่างตัวละครชื่อจอห์น เธอจำได้ว่าตัวละครตัวนี้เป็นตัวละครสายช่างซึ่งเหมาะเจาะกับความสามารถเดิมของเธอพอดี ความสามารถพิเศษของตัวละครนี้เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมและงานประดิษฐ์ หากได้รับอุปกรณ์ครบถ้วนเธอสามารถใช้ทักษะนี้สร้างอุปกรณ์เพื่อตรวจสอบแยกแยะมิวแตนท์ได้
แต่เรื่องที่ว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งที่ลูนาร์ต้องทำเป็นอย่างแรกคือการหาพรรคพวกให้ได้ก่อน เธอรีบรุดออกจากห้องพักแล้ววิ่งไปตามทางเดิน
เบื้องหน้าของลูนาร์มีตัวละครตัวหนึ่งยืนอยู่ ตัวละครชื่อแอนผู้มีทักษะพยาบาลนั้นเอง ลูนาร์หยุดกึกอยู่ตรงหน้าแอนที่ท่าทางกำลังตกใจอยู่เช่นกัน
“ใคร” ลูนาร์ถามออกไปด้วยเสียงของจอห์น
“ข้าเองค่ะ” แอนตอบ แน่นอนว่าตอบด้วยเสียงของแอน “ว่าแต่ท่านน่ะใคร”
“ข้าคือเซเลนอส” ลูนาร์โกหกคำโต เธอต้องการดูปฏิกิริยาอีกฝ่าย
แอนตกใจและเดินถอยกรูด ท่าทางการเดินนั้นคุ้นตาเธอมาก
“หรือว่าฮาจา…”
“ขะ… ข้า”
“ขอโทษที่หลอกนะ ข้าคือลูนาร์เอง นี่ไงสัญลักษณ์” ลูนาร์แสดงสัญญาณมือที่สลับซับซ้อนให้ดู
“โธ่ ที่แท้ก็ลูนาร์นี่เอง ข้าตกใจหมด”
“แกไม่ใช่ฮาจา” ลูนาร์กระแทกเสียง
“แย่จัง… ความแตกรึเนี่ย สัญญาณมือนั่นโกหกสินะ จับได้เร็วแบบนี้คงเป็นลูนาร์ตัวจริงสิ” แอนหัวเราะ
“เจ้าคนเจ้าเล่ห์ แถมยังเลียนแบบท่าเดินฮาจาได้ขนาดนั้น เจ้าคงเป็นเซเลนอส”
“แย่ชะมัดเลย เกมนี้มันหลอกกันยากจริง ๆ ด้วยครับ” แอนเปลี่ยนทีท่าในฉับพลันถึงเสียงจะเหมือนเดิมแต่เขากลับมาใช้สำนวนแบบเดิมแล้ว
“ว่าแต่อยู่ตามลำพังกับข้าแบบนี้คิดดีแล้วเหรอ บางทีข้าอาจจะเป็นมิวแตนด์ก็ได้นะ” ลูนาร์แกล้งหยั่งเชิง
“ไม่หรอกครับ ถ้าพวกเราคนใดคนหนึ่งในนี้คือมิวแตนท์ก็คงฆ่าอีกฝ่ายไปแล้วล่ะครับ” แอนแสยะยิ้ม
ลูนาร์ในร่างของจอห์นและเซเลนอสในร่างของแอนวิ่งไปด้วยกันขณะที่ต่างจับตามองอีกฝ่าย ระหว่างทางพวกเขาพบกับคนเพิ่มคือหว่องที่ลูนาร์มองออกทันทีว่าคือเอ็ดวาน และฮยอนจินที่เธอใช้เวลาไม่นานก็ดูออกว่าคือแวมไพร์ของกลุ่มอะบีสที่ชื่อเจเนวีฟ
เป็นสถานการณ์ที่ซับซ้อนกว่าที่คิด ไม่มีใครไว้ใจกัน ลูนาร์ไม่รู้ว่าในร่างกายของจอห์นหากถูกโจมตีในทักษะดั้งเดิมของเธอจะช่วยอะไรได้ไหม
