Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 270: ตามหาเอ็ดวาน
เกาะมายามินิสเทรล
ช่วงเวลาเดียวกับที่กลุ่มอะบีสเดินทางสู่นอร์ธบริซาเนียได้เกิดเหตุการณ์ขึ้นมากมายกับกลุ่มของลูนาร์ เริ่มตั้งแต่วินาทีที่พวกเธอเหยียบย่างขึ้นเกาะพวกเธอได้ถูกโจมตีโดยทันที ศัตรูของเธอคือมนุษย์ตัวเล็กที่เรียกตนเองว่ามินีส
ลูนาร์เพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก พวกเธอถูกต้อนรับอย่างอบอุ่นด้วยไข่เน่าและสารพัดกับดักที่บางอย่างก็มีประสิทธิภาพดีกว่าของเล่นเล็กน้อย
พวกเธอได้เรียนรู้ว่าชาวมินีสมองผิวเผินเหมือนกลุ่มของเด็กที่ไม่มีผู้ใหญ่เลยแม้แต่คนเดียว ความเป็นจริงพวกเขาเป็นเผ่าอมนุษย์ที่มีร่างโตเต็มวัยเหมือนกับเด็กชาวมนุษย์ มินีสจะไม่เติบโตไปมากกว่านั้น รวมถึงความชราจะไม่ปรากฏชัดออกมาในลักษณะภายนอก
“เจ้าเป็นอะไรกับผู้สร้างของนี่” ชาวมินีสรายหนึ่งถามลูนาร์ หลังจากที่เขาเห็นสัญลักษณ์รูปดอกกุหลาบกำลังส่องแสงสว่างอยู่บนหัวค้อนของเธอ
“ข้าเป็นหลานของเขา”
“หลานท่านเฟอร์โร หลานท่านเฟอร์โร มีหลานของท่านเฟอร์โรมาหา พวกเรายินดีต้อนรับญาติสนิทมิตรสหายของท่านเฟอร์โรทุกท่าน”
มินีสเปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็นหลังมือทันทีที่รู้ความจริง ชนเผ่านี้มีความสัมพันธ์อันดีกับเฟอร์โรมาตั้งแต่หลายพันปีก่อน ลูนาร์เคยได้ยินมาว่าปู่ของเธอนั้นเป็นที่เคารพรักของบรรดาเผ่าอมนุษย์ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้พิสูจน์ให้เห็นกับตาตัวเอง
ไม่เพียงแค่ไม่ตั้งตนเป็นอริเหมือนตอนแรก มินีสเหล่านั้นยังชักชวนลูนาร์และพวกไปเยี่ยมเยือนหมู่บ้าน เสนอที่พักพิงให้ รวมทั้งจัดการเฉลิมฉลองให้อย่างใหญ่โต
ธุระหลักของลูนาร์คือ “ไหแห่งเฟอร์โร” ไหประหลาดที่ปู่ของเธอนึกพิเรนทร์นำโลหะแห่งเทพไปเคลือบเอาไว้ด้านในจนเกิดผลพิเศษ แม้จะรู้สึกผิดต่อพวกมินีสที่กำลังสนุกสนานแต่ลูนาร์ก็ขัดจังหวะงานเลี้ยงด้วยการยิงคำถามมากมายเกี่ยวกับไหที่ว่า
“เอ้อ น่าจะเป็นไหวิเศษนั่นสินะ ตอนนี้มันหายไปแล้วล่ะ”
“อ้าว” ลูนาร์ร้องเสียงหลง “หายยังไง ตอนไหน ที่ไหน”
“ถ้ารู้แล้วจะเรียกว่าหายรึเปล่าล่ะ …มันเคยอยู่เกาะเงือก แล้วก็เอลแลน และก็ถูกนำกลับมาที่นี่อีกที จากนั้นก็หายไปเมื่อหลายร้อยปีกว่านู้น ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ไหนแล้ว อาจจะถูกแปรสภาพเป็นอย่างอื่นแล้วล่ะมั้ง”
“แย่ล่ะสิ นั่นของสำคัญเลยนะ” เอ็ดวานพึมพำกับฮาจาและปล่อยให้หน้าที่โวยวายใส่มินีสเป็นของลูนาร์
