Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 273: โรงงานของโทบี้
“เรื่องเดวัลกลข้าจะหาทางจัดการเอง ส่วนมูนไลท์ถ้ายังบินได้ก็พอแล้ว”
“ต้องรีบร้อนขนาดนี้เลยเหรอ” หนุ่มแว่นผมเงินถามด้วยความแปลกใจ
“ใช่ พวกข้าไม่อยากอยู่ที่นี่นานไปกว่านี้” ซาร์ซาพูดแทนลูนาร์
จีดัสเห็นท่าทางสามสาวจึงเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่ได้รั้งพวกเธอไว้ แต่กลับยื่นข้อเสนออีกอย่างออกไปแทน จีดัสเล่าว่าระหว่างที่กำลังซ่อมแซมยาน เมดของลูนาร์ได้เล่าเรื่องการหายไปของเอ็ดวานที่ทำให้ทุกคนในกลุ่มต้องเป็นกังวล จีดัสจึงแจ้งเรื่องนี้กับโซนาตาไปแล้ว
“ปากมากจริง” ลูนาร์หันไปเอ็ดพวกเอแคลร์ แต่ทุกคนทำเป็นยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“โซนาตาสั่งการมาแล้ว พวกเราจะช่วยหาอีกแรง”
“ยุ่งไม่เข้าเรื่อง” ซาร์ซาบ่นอุบอิบ แต่ลึก ๆ กลับรู้สึกโล่งใจขึ้นมา
“ขอบคุณนะคะ”
“อ้าวว ฮาจา! ทำไมไปยอมรับความช่วยเหลือง่าย ๆ ล่ะ” ซาร์ซาถึงกับหลุดมาดที่ทำขึงขังมาตลอด
“เพราะเราทำอะไรเองไม่ได้เลยยังไงล่ะคะ” ฮาจาตอบเสียงเศร้า “ถ้าเป็นตัวข้าพลัดหลงไป ข้าพูดได้เต็มปากว่าไม่อยากยืมมือกลุ่มอะบีส… แต่พอคิดว่าคนที่หายไปคือลูนาร์ ซาร์ซาหรือเอ็ดวาน แล้วข้าช่วยอะไรไม่ได้เลยสักนิด ข้าคิดว่าตนเองไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธความช่วยเหลือหรอกค่ะ”
ลูนาร์อึ้งกับเหตุผลของนักบวชสาว ฮาจาหมายความตรงตามนั้นทุกคำพูด หากเกิดเรื่องนี้กับเธอ เธอคงปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามชะตากรรมโดยไม่ขอความช่วยเหลือจากคนที่แทรกแซงเวลา แต่ความรู้สึกห่วงในพวกพ้องโดยเฉพาะเอ็ดวานที่เธอรักเหมือนพี่ชายแท้ ๆ มันทำให้เธอยอมฝืนกฎของตัวเอง
“น่าสมเพชใช่ไหมคะ ทั้งที่เป็นคนแรกแท้ ๆ ที่พูดว่าไม่อยากขอความช่วยเหลือ”
“ไม่หรอก ถ้ามีใครสักคนที่น่าสมเพชมันคือข้าต่างหาก… ถ้ามีวิธีหาเอ็ดวานได้เอง เรื่องทุกอย่างคงไม่เป็นแบบนี้” ลูนาร์เป็นฝ่ายรับผิดไว้เอง
ซาร์ซาไม่อยากเห็นลูนาร์ต้องมารู้สึกผิดไปด้วย เธอพยายามตัดบทไปเรื่องอื่นแทน “ลูนาร์ เราจะไปที่โรงงานที่เจ้าเคยพูดถึงใช่ไหม”
“ใช่ เราเสียเดวัลกลไปเยอะ ถ้าไม่ได้ของใหม่มาแทน การเผชิญหน้ากับเทพปีศาจครั้งต่อไปคงลำบากแน่”
เมื่อตกลงกันได้ตามนั้น ลูนาร์และพรรคพวกจึงไม่รอผล พวกเขาพามูนไลท์ที่ยังซ่อมเสร็จเพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ ทะยานออกจากมิเนอร์วา จุดมุ่งหมายก็คือโรงงานที่มีที่ตั้งอยู่ในนอร์ธบริซาเนียนั่นเอง
ลูนาร์เคยพูดถึงเพื่อนชื่อโทบี้ เขาคือชายร่างท้วมที่มีส่วนสูงเท่ากับลูนาร์ในร่างหญิง จากลักษณะที่ลูนาร์เล่าให้ซาร์ซาและฮาจาฟัง โทบี้ผู้นี้คือผู้เชี่ยวชาญด้านจักรกลชนิดที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าเธอเลย เพื่อศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับเดวัลกลโทบี้และลูนาร์จึงมีข้อตกลงร่วมกัน เธอช่วยเขาออกทุนและหาวัตถุดิบทั้งหลายมาป้อนให้กับโรงงาน ส่วนโทบี้ก็สร้างเดวัลกลขึ้นตามลักษณะการใช้งานที่ลูนาร์ระบุ