“เราจะหาคนให้ครบก่อนใช่ไหม” เอ็ดวานในร่างหว่องกระซิบ
“หาของสำคัญแต่หาคนให้ครบสำคัญกว่า” ลูนาร์ตอบด้วยเสียงที่เบายิ่งกว่าเอ็ดวาน
ในห้องอาหาร หนึ่งในห้องที่ใหญ่ที่สุดของยาน ทั้งสี่ได้มาถึงแล้ว แต่ภาพที่ไม่น่าเชื่อได้อยู่ตรงหน้าของพวกเขา ศพของชายผู้หนึ่งนอนคว่ำอยู่ตรงนั้น
“มีคนตายครับ”
“บ้าจริง ถ้าเจอศพ วันนั้นจะจบ…”
ทุกคนถูกดึงมารวมตัวกันที่ห้องประชุมตามกฎของเกม แต่ละคนต่างตกใจเพราะว่าผู้เล่นเก้าคนเมื่อตัดออกไปหนึ่ง มันควรจะเหลืออย่างน้อยแปด
“เหลือแค่หก… นี่ตายไปสามเลยเหรอ” เอ็ดวานในร่างของหว่องร้อง
“มีเวลาประชุมสิบนาทีก่อนโหวตใช่ไหม” วูดดีที่ยังไม่รู้ว่าตัวจริงเป็นใครถาม
“เจ้านั่นแน่นอน สาวกเทพนาร์ดาสนั่นแหละมิวแตนท์” ลูนาร์ฟันธง
“ทำไมถึงแน่ใจแบบนั้น” เจเนวีฟในร่างฮยอนจินถาม
“ลองคิดดูสิครับ ทุกคนยกเว้นสาวกแห่งนาร์ดาสเพิ่งเล่นเกมนี้ครั้งแรก ต่อให้เป็นมิวแตนท์ก็คงยากที่จะจัดการกับผู้เล่นสามคนได้ในระยะเวลาสั้น ๆ คนที่ทำแบบนี้ได้ต้องรู้ลู่ทางในแผนที่นี้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังเป็นคนที่กล้าโจมตีอีกฝ่ายโดยไม่สนว่าเป็นพวกไหน ผู้เล่นเพียงคนเดียวในเกมที่ไม่ต้องระวังว่าจะโจมตีใส่พวกเดียวกันเองมีแค่เขาเท่านั้น” เซเลนอสอธิบาย
“แต่หมอนั่นพลาดเรื่องหนึ่ง… การฆ่าคนจำนวนมากโดยที่ไม่รู้ว่าพวกเราสี่คนเกาะกลุ่มกันอยู่เป็นเรื่องที่เกินความคาดหมาย”
“งั้นก็ต้องเป็นคนใดคนหนึ่งในสองคนนี้สินะ” เจเนวีฟชี้ไปที่วูดดีและเจน
“ข้าไม่ใช่นะ ข้าคือฮาจา” เจนละล่ำละลักบอก
“ฉันต่างหากคือฮาจา” วูดดีเถียง
“คิดจะถ่วงเวลางั้นเหรอ ไม่มีประโยชน์หรอก ฮาจาตัวจริงต้องรู้รหัสลับใช่ไหม” ลูนาร์หันไปถามเจน
“ระ รหัสอะไร ข้าไม่เห็นรู้เรื่องเลย” เจนตอบตะกุกตะกัก
“เห็นไหมล่ะ เจนคือสาวกแห่งนาร์ดาส” วูดดีชี้ไปที่เจนพลางหัวเราะไปด้วย
“ชัดแล้วสินะ วูดดีนี่เอง รหัสอะไรนั่นมันไม่มีหรอก!” เอ็ดวานตวาดใส่
“เล่นละครไม่ได้เรื่องเลยนะ” ลูนาร์ในร่างจอห์นแสยะยิ้ม
“แบบนี้นี่เอง… ถึงได้จัดการกับผู้เล่นได้เร็วขนาดนี้” เซเลนอสพึมพำ
“นี่อย่ารู้เรื่องกันแค่สองคนสิ พวกเจ้ารู้อะไรก็บอกมา” เจเนวีฟโวยวายใส่ทั้งคู่
