Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 269: ซิมโฟนีออฟเดสทรัคชัน
เป็นการต่อสู้ที่ชุลมุน อัศวินแวมไพร์กลุ่มนี้บางคนคือข้ารับใช้อาร์มอนเดมาตั้งแต่หลายพันปีก่อน ด้านประสบการณ์และความอาวุโสพวกเขาเป็นรองเพียงแค่อาร์มอนเดเท่านั้น
“เอาพวกมันออกไปอีกทีไม่ได้เหรอ” กาเรนถามอลินาทั้งที่รู้ทั้งรู้ แวมไพร์พวกนี้มีพลังจิตที่แข็งแกร่งมาก หลักฐานคือพลังภาพลวงตาของเขาเองก็ใช้กับคนพวกนี้ไม่ค่อยได้ผล
“จัดการกับเจ้าพวกที่ทำพิธีกรรมก่อน” อลินาเมินคำขอของกาเรน เธอชี้เป้าไปที่บรรดาจอมเวทที่กำลังบริกรรมคาถาโดยไร้การป้องกัน
ไคเลอร์คือคนแรกที่ตอบสนองคำสั่งนั้น เขาเปลี่ยนส่วนหนึ่งของมือให้กลายเป็นใบมีดก่อนจะสะบัดออกไปที่แวมไพร์จอมเวทอย่างแม่นยำ การโจมตีแรกนี้สำเร็จอย่างงดงามเพราะใบมีดของเขาทะลวงหัวใจของแวมไพร์และสังหารพวกมันได้หลายตัว
เวลางวดเข้ามาในทุกขณะ กระแสพลังจากร่างของอิโคนัสกำลังถูกดูดซึมกลับเข้าไปในร่างของอาร์มอนเดอีกครั้ง ช่วงเวลาที่คับขันถึงที่สุด ร่มกระดาษได้ร่วงลงมาจากฟ้า
อาร์มอนเดแหงนมองดูสิ่งนั้นโดยไม่รู้ตัว ร่างที่มาพร้อมกับร่มกระดาษคือครึ่งปีศาจครึ่งมนุษย์ในร่างของชายหนุ่มผมยาว โรมิเอลใช้จังหวะที่เขาชะงักเปลี่ยนบรอลเป็นดาบพร้อมกับฟันลงมา
เดิมทีโรมิเอลไม่ได้สนใจการต่อสู้ครั้งนี้ เขาแค่ตามมาเพียงเพราะสังหรณ์เท่านั้น อาร์มอนเดและศัตรูคู่แค้นของเขาต่างก็เป็นราชาในเนเธอร์เวิลด์ หากอาร์มอนเดยิ่งใหญ่ขึ้นจากการช่วงชิงพลังของเทพปีศาจ เซลซารอสคนนั้นอาจจะหาทางหยุดยั้งเขาก็ได้
ความคิดของโรมิเอลไม่ได้ผิดพลาด ตามประวัติศาสตร์ดั้งเดิมชายที่เขาอยากแก้แค้นอยู่ตรงนี้ แต่เพราะเวลาที่คลาดเคลื่อนไป ความหวังที่จะได้เจอเซลซารอสจึงไม่เกิดขึ้น
“เซลซารอสไม่อยู่งั้นเหรอ” โรมิเอลถอนหายใจ
“…” อาร์มอนเดไม่ได้ตอบ วันนี้มีเรื่องทำให้ประหลาดใจจนเริ่มชินแล้ว
“ราชาปีศาจตนไหนก็ไม่น่าเก็บไว้ทั้งนั้น จัดการมันเลยเถอะ” บรอลเสนอแนะและโรมิเอลก็เห็นด้วย
โรมิเอลใช้พลังเยือกแข็งโจมตีอาร์มอนเด ส่วนอีกฝ่ายโต้กลับด้วยเพลิงแห่งวิญญาณ โรมิเอลมั่นใจว่าระดับวิชาของเขาเหนือกว่าเวทมนตร์ของอาร์มอนเด แต่ผลลัพธ์นั้นผิดคาด อาร์มอนเดแกร่งขึ้นจนแม้แต่เวทมนตร์ระดับกลางยังไม่อาจสู้ทัดเทียมกับเขา
ทั้งสองฝ่ายเร่งพลังเพื่อประหัตประหารอีกฝ่าย โซนาตาจะเข้าไปช่วยแต่ถูกซีวีดึงเอาไว้ก่อน เธอแน่ใจว่าโรมิเอลสู้โดยไม่ระวังว่าฝ่ายเดียวกันเองจะถูกลูกหลงไปด้วย
