Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 265: งานเลี้ยงบนมิเนอร์วา
งานเลี้ยงจัดขึ้นที่ห้องส่วนกลางที่ยามปกติสงวนไว้ให้กับผู้บริหาร วันนี้สมาชิกทั้งหมดของกลุ่มอะบีสรวมถึงบรรดาแขกเหรื่อทั้งหลายได้มารวมตัวกันที่นั่นทุกผู้ทุกคนอย่างพร้อมหน้า ต้องขอบคุณระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ควบคุมทุกอย่างในยานได้สมบูรณ์โดยไม่จำเป็นต้องมนุษย์คอยควบคุม ทำให้ไม่มีใครถูกทิ้งให้ต้องทำงานระหว่างที่มีงานเลี้ยงใหญ่แบบวันนี้
เรย์รับหน้าที่หนักด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง แม้ว่ารูปแบบของงานเลี้ยงจะเป็นงานบุฟเฟต์ มีโต๊ะของอาหารชนิดต่าง ๆ ถูกจัดวางแยกไว้แล้ว แต่เรย์ต้องการควบคุมคุณภาพของอาหารทุกจาน เขาต้องการให้แน่ใจว่าทุกรายการอาหารนั้นผ่านการเลือกสรรมาจากเขาเป็นอย่างดีโดยไม่ลืมที่จะเปิดรับความคิดเห็นจากทุกคนที่มาช่วยงานด้วยเช่นกัน
ลูกมือหลักของเขาคือเวเนและแอนทิสตา เวเนมีทักษะด้านอาหารในขั้นที่ดีมาตั้งแต่ต้น ยิ่งได้รับคำชี้แนะจากเรย์ เธอก็ยิ่งเก่งขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ส่วนแอนทิสตางั้นเคยช่วยงานครัวของเรย์มาตั้งแต่สมัยที่ทั้งสองยังร่วมผจญภัยด้วยกัน เรื่องรู้งานกันดีจึงไม่มีใครเหนือกว่าเธอ
คริส แมคฟรายจากกลุ่มอีลิทไฟว์ยกร้านเบอร์เกอร์ของเขามาเปิดซุ้มในงานเลี้ยงเช่นกัน สำหรับอาหารจานด่วนอย่างเบอร์เกอร์ ฮอทด็อก ไส้กรอก และของทอดทั้งหลาย คริสคือคนที่เรย์ไว้ใจที่สุด รสชาติที่ยอดเยี่ยมของแมคฟรายเบอร์เกอร์เป็นสิ่งที่ทุกคนในกลุ่มอะบีสยอมรับมานานแล้ว และมันยิ่งถูกปากทุกคนมากขึ้นอีกเมื่อเร็ว ๆ นี้คริสและเรย์ยังทดลองนำเนื้อเดวัลหลายชนิดมาทดสอบจนได้เนื้อสูตรใหม่ที่ยกระดับมาตรฐานของคำว่าเนื้อขึ้นอย่างก้าวกระโดด
นอกจากรายชื่อคนที่ว่ามาเรย์ยังได้ลูกมือฝีมือดีมาเพิ่มอีกหลายคน บางคนเคยเป็นอดีตคนครัวที่ติดมาจากยุคเดียวกับตัวเรย์เอง และอีกไม่น้อยที่เคยเป็นลูกเรือของเซคเตอร์โฟร์ พวกเขาล้วนแล้วแต่เป็นสมาชิกกลุ่มอะบีสรุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยแสดงผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน จึงคาดหวังว่าในงานเลี้ยงครั้งนี้ตนจะได้แสดงฝีมือในฐานะคนครัวให้ทุกคนได้เห็นบ้าง
“สวัสดีครับ คุณเรย์ ยังจำผมได้ไหมครับ” พ่อครัวหน้าโหดทัก
“คุณคือ… มาสเตอร์ฮู๋”
มาสเตอร์ฮู๋โฮ้วจิน หรือเชฟฮู๋ คือพ่อครัวชั้นยอดที่เคยท้าประลองฝีมือด้านอาหารกับเรย์มาก่อน ในช่วงที่เรย์เริ่มมีชื่อเสียงหลังจากงานประชุมกษัตริย์โลก ไม่เพียงชื่อเสียงในฐานะวีรบุรุษที่ผู้คนฝากความหวังไว้ เขายังถูกกล่าวขวัญถึงในฐานะสุดยอดแห่งคนครัวอีกด้วย ในช่วงนั้นจึงมีพ่อครัวและแม่ครัวฝีมือดีจำนวนไม่น้อยที่ต้องการพิสูจน์เรื่องนั้น มาสเตอร์ฮู๋เองก็เป็นหนึ่งในนั้น