“มิวแตนท์ในเกมนี้มีหลายชนิดครับ ในตอนที่สุ่มว่าใครจะเป็นมิวแตนท์จะมีการสุ่มตรงนี้ด้วย โดยมิวแตนท์แต่ละชนิดจะมีจุดแข็ง จุดอ่อน และวิธีการตรวจสอบมันที่ต่างกัน หนึ่งในนั้นมีมิวแตนท์ที่มีพลังในการเพิ่มจำนวนได้ ศพแรกที่เขาจัดการในเกมนั้นจะคืนชีพขึ้นมาและกลายเป็นตัวละครอีกตัวที่เขาควบคุมได้ ถ้ามีมิวแตนท์ถึงสองคนเรื่องที่จะฆ่าผู้เล่นอีกสามคนในเวลาสั้น ๆ ก็ยิ่งง่ายขึ้น”
“หาา” เอ็ดวานกับเจเนวีฟร้องประสาน
“สรุปก็คือนอกจากพวกเราสี่คนที่วิ่งมาด้วยกัน ทุกคนตายหมดแล้ว วูดดีและเจน ทั้งคู่คือตัวละครที่สาวกแห่งนาร์ดาสควบคุม” ลูนาร์อธิบายเพิ่ม
“แต่เราโหวตได้แค่คนเดียว” เอ็ดวานพูดขึ้นลอย ๆ
“หึหึหึ” วูดดีและเจนหัวเราะขึ้นพร้อมกัน “ถูกต้อง! พวกเจ้าแพ้แล้ว พวกเจ้าโหวตออกได้แค่คนเดียวเท่านั้น ในวันที่สองของเกม พวกเจ้าจะถูกสุ่มกระจายกันออกไป แล้วตอนนั้นคือเวลาที่ข้าจะไล่จัดการพวกที่เหลือ”
“แต่ถ้าเรารวมกลุ่มกันได้ก่อนก็จะชนะ ทันทีที่เห็นใครถูกฆ่า วันนั้นจะจบลงทันที และในการโหวตเจ้าก็จะถูกจัดการ” เจเนวีฟกระแทกเสียงกลับ
“จะเป็นแบบนั้นแน่เหรอ… ถ้าจะโหวตข้าออกในวันที่สองพวกเจ้าต้องเหลือคนมากกว่าหนึ่งคน คิดเหรอว่าจะรอดจนได้มาโหวต หรือต่อให้ทำได้จริง แล้วยังไงล่ะจะแบ่งคะแนนกันคนละหนึ่งแล้วทำให้เกมยังไม่จบเหรอ”
“เรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะครับ เวลาจะหมดแล้ว” เซเลนอสหันไปสบตากับลูนาร์ ต่างฝ่ายต่างพยักหน้า
“ของวันนี้เลือกวูดดีก่อนก็แล้วกัน หมั่นไส้หน้ามัน”
ผลโหวตจึงออกมาชัดเจน ลูนาร์ เอ็ดวาน เซเลนอสและเจเนวีฟโหวตให้วูดดีถูกโยนออกจากยาน ส่วนวูดดีและเจนใช้สิทธิ์โหวตของทั้งคู่กับลูนาร์ แน่นอนว่ามันไม่มีผลอะไรเพราะคะแนนโหวตที่น้อยกว่า
เกมในวันที่สองเริ่ม…
ลูนาร์วิ่งออกจากห้องอย่างรวดเร็วก่อนหน้านั้นเธอได้กระซิบบอกจุดรวมตัวกับคนอื่นเอาไว้แล้ว เธอได้แต่ภาวนาว่าทุกคนจะไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัยก่อนที่จะถูกเจนเล่นงาน
สิ่งที่ลูนาร์กังวลคือเซเลนอสและเจเนวีฟเชื่อใจได้จริงหรือไม่ หากเกมรอบนี้จบลงด้วยชัยชนะของมนุษย์ มันก็ยังไม่จบ ผู้เล่นทั้งแปดจะต้องกลับมาร่วมเกมนี้ใหม่ซึ่งไม่รู้ว่ามันจะจบลงตรงไหน
