Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 276: วันสบาย ๆ ของเอ็ดวานบนมิเนอร์วา
“มันไม่ใช่แค่พิษ… เจ้าสิ่งนี้มีลักษณะพิเศษร่วมกันของเวทมนตร์และคำสาปด้วย การรักษาด้วยยาสมัยใหม่หรือแม้แต่เวทมนตร์ของฮาจาเองก็อาจจะไม่ช่วยอะไร”
เอ็ดวานเมื่อได้ฟังโซนาตาอธิบายเขาก็ครุ่นคิดอย่างหนัก
“ชายผู้นี้ทำไมเหรอคะ รู้จักกันเหรอ” มินอาที่ช่วยตรวจสอบร่างของลาโตรเห็นท่าทางของเอ็ดวานจึงเกิดความสงสัยขึ้น
“ข้าเคยเจอเขามาก่อน… ไม่สิ ต้องบอกว่าเคยเห็นเขาจากโลกในเกมของสาวกเทพนาร์ดาส เขาคือสมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มลูนาร์”
“เขาเป็นสมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มเรย์น่ะ ประมาณห้าพันปีก่อน เขาถูกพิษของไฮดราชนิดพิเศษทำให้ต้องใส่เขาไว้ในไหของเฟอร์โรที่มีสภาพเหมือนกับการหยุดเวลาเอาไว้” มินอาให้ข้อมูลเพิ่ม
เอ็ดวานพยักหน้าอย่างเข้าใจ “แล้วสรุปว่ารักษาเขาไม่ได้เหรอ”
“ได้แน่นอนค่ะ แต่คงต้องใช้เวลา อย่างที่บอกไปพิษนี้มันค่อนข้างยุ่งยาก” มินอาตอบ
“ถ้าเขาจะกลายเป็นพรรคพวกคนหนึ่งในอนาคต ต่อให้ไม่ต้องพึ่งวิทยาการจากอนาคตก็ต้องมีวิธีรักษาเขาได้น่ะสิ” เอ็ดวานเค้นสมองออกมาจนเริ่มปวดหัว
“ใช่… บางทีอาจจะเป็นลูนาร์หรือไม่ก็มีหมอเก่ง ๆ สักคนที่รักษาได้นะคะ”
“นายลองติดต่อลูนาร์เพื่อปรึกษาเรื่องนี้ ส่วนพวกเราจะลองหาดูว่ามีทางไหนที่จัดการได้อีก ไม่มีหลักฐานว่าลาโตรถูกรักษาก่อนหรือหลังนายกลับไปรวมตัวกับลูนาร์ มันมีโอกาสอยู่เหมือนกันที่วิธีการรักษาหรือคนที่ช่วยได้จะเป็นใครสักคนที่อยู่ไม่ห่างออกไป”
“จะรู้แน่ต้องค้นเกาะรอบ ๆ หมู่เกาะไซทาเลียทั้งหมด… ไม่สิ เขตแดนบริเวณนี้ผันผวนมาก บางทีอาจจะต้องค้นประเทศในเขตเอลแลนทั้งหมดเลย” จีดัสพึมพำ เขาพูดเหมือนเป็นงานใหญ่โตแต่ความจริงแล้วหน้าที่ทั้งหมดนั้นสามารถพึ่งโดรนสำรวจและหน่วยข่าวกรองได้
เอ็ดวานเคยคิดว่าการอยู่บนมิเนอร์วาจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนที่เขาจะได้กลับไปรวมตัวกับกลุ่มลูนาร์ แต่ดูเหมือนมันจะต้องยืดต่อไปอีกเล็กน้อยเพราะเรื่องของลาโตร และภารกิจของทางด้านลูนาร์เอง
…เอาเถอะ อย่างน้อยตอนนี้ทางนั้นคงสบายใจขึ้นที่รู้ว่าเรายังไม่ตาย ก็เลยไม่รีบร้อนที่จะต้องกลับมาเจอกันล่ะมั้ง…
…ช่างไม่กลัวกันเลยนะว่าเขาอยู่ที่นี่นาน ๆ แล้วอาจจะเปลี่ยนใจไปเข้าร่วมกลุ่มอะบีส…
แล้วชีวิตใหม่ของเอ็ดวานบนมิเนอร์วาก็เริ่มตั้งแต่นั้น
เอ็ดวานเป็นพวกขยันฝึกฝนตัวเองอยู่เสมอ เขาจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันไปกับการฝึกซ้อมที่ห้องจำลองการต่อสู้ ห้องนี้มีลักษณะคล้ายกับห้องซ้อมที่ลูนาร์สร้างขึ้นบนมูนไลท์ผสมกับเกมจำลองการต่อสู้ของสาวกเทพนาร์ดาส มันสามารถปรับเงื่อนไขต่าง ๆ ของการฝึกรวมถึงจำลองคู่ต่อสู้ที่ยานมีข้อมูลอยู่แล้ว เอ็ดวานใช้ห้องนี้เพื่อลองรับมือกับเทพปีศาจแต่ละตัว สู้กับศัตรูที่เขาไม่เคยรู้จัก และฝึกในสภาพแวดล้อมที่ต่างออกไป