“เป็นของที่ท่านปู่ของท่านลูนาร์สร้าง คงจะไม่พังง่าย ๆ หรอก เดี๋ยวก็คงหาเจอล่ะมั้งคะ” ฮาจามองโลกในแง่ดีตามประสาเธอ ซึ่งทำให้คู่สนทนาและคนที่ฟังอยู่ด้วยอย่างซาร์ซาต้องส่ายหน้าในความไร้เดียงสา
ธุระกับพวกมินีสจบลงตรงนั้น ขณะที่พวกเขากำลังถกเครียดว่าจะทำอย่างไรกับวัตถุดิบที่ยังไร้เบาะแส ปัญหาใหม่ก็มาจ่อคอหอยจนถึงที่
เสียงร้องแสบแก้วหูดังก้องไปทั่วทั้งเกาะ ใครบางคนตะโกนขึ้นว่าเดวัลในตำนานมาแล้วจากนั้นมินีสที่ก่อนหน้านี้ยังร่วมงานเลี้ยงอย่างสนุกสนานก็วิ่งกระจัดกระจายราวกับผึ้งแตกรัง มนุษย์ตัวจิ๋วว่องไวกว่าที่เห็นภายนอก เพียงไม่กี่อึดใจที่รู้ว่าสัตว์ร้ายกำลังจะมาพวกเขาก็ซ่อนตัวกันหมด
เดวัลในตำนานของชาวมินีสมีรูปร่างคล้ายผีเสื้อกลางคืนขนาดยักษ์ ทั่วร่างปกคลุมไปด้วยขนสีขาว มีหนวดสองข้างอยู่ใกล้กับดวงตาสีดำดวงใหญ่ มันโจมตีใส่พวกลูนาร์โดยที่พวกเธอไม่เข้าใจเหตุผล
พวกลูนาร์เสียเปรียบในทุกด้าน ศัตรูมีทั้งความว่องไว พลัง และความได้เปรียบด้านพื้นที่ ท้องฟ้าคือถิ่นของมัน พวกลูนาร์แทบไม่มีทางรับมือขณะที่มันยังบินสูงด้วยความเร็วที่แม้แต่มองตามยังยาก
ในขณะที่ฝ่ายหนึ่งแทบไม่มีทางโจมตีได้ เจ้าเดวัลในตำนานกลับไม่มีปัญหา มันไม่จำเป็นต้องโฉบลงมาด้วยซ้ำ เช่นเดียวกับที่แฟรีมี ปีกของมันเต็มไปด้วยละอองพิษที่พร้อมจะโปรยปรายลงมาเหมือนสายฝน และเพราะว่าครึ่งหนึ่งของผงพิษนี้เกิดขึ้นจากเวทมนตร์ มันจึงเป็นการโจมตีที่แทบไม่มีขีดจำกัด
เพื่อป้องกันพิษที่ร่วงลงมาแบบไม่หยุดหย่อน หน้าที่ในการแก้ไขจึงตกเป็นของฮาจา หลังจากที่ร่ายเวทเสร็จอาการชาและความเจ็บปวดของทุกคนจึงทุเลาขึ้น
ลูนาร์ใช้โอกาสพักหายใจสั้น ๆ โยนอาวุธชิ้นแล้วชิ้นเล่าจากกระเป๋ามิติให้กับพวกพ้อง น่าเสียดายที่ไม่มีใครเลยในนั้นที่เชี่ยวชาญอาวุธระยะไกลอย่างเช่นธนู ตัวเลือกจึงถูกบีบให้เหลือแค่อาวุธที่มีการนำวิถีเท่านั้น
“ธนูนี่จะทำให้ศรเลี้ยวตามเป้าหมายได้” เธอโยนคันธนูกับลูกศรให้เอ็ดวานพร้อมกับคำอธิบาย
“ไม่มีทางพลาดเป้าเลยสินะ”
“มันตามเป้าหมายได้ถึงจุดหนึ่ง” ลูนาร์ตอบตามตรง เธอไม่คิดว่าจะต้องมายิงใส่ศัตรูที่ทั้งเร็วและบินฉวัดเฉวียนไปมาได้ขนาดนี้
“เอ้าาา”
“อย่าบ่นน่า… ยิงดักดี ๆ ยังไงก็ต้องโดนแหละ”
“ปัญหาคือทำไม่ได้ยังไงเล่า” เอ็ดวานโอดครวญ
“ทำไม่ได้ก็ส่งมา” ซาร์ซาผู้ไม่เคยอ่อนโยนกับผู้ชายกระชากคันธนูและลูกศรไปจากมือเอ็ดวาน “บ่นอยู่ได้น่ารำคาญจริง”
“ไม่เห็นต้องตวาดเลย” เอ็ดวานบ่นอุบอิบเสียงเบาเพราะกลัวจะถูกตวาดซ้ำ