“ข้านึกว่าท่านสร้างพวกมันเองซะอีก”
“ประมาณเจ็ดในสิบส่วนข้าเป็นคนออกแบบและโทบี้เอาไปต่อยอด แต่คนที่สร้างจริง ๆ คือเขา อ้อ ยกเว้นกรณีของชิ้นส่วนบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์ที่เขาทำเองไม่ได้ล่ะนะ”
ลูนาร์เล่าเรื่องของโทบี้ให้ฟังอีกหลายเรื่อง เห็นได้ชัดว่าเขาและเธอคือเพื่อนที่สนิทสนมกันเป็นอย่างดี
“ระวังให้ดีล่ะ หมอนั่นชอบซี้ซั้วเข้ามาทักด้วยการกอด ข้าเองก็เกือบโดนกอดทีเผลออยู่หลายทีแล้ว”
“ผู้ชายนี่ไว้ใจไม่ได้จริง ๆ” ซาร์ซาดูฉุนเฉียวขึ้นมาทันทีที่ได้รู้เรื่องนั้น
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก หมอนั่นแค่ไม่ค่อยระวังตัว” ลูนาร์ช่วยแก้ตัวให้แทนเพื่อนที่ไม่มีโอกาสแก้ต่างเพราะไม่ได้อยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ
“จะอ้างแบบนั้นได้ยังไง ผู้ชายทุกคนก็เหมือนกันน่ะแหละ”
ทั้งลูนาร์และฮาจาหัวเราะแบบไม่ใส่ใจ ทั้งคู่ชินกับท่าทีนั้นแล้ว ซาร์ซานั้นยืดหยุ่นกับสตรีเพศด้วยกัน แต่เธอไม่ค่อยทำแบบนั้นกับเพศตรงกันข้าม
“เหมือนเจ้าโซนาตานั่นแหละ ท่าทางกรุ่มกริ่มน่าหมั่นไส้… เห็นสายตาที่หมอนั่นมองท่านไหม”
“ขนาดนั้นเชียวเหรอ” ลูนาร์พยายามนึกภาพตาม
“ก็คงเหมือนโทบี้นั่นแหละ เผลอเมื่อไหร่คงได้จับท่านมากอดแน่นอน”
เพราะนึกภาพอยู่เพลิน ๆ แบบไม่ได้ระวัง ลูนาร์จึงเผลอนึกภาพตามที่ซาร์ซาโน้มนำ เธอเห็นภาพตัวเองกำลังอยู่ในอ้อมกอดของโซนาตาและพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่ดันสู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้
ขณะที่ลูนาร์กำลังหน้าแดงขึ้น ฮาจาก็หน้าแดงขึ้นมาเช่นกัน แต่ภาพในหัวเธอต่างกันเล็กน้อย ลูนาร์ที่อยู่ในอ้อมแขนโซนาตาไม่ใช่ลูนาร์ในร่างสาวแบบตอนนี้ โซนาตากำลังโอบกอดเธอในร่างชายหนุ่มรูปงาม ลูนาร์คนนั้นพยายามดิ้นรนหนี แต่เธออ่อนระทวยทั้งทีอีกฝ่ายก็เป็นชายสมชายเช่นเดียวกัน
…ไม่ ไม่ ไม่… ลูนาร์สะบัดความคิดออกจากหัว
…ว้าย ไม่นะ นั่นมันร่างชาย ทั้งสองคนจะทำแบบนั้นไม่ได้นะ… ฮาจาแอบกรีดร้องเงียบ ๆ อยู่ในใจ
เพราะความไม่สมบูรณ์ของเรือเหาะ ระยะเวลาในการเดินทางจึงคลาดเคลื่อนจากที่ตั้งใจไปเล็กน้อย ทั้งสามพยายามใช้เวลานั้นอย่างคุ้มค่าที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการฝึกซ้อมฝีมือเพื่อไม่ให้ขึ้นสนิม พูดคุยปรึกษากันเกี่ยวกับแผนการต่อไป และบางครั้งก็รวมถึงการติดต่อกับกลุ่มอะบีสผ่านเครื่องมือสื่อสารที่จีดัสมอบให้เพื่อสอบถามความคืบหน้าเรื่องเอ็ดวาน
เมื่อใกล้ถึงโรงงาน เอแคลร์ก็วิ่งหน้าตื่นมารายงาน พวกลูนาร์รีบตามไปดูผลในทันที สิ่งที่พวกเธอเห็นต่างจากที่คิดไว้มากเพราะโรงงานขนาดยักษ์กำลังลุกเป็นไฟ
