Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 275: การช่วยเหลือเอ็ดวาน
ได้ฟังจีดัสพูด ลูนาร์จึงเริ่มชั่งใจว่าเธอควรจะบอกเรื่องของโธรนให้เขาดีหรือไม่ มันดูไม่ยุติธรรมเมื่ออีกฝ่ายเปิดเผยข้อมูลและยังให้โอกาสในการเลือก ขณะที่พวกเธอกลับไม่บอกอะไรสักอย่าง
“ก่อนอื่นเลย ในอนาคตมีพูดเรื่องเกี่ยวกับโธรนไหม” ลูนาร์เริ่มเรื่อง
“โธรน… เกาะลอยฟ้าที่ขับเคลื่อนได้สินะ มันมีพูดถึงอยู่แต่มีรายละเอียดเกี่ยวกับมันไม่มาก หนังสือบอกว่าเจ้าเป็นผู้สร้างแกนกลางของมันขึ้นทั้งหมดทำให้วิทยาการตรงนี้ไม่ได้สืบทอดต่อไปยังประเทศต่าง ๆ ที่ร่วมสร้างพวกมันขึ้นมา หลังจากสงครามคราวนี้โธรนทั้งหมดจะถูกทำลายลงจึงไม่มีใครสร้างมันขึ้นมาได้อีก”
“เข้าใจแล้ว ถ้าจะไม่ให้ใครเอาไปใช้ในทางที่ผิดภายหลัง ข้าต้องปิดบังกลไกส่วนหลักของมันไว้สินะ” ลูนาร์ทวนสิ่งที่จีดัสพูดซึ่งตรงกับสิ่งที่เธอตั้งใจจะทำอยู่แล้ว
“พูดมาแบบนี้เจ้าคงรู้วิธีสร้างแล้วสินะ”
“ประมาณแปดในสิบส่วน…”
“ถ้ามีตรงไหนที่อยากให้ช่วยก็บอกได้”
“ถ้ามีเรื่องที่ขบคิดไม่แตก ข้าจะปรึกษาแน่นอน” คำพูดของลูนาร์ทำให้ฮาจาและซาร์ซาอ้าปากค้าง “ทำไม่ได้” เป็นคำที่ไม่น่าจะมีอยู่ในพจนานุกรมของลูนาร์
“ขอบคุณที่ไว้ใจ”
“ชินกิตื่นขึ้นมาแล้ว ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าพรุ่งนี้โลกจะไม่ถูกมันทำลาย พวกเราต้องแข่งกับเวลา ระหว่างนี้นอกจากการทำให้แปลนมันสมบูรณ์ พวกข้าจะตระเวนไปตามประเทศต่าง ๆ เพื่อขอกำลังรบเพิ่มด้วย”
“หืมมม แล้วเรื่องของเอ็ดวาน...”
