Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 272: ยืมตัวชั่วคราว
“เธอเป็นสายประดิษฐ์ น่าจะชอบพวกงานวิจัยใช่ไหม ที่มิเนอร์วาเรามีเรื่องที่วิจัยค้างไว้เยอะแยะเลยนะ ทีมวิจัยก็มีคนเก่ง ๆ อยู่เยอะ เช่น พ่อบุญธรรมของฉันหรือจีดัส…” โซนาตาได้โอกาสก็เริ่มล่อลวง
“จีดัส คอร์นีลัสจากสงครามซีนครั้งที่สามเหรอ นั่นสินะเซเลนอสยังพามา จีดัสก็น่าจะพามาด้วยแหละ” ลูนาร์ตาโต
“ท่านจีดัสมา แล้วท่านรีสเลย์ล่ะคะ” ฮาจาร์ถามอย่างมีเลศนัย
“หืมม ทำไมจีดัสมาแล้วรีสเลย์ต้องมาด้วย รายนั้นเป็นกษัตริย์นะจะพามาด้วยได้ยังไง”
“โธ่…” ฮาจาทำหน้าผิดหวัง ทุกคนต่างสงสัยว่าฮาจากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่นะ
เป็นหลายสิบนาทีที่ยากลำบาก โชคดีที่ทั้งกลุ่มลูนาร์และกลุ่มอะบีสสามารถผ่านมันมาได้โดยที่ไม่ต้องสังเวยชีวิตใครไป สิ่งที่พวกเขาต้องเสียเพื่อแลกกับชีวิตของร่างแยกนับสิบคือเหล่าจักรกลไร้ชีวิต และบาดแผลที่ได้รับกันถ้วนหน้า
“ช่วยหน่อยได้ไหม ทางเรามีบาดเจ็บกันหลายคน แต่คนรักษามีไม่พอ” โซนาตาหันไปถามฮาจา
“พวกเจ้ามีวิทยาการจากอนาคตไม่ใช่เหรอ แค่รักษาคนไม่น่ายากนะ” ลูนาร์กันท่าไว้เพราะไม่อยากให้ฮาจาไปกับมิเนอร์วา แม้จะแค่ชั่วคราว
“เรามีหมอ มียา มีเครื่องมือ… แต่เวทมนตร์รักษาของเธอคนนั้นสะดวกกว่าใช่ไหมล่ะ”
ลูนาร์จนด้วยคำพูดจึงยื่นข้อเสนอกลับไปบ้าง “แลกกับการยืมตัวฮาจา พวกนายต้องช่วยซ่อมมูนไลท์ดะ…”
“ตกลง” โซนาตารีบรับข้อเสนอ พร้อมกับยื่นมือมาให้จับทันที
ลานจอดของมิเนอร์วากว้างขวางใหญ่โตพอมากพอสำหรับการนำมูนไลท์ทั้งลำเข้าเทียบท่าได้อย่างไร้ปัญหา ลูนาร์รู้สึกประทับใจในจุดนั้นแต่เธอยังไม่สามารถไว้วางใจให้กลุ่มอะบีสซ่อมแซมเรือเหาะโดยยังไม่ได้ตรวจสอบ กระทั่งเห็นจีดัสคนนั้นเดินมาตรวจสอบตัวยานด้วยตัวของเขาเอง
“ตรงนี้ข้าจะดูแลต่อให้เอง” ชายผมยาวสีเงินบอกกับเธอเพื่อให้สบายใจ
“พวกเมดของข้าพวกนี้มีความทักษะในการซ่อม ข้าจะให้ช่วยด้วยก็แล้วกัน” ลูนาร์ชี้ไปทางสาวใช้ห้าคนที่ออกมาเตรียมตัวอยู่ข้างนอกยานเรียบร้อย
“มนุษย์กลงั้นเหรอ ดูแทบไม่ออกเลย” จีดัสเพ่งมองพวกเอแคลร์อย่างสนอกสนใจ
“ใช่ไหมล่ะ เหมือนมนุษย์ซะยิ่งกว่าโปรเจคเวพอนอีกมั้ง” โซนาตาเองก็จ้องพวกเธออย่างนึกสนุกเช่นกัน
