Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 274: ของที่ติดมือมาจากบ้าน
สองพี่น้องลูนาร์และคาลอสไม่เคยถูกกัน รายหนึ่งหัวรั้นไม่ยอมให้ผู้ใดง่าย ๆ ส่วนอีกรายก็เกลียดการตกเป็นรองเป็นที่สุดโดยเฉพาะเมื่อคนที่กำลังข่มตนเองเป็นแค่น้องสาว
ผู้หญิงจะเหนือกว่าผู้ชายได้อย่างไร คาลอสบอกตัวเองแบบนั้นอยู่เสมอ แต่มันเป็นแค่คำปลอบใจเท่านั้น เขารู้แก่ใจดีว่าลูนาร์เหนือกว่าตนในทุกด้าน เธอมีสติปัญญาที่เหนือกว่า เธอมีความคิดสร้างสรรค์ที่ดีกว่า มีพลังพิเศษที่สามารถสื่อสารกับวัตถุดิบได้
คาลอสคืออัจฉริยะด้านงานช่างที่ร้อยปีจะมีสักคน เขาเคยคิดว่าเมื่อไม่มีท่านพ่อและท่านปู่อีก มันควรจะเป็นเขาที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นช่างที่เก่งที่สุดในโลก แต่เรื่องนั้นไม่เกิดขึ้นเพราะโลกนี้ยังมีน้องสาวจอมโอหังที่ชื่อลูนาร์
“หลังจากที่พี่ของข้าขึ้นเป็นผู้นำตระกูลก็พยายามกีดกันข้าจากงานทุกอย่าง นอกจากนั้นยังพยายามจับข้าแต่งงานเพื่อให้พ้นหูพ้นตาไปด้วย” ลูนาร์อธิบายด้วยความเบื่อระอา
“ทำแบบนั้นได้ยังไง มันใช่สิ่งที่คนเป็นพี่ชายจะทำกับน้องสาวเหรอ” ซาร์ซาร้องโวยวาย แค่จินตนาการว่าลูนาร์เกือบจะเจออะไรเธอก็รู้สึกเดือดจนควันแทบออกหู
“เจ้าพี่บ้ามันก็เป็นแบบนี้แหละ แทนที่จะเอาเวลาอิจฉาข้าไปพัฒนาฝีมือ…”
“แย่เลยนะคะ” ฮาจานึกภาพลูนาร์ต้องหนีออกมาตะลอนอยู่ข้างนอกคนเดียวแล้วน้ำตาคลอเบ้า มันชวนให้นึกถึงชีวิตของตนที่ต้องไปอยู่ในโบสถ์เพราะถูกพ่อแม่ขายไป ไม่มีอะไรจะทำร้ายจิตใจได้มากกว่าสิ่งที่คนในครอบครัวทำแก่กัน
“แล้วเราจะไปขอความช่วยเหลืออะไรกับคนแบบนั้นเหรอ” ซาร์ซาตั้งข้อสงสัย
“ก็ต้องลองดู คาลอสถึงจะงี่เง่าแต่ก็ไม่ได้ไร้เหตุผล ถ้ารู้ว่าเราทำเพื่อช่วยโลกบางทีเขาอาจจะยอมช่วย”
“บางที… เหรอคะ”
ลูนาร์เกาคางแก้เก้อ เธอไม่กล้ายืนยันสิ่งใด คาลอสเป็นมนุษย์ที่เธอไม่สามารถคาดเดาได้ การขอความช่วยจากเขาคือการวัดดวงดี ๆ นี่เอง
เมื่อมูนไลท์เดินทางถึงโรซาแลนด์ประเทศที่อยู่ตอนใต้สุดของทวีป ลูนาร์และพวกทั้งสองก็ตรงเข้าคฤหาสน์ของตระกูลโรสเซทโดยไม่ได้แวะที่ไหนอีกเลย
อาจเพราะลูนาร์จากบ้านนานเกินไป พวกยามจึงไม่รู้จักเธอและปฏิเสธไม่ให้เธอเข้าพบกับคาลอส เดือนร้อนถึงแม่บ้านเก่าแก่ที่ต้องออกมาช่วยชี้แจงว่าลูนาร์เองก็เป็นหนึ่งในสมาชิกตระกูลนี้เช่นกัน
ฮาจาและซาร์ซาถูกทิ้งไว้ข้างนอกขณะที่ลูนาร์เข้าไปเจรจากับคาลอสตามลำพัง ทั้งคู่รออยู่อย่างร้อนใจเพราะไม่นานมากหลังจากนั้นก็มีเสียงวุ่นวายดังขึ้นมาจากภายใน
“ไม่ใช่ว่าฆ่ากันตายไปแล้วนะ”
“ไม่น่าจะนะคะ… ยังไงก็พี่น้องกัน” ฮาจาพยายามมองโลกในแง่ดี