“คงต้องฝากท่านและกลุ่มอะบีสเป็นธุระให้…”
“โซนาตารู้แล้วต้องยินดีแน่”
“อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ เรื่องยอมให้อะบีสช่วยกับเรื่องที่จะเข้าเป็นพันธมิตรเป็นคนละเรื่อง ข้าแค่ให้พวกท่านได้มีโอกาสรับผิดชอบในส่วนที่ทำให้ประวัติศาสตร์มันผิดเพี้ยนไป”
“นั่นเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้ว” จีดัสตอบกลับด้วยเสียงสดใส
ฮาจาและซาร์ซาไม่ค่อยเข้าใจความหมายของลูนาร์ แต่พวกเธอก็ยอมรับมันโดยดี บางทีลูนาร์อาจจะคิดว่าถ้าอนาคตมันจะเพี้ยนไปจากเดิม อย่างน้อยก็ขอให้มันออกมาเป็นอนาคตที่ดีกว่าเดิม
“เรื่องเอ็ดวานไว้ใจทางนี้ได้ ส่วนเรื่องแปลนโธรนอยากให้ข้าช่วยส่วนไหนก็ส่งมาได้เสมอ”
“ขอบคุณนะ” ลูนาร์ขอบคุณทิ้งท้ายก่อนตัดสายไป
สี่ปี คือช่วงเวลาที่แท้จริงตามประวัติศาสตร์ที่เอ็ดวานต้องติดอยู่บนเกาะร้างตามลำพัง
เอ็ดวานใช้เวลาวันแรก ๆ ไปกับการรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บและการสำรวจเกาะนี้ เขาหวังว่าอาจจะมีชุมชน หมู่บ้าน หรืออารยธรรมใด ๆ ที่ตนพอจะสื่อสารได้ แต่ที่แห่งนี้ไม่มีอะไรเลย เกาะแห่งนี้นอกจากไม่มีมนุษย์แล้ว มันยังขาดแคลนสิ่งจำเป็นในการดำรงชีพทุกชนิด ไม่ว่าจะน้ำหรืออาหาร พืชมากมายที่ขึ้นอยู่บนเกาะเป็นพืชที่ไม่ได้ให้ดอกผลที่สามารถเก็บมากินได้ แหล่งน้ำจืดเป็นสิ่งที่หาได้ยาก หากไม่มีฝนตกหรือเจอพืชที่มีน้ำกักเก็บ
พิษของเดวัลที่ยังตกค้างอยู่ในแผล ความไม่สะดวกสบายและขาดแคลนสารอาหารทำให้การฟื้นตัวและการสำรวจเกาะช้าลง
ถ้าเป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นตามประวัติศาสตร์เอ็ดวานต้องติดอยู่ในสภาพเลวร้ายแบบนี้อยู่ถึงสี่ปี แต่ในไทม์ไลน์นี้มันต่างออกไป เขาตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเงาขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นเหนือเกาะร้าง… มิเนอร์วา
“เจ้านั่นอยู่ในเกาะด้วยแฮะ ตามประวัติศาสตร์เขาน่าจะเป็นคนปราบมัน…” ฟรีโอนิเอลพูดยังไม่ทันจบประโยคดี สมาชิกกลุ่มอะบีสนับสิบรายก็กระโดดลงจากยานผ่านทางช่องปล่อยยานที่เปิดเอาไว้
“วิธีลงที่ดีกว่านี้ก็มี จะกระโดดลงไปทำไมเนี่ย” กาเรนส่ายหน้า แต่เมื่อเห็นเพื่อน ๆ โดดลงไปทีละคนทั้งที่ไม่มีอุปกรณ์ชูชีพใด ๆ เขาจึงกระโดดตามลงไปด้วย
หลายพันเมตรด้านล่าง ไม่ได้มีแค่เอ็ดวานเท่านั้นที่มองเห็นผู้คนกำลังตกลงมา เจ้าเดวัลที่มีรูปร่างเหมือนผีเสื้อกลางคืนก็เห็นสิ่งเดียวกัน มันรับรู้ได้ว่าคนเหล่านี้มาพร้อมกับจิตสังหารจึงทะยานขึ้นไปเพื่อตอบโต้