“จ้องซะน่าเกลียด คงไม่ได้คิดเรื่องทะลึ่งอยู่หรอกนะ” ลูนาร์วิจารณ์แบบไม่ไว้หน้า เธอไม่ได้มีปัญหากับการมองของจีดัสแต่ตั้งใจเหน็บแค่โซนาตาเท่านั้น
“ฉันไม่สนหุ่นยนต์หรอกน่า” โซนาตาหันไปส่งสายตาเชิงตำหนิให้ลูนาร์ ไม่คิดว่าจะมีวันที่ตนได้มาเจอประโยคเดียวกับที่กาเรนโดนอยู่เป็นประจำ
“อะไร จะเอาเรื่องเรอะ” ลูนาร์ไม่กลัวสายตาคาดโทษ เธอจ้องกลับแบบท้าทาย
สายตากับสายตาประสานกันอยู่ครู่หนึ่ง ต่างฝ่ายต่างสัมผัสถึงแรงกดดันของอีกฝ่าย น่าประหลาดที่แรงกดดันนี้ต่างจากที่พวกเขาเคยรู้สึกมาก่อน
…ไม่ได้คิดไปเองแน่ หมอนี่มีอะไรบางอย่างที่ประหลาด…
…ผู้หญิงคนนี้ ไม่ใช่แค่ที่เห็นในความทรงจำของดาบ เคยเจอที่ไหนนะ…
การมาถึงของคนอีกคนทำให้สงครามจ้องตาต้องยุติ เธอคนนั้นโบกไม้โบกมือให้ลูนาร์ราวกับว่าเคยรู้จักกันมาก่อน
“ลูนาร์ใช่ไหม อ้าว ไม่ได้อยู่ในร่างผู้ชายนี่นา” ซีวีทักทายทีละคนไล่มาตั้งแต่ลูนาร์ ซาร์ซา ฮาจา ยันเมดทั้งห้าที่กำลังจะพาจีดัสเดินสำรวจโครงสร้างของมูนไนท์
“ซีวีใช่ไหมคะ” ฮาจาวิ่งเข้ามาดูใกล้ ๆ เธอตื่นเต้นที่ได้เห็นหญิงสาวที่มีชื่ออยู่ในประวัติศาสตร์
“ส่วนเจ้าก็คือฮาจาสินะ ขอบคุณที่มาช่วยนะ” ซีวีจับมือของฮาจาดึงขึ้นลงอย่างดีใจ “จริงสิ ไม่ใช่เวลามามัวทักทายกันนี่นา คนเจ็บรอพวกเราอยู่”
“ค่ะ งั้นไปกันเถอะ”
ซีวีหันไปส่งยิ้มให้โซนาตาและลูนาร์อีกครั้ง เธอเอียงคอเล็กน้อยเหมือนมองเห็นบางอย่างในตัวลูนาร์ ชั่วขณะหนึ่งเหมือนเธอเห็นเงาสะท้อนของตนเองในภาพของลูนาร์
ซีวีสะบัดไล่ความคิดประหลาดออกจากหัวและนำทางฮาจาไปยังห้องที่ผู้บาดเจ็บรออยู่ เธอไม่รู้ว่าในเวลาเดียวกับที่เธอเห็นภาพลวงตาลูนาร์ได้เห็นสิ่งเดียวกันในตัวเธอด้วย
ลูนาร์ไม่ต้องการอยู่บนมิเนอร์วานานจนเกินไป รวมถึงปล่อยตัวเธอเองไว้ตามลำพังกับกลุ่มอะบีส เธอและซาร์ซาจึงช่วยไปกำกับการรักษาของฮาจาอีกแรง
ที่ห้องพักฟื้น สภาพในห้องแย่กว่าที่ลูนาร์คิดเอาไว้ กลุ่มอะบีสไม่เหมือนกับลูนาร์ที่มีไอเท็มสำหรับต่อต้านพลังการทำให้เกิดการกลายพันธุ์ของเทพปีศาจชินกิ แม้จะเป็นแค่ร่างแยกที่ยังเล็กอยู่แต่พวกมันมีจำนวนมากจนสามารถส่งผลกระทบให้ผู้คนโดยเฉพาะคนที่มีพลังต้านทานต่ำ ทหารของกลุ่มนี้หลายคนเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาที่ไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้พวกเขาจึงตกเป็นเหยื่อของพลังนี้เข้าอย่างจัง