“ถอยออกมาก่อน” ซีวีเร่งความร้อนขึ้นเพื่อต่อต้านพลังเยือกแข็ง แต่เพราะเธอใกล้ถึงขีดจำกัดแล้วจึงไม่ได้ผลมากนัก
โซนาตาตัดสินใจพาทุกคนยกเว้นโรมิเอลถอยออกมาตั้งหลัก ทั้งเขาและอาร์มอนเดต่างเหลือบมองแวมไพร์จอมเวทที่ถูกพวกอลินาปราบจนหมดไม่เหลือแม้แต่ตนเดียว ไม่มีคนที่คอยร่ายคาถาเพื่อชิงพลังจากอิโคนัส ไม่มีสิ่งก่อสร้างที่คอยสนับสนุนพิธีกรรมให้ดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น พิธีกรรมของอาร์มอนเดได้ถูกทำลายไปแล้วอย่างสมบูรณ์ เขาไม่มีทางที่จะชิงพลังของเทพปีศาจได้มากไปกว่านี้
“หึหึหึ สายไปแล้วล่ะ ข้าได้พลังถึงจุดที่ต้องการแล้ว พิธีกรรมไม่มีความหมายอีกแล้ว”
สองฝ่ายผลักดันพลังกันอย่างรุนแรง ร่างของอาร์มอนเดบางส่วนแตกสลายจากความเย็นศูนย์องศาสัมบูรณ์ แต่เขาไม่ได้เสียเปรียบ ร่างกายที่ถูกทำลายกำลังฟื้นตัว ในขณะที่ร่างกายเริ่มชินกับพลังใหม่มากขึ้นในทุกวินาที
“เจ้าบ้าโรมิเอล” โซนาตาแกะมือของซีวีออกจากแขนของเขาและตรงเข้าไปช่วยแม้ว่าตนจะต้านทานความเย็นได้ไม่เท่า
พลังของโรมิเอลและอาร์มอนเดปะทะกันรุนแรงขึ้นในทุกขณะ ความเย็นนั้นไม่สามารถลดลงต่ำว่า -243.15 องศาเซลเซียสได้ แทนที่โซนาตาจะเลียนแบบพลังของโรมิเอลเพื่อให้ชนะความร้อนของไฟวิญญาณ เขาจึงเลือกเลียนแบบพลังของอาร์มอนเดและใช้พลังแบบเดียวเพื่อทอนกำลังไฟแทน
“ฮึ่มมม” อาร์มอนเดทำเสียงออกมาด้วยหงุดหงิด
“ช่วยคุ้มกันให้หน่อยนะคะ” โซลิเนบอกกับซีวีและพวกอลินาที่ถูกกันออกมาวงนอก
“จะทำอะไรน่ะ”
“จะมีอะไรที่ไอดอลทำได้ในเวลานี้” โซลิเนยิ้มอย่างสดใส “ก็ต้องร้องเพลงและเต้นยังไง”
ไม่ใช่แค่เสียงร้องแต่เสียงของเครื่องดนตรีครบชุดกำลังบรรเลงขึ้นโดยรอบ ในตอนแรกทุกคนเข้าใจว่ามันคือเพลงที่สร้างความอบอุ่นเหมือนกับที่เธอมักจะร้องเพื่อส่งกำลังใจให้กับทุกคน แต่เพลงนี้ต่างออกไป
“ซิมโฟนีออฟเดสทรัคชัน” มันคือชื่อเพลงใหม่ที่โซลิเนเพิ่งแต่งขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ เพลงนี้เกี่ยวข้องกับการล่มสลาย ความตาย และความโศกเศร้าจากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป
…เพลงนี่มัน…
มันได้ผลอย่างเหลือเชื่อ บทเพลงประหลาดที่ทั้งเศร้าขมขื่นและเคลือบด้วยความหวานของความรักกำลังแทรกเข้าไปในจิตใจของเจ้าแห่งแวมไพร์ จากประสบการณ์เขารู้ว่ามันมีอันตรายไม่ต่างจากลูกกวาดที่ถูกเคลือบด้วยยาพิษ เพลงนี้จะทำลายเขาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