“ท่าจะไม่ดีแล้ว” ซาร์ซาเริ่มกังวลเมื่อเห็นท่าทางของพวกยาม สองคนนั้นรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติเช่นกัน พวกเขากำชับให้ซาร์ซาและฮาจารออยู่ตรงนั้น ก่อนที่พวกเขาจะวิ่งตามไปดูเหตุการณ์ภายใน
แต่มีเหรอที่คำพูดแบบนั้นจะหยุดเจ้าหญิงจอมเอาแต่ใจได้ เธอวิ่งตามเข้าไปบีบให้ฮาจาต้องตามเข้าไปด้วยเช่นกัน
บ้านของตระกูลโรสเซทใหญ่โตราวกับพระราชวัง แต่มันเดาได้ไม่ยากว่าลูนาร์น่าจะอยู่ในอาคารหลังใหญ่สุดที่ทั้งผู้คุ้มกันและสาวใช้ออกันอยู่ ยังวิ่งไม่ทันถึงที่นั่น ลูนาร์ก็วิ่งสวนออกมาพอดี
“ลูนาร์ ท่านออกมาพอดี!” ฮาจาร้องเรียกทันทีที่เห็น
“พวกเรากำลังจะบุกเข้าบ้านเจ้าอยู่แล้วเนี่ย ได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย คิดว่าเกิดเรื่องอะไรร้ายแรง” ซาร์ซาชะเง้อมองดูภายในอาคารที่ยังวุ่นวายโกลาหล
ผลการเจรจาไม่ต้องเดาอะไรให้มากความ ลูนาร์วิ่งหน้าตั้งออกมาแบบนี้คงไม่ใช่เรื่องดีเป็นแน่
“รีบเผ่นกันเถอะ ข้าได้ของที่อยากได้มาแล้ว”
ฮาจาไม่ทันฟังที่ลูนาร์พูด พอเห็นชายที่เดาว่าน่าจะเป็นคาลอสวิ่งตามออกมา เธอกลับพยายามทักทายเขา “สวัสดีค่ะท่านพี่ของท่านลูนาร์”
“ข้าอธิบายไม่ทันแล้ว เอาเป็นว่า…วิ่ง!” ลูนาร์เกือบจะต้องอุ้มฮาจาหนี
เรือเหาะมูนไลท์ หลังจากที่เรือกำลังออกตัว ลูนาร์จึงสรุปเรื่องราวทั้งหลายให้กับฮาจาและซาร์ซาได้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับการเจรจาระหว่างพี่น้อง
“นอกจากไม่ฟังคำขอของท่าน แล้วยังคิดจะจับตัวอีกเหรอ” ซาร์ซาทำท่าฮึดฮัดเหมือนจะอยากกลับไปเล่นงานคาลอสให้หายแค้น
“อื้ม คิดไว้อยู่ว่าอาจจะไม่ได้คุยง่าย แต่ไม่นึกว่าจะถึงขั้นต้องลงไม้ลงมือกัน เจ้าพี่บ้าก็ฝีมือไม่เลวซะด้วย ถ้าไม่หนีออกมาสงสัยจะยุ่งยาก”
“แย่เลยนะคะ แบบนี้พวกเราก็กลับมาถึงทางตันอีกแล้วสิ”
“ไม่หรอก ข้าบอกแล้วไงว่าข้าได้ของดีมาด้วย” ลูนาร์ว่าพร้อมกับหยิบของหลายชิ้นออกมาจากกระเป๋า
มันคือกองกระดาษจำนวนมาก หนังสือ แบบแปลนของบางอย่าง ทุกอย่างมีทั้งของเก่าแก่ที่ไม่รู้ว่ามีอายุกี่สิบกี่ร้อยปี และกระดาษที่ยังใหม่
“โธรนน่ะ” ลูนาร์แสยะยิ้ม เป็นร้อยยิ้มที่ซาร์ซาและฮาจาไม่ได้เห็นมานาน
โธรนหากอธิบายโดยง่ายมันคือเกาะลอยฟ้าที่สามารถควบคุมได้ มันคือผลงานออกแบบที่ยังไม่สมบูรณ์ของเฟอร์โรผู้เป็นปู่ของลูนาร์นั่นเอง เขาสร้างมันจากแนวคิดสองอย่าง
…หนึ่ง ฐานทัพเคลื่อนที่ที่สามารถนำกองทัพจำนวนมากเคลื่อนไปพร้อมกันได้โดยสะดวกและมีพื้นที่มากพอสำหรับการต่อสู้บนนั้น เทพปีศาจบางตนสามารถบินได้และทุกตนมีสาวกเทพปีศาจที่สามารถยึดครองน่านฟ้าไว้ได้อย่างง่ายดาย เพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการรบจากบนฟ้า โธรนจึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