“เกิดอะไรขึ้น ถูกโจมตีงั้นเหรอ”
ยานลงจอดยังไม่ทันถึงพื้น ลูนาร์ได้กระโดดลงมาก่อนเพราะความร้อนใจ มันทำให้ซาร์ซาและฮาจาต้องรีบตามไปติด ลูนาร์มีอุปกรณ์ดับไฟอยู่หลายชนิดแต่เธอไม่คิดว่าจะมีอันไหนที่หยุดไฟที่ลุกลามไปทั่วได้
ไม้เท้าแห่งวารูนาทำให้สายฝนเทกระหน่ำลงมา เวทความเย็นของเธอช่วยแหวกกำแพงเพลิงที่ล้อมไว้ทุกด้าน ลูนาร์ตะโกนเรียกชื่อของเพื่อนครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ไม่มีเสียงใด ๆ ตอบกลับ
“โทบี้” ลูนาร์ตะโกน ขาทั้งคู่วิ่งไม่หยุด มือข้างหนึ่งยังถือไม้เท้าควบคุมฝน ส่วนอีกข้างใช้ปืนที่สามารถดูดไฟเก็บเข้ามาได้
สองข้างทางมีร่างอันเดด และเศษซากของจักรกลกระจัดกระจายไปทั่ว ลูนาร์ไม่ได้สนใจนักว่าใครเป็นผู้ที่ก่อเรื่อง สิ่งเดียวที่เธอห่วงคือความปลอดภัยของเพื่อน
“โทบี้…” ลูนาร์หยุดนิ่งอยู่เบื้องหน้าร่าง ๆ หนึ่ง ฮาจาวิ่งตามมาต้องเบือนหน้าหนี มันสายไปแล้วที่จะช่วยชายคนนั้น
“อันเดด… เรวาเรนท์งั้นเหรอ ทำไมพวกมันถึงโจมตีที่นี่” ซาร์ซาโวยวาย
ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามนั้น
อาจเป็นเพราะเรวาเรนท์เชื่อมโยงได้ว่าโรงงานนี้เกี่ยวข้องกับลูนาร์ อาจเป็นเพราะพวกมันต้องการอะไรบางอย่าง หรืออาจเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญที่กองทัพของมันผ่านที่นี่
เอ็ดวานหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เพื่อนตั้งแต่สมัยเด็กถูกฆ่าอย่างโหดร้าย โรงงานที่เป็นความหวังถูกทำลายจนย่อยยับ ทุกอย่างประดังประเดเข้ามาติด ๆ กันจนแม้แต่คนเข้มแข็งอย่างลูนาร์ยังเกือบยืนไม่ติดพื้น
“อยู่ตรงนี้ต่อก็ไม่มีประโยชน์” ซาร์ซาเรียกเพื่อน ๆ “กลับมูนไลท์เถอะ ตรงนี้จะถล่มลงมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้”
หลังจากทำหลุมศพให้กับโทบี้และใช้เวลาในการไว้อาลัยอยู่นาน ลูนาร์ก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องพักของเธอบนมูนไลท์ เหล่าสาวใช้มนุษย์กลของเธอถือโอกาสนี้ซ่อมแซมมูนไลท์ต่อจนกลับมาอยู่ในสภาพที่เกือบสมบูรณ์ ในโชคร้ายที่เกิดขึ้น อย่างน้อยพวกเธอก็ยังหาวัตถุดิบจากซากโรงงานที่ยังไม่เสียหายไปทั้งหมดมาได้
“จะเอายังไงต่อดีคะ” ฮาจาหันไปถามซาร์ซา
“ต้องรอท่านลูนาร์…” ไม่ใช่ว่าซาร์ซาไม่มีแผนสำรอง แต่เธอเชื่อว่าลูนาร์ยังมีหนทางอยู่
หลายชั่วโมงผ่านไป ลูนาร์กลับออกมาจากห้องด้วยสีหน้าที่ที่ดีขึ้นกว่าตอนแรก เธอพูดขึ้นมาอย่างเนิบ ๆ “ข้าจะไปโรซาแลนด์”
“โรซาแลนด์?” ฮาจาถามด้วยความสงสัย
“บ้านของตระกูลโรสเซท”
“บ้านของท่าน… หรือว่าที่นั่นมีโรงงานอยู่อีก”
“ไม่ใช่หรอก แต่อาจจะมีคนที่ช่วยได้”
ลูนาร์อิดออดไม่ได้อธิบายว่าคนที่เธอพูดถึงคือใคร แต่เมื่อถูกรบเร้าหนักเข้าเธอจึงยอมเฉลยว่าพูดถึงพี่ชายของเธอ “คาลอส”