Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 268: ขัดขวางพิธีกรรม
โซนาตาใช้เวลาอยู่นานแต่ยังไม่สามารถหลุดออกจากวงล้อม ศัตรูรู้ว่าหากถ่วงเวลาได้สำเร็จพวกมันจะชนะและพวกมันก็ได้เปรียบเพราะสามารถเอาจำนวนมาอุดความต่างของพลังได้ ไม่ว่าจะล้มไปมากมายเท่าไหร่ศัตรูหน้าใหม่จะถาโถมเข้ามาแบบไม่จบสิ้น
“ใช้พลังของเจ้าส่งพวกเราไปตรงจุดที่อาร์มอนเดอยู่ไม่ได้เหรอ” ซีวีพูดกับอลินาผ่านทางไซคิกเน็ตเวิร์คของฟิลิเซีย
“มันไม่ได้สะดวกแบบนั้น ถ้าไม่รู้ตำแหน่งแน่นอนพลังของฉันจะใช้ไม่ได้ ก่อนหน้านี้ที่สลับทุกคนในกลุ่มอะบีสจากระยะที่มองไม่เห็นได้เพราะว่าแต่ละคนมีเข็มกลัดนั่น”
“มันเหมือนกับลูกบอลสีแดงของเจ้าใช่ไหม”
“ใช่… ลูกบอลของฉันและสัญลักษณ์กลุ่มอะบีสที่ด็อคสร้างขึ้นช่วยให้ฉันจับตำแหน่งได้แม่นยำ เธอคิดจะทำอะไร อย่าบอกนะ”
“ข้าน่าจะบุกเดี่ยวเข้าไปได้ ถ้าเอาลูกบอลของเจ้าติดตัวไปด้วย พวกเราจะน่าไปโผล่ตรงจุดที่อาร์มอนเดอยู่ได้”
“ฝ่าเข้าไปคนเดียวมันอันตรายนะ ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นด้วย ถ้าเธอหมดแรงไปก่อน…”
“ไม่มีเวลารอให้เช้าแล้วล่ะ! อาร์มอนเดกำลังจะชิงพลังของเทพปีศาจ เขากำลังจะกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่พวกเราสู้ไม่ได้นะ”
“ฉันจะไปด้วย ถ้าเลียนแบบพลังของซีวีแค่บินทะลวงไปคงไม่ยาก” โซนาตาแทรกเข้ามาในการสื่อสาร
ทุกอย่างคือการแข่งกับเวลา ก่อนที่พลังเวทของซีวีจะหมดลง ก่อนที่อาร์มอนเดจะทำพิธีกรรมสำเร็จ ต่างฝ่ายต่างพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ถึงจุดหมายก่อน
โซนาตาให้มิเนอร์วาช่วยเติมพลังให้ซีวีเป็นครั้งสุดท้าย น่าเสียดายที่แสงอาทิตย์เทียมไม่สามารถเติมพลังเวทของเธอจนเต็มเหมือนกับแสงอาทิตย์ของจริง แต่มันก็ดีกว่าปล่อยให้ซีวีและโซนาตาบุกทะลวงตามลำพังโดยที่พลังของเธอใกล้หมดแล้ว
ทั้งคู่จับมือและบินไปด้วยกันด้วยเวทลอยตัว โซนาตาและซีวีผลัดกันร่ายเวท “โคโรนาลูป” เพื่อทำลายอันเดดที่แห่เข้ามาราวกับฝูงแมลงที่บินเข้ากองไฟโดยไม่เสียดายชีวิต มิเนอร์วาและอีเธอร์เกียร์อีกหลายลำพยายามช่วยยิงเปิดทางด้วยเช่นกันแต่กลับไม่ได้ผลนักเพราะถูกเวทมนตร์ของดาร์คเจสเตอร์ขวางเอาไว้
“ฝากทางนี้ด้วยนะครับ ผมจะเปิดทางให้คุณโซนาตา” สปีด นักบินมือหนึ่งประจำเมไจอีเธอร์เกียร์แจ้งเพื่อนร่วมทีม
“เดี๋ยวก็ตายหรอก” แบมบีนาจากฮาร์บินเจอร์ คัสตอมร้องห้าม “คิดจะทำตัวเป็นพระเอกรึไงยะ”
“ศัตรูมีเยอะเกินไป มันต้องมีใครสักคนไปช่วย”
“ถ้าเราคนใดคนหนึ่งไม่อยู่ตรงนี้ จะมีคนตายอย่างแน่นอน” แบมบีนาพูดจบก็ไม่รอคำตอบของสปีด เธอยกโล่ของฮาร์บินเจอร์กระแทกใส่ซอมบีหมาป่ายักษ์ก่อนที่มันจะงับทหารคนหนึ่งไว้ได้
สปีดชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง เขาอยากอยู่ตรงจุดที่สามารถตอบแทนโซนาตาที่เคยช่วยฉุดเขาขึ้นมา แต่คำพูดของแบมบีไม่ได้ไร้เหตุผล หน้าที่ของเขาอยู่ตรงนี้ คุ้มกันมิเนอร์วาและเหล่าทหารนับร้อยที่กำลังเสี่ยงชีวิตอยู่
“อย่ามัวแต่เหม่อ นั่น! มังกรโผล่มาอีกแล้ว”
“ครับ” สปีดรับคำในขณะที่ปืนของทั้งคู่ยิงประสานไปทางเดวัลตัวใหญ่ที่กำลังร่อนลงมา ปืนพกของหุ่นยนต์ยักษ์เทียบแล้วก็ไม่ต่างจากปืนใหญ่ดี ๆ นี่เอง ลำแสงจากปืนทั้งสองกระบอกพุ่งทะลุหัวมังกรซอมบีทิ้งไว้เพียงแค่ร่างไร้ศีรษะของมัน
สปีด แบมบีและบรรดาอีเธอร์เกียร์รุ่นแมสโปรดักซ์ที่ถูกควบคุมด้วยเอไอ ปักหลักช่วยคุ้มกันแนวหลังอย่างเต็มที่ ในขณะที่งานช่วยส่งโซนาตาและซีวีไปถึงจุดหมายตกเป็นของเหล่ายอดฝีมือที่อยู่แนวหน้า
เรย์รวบรวมสายฟ้าจากไกรา แอนทิสตา เจเนวีฟ จูเดสปา รวมถึงจากตัวเขาเอง คมดาบสายฟ้าขยายใหญ่ขึ้นด้วยพลังเกินว่าเวทมนตร์ที่เกิดจากเขาเพียงลำพัง คลื่นสายฟ้าที่เรย์ซัดออกไปทำให้อันเดดทั้งบนฟ้าและพื้นดินจำนวนนับหมื่นไหม้เกรียมกันถ้วนหน้า
ดาร์คเจสเตอร์ถูกลูกหลงของการโจมตีเข้าไปอย่างจัง เวทมนตร์ต้านทานธาตุสายฟ้าที่ร่ายเอาไว้ก่อนหน้านี้ไม่สามารถรับความเสียหายทั้งหมด ผิวหนังทั้งร่างลุกไหม้จากความร้อนมหาศาล เลือดในกายเดือดพล่านจนแทบจะเหือดแห้ง
“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ เจ็บชะมัดเลย”
“ทำไมยังขยับได้อีก” แอนทิสตากะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความงงงวย
“โดนเอาคืนบ้างก็อย่ามาบ่นแล้วกัน” ดาร์คเจสเตอร์หัวเราะลั่น เขาควงเคียวใหญ่ในมือไปมาขณะที่กำลังร่ายเวท
เรย์และพวกรู้สึกขนลุกตั้งแต่คอลงไปจนถึงหลัง เวทมนตร์ที่ดาร์คเจสเตอร์กำลังร่ายแตกต่างจากเวทมนตร์ที่พวกเขาเคยเห็น มันคือเวทคำสาปสุดชั่วร้ายที่ไม่เพียงแค่สังหารศัตรูแต่ยังช่วงชิงวิญญาณของพวกเดียวกันไปด้วย หลักฐานก็คืออันเดดจำนวนมากที่เขานำมาสังเวยเพื่อร่ายมัน
“ทุกคนระวังตัว” เรย์ตะโกนบอก ลางสังหรณ์ของเขาบอกว่าแม้จะเข้าไปโจมตีดาร์คเจสเตอร์ตอนนี้ก็ไม่สามารถหยุดเวทมนตร์ได้อีกแล้ว อีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าคนใดคนหนึ่งในพวกเขาจะตกเป็นเป้าหมายของเวทมนตร์
เรย์ตั้งรับด้วยกำลังทั้งหมดที่มี เขาเปลี่ยนพลังเวททั้งหมดเปลี่ยนเป็นพลังป้องกัน เป็นวิธีการที่เขาเองก็ไม่เคยใช้มาก่อน เขากำลังเดิมพันว่าดาร์คเจสเตอร์จะเลือกเขาเป็นเป้าหมายและเดิมพันว่าคาถาการต้านทานนี้จะไม่ทำให้ตนถึงแก่ชีวิต