…สอง ต่อยอดแผนการในการสร้างอุปกรณ์ผนึกเทพปีศาจ ในอดีตเฟอร์โรเคยสร้างอุปกรณ์ที่สามารถผนึกเทพปีศาจได้โดยช่วงชิงพลังจากจากเทพปีศาจมาร่ายเวทเอง แม้ว่าปัจจุบันลูนาร์จะมีวิธีที่ดีกว่าในการผนึกเทพปีศาจอย่างการผนึกวิญญาณในอาวุธและแยกร่างไปผนึกไว้บนท้องฟ้า แต่กลยุทธ์ในการดึงพลังมาใช้ในการร่ายมหาเวทยังคงหลงเหลืออยู่ในงานออกแบบนี้ โธรนไม่ได้ใช้พลังเวทมนตร์ของเทพปีศาจแต่จะซึมชับพลังเวทมนตร์จากทุกสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนนั้น ยิ่งโธรนมีผู้คน พืชหรือสัตว์อยู่บนนั้นมันก็ยิ่งมีพลังมากขึ้น
“โธรนแต่ละอันมีคุณสมบติต่อต้านแรงดึงดูด หากลอยตัวขึ้นครั้งนึงแล้วมันลอยอยู่แบบนั้นได้ตลอดกาลโดยไม่ต้องพึงพลังเวท พลังที่เราแบ่งให้โธรนใช้เฉพาะในการเคลื่อนที่หรือใช้มหาเวทเฉพาะตัวที่มีอยู่ในแต่ละโธรน”
“โธรนน่าสนใจมาก แต่มันไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องกองทัพเดวัลกลนี่คะ” ฮาจายกประเด็นเก่าขึ้นมา
“มันไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องนั้นโดยตรง แต่ถ้ามีสิ่งนี้ล่ะก็การชักจูงแต่ละประเทศให้เข้าร่วมสงครามก็เป็นเรื่องง่ายขึ้นโธรนจะทำให้การเคลื่อนทัพในโลกที่ถูกสนามพลังแบ่งออกเป็นส่วนทำได้ง่ายขึ้น” ซาร์ซาอธิบายจนฮาจาเห็นภาพ
“แบบแปลนนี้ยังไม่สมบูรณ์ดี มีอยู่สองสามอย่างที่ต้องปรับปรุงก่อนใช้งานได้จริง” ลูนาร์กุมคางครุ่นคิด มันเหลืองานอีกเล็กน้อยที่ลูนาร์ต้องทำเพิ่ม
ทั้งสามถกเรื่องของโธรนต่อในขณะที่กำลังรับประทานอาหารมื้อใหญ่ฝีมือของช็อกโกพาย บรรยากาศตึงเครียดตลอดหลายวันมานี้เบาบางลงหลังจากที่ลูนาร์มองเห็นประกายของความหวัง แล้วในขณะที่โชคกำลังมาอุปกรณ์สื่อสารที่หน้าตาคล้ายโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น มันคือของที่จีดัสให้ไว้กับลูนาร์นั่นเอง
“พวกเรารู้แล้วว่าเดวัลในตำนานอยู่ที่ไหน” เสียงปลายสายคือเสียงของหนุ่มแว่นผมเงินอย่างไม่ต้องสงสัย ข่าวที่เขานำมาบอกราวกับสวรรค์โปรด มันทำให้พวกลูนาร์ต่างก็ยิ้มออก
“หมายความว่าเอ็ดวานอยู่ที่นั่นเหรอคะ” ฮาจาถามด้วยความตื่นเต้น
“โดรนสำรวจของเราถูกเจ้านั่นทำลายที่เกาะ ๆ หนึ่ง มันอาจใช้ที่นั่นเป็นรังอีกแห่งนอกจากที่เกาะมินิสเทรล มีความเป็นไปได้ว่าเขาอาจจะอยู่ที่นั่น”
“เยี่ยม” ซาร์ซาหลุดปากออกมาด้วยความโล่งใจ เธอเชื่ออย่างเต็มเปี่ยมว่าเจ้าคนทนไม้ทนมืออย่างเอ็ดวานไม่มีทางตายง่าย ๆ แน่
“ข้าส่งพิกัดของเกาะไปให้แล้ว จะไปตามหาเขาเองหรือจะให้พวกเราไป เจ้าเลือกเอาเองก็แล้วกัน”