อาร์มอนเดพยายามปิดกั้น ด้วยระดับพลังเวทที่พุ่งสูงจนแม้แต่ในเนเธอร์เวิลด์ยังหาคนเทียบชั้นไม่ได้ การที่จะสกัดกั้นการโจมตีทางจิตจากคนที่ด้อยกว่าอย่างโซลิเนมันง่ายดายเหลือเกิน แต่อาร์มอนเดกลับไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เพลงนี้ช่างไพเราะจนเขาไม่อาจห้ามใจต้านทานมัน
มันทำให้เขาหวนนึกถึงหญิงอันเป็นที่รัก เธอคนนั้นที่เป็นรักแรกและรักเดียวของเขา ความเจ็บปวดในวันที่เธอเลือกพี่ชายแทนที่จะเป็นอาร์มอนเด มันเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักตนเองลงสู่ด้านมืด
ซินเทีย…
อาร์มอนเดเผลอพึมพำชื่อเธอออกมาโดยไม่รู้ตัว นี่เขาเป็นอะไรกันแน่ ทั้งที่หยุดการโจมตีนี้ได้แต่อาร์มอนเดกลับไม่ต้องการมัน
โซนาตาแสยะยิ้มอย่างผู้มีชัย พลังของโซลิเนคล้ายกับเพลงของดราโกเนียน วิชาที่น่ากลัวที่สุดในจักรวาลนี้คือวิชาที่เมื่อใช้ออกไปแล้วศัตรูกลับเต็มใจที่จะรับมันเอาไว้
ร่างของจักรพรรดิแวมไพร์กำลังถูกแช่แข็งเพราะจิตวิญญาณที่อ่อนแอลง ไม่เพียงแค่นั้นเขากำลังจมลงสู่ผืนดินจากผลของซิมโฟนีออฟเดสทรัคชัน
ต่อให้เป็นศัตรูที่ร้ายกาจเพียงใดถ้าจิตใจเปิดช่องโหว่เรื่องแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ เพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะถูกกลบฝังไว้ที่นั่นตลอดกาล กาเรนได้ใช้พลังสร้างภาพลวงตาซ้ำใส่อีกฝ่ายที่จิตใจกำลังเปราะบาง
“อยู่ในความฝันที่ทั้งงดงามและเจ็บปวดไปตลอดกาลเถอะ”
สุดท้ายร่างและจิตใจของหนึ่งในราชาแห่งเนเธอร์เวิลด์จึงจมหายลงไปทั้งแบบนั้น ปิดฉากการต่อสู้ของกลุ่มอะบีสด้วยชัยชนะที่ไม่ได้ถูกบันทึกลงที่ใด
“เหลือแค่อิโคนัสสินะ” ซีวีเหลียวมองร่างใหญ่ยักษ์ที่ถูกรบกวนจนสามารถตื่นได้ทุกเมื่อ
“หน้าที่ของเราจบแล้ว” โซนาตาตอบ ที่เหลือเขาตั้งใจจะปล่อยให้ลูนาร์จัดการไป
น่าเสียดายที่โซนาตาไม่รู้ว่าประวัติศาสตร์ในจุดนี้ลงเอยเช่นไร เขาสงสัยว่าพวกลูนาร์จะต้องสูญเสียมากน้อยแค่ไหนหากเธอเป็นฝ่ายที่ต้องสู้กับอาร์มอนเด เขาได้แต่หวังว่าการแทรกแซงครั้งนี้จะช่วยลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มันคงจะดีไม่น้อยหากเหตุการณ์นี้เพิ่มโอกาสให้ลูนาร์รอดชีวิตในสงครามสุดท้ายที่กำลังจะมาถึง