Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 264: ไลริค ดิอาลโน
“เป็นยังไงบ้าง” โซนาตาทักทายพวกเซเลนอสทั้งกลุ่ม ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเดินสวนมาบนทางสู่สะพานเดินเรือ
“ราบรื่นดีครับ เดสคาริกาถูกผนึกไปแล้ว นอกจากนั้นเธอได้วัตถุดิบมาแล้วอีกสี่ชิ้นคือดาบทะมะโนะมิ หอกรีซาเรียน โล่เฟนเดอร์และคทาเนคเซส อันดับต่อไปน่าจะเป็นไหที่พวกเรย์เคยฝากไว้กับท่านเฟอร์โร” เซเลนอสตอบพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ที่เคยอคติน่าจะเบาบางลงแล้ว ตื้อต่อไปอีกสักหน่อยน่าจะใจอ่อน”
“ไหที่มีลาโตรอยู่” ไกราพูดด้วยความกังวล แม้ว่าในไทม์ไลน์ของเขาลาโตรจะรอดปลอดภัยดี แต่เขาได้ยินมาว่าตามประวัติศาสตร์ลาโตรถูกพิษที่รักษาไม่ได้จนต้องไปนอนรออยู่ในไหนั่นไม่รู้ว่านานเท่าไหร่
“ไม่เป็นไรหรอก” เวเนเข้ามาตบไหล่ไกราเพื่อให้กำลังใจ “จำที่เห็นในเกมสาวกนาร์ดาสได้ไหม ลาโตรอยู่ในกลุ่มของลูนาร์จากอนาคตด้วย”
“นั่นสินะ ลูนาร์อาจจะเจอลาโตรในไหเลยช่วยรักษาเขาก็ได้” เขาดูมีความหวังมากขึ้น
“เหนื่อยกันหน่อยนะ ขอบคุณความพยายามของทุกคนมาก” โซนาตาอยากเปลี่ยนบรรยากาศให้คึกคักขึ้น เขาทักทายและถามไถ่ความเป็นไปทีละคน ๆ ยกเว้นแค่โรมิเอลที่ยืนกอดอกไม่สนใจ ที่น่าประหลาดคือจูเดสปากลับเข้ามาคุยด้วยเป็นอย่างดี
“ผู้หญิงคนนั้นเก่งกว่าที่คาดเอาไว้มาก ไม่ว่าจะแง่ของกำลังรบหรือทักษะด้านช่าง ถ้าได้เธอมาช่วยพวกเราคงเหมือนเสือติดปีก”
ไกรางงกับท่าทีของจูเดสปาที่พลิกไปพลิกมา อยู่กับพวกตนเขาชอบพูดถึงโซนาตาในแง่ความเป็นเผด็จการและนิสัยไม่อยู่กับร่องกับรอย แต่ตอนนี้กลับพูดจาดูสนิทสนมกับโซนาตาราวกับเป็นเพื่อนกันมานาน
“ยิ่งรู้จักยิ่งน่าสนใจ ถ้านายได้เจอคงถูกใจเธอเหมือนกัน” อัลโตสนับสนุนข้อมูลของจูเดสปา
“แต่น่าเสียดายนะ ดันใช้แหวนเวทมนตร์ปลอมตัวเป็นผู้ชายตลอด ทั้งที่หน้าตาตอนเป็นหญิงสวยไม่เบา” เจเนวีฟวิจารณ์เรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวกับทักษะเลย
“แล้วทางนี้เป็นยังไงบ้างครับ”
“ถ้าจะคุยเรื่องนั้น ไปที่ห้องประชุมกันก่อนเถอะ”
หน้าจอโฮโลแกรมฉายภาพของสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นโดยมีเทพปีศาจอิโคนัสเป็นศูนย์กลาง เซเลนอสเคยเห็นสิ่งก่อสร้างลักษณะนี้มาก่อน มันเป็นของแบบเดียวกับที่กราโดสร้างขึ้นเพื่อช่วงชิงพลังของเดสคารินกา
“ในหนังสือมีเล่าเรื่องนี้ไว้เหมือนกัน จักรพรรดิแวมไพร์อาร์มอนเด พยายามช่วงชิงพลังของเทพปีศาจอิโคนัส แต่สุดท้ายเขาก็ถูกลูนาร์หยุดไว้ได้” เจเนวีฟอธิบายโดยใช้ข้อมูลในหนังสือประวัติศาสตร์ประกอบไปด้วย
“ฉันนึกว่าเรื่องนี้จะเกิดหลังจากที่เอ็ดวานหายตัวไปซะอีก” อลินาไล่ดูข้อมูลเพิ่มน่าเสียดายที่ข้อมูลจากหนังสือหลายเล่มระบุไว้ขัดแย้งกัน
“อย่างที่ย้ำไปแล้วหลายครั้ง เรามีข้อมูลของยุคนี้ไม่ครบถ้วน มันอาจเกิดช่วงนี้อยู่แล้ว หรือมันอาจจะเกี่ยวข้องกับการแทรกแซงของเราไม่ก็ของเฟรย์การ์ดก่อนหน้านี้”