เรย์เอาชนะการประลองมาได้แต่เป็นชัยชนะที่ไม่ง่ายเลย ฮู๋โฮ้วจินคือผู้เชี่ยวชาญอาหารโบราณและยังมีความรู้อย่างลึกซึ้งในฐานะแพทย์สมุนไพร อาหารที่เขาทำไม่ใช่แค่รสชาติที่ลุ่มลึกแต่มันยังเต็มไปด้วยผลลัพธ์ที่ส่งตรงถึงร่างกายมนุษย์
ครั้งนั้นเรย์เอาชนะมาได้อย่างฉิวเฉียดด้วยผลพิเศษจากเนื้อเดวัลมาหักล้างกับฤทธิ์ของสมุนไพร ผลการประลองสร้างบาดแผลไว้ในศักดิ์ศรีของเชฟฮู๋จนเรย์คิดว่าอาจจะไม่มีโอกาสได้เจอเขาอีก
“เจ้าไม่ได้สังเกตเลยสินะว่าข้าก็ขึ้นยานลำนี้มาด้วย”
เรย์ยอมรับผิดโดยดี เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิด ตาแก่หัวรั้นรายนี้ขึ้นมิเนอร์วามาในฐานะของแขกคนหนึ่งเท่านั้น แค่พยายามจำหน้าและชื่อสมาชิกกลุ่มอะบีสที่มีสองร้อยกว่าคนก็หนักหนาแล้ว
“ข้าไม่ใช่สมาชิกกลุ่มนี้ แต่ระหว่างที่ยังอยู่ที่นี่คงต้องขอตำแหน่งหัวหน้าเชฟไปพลาง ๆ ก็แล้วกัน”
“เรื่องนั้นผมคงยอมไม่ได้หรอกครับ” เรย์แสยะยิ้มอย่างนึกสนุก
นอกจากความวุ่นวายในห้องครัว ด้านนอกเองก็มีความวุ่นวายไม่แพ้กัน ซีวีนึกสนุกและเสนอให้ทุกคนที่ไม่มีหน้าที่หลักในงานต้องมีการแสดงบางอย่างบนเวที
โซนาตาไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ เขาคิดว่ากลุ่มอะบีสรวบรวมคนที่มีความหลากหลาย คนที่ไม่ชอบแสดงออกคงมีอยู่ไม่น้อย การบังคับให้ทุกคนต้องร่วมแสดงด้วยแทนที่จะสร้างความสนิทสนมในกลุ่มรังแต่จะสร้างความอึดอัดขึ้นมาซะมากกว่า
“เอาแค่เฉพาะคนที่สมัครใจก็แล้วกัน” โซนาตายืนกรานอย่างจริงจัง
“งั้นนายจะไม่เล่นดนตรีสักหน่อยเหรอ” ซีวีบ่นอุบด้วยความเสียดาย
“อย่าให้หมอนั่นแตะกีตาร์จะดีกว่า” อลินากระเซ้า
“ทำไมล่ะ เค้าเล่นแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ” ซีวีถามโดยซื่อ
“หมอนี่เป็นลูกเลี้ยงดราโกเนียน… เลยได้วิชาดนตรีของดราโกเนียนมาด้วย ถ้าฟังเพลงที่โซนาตาเล่นทุกคนจะลุกขึ้นมาฆ่ากัน” เคสเทรลเฉลย
“ไม่ใช่ว่าเล่นเพลงอะไร เครื่องดนตรีแบบไหนก็ได้สักหน่อย” โซนาตายักไหล่ “ที่สำคัญถ้าฉันไม่ตั้งใจจะใช้พลัง มันก็ไม่เกิดผลหรอกเฟ้ย”
เมื่อตกลงกันได้แบบนั้น จีดัสจึงอาสาทำหน้าที่เป็นพิธีกรบนเวทีคู่กับกาเรนผู้คล่องแคล่วและตบมุกได้อย่างฉับไว โซลิเนกึ่งโดนบังคับให้ทำหน้าที่ร้องเพลงเปิดงาน เธอถือโอกาสนี้แสดงเพลงใหม่ที่เธอเพิ่งเขียนขึ้นเกี่ยวกับเรื่องราวของยุคเรย์ที่เพิ่งผ่านมา
มีหลายคนที่ทำให้โซนาตาประหลาดใจเพราะมาเสนอตัวแสดงในงานด้วย หนึ่งในนั้นคือลามินาที่ตัดสินใจอยากแสดงการร่ายรำดาบ หรือโรมิเอลที่ตั้งใจแสดงการกลิ้งลูกบอลบนร่ม