ที่ห้องนั้นเขามักจะได้พบกับดีวาน เซเลนอสและลามินาอยู่บ่อยครั้ง พวกเขาสามคนเป็นขาประจำของห้องเช่นกัน บางครั้งพวกเขาฝึกแยกกันเพื่อทดสอบอะไรใหม่ ๆ แต่มีหลายครั้งที่พวกเขาฝึกพร้อมกันและยังชักชวนเอ็ดวานเข้าร่วมด้วย
“มีข้อมูลจำลองของลูนาร์ด้วยไหม”
“มี” ดีวานตอบตามตรง “แต่ข้อมูลอาจไม่สมบูรณ์ โซนาตาบอกว่าการเก็บข้อมูลที่ดีจำเป็นต้องมีตัวเปรียบเทียบที่ชัดเจน ไม่มีพวกเราคนไหนที่เคยประมือกับเธอ มันจึงเป็นข้อมูลจากการประเมิน”
“อยากสู้กับลูนาร์งั้นเหรอ” ลามินาถาม
เอ็ดวานรีบส่ายหน้า เขาเพียงแค่อยากรู้อยากเห็นเท่านั้น
กลุ่มอะบีสแต่ละคนมีสถานที่โปรดแตกต่างกันไป อย่างดีวานที่เจอประจำในห้องฝึกซ้อม เอ็ดวานเห็นเขานั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์อยู่เนือง ๆ บาร์ของกลุ่มอะบีสต่างจากของมูนไลท์มากเพราะแม้จะเป็นบาร์เหมือนกัน แต่มาการองที่คอยดูแลบาร์บนมูนไลท์แทบไม่เคยต้องชงเครื่องดื่มมึนเมาให้ใครนอกจากซาร์ซา
วูบหนึ่งที่เอ็ดวานรู้สึกปวดหัว เขาเห็นภาพซาร์ซากำลังดื่มเหล้าอยู่ที่เคาน์เตอร์โดยมีชายร่างใหญ่นั่งอยู่ด้วย ชายคนนั้นเขาจำได้ว่าคือชายที่เคยเห็นในโลกเกมของสาวกแห่งนาร์ดาส
…อะไรเนี่ย ทำไมถึงมีความทรงจำแบบนี้ เราไม่เคยเจอคน ๆ นั้นนี่นา…
โดยธรรมชาติของเอ็ดวาน เขาเป็นมิตรและเข้าหาได้ง่าย เอ็ดวานนึกอะไรอยู่ก็ไม่อาจบอกได้ตอนที่เขาเผลอเล่าเรื่องนี้ออกมาให้เรย์ฟัง
“อ้าว… เจ้าก็ด้วยเหรอ”
“หมายความว่ายังไง”
“มีหลายคนที่มีอาการแบบนั้น โซนาตาบอกว่าบางครั้งข้อมูลจากไทม์ไลน์อื่นอาจจะกลับมาในรูปของความทรงจำที่ผิดพลาด มันทำให้เรารู้บางเรื่องแม้ว่าประวัติศาสตร์จะเปลี่ยนไปแล้ว”
“งั้นเหรอ” เอ็ดวานขมวดคิ้วเครียด
“เห็นว่าไม่ได้เป็นกันทุกคน แล้วมันจะหายไปเองด้วย ดังนั้นไม่ต้องไปกังวลกับมันมากหรอก อ๊ะ นี่” พูดจบเรย์ก็ส่งถ้วยน้ำซุปให้กับเอ็ดวาน เขารับมาด้วยสีหน้ากังวลยิ่งกว่าเดิม
“เผ็ดไหมเนี่ย” สีแดงดุเดือดจัดจ้านของน้ำซุปทำให้เอ็ดวานระแวงยิ่งกว่าเรื่องที่ถามก่อนหน้านี้ เขาพ่ายแพ้ต่อรสเผ็ดโดยไร้ทางสู้ แม้ความเผ็ดจะเบาบางแค่ไหนก็เป็นศัตรูแสนร้ายกาจของเขา
“ไม่เผ็ดหรอก ลองสิ”
เอ็ดวานทำใจอยู่ครู่หนึ่ง ถ้านี่คือมูนไลท์เขาต้องระวังให้จงดี ต่อให้ถามไป ถ้าคนตอบไม่ใช่ผู้ปรุงหรือฮาจาผู้ไม่เคยโกหก เขาอาจจะโดนแกล้งได้ทุกเมื่อ
…เอาเถอะ เรย์ไม่ได้ชอบแกล้งคนเหมือนลูนาร์กับซาร์ซาสักหน่อย…