“เราจะสู้กับพวกมันเลยหรือจะรอพวกลูนาร์ดีนะ” โซลิเนรู้สึกข้องใจ
“ประวัติศาสตร์เปลี่ยนไปแล้วไม่ใช่เหรอ งั้นก็ไม่จำเป็นต้องรอหรอก” ฟิลิเซียตอบให้แทนโซนาตา
“ใช่ ไม่จำเป็นต้องรอหรอก ถึงแม้จะผนึกเทพปีศาจเองไม่ได้แต่อย่างน้อยพวกเราน่าจะจัดการกับกองทัพเรวาเรนท์ได้ก่อน”
มิเนอร์วาเดินทางสู่นอร์ธบริซาเนียอย่างไม่รีบร้อน โซนาตาต้องการให้ทุกคนได้ใช้เวลาพักผ่อนให้เต็มที่ ที่ผ่านมาแต่ละทีมถูกใช้งานจนแทบไม่มีเวลาเหลือ ไม่ว่าจะกลุ่มของเซเลนอสที่เหนื่อยจากภารกิจสนับสนุนลูนาร์ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ต้องการ ทั้งการต่อสู้กับเฟรย์การ์ดเมื่อไม่นานมานี้ และเรื่องที่จีดัสส่งไซเลนเซอร์ไปทั่วโลกเพื่อเก็บข้อมูลเพิ่ม
ทุกคนใช้เวลากับชั่วโมงแห่งการพักผ่อนนี้อย่างเต็มที่ แม้แต่จีดัสและด็อกมาที่คร่ำเคร่งกับงานวิจัยแทบไม่ได้วางมือยังอาศัยโอกาสนี้พักเพื่อให้สมองโล่งขึ้น และแม้ว่าจะไม่ได้กำหนดขึ้นมาอย่างเป็นทางการ มันก็กลายเป็นงานฉลองสำหรับทุกคนไปแล้ว
ระหว่างที่ทุกคนตระเตรียมการสำหรับงานเลี้ยง โซลิเนได้ปลีกตัวออกไปเพื่อธุระอีกอย่างที่สำคัญยิ่งกว่า นั่นคือเรื่องของเด็กทารกผิวสีน้ำผึ้งที่เธอรับมาอุปการะ
ไลริค ดิอาลโนคือชื่อของเขา โซลิเนตั้งชื่อนี้ให้พ้องกับชื่อของโซนาตาเอง และโซนาตาที่มาจากจักรวาลอื่นก็ด้วย ชื่อพวกเขามักเกี่ยวข้องกับดนตรี แล้วโซลิเนยังถือวิสาสะเพิ่มด้วยการเอาชื่อสกุลของเขามาตั้งให้กับทารกตัวน้อยอีก
โซนาตาไม่ได้มีประเด็นเรื่องชื่อเด็ก แต่จนบัดนี้เขายังไม่แน่ใจว่าการเลี้ยงเด็กที่เกิดขึ้นจากชาโดว์เป็นความคิดที่ดีจริงหรือไม่
“ฉันจะเลี้ยงเขาเอง” ในน้ำเสียงของโซลิเนมีความหลงไหลและหมกมุ่นซ่อนอยู่ ราวกับว่าโซลิเนคิดจะใช้เด็กคนนี้เป็นตัวแทนของโซนาตาที่เธอไม่มีทางได้มาครอบครอง
“ก็หน้าตาน่ารักดีอยู่หรอก” เจเนวีฟที่มาช่วยดูแลเป็นครั้งคราวมองไลริคด้วยความรู้สึกสับสน
“เวลาที่มองเด็กคนนี้ บางครั้งจะรู้สึกเหมือนคุณโซนาตาตัวจริงจ้องกลับมาเลย”
“มัน… เป็นเรื่องดีใช่ไหม”
โซลิเนและเจเนวีฟหน้าแดงขึ้นพร้อมกัน ต่างคนต่างเผลอจินตนาการว่าถ้าตอนนี้โซนาตากำลังจ้องมองพวกเธอผ่านทางไลริคอยู่จะเป็นอย่างไร ยิ่งนึกถึงตอนนี้พวกเธอเคยเอาไลริคไปอาบน้ำด้วยกันก็ยิ่งรู้สึกเขิน
นับวันโซลิเนยิ่งผูกพันธ์กับไลริค ความคิดที่ว่าเขาคือส่วนหนึ่งของชาโดว์ไม่ได้ทำให้เธอหวาดกลัว ในทางตรงกันข้ามโซลิเนเชื่อมั่นว่าหากมอบความรักและความเอาใจใส่ให้อย่างเหมาะสม ไลริคไม่เพียงแค่จะไม่เติบโตขึ้นมากลายเป็นตัวปัญหา ในทางตรงกันข้ามเขาจะกลายเป็นกำลังสำคัญของกลุ่มในอนาคตอีกด้วย
สิ่งที่ทำให้โซลิเนกังวลในระยะนี้คือไลริคเติบโตขึ้นด้วยความเร็วที่มากกว่าคนธรรมดาหลายเท่า จากวันที่ถือกำเนิดจนถึงวันนี้เพิ่งผ่านไปได้แค่ราวหนึ่งเดือน แต่ลักษณะภายนอกของเขานั้นใกล้กับเด็กที่มีอายุราวสองถึงสามขวบแล้ว เรื่องนี้ทำให้โซลิเนต้องพาไลริคไปให้ด็อกมาตรวจร่างกาย