ด้วยวิทยาการจากอนาคต เหล่าทหารผู้น่าสงสารจึงไม่ได้กลายเป็นสัตว์ประหลาดไปอย่างเต็มตัว เจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งกำลังยุ่งอยู่กับการฉีดยาบางอย่างให้กับทุกคน และอีกส่วนก็กำลังพาผู้ป่วยเข้าห้องฝ่าตัด
“ไม่ต้องผ่าตัดไม่ได้เหรอครับ” ทหารหนุ่มรายหนึ่งโอดครวญ
“นาโนแมชชีนที่ฉีดเข้าไปจะช่วยปรับและซ่อมแซมโครงสร้างพันธุกรรมที่ถูกทำลายให้กลับมาเหมือนเดิม แต่มันมีขีดจำกัดอยู่ค่ะ หรืออยากจะเก็บแขนที่งอกออกมาเอาไว้แบบนั้น” มินอาหนึ่งในเจ้าหน้าที่จากห้องวิจัยดุใส่เขา
“คนที่เข้ารับการผ่าตัดแล้ว มาต่อแถวตรงนี้นะคะ” ซีวีเรียกความสนใจด้วยเสียงที่ค่อนข้างดัง
“ปกติก็ไม่วุ่นวายแบบนี้หรอก” โซนาตาที่ไม่รู้มาตั้งแต่เมื่อไหร่พูดขึ้น
“พวกเจ้าประมาทพลังของเทพปีศาจเกินไป” ลูนาร์เสียงเขียวใส่
“ใช่ คนพวกนี้ไม่ควรต้องมาเจ็บแบบนี้เลย เดิมทีนี่ไม่ใช่โลกของพวกเขาด้วยซ้ำ” ซาร์ซาปรี่เข้ามาซ้ำเติม
โซนาตาได้แค่หัวเราะแห้ง ๆ หากเป็นตอนที่เขายังเป็นตัวหมากของจักรวรรดิเขาคงจะตีหน้านิ่งไม่ได้ยี่หระกับความตายหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นนัก แต่คราวนี้ต่างออกไป ทหารพวกนี้คือคนที่เชื่อใจเขาและเสี่ยงชีวิตสู้ในสงครามที่โซนาตาเป็นคนเริ่ม พวกเขาทิ้งจักรวรรดิมาอยู่ตรงนี้เพื่อตน
“ยุคก็ไม่ใช่ยุคของตัวเองแท้ ๆ มีเหตุผลอะไรให้ต้องพยายามขนาดนี้” ลูนาร์รำพึงแบบที่ตั้งใจให้โซนาตาได้ยินด้วย
“สิ่งที่พวกเจ้าทำก็ไม่ต่างกันไม่ใช่เหรอคะ ต่อให้หยุดเทพปีศาจช่วยโลกไว้ได้ โลกก็ยังเต็มไปด้วยผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือ เราไม่สามารถช่วยทุกคนได้แต่ก็ไม่ได้หมายความไม่ควรช่วยคนที่ช่วยได้” แอนทิสตาที่อยู่ในห้องพอดีพยายามชี้ให้เห็นอีกมุมหนึ่ง
“พวกเจ้าไม่ได้พูดถึงประเด็นที่ว่าการแก้ไขอดีตมันจะเปลี่ยนอนาคตไปขนาดไหน ช่วยคนหนึ่งคนบางทีอาจจะทำให้คนตายไปอีกเป็นพันก็ได้ ที่กลุ่มอะบีสทำคือการเล่นบทเป็นพระเจ้า” ซาร์ซาพูดอย่างใส่อารมณ์เต็มที่
“บางทีอนาคตที่ว่าอาจจะเปลี่ยนไปแล้ว… ตั้งแต่ที่พวกเจ้าปรากฏตัวออกมา ทุกอย่างก็ไม่มีทางเหมือนเดิม เคยคิดไหมว่าจะรับผิดชอบยังไงถ้าการผนึกเทพปีศาจครั้งนี้ไม่สำเร็จ” ลูนาร์ตอกย้ำซ้ำลงไปอีก