ซาร์ซาเลิกสนใจเอ็ดวาน เธออาศัยทั้งธนูที่ค้นหาเป้าหมายได้กับความสูงของต้นไม้ช่วยให้ได้เปรียบกว่าเดิมแต่สถานการณ์กลับไม่ดีขึ้น
…ถ้ามีคนช่วยอีกสักคนล่ะก็… ซาร์ซาเผลอนึกถึงเรื่องที่สาวกแห่งนาร์ดาสเล่า สมาชิกอีกคนที่หายไปเพราะการแทรกแซงของกลุ่มอะบีส
แล้วเรื่องก็เกิดขึ้นจนได้ ขณะที่ลูนาร์กำลังง่วนอยู่กับการหยิบอาวุธใหม่จากกระเป๋า เดวัลในตำนานเห็นช่องโหว่ล่อใจจนอดตะครุบไว้ไม่ได้ มันกระโจนเข้าใส่เหยื่อชิ้นใหญ่ที่น่าจะทำให้อิ่มท้องไปได้อีกนาน
เอ็ดวานเข้ามาขวางระหว่างหนุ่มหน้าสวยและเดวัลผีเสื้อกลางคืนตัวยักษ์ จากนั้นทุกอย่างก็ยิ่งชุลมุนจนจับไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
เอ็ดวานบาดเจ็บ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถูกอะไรเข้าไป เรื่องที่รู้คือไหล่ข้างหนึ่งถูกเจาะจนทะลุ ถ้าให้เดา เอ็ดวานคิดว่าถ้าไม่ใช่ขาที่คมกริบก็คงเป็นปากที่ม้วนเป็นรูปก้นหอย เอ็ดวานไม่มีเวลาหาคำตอบเพราะร่างของเขากำลังถูกยกลอยขึ้นไปด้วยแรงกระพือปีกมหาศาล
“เอ็ดวาน” ฮาจาร้องตะโกนเรียกชื่อ แต่ทุกอย่างเร็วมาก เธอไม่คิดว่าเขาได้ยินเสียงของเธอด้วยซ้ำ
ซาร์ซาใช้ความเร็วสุดยอดไล่ตามไป ถ้าเป็นเฉพาะความเร็วแล้วโลกนี้น้อยคนนักที่สามารถตามความเร็วนี้ได้ทัน แต่ศัตรูไม่ได้แค่บินออกห่างเท่านั้น มันบินสูงขึ้นไปทุกขณะแล้วในที่สุดมันไปถึงระยะที่ซาร์ซาไม่มีทางเอื้อมถึง
“บ้าเอ๊ย” เจ้าหญิงอารมณ์ร้ายตะโกนด้วยความเจ็บใจ ข้างหน้าของเธอไม่เหลือทางวิ่งต่อไปอีกแล้ว นอกเสียจากว่าเธอจะวิ่งต่อไปบนทะเลได้
เพราะความเร่งรีบ ลูนาร์ ฮาจาและซาร์ซาจึงมีโอกาสบอกลาชาวมินีสไม่มาก ทันทีที่ทุกคนกลับขึ้นมูนไลท์ยังไม่ทันได้หย่อนก้นลงนั่ง เรือเหาะได้ออกตัวไปยังทิศทางที่เห็นเดวัลผีเสื้อกลางคืนและเอ็ดวานเป็นครั้งสุดท้าย
ลูนาร์สั่งการเดวัลกลของตนให้ช่วยตามหาเอ็ดวานอีกแรง พวกมันกระจายไปทุกจุดทุกที่ที่คาดว่าเดวัลในตำนานจะบินผ่าน แต่กลับไม่มีร่องรอยใด ๆ เลยสักนิด
“ไม่มีเลย” ลูนาร์มองผืนทะเลผ่านดวงตาของเดวัลกล ไม่ว่าจะตัวไหน ๆ ผลก็ไม่ต่างกัน มันมีเพียงทะเลเวิ้งว้างกว้างใหญ่
“ไม่เจออะไรเลยอาจจะดีแล้ว”
“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะ” ฮาจาเริ่มน้ำตาคลอเบ้า
“ดีกว่าเจอเป็นศพจริงไหมล่ะ” ซาร์ซาถอนหายใจ ถึงคำพูดจะไม่น่าฟังนักแต่ฮาจาเข้าใจว่าอีกฝ่ายห่วงเอ็ดวานอยู่เช่นกัน