การปะทะกันเริ่มขึ้นตั้งแต่อยู่กลางอากาศ เซกันคือคนแรกที่ฟันออกไป คลื่นดาบของเขาเร็วจนราวกับประกายแสง เดวัลในตำนานหักเลี้ยวกลางอากาศในมุมที่ไม่น่าทำได้ คลื่นดาบที่น่าจะตัดร่างมันเป็นสองท่อนเฉือนแค่ปลายปีกไป
เดวัลในตำนานพุ่งไปมาในอากาศเพื่อหลบการโจมตีมากมายที่ถล่มใส่จากทุกด้าน มันบินและหักหลบฉวัดเฉวียนด้วยความเร็วเหนือเสียง
แอนทิสตารวมร่างเข้ากับเทอรา ในร่างนี้เธอมั่นใจว่าในสงครามกลางอากาศเธอได้เปรียบกว่าใคร แอททิสตาเร่งความเร็วเพื่อบินตามเดวัลในตำนานจนเกือบจะคว้าตัวไว้ได้ แต่อีกฝ่ายกลับเร่งความเร็วหนี
“ไม่ใช่ความเร็วสูงสุดเหรอเนี่ย”
เดวัลในตำนานวนกลับมาด้านหลังของแอนทิสตาด้วยความเร็วที่เหนือกว่า มันเตรียมใช้ขาที่คมกริมของมันแทงทะลุคอของหญิงสาวที่บังอาจมาแข่งความเร็วในถิ่นของมัน
พริบตาก่อนที่ขามันจะเสียบเข้าที่หลังคอของแอนทิสตา เรย์ เซเลนอสและลามินาสวนกลับไปในทันทีเช่นกัน แต่ก่อนที่คลื่นดาบของทั้งสามจะไปถึง ร่างของเดวัลผีเสื้อกลางคืนยักษ์ได้หายไปก่อนหน้านั้น
กร๊อบบบบ
เสียงกำปั้นเล็ก ๆ ของอลินากระแทกเข้ากับลำตัวของเจ้าเดวัลในตำนาน เธอไม่รู้ว่ามันคือเสียงของกระดูกหรืออวัยวะที่เหมือนเปลือกแข็งของมันแตกยับ แต่หมัดเมื่อกี้ได้ผลอย่างชะงัด
“อ้าว ผิดคิวแฮะ” อลินาไม่ได้สนใจศัตรูที่กระเด็นออกไป เธอหันไปยกมือขอโทษเพื่อนที่ใช้พลังสลับที่ดึงศัตรูออกมาก่อน ทั้งที่พวกเขาสามคนกำลังจะปิดบัญชีแล้ว
ศัตรูยังไม่ตาย แถมยิ่งบาดเจ็บมันก็ยิ่งบ้าเลือด ราวกับว่าต้องการเล่นงานมนุษย์เหล่านี้ให้ตายตกไปพร้อมกัน มันพุ่งเข้าใส่คนที่อยู่ใกล้ที่สุด… ฟรีโอนิเอล
อดีตจอมดาบแห่งยุคไม่แม้แต่ชักดาบ เขากำลังมองดูพื้นดินเบื้องล่างที่กำลังจะถึงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า และปล่อยศัตรูที่พุ่งมาให้พรรคพวกอีกคนจัดการ
เธอเร็วยิ่งกว่า ไม่ใช่เดวัลผีเสื้อกลางคืนยักษ์เท่านั้นที่เป็นเจ้าแห่งท้องฟ้า หญิงสาวผู้ที่เพิ่งโดดลงมาจากยานทีหลังตามมาถึงจุดนี้ได้ภายในพริบตา ร่างของเธอห่อหุ้มด้วยเปลวไฟที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเพลิงในขุมนรก ศัตรูบินหนีด้วยแรงทั้งหมดที่มี แต่เธอยังบินจี้เข้ามาติด ๆ จนปีกของอีกฝ่ายลุกไหม้
“ไม่เห็นเท่าไหร่นี่นา” ซีวีไม่ได้ตามต่อ เธอปล่อยให้ร่างที่กำลังมอดไหม้ร่วงลงไปทั้งแบบนั้น