…หรือว่าเราควรจัดการพวกนั้นด้วย ถ้าเหลือแค่เรากับเอ็ดวานก็ยังโหวตชนะได้ และแม้ว่าเกมยังไม่จบแต่การมีคะแนนอยู่กับคนฝ่ายเราไว้ก่อนนั้นไม่เสียหาย เกมรอบหน้าแค่ทำให้เราหรือเอ็ดวานคนใดคนหนึ่งเท่านั้นที่ชนะ เกมจะจบลงที่มีผู้มีคะแนนสูงสุดสองแต้ม…
ในขณะที่กำลังวิ่ง สายตาของลูนาร์สอดส่ายไปยังห้องต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างทาง เธอมองหาทั้งผู้เล่นอื่นไม่ว่าจะเอ็ดวาน กลุ่มอะบีส สาวกแห่งนาร์ดาส หรือแม้แต่ข้าวของที่อาจจะเป็นประโยชน์ในการพลิกสถานการณ์
ที่ห้องหนึ่งแอนเดินสวนออกมา ทั้งคู่ชะงักเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าจะเจออีกฝ่าย
ลูนาร์แปลกใจที่เซเลนอสเดินออกมาจากห้องที่ไม่ใช่จุดนัดพบและไม่ใช่ทางผ่านด้วย เขาเข้าไปในนั้นเพื่ออะไรนะ
…หรือว่าหมอนี่เข้ามาค้นหาของ…
ลูนาร์ในตอนนี้ไม่มีอุปกรณ์หรืออาวุธใด ๆ อยู่กันตัว ตามกฎของเกมแล้วหากเซเลนอสมีอาวุธแม้จะระดับต่ำแค่ไหนเขาก็สามารถฆ่าเธอได้
“จุดนัดพบอยู่ข้างหน้านี่เอง รีบไปเถอะ” เซเลนอสในร่างแอนวิ่งนำออกไป
ในห้องที่นัดแนะไว้ ลูนาร์รู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นเอ็ดวานได้มาถึงก่อนแล้ว แต่ว่าเจเนวีฟยังมาไม่ถึง ตอนนั้นลูนาร์รู้สึกสังหรณ์ใจว่าเจเนวีฟอาจจะมาไม่ถึงที่นี่
“โดนเจ้านั่นเก็บระหว่างทางรึเปล่านะ”
“รอสักสิบนาที… ถ้ายังมาไม่ถึงพวกเราค่อยออกไปเดินหา” ลูนาร์เปรยขึ้น
“ต้องหาด้วยเหรอ รอที่นี่จนหมดวันก็ได้นะ”
“เจ้านั่นต้องหาวิธีอื่นเล่นงานเราแน่ ถ้าเจเนวีฟยังรอดเราอาจจะได้เจอเธอ แต่ถ้าเธอกลายเป็นศพไปแล้ว วันนี้จะจบลงแล้วพวกเราจะได้โหวต”
ลูนาร์อ้างแบบนั้นกับเอ็ดวาน ความจริงคือเธอจะใช้โอกาสนี้ค้นห้องอื่นเพื่อหาอาวุธ ไม่ใช่เพื่อสู้กับมิวแตนท์แต่เป็นการหยุดเซเลนอสก่อนที่เขาจะทำอะไรลงไป
“ไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้ยุ่งยากแบบนั้นหรอกครับ” เซเลนอสว่าพร้อมกับหยิบมีดออกมา
…บ้าจริง หมอนี่ได้อาวุธมาจริงด้วย…
แต่เซเลนอสทำเรื่องที่ลูนาร์ไม่คาดคิด เขาส่งมีดให้กับเอ็ดวาน
“ฆ่าผมซะ วันนี้จะจบลง แล้วพวกคุณก็โหวตเจ้านั่นซะ เกมรอบนี้จะจบลงครับ”