เรย์คิดถูกเรื่องที่เขาคือเป้าหมายของเวทมนตร์ แต่ที่พลาดคือเขาประเมินมันต่ำไป เวทมนตร์ของดาร์คเจสเตอร์คือเวทมนตร์สายคำสาปที่อันตรายอย่างที่สุดเพราะมันต้องแลกกับวิญญาณของสิ่งมีชีวิตนับพันนับหมื่น ไม่ว่าเรย์จะฝืนตั้งรับขนาดไหน จุดจบของการโจมตีนี้คงไม่แคล้วเป็นชีวิตของเขา
คำสาปที่มีรูปร่างเหมือนเปลวไฟพุ่งเข้าใส่เรย์อย่างรวดเร็ว มีบางคนพยายามหยุดมันก่อนที่จะไปถึง ทั้งไกรา แอนทิสตา หรือแม้แต่จูเดสปาต่างก็ร่ายเวทชนิดต่าง ๆ เพื่อขัดขวาง แต่พวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะทำให้เวทคำสาปนี้ช้าลงได้ วิธีเดียวที่จะหยุดมันคือใครสักคนต้องมาเป็นเหยื่อสังเวยแทน
ฟุบบบบ
เสียงของเวทมนตร์ปะทะเข้ากับร่างของมนุษย์ มันฟังดูเบากว่าที่ทุกคนคิดเอาไว้ แต่ผลลัพธ์ที่เหลืออยู่นั้นน่าสยดสยอง ร่างที่กระทบกับมันละลายราวกับก้อนน้ำแข็งที่ถูกน้ำร้อนซัดใส่ ส่วนของอกและท้องของร่างนั้นอันตรธานหายไปราวกับเล่นมายากล
เรย์ร้องออกมาอย่างลืมตัว ร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งอยู่ตรงหน้า มีใครบางคนเข้ามารับคำสาปนั้นแทนเขา เรย์รีบคว้าร่างเขาไว้ก่อนที่จะล้มลงไป
“เซกัน” เรย์และอีกหลายคนตะโกนชื่อของชายผู้เป็นเหยื่อการโจมตี
ไกราและแอนทิสตาที่อยู่ไม่ไกลวิ่งตามมาสมทบ แอนทิสตาตกใจจนลืมว่าเธอมีเวทมนตร์รักษา
“รีบช่วยเร็วพี่สาว” ไกราเขย่าแอนทิสตาเพื่อเตือนสติ
“ห๊า” แอนทิสตาชะงักไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“มัวแต่ห๊าอะไร รีบใช้… หะ หา” ไกราเองก็ชะงักไปอีกคน
เรย์มองสีหน้าของทั้งคู่อย่างไม่เข้าใจ ในจังหวะที่เขาก้มมองเซกันอีกครั้งจึงได้ทราบความจริง รูโบ๋ขนาดที่เด็กยังมุดลอดผ่านกำลังสมานตัว หัวใจ ปอด กระเพาะ กระดูกและอวัยะภายในที่ควรจะมีอยู่ในอกและช่องท้องกำลังกลับมา แค่ไม่กี่อึดใจเท่านั้นภาพน่ากลัวตรงหน้าก็กลายเป็นแค่ผิวหนังธรรมดาไม่มีริ้วรอยใด ๆ ให้เห็น
“เคยได้ยินเรื่องพลังฟื้นตัวมาก่อน แต่ไม่คิดว่าจะขนาดนี้นะคะ” แอนทิสตาน้ำตาพาลจะไหลออกมาด้วยความโล่งอก
“โชคดีจริง ๆ” เรย์ก็น้ำตาคลอเช่นกัน ใจยังหายวาบคิดว่าจะต้องเสียเซกันไปแล้ว
“… นี่มันโกงกันชัด ๆ” ดาร์คเจสเตอร์พูดจบก็หัวเราะเหมือนคนเสียสติ
มิเนอร์วาสามารถทำลายสิ่งก่อสร้างรอบ ๆ อิโคนัสได้จนหมดตั้งแต่ครู่ก่อน ฝ่ายอะบีสเคยศึกษาโครงสร้างของเวทมนตร์มาก่อนนี้จึงเข้าใจเป็นอย่างดีว่าพิธีกรรมที่เริ่มไปแล้วนั้นไม่สามารถหยุดได้เพียงแค่การทำลายสิ่งก่อสร้างที่อยู่รอบ ๆ ผลของการทำลายนั้นทำให้พิธีกรรมแค่ช้าลงเท่านั้น