เอ็ดวานมายืนดูการต่อสู้อย่างงง ๆ มีหลายจังหวะที่เขาอยากเข้าไปแทรก แต่ความสูงในตอนเริ่มปะทะเป็นความสูงที่แม้เขาจะใช้ดาบยืดได้ของตนช่วยให้ลอยขึ้นไปก็คงยากที่จะไปถึง กว่าที่ศัตรูจะเข้ามาอยู่ในระยะที่พอเอื้อมได้มันก็กลายเป็นลูกไฟที่ลุกไหม้ไปแล้ว
กลุ่มอะบีสทุกคนลงถึงพื้นได้อย่างปลอดภัย บางคนมีวิธีจัดการด้วยตนเองอย่างใช้การออกท่าโจมตีเพื่อลดความเร็วในการตก บางคนบินได้ หรือแม้แต่คนที่ไม่ได้ทำอะไรเลยเพราะมั่นใจว่าการตกลงมาแค่นี้ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายอะไรมากมายก็มีอยู่ไม่น้อย
“ปลอดภัยดีใช่ไหม” โซนาตาผู้ไม่ได้มีบทบาทอะไรในการต่อสู้เมื่อครู่ทักเอ็ดวาน
“ทำไม… พวกเจ้า”
“ลูนาร์ฝากให้พวกเราจัดการเรื่องนายน่ะ เราพบว่าเจ้าเดวัลนั่นทำรังอยู่แถวนี้ เลยมาสำรวจและตั้งใจว่าถ้าไม่เจอก็จะไล่ดูทุกเกาะที่อยู่ในเส้นทาง” อลินาตอบ
“แต่ถ้ากลัวว่าประวัติศาสตร์จะผิดเพี้ยนไป จะรออยู่ที่นี่ต่อก็ได้นะ อีกสี่ปีแล้วค่อยออกจากเกาะก็ได้” กาเรนแกล้งแหย่ใส่
“สะ สี่ปี” เอ็ดวานไม่รู้จะตกใจเรื่องไหนก่อนระหว่างเรื่องที่กลุ่มอะบีสอ้างว่าลูนาร์ให้มารับตัวหรือเรื่องที่เขาต้องติดอยู่ในเกาะร้างนี่ถึงสี่ปี แน่นอนว่าเขาไม่สามารถพิสูจน์เรื่องนั้นได้ด้วย
จีดัสยื่นอุปกรณ์สื่อสารให้กับเอ็ดวานเพื่อให้เขาถามลูนาร์ด้วยตนเอง เอ็ดวานรับมาแล้วส่งกลับ
“ใช้ไม่เป็นเหรอ” กาเรนแกล้งกระเซ้า
“ใช่ที่ไหนล่ะ มันก็เหมือนกำไลสื่อสารที่ลูนาร์เคยให้ยืมใช่ไหมล่ะ” เอ็ดวานโวยวายแก้ตัว ความจริงเขาก็ใช้ไม่เป็นจริง ๆ นั่นแหละ “ข้าแค่จะพูดว่า ไม่ต้องคุยกับลูนาร์หรอก รีบพาออกไปจากไอ้เกาะนรกนี่สักทีเถอะ”
“แสดงว่าเชื่อใจเราแล้วสินะ” โซนาตาแสยะยิ้มส่วนเอ็ดวานก็ได้แต่คอตกรับอย่างซื่อ ๆ
“เดี๋ยวก่อน” ไกราร้องห้าม “ข้าได้กลิ่นคุ้น ๆ”
“กลิ่นงั้นเหรอ” เรย์ขมวดคิ้ว พอจะเอ่ยปากตามต่อเจ้าเด็กหัวแดงก็วิ่งออกไปแล้ว
หลายคนวิ่งตามไกราไปติด ๆ เขาพาทุกคนไปที่ถ้ำแห่งหนึ่งที่ถูกซ่อนไว้จากมุมอับของสายตา มันคือถ้ำที่เอ็ดวานยังสำรวจไปไม่ถึง
“เฮ้ยยยย” เรย์เป็นคนแรกที่ร้องออกมา จากนั้นเสียงร้องแบบเดียวกันก็ดังขึ้นมาจากคนที่ตามมาติด ๆ ทุกคนต่างมองดูวัตถุประหลาดที่พวกเขาค้นพบในถ้ำแห่งนั้น
“ล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย” ไกราที่เป็นคนพามาเองยังไม่อยากเชื่อสิ่งที่เขาเห็น
มันถือไหขนาดใหญ่พอที่จะบรรจุคนหนึ่งคนลงไปได้ และในนั้นยังมีร่าง ๆ หนึ่งนอนหลับไหลอยู่อย่างสงบเฉกเช่นเดียวกับหลายพันปีก่อนตอนที่เขาถูกนำใส่ลงไป
“ลาโตร!!”