เอ็ดวานลังเลอยู่ชั่วขณะหนึ่งก่อนที่จะลงมือ แอนในร่างเซเลนอสล้มลงพร้อมกับมีดที่สลายไปหลังจากใช้งาน ลูนาร์และเอ็ดวานรู้สึกถึงภาพที่วูบหายไป
ที่ห้องประชุมคนสามคนได้กลับมาอีกครั้ง วูดดีไม่ได้สำนึกว่าตนกำลังจะแพ้เขากำลังหัวเราะชอบใจ
“บ้าจริงนะ ข้าไม่ได้ฆ่าคนนึงนี่นา นี่พวกเจ้าฆ่ากันตายงั้นเหรอ”
“เงียบปากไปเถอะ พวกเราจะโหวตแล้ว”
ด้วยเหตุผลที่คะแนนของลูนาร์และเอ็ดวานมีหนึ่งแต้มเท่านั้น เกมรอบที่สองจึงเริ่มอีกครั้ง ด้วยบรรยากาศที่แตกต่างจากรอบแรกอย่างสิ้นเชิง
ลูนาร์บังเอิญได้สวมบทเป็นจอห์นเป็นครั้งที่สอง ส่วนคนอื่นได้สลับบทบาทกันไปมีซ้ำบ้างต่างบ้าง เห็นได้ชัดว่าคราวนี้สาวกเทพนาร์ดาสไม่ได้ถูกสุ่มเป็นมิวแตนท์เพราะพวกเขาทุกคนสามารถมารวมตัวกันที่ห้องหนึ่งได้โดยที่ไม่มีผู้เล่นคนใดถูกกำจัดไปก่อน
“ผมคือเซเลนอสครับ และผมคือมิวแตนท์” วูดดีพูด
“นาย… เล่นบอกกันแบบนี้เลยเรอะ” ลูนาร์ขมวดคิ้ว
“ใครคือเอ็ดวานครับ” เซเลนอสในร่างวูดดีถาม
“ข้าเอง” เอ็ดวานในร่างเจนตอบ ลูนาร์แทบกุมขมับที่เขาบ้าจี้พูดความจริงเช่นกัน
“ขอโทษนะครับ ขอจบเกมเลยก็แล้วกัน” เซเลนอสพูดจบก็กลายร่างเป็นมิวแตนท์เขาเขมือบร่างเจนจนหายไปครึ่งตัว และเพราะเป็นการฆ่ากันต่อหน้า วันแรกของเกมที่สองจึงจบลงทันที ทั้งแปดคนที่เหลือถูกย้ายที่มาสู่ห้องประชุมในทันที
“ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย” ซาร์ซาในร่างหว่องโวยวาย “นี่เพี้ยนไปแล้วเหรอ”
“จากรอบที่แล้วมันทำให้ผมเข้าใจแล้วครับว่าสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดมันคือการปล่อยให้สาวกแห่งนาร์ดาสชนะเกมนี้ ที่สำคัญต่อให้เอาชนะได้แต่ถูกพวกคุณมองว่าเป็นวายร้ายไปก็คงไม่มีประโยชน์”
“คิดว่าทำแบบนี้แล้วข้าจะใจอ่อนเหรอ อย่าลืมนะว่าถ้าทางนี้ชนะ…”
เซเลนอสไม่ได้ตอบ เขาแค่ยืนนิ่งรอรับคำพิพากษา “โหวตเถอะครับ”
“พวกเจ้านี่มัน…” สาวกเทพนาร์ดาสส่ายหน้า เขาเห็นเกมกำลังจบลงโดยที่ตัวเองหยุดไม่ได้
ผลลัพธ์ของรอบที่สองคือเอ็ดวานตายไปก่อนทำให้เขาไม่ได้คะแนนของรอบนี้และมันทำให้ลูนาร์เป็นคนเดียวในเกมที่ได้สองคะแนน เธอคือผู้ที่มีคะแนนสูงสุดเพียงคนเดียว นั่นทำให้เกมรอบนี้กลายเป็นรอบสุดท้าย