โซนาตาไม่อยากขัดคอพวกเขาจึงไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา…
ด้วยความจริงจังยิ่งกว่าตอนรบ การเตรียมการทั้งหมดเสร็จสิ้นในเวลาไม่นาน เรย์และผู้ช่วยตระเตรียมอาหารไว้พร้อม ส่วนหนึ่งได้ถูกนำมาจัดวางไว้ตามซุ้มต่าง ๆ ไว้เรียบร้อย
ทุกคนต่างประทับใจกับความหลากหลายของอาหาร โดยเฉพาะสมาชิกและแขกเหรื่อที่มาจากยุคเดียวกับโซนาตา พวกเขาไม่คิดว่าจะได้พบอาหารจากโลกที่คุ้นเคยในที่แห่งนี้
“มีซูชิบาร์ด้วยงั้นเหรอ” ลูเธอร์ ฟอลลอนอดีตประธานบริษัทขนาดยักษ์มองแถวที่กำลังยาวขึ้นเรื่อย ๆ
“คุณเรย์เรียนรู้วิธีทำอาหารญี่ปุ่นจากข้อมูลของเก่าของเซคเตอร์วันค่ะ” โซลิเนที่โผล่มาจากข้างหลังทักทาย “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ ท่านประธานฟอลลอน”
ชายแก่หัวเราะ “เธอมีงานต้องรับผิดชอบเยอะแยะนี่นา”
“ได้ยินมาว่าคุณตั้งใจจะลงจากยานในยุคนี้เหรอคะ”
“ใช่… พวกเราส่วนใหญ่คงจะลงประเทศใดประเทศหนึ่งที่สงบสุข บางทีอาจจะทั้งหมดเลย”
“งั้นเหรอคะ ถ้าพวกคุณไม่อยู่ฉันคงเหงาแย่” โซลิเนยิ้มอย่างเศร้าใจ ลูเธอร์และอดีตผู้คนจากเซคเตอร์โฟร์คือเพื่อนคนสำคัญที่ร่วมฝ่าฟันความยากลำบากมาด้วยกัน นอกจากนั้นยังเป็นความทรงจำที่ทำให้เธอนึกถึงเหล่าเพื่อนสนิทที่จากไปแล้วอย่าง จิมมี ลินดาและอลิสัน
“ไม่เหงาหรอกมั้ง ลูกชายก็มีแล้วไม่ใช่เหรอ” ชายแก่หยอกเล่น จากนั้นก็หัวเราะเสียงดังอย่างที่ไม่ได้หัวเราะมานานแล้ว
“คิดไว้หรือยังคะ ว่าจะปักหลักต่อที่ประเทศไหน” โซลิเนไม่อยากทำให้เสียบรรยากาศ แต่เธอยังกังวลกับอนาคตที่ทุกคนเลือก
“น่าจะเป็นกิงคารอน… ไม่ก็ประเทศที่มีความเจริญสูงใกล้เคียงกัน” อดีตประธานเมอร์ดิอัสอินดัสเทรียลได้ยินการสนทนาจึงเดินเข้ามาร่วมวงด้วย เช่นเดียวกับลูเธอร์ หลังจากที่เสี่ยงชีวิตด้วยกันมาหลายครั้งหลายหน มันทำให้เขารักเอ็นดูโซลิเนเหมือนกับครอบครัวคนหนึ่ง
โซลิเนใช้โอกาสนี้เป็นการฉลองอำลาไปด้วยในตัว การจากลาครั้งนี้อาจเป็นการจากลาตลอดกาลแต่โซลิเนไม่สามารถรั้งพวกเขาไว้ได้ ทุกคนต่างมีเส้นทางที่ต้องเลือกด้วยตนเอง
ในระหว่างงาน มีกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม แทรกด้วยการแสดงที่มีเพลงของโซลิเนเป็นหลักและการแสดงอื่น ๆ เสริม ทุกคนต่างอึ้งเมื่อเห็นลามินามาแสดงการรำดาบอย่างที่เธอได้จองคิวเอาไว้ มันเป็นการแสดงที่ดีแต่พูดไม่ได้เต็มปากว่ามันเหมาะกับงานนี้
“รำสวยก็สวยอยู่หรอก แต่ว่า…” ไคเลอร์กระซิบกับฟิลิเซีย แต่อีกฝ่ายหน้านิ่งจนไม่รู้ว่าฟังอยู่หรือเปล่า
เมื่อการร่ายรำดาบจบ เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องที่ดังกว่าใครเพื่อนคือเสียงของกาเรนและฟรีโอนิเอล ทั้งคู่ไม่ได้สงวนท่าทีเลยแม้แต่น้อย ต่างคนต่างชื่นชมลามินากันออกนอกหน้านอกตา