บริเวณลานกว้างที่ดูโดดเด่นสะดุดตา อาร์มอนเดและบริวารของเขาได้เริ่มพิธีกรรมไปแล้ว
“ลานพิธีเสียหายมากกว่าที่คิด คงต้องใช้วิธีอีกสักพักกว่าจะเต็ม” อาร์มอนเดพึมพำขณะที่กำลังสำรวจมือของตน พลังของเขาเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวแล้ว แต่มันยังห่างจากเป้าหมายที่เขาหวังไว้
“เร่งมากกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ” อัศวินแวมไพร์ผู้ทำหน้าที่เป็นปราการสุดท้ายในการคุ้มกันบอกกับผู้เป็นนาย
“ข้ารู้น่ะ” อาร์มอนเดจ้องกลับอย่างตำหนิ การปรากฏตัวของกลุ่มอะบีสเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมาย เขาจึงไม่คิดจะคาดโทษใคร แต่เรื่องนั้นกับเรื่องที่กำลังหงุดหงิดมันเป็นคนละเรื่อง
…เจ้าพวกมนุษย์ช่างบังอาจนัก ข้าเสร็จเรื่องตรงนี้เมื่อไหร่พวกเจ้าทุกคนต้องชดใช้อย่างสาสม…
อาร์มอนเดสัมผัสได้ว่าบางสิ่งกำลังพุ่งมาทางเขา มันคือวัตถุขนาดเล็กและน้ำหนักเบาจนไม่น่าจะเป็นอาวุธไปได้ แต่สัญชาตญาตของเขากลับร้องเตือนตรงกันข้าม เขาแน่ใจว่าพวกมันคือสิ่งอันตราย
ลูกบอลสีแดงหกลูกถูกโซนาตาเขวี้ยงลงมาจากบนฟ้า ชั่วพริบตาต่อมาพวกมันถูกพลังของอลินาสลับที่กับสมาชิกกลุ่มอะบีสอีกหกคน เป็นเหตุการณ์กะทันหันที่แม้แต่อาร์มอนเดก็ตั้งตัวไม่ทัน
ทีมของอลินามาอยู่ตรงนี้แล้วทุกคน แทนที่จะเล่นงานอาร์มอนเดเพื่อขัดขวางการแย่งชิงพลังเทพปีศาจ อลินากลับใช้พลังของเธอกับอาร์มอนเด ร่างของอาร์มอนเดถูกสลับออกไปอยู่นอกระยะของพิธีกรรม พร้อมกับที่ไซเลนเซอร์อีกห้าคนพุ่งเข้าปะทะเหล่าอัศวินแวมไพร์
อาร์มอนเดโกรธจนแทบคลั่ง เขาเตรียมใจสำหรับการถูกลอบโจมตีแต่ไม่นึกว่าจะถูกลูกไม้แบบนี้ขัดขวาง เขาเร่งความเร็วเพื่อกลับมาในพิธีกรรมอีกครั้ง
“โอ้ ดูท่าจะต้องเริ่มพิธีกรรมใหม่สินะ” อลินาหัวเราะเยาะ
“ข้ามีเวลาไม่จำกัด… หลังจากที่ฆ่าพวกแกทั้งหมดแล้ว”
เทียบกับการต่อสู้ที่ห่างออกไปสงครามในลานกว้างมีจำนวนคนน้อยกว่าแต่มีความดุเดือดแทบไม่แตกต่างกัน ฝ่ายโซนาตามีไซเลนเซอร์เจ็ดคนรวมถึงตัวเขาและซีวีอีกหนึ่ง ส่วนฝ่ายศัตรูมีเจ้าแวมไพร์อาร์มอนเด อัศวินแวมไพร์ระดับสูงและจอมเวทอีกร่วมครึ่งร้อย
อาร์มอนเดปล่อยให้ลูกน้องส่วนหนึ่งทำพิธีกรรมต่อไป ส่วนเขาตัดสินใจไปแล้วว่าจำเป็นต้องกำจัดโซนาตาและพรรคพวกของเขาทุกคนก่อน โดยไม่จำเป็นต้องนัดแนะกันทั้งตัวเขาและอัศวินแวมไพร์ทุกคนกำลังกลายร่าง
ก่อนที่อีกฝ่ายจะกลายร่าง เหล่าไซเลนเซอร์ทุกคนเคลื่อนไหวเพื่อขัดขวาง โซนาตาและเคสเทรลเล็งไปที่อาร์มอนเดเป็นเป้าหมายแรก แต่อาร์มอนเดกลับกลายร่างเสร็จในเสี้ยววินาที เขาคว้ากำปั้นของเคสเทรลและเท้าของโซนาตาไว้ได้ก่อนที่จะถึงตัว