เรือเหาะแล่นไปทั่วทุกที่เท่าที่ทำได้ แต่ไม่ว่าจะที่ไหนพวกเธอก็ไม่ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่ม จนกระทั่งมูนไลท์ได้กลับมาถึงนอร์ธบริซาเนีย ทั้งสามก็ได้ยืนข่าวลือที่น่าตกใจ
ไม่ใช่ข่าวของเอ็ดวาน แต่เป็นข่าวลือเกี่ยวกับเทพปีศาจชินกิที่ตื่นขึ้นมาก่อนเวลา…
“แล้วเอ็ดวานล่ะคะ ตอนนี้เขาอาจกำลังรอการช่วยเหลือจากเราอยู่นะ” ฮาจาโพล่งขึ้นมาหลังจากที่ลูนาร์เอ่ยขึ้นมาว่าเธออยากพักเรื่องการตามหาเอ็ดวานเอาไว้ก่อน
“ไม่ใช่ว่าจะเลิกตามหา แต่ในเมื่อตอนนี้ไม่มีเบาะแสอื่น เราควรจะทำในสิ่งที่ทำได้” ลูนาร์พยายามอธิบายอย่างใจเย็น
“ฟังนะฮาจา ข้าไม่ได้บอกให้เจ้าเลิกหวังแต่เจ้าต้องเตรียมใจเผื่อไว้ด้วยเช่นกัน เราไม่มีเวลามาหาเอ็ดวานไปตลอดหรอกนะ” ซาร์ซาชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา
ฮาจาฟังแล้วนิ่งอึ้งไป ทั้งคู่พูดถูกต้องทุกอย่าง เธอเข้าใจดีว่าจะมามัวเห็นแก่ตัวไม่ได้ แต่แม้จะรู้อยู่แก่ใจมันก็ไม่ได้หมายความว่าเธอทำใจได้ทันที
“พวกเราจะไปสังเกตการณ์ชินกิ ถ้ามีโอกาสฉันจะผนึกมันไปเลย”
“เอ็ดวานคงไม่ถูกพามาไกลจนถึงที่นี่ แต่เพื่อให้แน่ใจ ทุกครั้งที่แวะเมืองไหนเราจะสืบไปด้วย” ซาร์ซาบอกฮาจาเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจขึ้น แต่ด้วยระยะทางจากมินิสเทรลและที่นี่เธอเชื่อว่าโอกาสแทบเป็นศูนย์
เสียงสะเทือนเลือนลั่นที่ดังราวกับท้องฟ้ากำลังจะถล่มลงมาได้ปลุกลูนาร์ให้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา เธอวิ่งหน้าตื่นออกจากห้องเพื่อจะพบว่าทั้งซาร์ซา ฮาจาและบรรดามนุษย์กลผู้เป็นสาวใช้ต่างกำลังวิ่งวุ่นไปทั่วทั้งยาน
“เกิดอะไรขึ้น มูนไลท์ถูกโจมตีเหรอ”
“ตอนนี้ยังค่ะ” เอแคลร์ผู้เป็นหัวหน้าเมดรายงาน พอลูนาร์จะถามต่อซาร์ซาก็อธิบายให้แทน
“เรือเหาะลำใหญ่กำลังสู้กับตัวประหลาด”
เหล่าสาวใช้วิ่งนำออกไปก่อน ลูนาร์ ฮาจาและซาร์ซาวิ่งตามพวกเธอขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือ สิ่งที่เห็นทำให้ลูนาร์อ้าปากค้าง มันไม่ใช่เรือเหาะลำใหญ่อย่างที่ซาร์ซาอธิบายแต่คือยานล้ำสมัยจากอนาคต
“น่าจะเป็นมิเนอร์วาที่เซเลนอสเคยพูดถึง แล้วนั่นกำลังสู้กับอะไร…”
ฮาจารู้สึกถึงพลังความมืดจากสิ่งนั้น มันเป็นความรู้สึกแบบเดียวกับที่เธอรู้สึกเมื่อได้เห็นเดสคารินกา “น่าจะเทพปีศาจนะคะ”
“ตัวเล็กเกินไป แล้วยังมีมากกว่าหนึ่งด้วย” ซาร์ซาวิเคราะห์
“เหมือนกับ… ร่างแยก? หรือลูก”
คำพูดของลูนาร์ทำให้ทุกคนขนลุกไปตาม ๆ กัน แม้แต่พวกมนุษย์กลที่ยืนเรียงหน้ากระดานอยู่ด้านหลังยังทำหน้าตื่น