หลายชั่วโมงแห่งภาพลวงตาสิ้นสุดลง ทุกคนกลับมาที่ห้องทรงกลมตอนแรกในสภาพที่อิดโรย แม้แต่คนที่ไม่ได้ร่วมเล่นเกมยังอ่อนแรงไปด้วยจากความลุ้นระทึก
“พวกเจ้าขี้โกงจนนาทีสุดท้าย นั่นมันล้มมวยชัด ๆ” ร่างในชุดคลุมที่เคยลางเลือนเริ่มชัดขึ้นและปรากฏเป็นร่างของเด็กน้อย
“จะไม่ยอมรับว่าแพ้เหรอครับ” เซเลนอสส่งรังสีอำมหิตไปให้ มันทำให้ท่าทางของเด็กน้อยสงบเสงี่ยมลง
ไม่มีใครสักคนทักเรื่องที่สาวกเทพนาร์ดาสกลายร่างเป็นเด็กผู้ชาย การถูกปั่นหัวด้วยภาพลวงตาในเกมครั้งแล้วครั้งเล่ามันทำให้พวกเขาชาชิน สาวกเทพนาร์ดาสจะเป็นเด็ก เขาจะเป็นคนคนแก่ หญิงหรือชาย เรื่องนั้นทุกคนเหนื่อยจนไม่อยากแม้แต่จะทัก
“อย่าคิดว่าข้าเป็นแค่เด็กน้อยนะ เห็นแบบนี้ข้าอยู่มาเป็นร้อยปีแล้ว”
“ไม่มีใครว่าอะไรสักหน่อย” ลูนาร์ตอบแบบเหนื่อยหน่าย “เอาเนคเซสมาซะ”
เด็กน้อยดูหงุดหงิดที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน เขาควักเอาคทาราวหนึ่งศอกที่มีรูปร่างคล้ายเถาวัลย์พันอยู่ออกมา ทุกคนรู้ได้ในทันทีว่ามันคือสิ่งที่พวกเขาตามหาอยู่
แสงสว่างวาบ เด็กชายกลายเป็นหนุ่มหล่อหลังจากแสงจางลง
เขาตั้งใจใช้คทาแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเนคเซสมีพลังในการลบล้างคำสาปได้ชะงัด คำสาปที่เขาลงทุนสาปตัวเองก่อนหน้านี้
“พอใจรึยัง”
ลูนาร์เสียงเข้ม ไม่สนผลลัพธ์ที่ถูกแสดงให้ดู เธอไม่ได้ใส่ใจด้วยซ้ำว่าวูบหนึ่งร่างจำแลงเป็นชายหนุ่มของเธอจะหายไป เธอกลายเป็นหญิงสาวอยู่ชั่วอึดใจโดยที่เอ็ดวานไม่ทันสังเกตเห็น
“พวกเจ้ามันน่าเบื่อที่สุด เอ้า เอาไป! แล้วอย่าโผล่หน้ามาให้ข้าเห็นอีกนะ”
ภารกิจตามหาเนคเซสสิ้นสุดลง ตามสัญญาที่ให้ไว้ เซเลนอสมอบโล่เฟนเดอร์ให้กับลูนาร์ พวกเขาทั้งแปดจากไปโดยที่ฝ่ายลูนาร์ไม่ได้ทวงสัญญาที่เธอบอกว่าจะไม่ให้เขามายุ่งอีก
“ไม่ทวงสัญญาอีกเรื่องเหรอ” ซาร์ซาถามแต่ลูนาร์ไม่ได้ตอบ
ใกล้กับเกาะมินิสเทรล
เรือเหาะมูนไลท์ค่อยๆ ร่อนลงจากฟ้าสู่ผืนน้ำอย่างนิ่มนวล สมอสีเงินเหวี่ยงลงไปในทะเล ลูนาร์ชูคทาเนคเซสขึ้นเหนือศีรษะของเธอ แสงจากคทาสาดส่องลงไปในผืนทะเล ม่านหมอกอาคมที่เคยซ่อนเกาะทั้งเกาะเอาไปกำลังแหวกออกเผยให้เห็นเกาะอันเต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวปรากฏสู่สายตาของทุกคนบนเรือ