เพียงปลายลิ้นสัมผัส รสชาติเข้มข้นก็แผ่ซ่านไปทั่วปาก สีแดงน่ากลัวนั้นไม่ใช่พริกอย่างที่ระแวงไว้ตอนแรก เรย์รู้ดีว่าเอ็ดวานกินเผ็ดไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ซุปถ้วยนี้จึงถูกปรุงโดยหลีกเลี่ยงเครื่องเทศทุกชนิดที่ทำให้รู้สึกเผ็ดร้อน ในทางตรงกันข้ามมันกลับให้ความรู้สึกหวานหอมและสดชื่นตรงกันข้ามกับสีฉูดฉาดของมัน
“อร่อยมาก… คล่องคอ สดชื่น หอมอย่างรุนแรง แต่กลับไม่รู้สึกเลี่ยนเลยสักนิด แบบนี้กินสิบถ้วยก็ไหว”
เรย์ได้ฟังก็เคลิ้มจนแทบตัวลอย ตอนที่ถูกชมว่าฝีมือการต่อสู้ดีขึ้นเขาไม่เคยทำสีหน้าแบบนี้
“อย่าเพิ่งรีบชมสิ ยังมีอีกหลายเมนูที่ข้าอยากให้ลองชิมนะ”
“เอามาเลย ถ้ารสชาติได้แบบนี้ทุกเมนู กี่จาน กี่ถ้วยก็เอามาเถอะ จะกินไม่ให้เหลือเลย”
จากที่เอ็ดวานพยายามต่อต้านในแบบที่เขาทำได้ในตอนแรก แต่ก็เผลอและเริ่มชินกับการทำตัวกลมกลืนกับทุกคนในเวลาอันรวดเร็ว นอกจากกลุ่มที่ฝึกฝนด้วยกัน กับเรย์ที่ห้องอาหาร เขายังสนิทกับเซกันที่ทั้งแข็งแกร่ง สุภาพอ่อนโยนและมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่คล้ายกับตัวเขาเอง
“ทำไมถึงมาอยู่ที่กลุ่มนี้ได้เหรอ” เอ็ดวานถามเซกันขณะที่กำลังใช้ช้อนคนกาแฟอย่างใจลอย
เซกันกุมคางและทำท่าคิดหนักว่าจะตอบอย่างไร ทำให้เอ็ดวานต้องบอกเพิ่มว่าไม่ต้องจริงจังกับคำถามมากจนเกินไปก็ได้
“นั่นสิครับ… ผมไม่เคยคิดเรื่องนั้นเลย”
“ไม่เคยคิดเหรอ ดีจังเลยนะ” เอ็ดวานเกาหัวแกรก ๆ รู้สึกอิจฉาเล็กน้อยเพราะตัวเขาเองอาจจะเข้าร่วมกลุ่มนี้แบบไม่คิดมากก็ได้ถ้าไม่ใช่เพราะคนอื่นในกลุ่มลูนาร์ห้ามไว้
“คุณโซนาตาชวนครับ เขาดีกับผมมาก ทุกคนที่นี่ดีกับผมมาก ในยุคของผม ผมมีเพื่อนไม่มากนัก พอพวกเขาชวนก็เลยรู้สึกดีใจครับ”
“อืมมม” เอ็ดวานฟังแล้วก็ถอนหายใจ เขาถามคำถามนี้กับหลาย ๆ คนก่อนหน้านี้รวมไปถึงพวกทหารของกลุ่ม คำตอบที่ได้มีไม่ต่างกันมาก บางคนนินทาว่าเจ้านายใหญ่ของเขาเป็นคนร้ายกาจแต่ไม่เคยทรยศใครก่อน เป็นการผสมปนเปกันระหว่างความหลงไหล เชื่อใจและเคารพไปด้วยพร้อม ๆ กัน
…ถ้ากลุ่มนี้เลวร้ายมากกว่านี้อีกสักนิด เอ็ดวานอาจทำใจเป็นปฏิปักษ์ได้ง่ายกว่านี้… ยิ่งคิดก็ยิ่งทำได้แค่เพียงถอนหายใจยาว
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องลาโตรมาถึงในจังหวะที่เอ็ดวานไม่ทันรู้ตัว วันหนึ่งเซกันเป็นคนมาบอกกับเขาว่าได้เบาะแสเกี่ยวกับ “หมอพิษ” ชายที่อาจจะรักษาลาโตรได้
“ทหารของเราได้สอบถามชาวเกาะแถวนี้จนทั่วและได้ข้อมูลนี้มาครับ ที่เกาะที่ชื่อมูนกลาสมีหมอยาพิษที่เก่งกาจ ลือกันว่าไม่มีพิษชนิดไหนในโลกที่เขารักษาไม่ได้” เซกันเล่าด้วยเสียงตื่นเต้น
“ข้าขอไปคุยกับหมอพิษที่ว่าด้วยคนได้ไหม”
“คุณโซนาตาไม่น่าขัดข้องอะไรหรอกครับ ตอนนี้มิเนอร์วากำลังตรงไปที่นั่น”