“อูววว งามเหลือเกิน” ฟรีโอนิเอลปรบมือแล้วปรบมืออีก เขาไม่ได้พูดการร่ายรำดาบอย่างเดียว แต่พูดไปถึงใบหน้าสวยหมดจด ผมสีทองที่เป็นประกายและทรวดทรงองเอวที่ทำให้ละสายตาไปไม่ได้
“นางฟ้ามีอยู่จริง” กาเรนทำท่าเหมือนจะร้องไห้ ไม่สิเขาร้องออกมาจริง ๆ ด้วย มันทำให้ไกราที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สงสัยว่าคนบ้าแบบไหนถึงซาบซึ้งกับเรื่องแบบนี้จนน้ำตาไหลได้เนี่ย
แล้วก็มาถึงการแสดงของโรมิเอล จนบัดนี้หลาย ๆ คนยังสงสัยว่าเซเลนอสเกลี้ยกล่อมเขามาอีท่าไหน โรมิเอลมาพร้อมกับการแสดงที่เหมือนกับละครสัตว์ เขากลิ้งลูกบอลไปมาบนร่ม เปลี่ยนบรอลให้กลายเป็นมีดหลายเล่มและแสดงการเล่นจักกลิ้งด้วยมีดที่ดูน่าหวาดเสียวว่าจะปักลงหัวคนข้างล่างเวทีเมื่อไหร่
“หรือว่านี่คือแผนลอบสังหาร” ซีวีกระซิบข้างหูโซนาตา
“ถ้าเห็นท่าไม่ดีก็จัดการได้เลย” จีดัสที่นั่งใกล้กันได้ยินซีวีพูดเกิดนึกสนุกเลยยุส่ง
“หยุดเลย… เดี๋ยวยายนี่เอาจริงหรอก” โซนาตารีบห้าม
งานเลี้ยงจบลงในตอนที่จีดัสและกาเรนประกาศปิดงาน ผู้ร่วมงานส่วนใหญ่ต่างทยอยกลับห้องจนแทบไม่เหลือ ยกเว้นพวกขี้เมากลุ่มสุดท้ายที่แม้จะโดนไล่แล้วก็ยังไม่ยอมกลับห้องง่าย ๆ
“ไม่ต้องเฝ้าหรอก ข้ากลับเองได้” ดีวานบอกอัลโตที่นั่งเป็นเพื่อน หน้าของอัศวินแห่งความมืดแดงก่ำจากเครื่องดื่มมึนเมาหลายขนานที่เขาดื่มเต็มที่มาตั้งแต่เริ่มงาน
ดีวานดูดื้อขึ้นมาเมื่อเริ่มเมาแถมเขายังไม่ยอมรับอีกด้วยว่าตนเองเมาไปนานแล้ว ห่างออกมาจากโต๊ะของเขาไม่มากเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวไม่ต่างกันดังมาจากทางฟรีโอนิเอลและบรรดาสาว ๆ ที่เขาเข้าไปคุยด้วย
“เดี๋ยวข้าเดินไปส่งที่ห้องก็แล้วกัน” ฟรีโอนิเอลที่ก็น่าจะโดนฤทธิ์ของมึนเมามาไม่น้อยกำลังตื้ออีกฝ่ายอยู่
“ที่นี่มิเนอร์วานะคะ ไม่ใช่ซอยเปลี่ยวที่ไหนถึงต้องให้ท่านเดินไปส่ง” สาวเสิร์ฟนางหนึ่งตอบแบบกึ่งเล่นกึ่งจริง
“เจ้าไม่รู้อะไรซะแล้ว” ฟรีโอนิเอลพูดเสียงยาน “ข้าน่ะเคยได้ยินมา ยานลำนี้ถูกสร้างจากซากยานเก่าที่ตกนา รู้ได้ยังไงว่ามันไม่มีอะไร”
“ท่านหมายถึง… สิ่งนั้นเหรอคะ” สาวเสิร์ฟอีกรายพูดพร้อมกับเหลียวมองไปรอบ ๆ อย่างไม่ไว้ใจ
“มีคนตายเยอะเลย… บางทีพื้นที่ข้ากับเจ้าเหยียบอยู่ตอนนี้อาจจะเคยมีใครบางคนตายมาแล้วก็ได้”
“จะไหวไหมนะ” ซีวีส่ายหน้าอย่างระอา ทั้งดีวานที่เมาแทบล้มพับหรือฟรีโอนิเอลที่แต่งเรื่องหลอกสาวเพื่อหาโอกาสเดินไปส่งถึงห้อง
“เอาน่า ให้ทุกคนพักให้เต็มที่เถอะ”
“ฟรีโอนิเอล… ตอนเป็นเมเทียร์ไนท์ยังดูพึ่งพาได้มากกว่าอีก” ซีวีบ่นทิ้งท้ายก่อนที่จะถูกโซนาตาลากกลับห้องพัก “ของจริงมันอยู่วันพรุ่งนี้ พวกเราเองก็ต้องพักแล้วเหมือนกัน”