“เขาเติบโตเร็วมาก ถ้าเป็นอัตรานี้ คงอีกราว ๆ หนึ่งปี น่าจะมีอายุเท่ากับโซนาตาในตอนนี้” ด็อกมาอธิบาย
“ถ้าเป็นแบบนั้น อายุของเขาจะสั้นหรือเปล่าคะ” โซลิเนรู้สึกหวั่นใจ
“เรื่องนั้นไม่ต้องกังวล” พัค ซึงวอนผู้เป็นบิดาของมินอาขยายความ “เด็กคนนี้มีพันธุกรรมผสมของดราโกเนียนจึงทำให้อายุเขายืนกว่าคนทั่วไปมาก รวมทั้งลักษณะพิเศษที่ทำให้เติบโตได้เร็วก็น่าจะมีผลแค่ชั่วคราวเท่านั้น เมื่อโตถึงจุดหนึ่งมันควรจะหยุดทำงาน”
โซลิเนไม่ได้สนใจว่าทำไมมนุษย์อย่างโซนาตาถึงมีพันธุกรรมของดราโกเนียนอยู่ด้วย เธอเพียงแค่รู้สึกโล่งใจที่ไลริคไม่ต้องเผชิญกับชะตากรรมน่าเศร้าอย่างการเกิดมาได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องตายจากไป
“ใช่ค่ะ แต่ถ้ากังวลก็พาเขามาตรวจซ้ำทุก ๆ สัปดาห์ได้นะคะ ฉันเองก็ค่อนข้างสนใจในตัวเขาอยู่ค่ะ ถ้าจะต้องตรวจสอบเขาล่ะก็…” มินอาเบาเสียงในประโยคหลังลงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้พ่อของตนได้ยินถนัด
“คุณมินอามีงานเยอะมากอยู่แล้ว ดิฉันจะช่วยดูแลให้แทนเองนะคะ” ดอนนาสาวชีวจักรกลสัมผัสความตึงเครียดเล็ก ๆ ระหว่างสองพ่อลูกได้จึงเข้ามาแทรก เธอคือแพทย์มือหนึ่งของยานลำนี้ หากจะมีใครที่ควรมาดูสุขภาพของไลริคแล้ว เธอนี่แหละคือคนที่เหมาะที่สุด
มินอารู้สึกขัดใจเล็กน้อย เธอคาดว่าซึงวอนเดาได้ว่าตนอยากทำอะไร ใครจะไม่อยากลองศึกษาเด็กที่เกิดขึ้นมาจากชาโดว์บ้างล่ะ แถมเด็กคนนั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของผู้ชายที่เธอมีใจให้ด้วย
“แล้วเรื่องพลังล่ะคะ” โซลิเนถามด็อกมาด้วยเสียงที่มีความหนักใจเจืออยู่
“เท่าที่ตรวจสอบได้ เขามีอัตลักษณ์พลังที่คล้ายกับโอเปรา”
“หมายความว่า เขาเองก็ใช้ชาโดว์”
“ไม่ใช่แค่ใช้ชาโดว์ได้ แต่เขามีชาโดว์มากกว่าหนึ่งตัวด้วยค่ะ” มินอาตอบพร้อมกับเปิดจอโฮโลแกรมกลางอากาศในนั้นมีภาพของชาโดว์ระดับไพร์มหลายตัว
“มีพลังแบบโอเปรา… ถ้าควบคุมได้เขาก็จะสามารถสร้างชาโดว์ได้เหรอคะ”
“มีโอกาส…” ด็อกมาตอบ “ถ้าเลือกทางเดินแบบเดียวกับโอเปรา เด็กคนนี้อาจจะกลายเป็นตัวอันตรายยิ่งกว่าในอนาคต”
“เรื่องนั้น… ยังไม่แน่ว่าจะเป็นแบบนั้นนี่คะ”
“ถึงได้ต้องจับตาดูนั่นแหละ” ชายแก่ตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ใช่ชอบคนที่ตัดสินใคร พวกเราจะแค่คอยเฝ้าระวังเท่านั้น”
“ดังนั้น หากยืนยันจะเลี้ยงเขาต่อ มันคือสิ่งที่เธอต้องรับผิดชอบ เลี้ยงดูเขาและทำให้เติบโตขึ้นมาโดยไม่กลายมาเป็นศัตรูของพวกเรา” มินอาย้ำ
“นั่นสินะ… มันเป็นหน้าที่ของฉันนี่นา”
โซลิเนให้สัญญากับตัวเอง สำหรับเธอแล้วตั้งแต่วินาทีที่ได้ยินเสียงร้องของเขา ตั้งแต่ครั้งแรกที่อุ้มเขาขึ้นมา ราวกับเธอได้เห็นสัญญาณบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ เธอจะต้องดูแลเขาไม่ว่ามันจะต้องแลกกับอะไรก็ตาม