“เรื่องนั้น…” ซีวีอยากแก้ไขความเข้าใจผิดแต่จนด้วยคำพูด
“ใครจะไปสนเรื่องพรรค์นั้นกัน” โซนาตายักไหล่
“หาา?” ไม่ใช่แค่ลูนาร์ที่ร้องขึ้นมา ซีวีและแอนทิสตาก็งงที่อยู่ ๆ เขาพูดแบบนั้น
“อาจจะจริงที่บางคนในกลุ่มอะบีสทำไปเพื่อเพิ่มโอกาสรอดให้กับคนที่ยังไม่สมควรตาย แต่ฉันไม่ได้สนอะไรแบบนั้นหรอก จะตายจะรอดมันมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้มากมาย”
“เจ้า… พูดแบบนั้นออกมาได้ยังไงกัน”
“ฉันน่ะอยากได้ข้อมูล… วิธีการที่ดีที่สุดที่จะรับมือกับเจ้าพวกเทพปีศาจ หรือตัวอะไรก็ตามคือหยิบยืมพลังของมันมาใช้ และถ้าได้คนมีฝีมือมาร่วมด้วยก็ยิ่งดี ถ้าการทำแบบนั้นมันช่วยเหลือคนอื่นได้ด้วยก็ถือว่าเป็นผลกำไรไป แต่ฉันไม่ได้ทำเพราะหวังจะกู้โลกอะไรหรอกนะ”
“นายน่ะเงียบไปก่อนเลย” ซีวีขึ้นเสียงใส่ เธอเชื่อว่าโซนาตาไม่ได้คิดแบบนั้นแต่แกล้งพูดยั่วโมโหพวกลูนาร์
“เธอรู้ฉันพูดมีเหตุผล การจัดการกับเทพปีศาจมันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะไม่มีผู้เสียสละ ฉันไม่ได้บอกว่าคนที่ชีวิตเปลี่ยนไปเพราะประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงต้องก้มหน้ารับกรรมโดยไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง ที่ฉันจะบอกคือมันเป็นสิ่งที่ฉันเลือกไปแล้ว”
“ข้าไม่เข้าใจเลย ทำไมวีรชนอย่างซีวี จีดัส หรือเรย์ถึงได้เลือกช่วยคนอย่างเจ้า”
“ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเธอถึงยังต่อต้าน”
“ข้าไม่มีอะไรเหมือนเจ้าเลยสักนิด” ลูนาร์ผลักอกโซนาตา เธอยอมรับว่าสิ่งที่เขาพูดมีบางอย่างสะกิดใจอยู่บ้าง แต่คำสั่งสอนของปู่ที่ย้ำว่าการยุ่งกับเวลาเป็นสิ่งอันตราย มันทำให้เธอเชื่อว่าตนเองคิดถูก
“พวกเจ้าไม่รู้หรอกว่ากำลังเล่นกับอะไร” ซาร์ซาเข้ามายืนขวางระหว่างลูนาร์และโซนาตา
“เธอเองก็ไม่รู้หรอก” โซนาตาตอบหน้าตาย
เป็นอันว่าแผนการที่ต้องการให้กลุ่มลูนาร์ได้มาสำรวจยานเพื่อเพิ่มความสนิทสนมได้พังครืนลง ทันทีที่ฮาจาเสร็จงานของเธอ ลูนาร์ก็ไม่อยู่ต่อ เธอไม่สนด้วยซ้ำว่าจีดัสยังซ่อมแซมมูนไลท์ได้ไม่ถึงครึ่ง รวมทั้งปฏิเสธข้อเสนอเรื่องที่เขาจะสร้างเดวัลกลทดแทนส่วนที่ถูกทำลายไปให้