Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 283: ข้อตกลงใหม่
สัญชาตญาณเตือนชายผู้ปิดบังใบหน้าว่าทุกคนในที่นี่ไม่ใช่คนธรรมดา มีหลายคนที่อันตรายพอ ๆ หรือยิ่งกว่าฟรีโอนิเอลด้วยซ้ำ ทั้งที่เป็นแบบนั้นนานาชิกลับรู้สึกผ่อนคลายลง เหตุเพราะเขาไม่สามารถจับจิตสังหารได้จากคนที่อยู่รอบ ๆ
“ก่อนอื่นก็มาแนะนำตัวกันสักนิดดีไหม” โซนาตาเดินเข้ามาทักทาย นานาชิเดาว่าชายคนนี้น่าจะเป็นหัวหน้าหรือไม่ก็ตัวแทนกลุ่ม
“ข้าชื่อนานาชิ ถึงจะปิดหน้าปิดตาแต่ก็ไม่ใช่คนน่าสงสัยที่ไหนหรอก”
“พวกเราคือกลุ่มอะบีส ฉันคือโซนาตา ดิอาลโน พวกเรามาที่นี่เพราะมีธุระกับดาบที่นายสะพายไว้ข้างหลังนั่นแหละ” โซนาตาชี้ไปที่ไอน์บริกาที่นานาชิสะพายอยู่ที่หลัง
“ขอบอกไว้ก่อนนะ ข้าไม่ใช่หัวขโมย ข้าแย่งมันมาจากขโมยตัวจริง”
“เขาเรียกว่าของโจร มันก็ผิดอยู่ดีนั่นแหละ” อลินาถอนหายใจ
“ข้าต้องใช้ดาบเล่มนี้… ไม่สิ มีคนที่จำเป็นต้องใช้ดาบเล่มนี้ และมันเกี่ยวพันกับชะตากรรมของโลก”
“ชะตากรรมของโลก คงไม่ได้หมายถึงเรื่องของเทพปีศาจ”
“หรือว่าพวกเจ้าก็รู้จักคนผู้นั้น…”
โซนาตาเกริ่นถึงเรื่องของลูนาร์ ภารกิจผนึกเทพปีศาจของเธอ และเรื่องที่เธอจำเป็นต้องรวบรวมวัตถุดิบสำหรับการตีดาบจันทรา ซึ่งทั้งหมดตรงกับเรื่องที่นานาชิรับรู้มา
เขาเล่าเรื่องของเขาบ้าง ตั้งแต่กิงคารอนออกหน้าสนับสนุนเธอ ประเทศซิแปงของเขาจึงเริ่มจับตามองลูนาร์ นานาชิรู้มาว่าไอน์บริกาเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่ลูนาร์หมายตาอยู่ เขาจึงมาดักรออยู่ที่นี่จนกระทั่งเกิดเรื่องขึ้น นานาชิคิดว่าคงดีกว่าถ้าเขาเก็บอาวุธนี้ไว้ให้ลูนาร์เอง
“แน่ใจเหรอว่า อยากทำแบบนั้น ไม่ใช่ว่ามีอย่างอื่นอยากแลกเปลี่ยนกับลูนาร์” กาเรนจับได้ว่าคำพูดของนานาชิไม่มีความเท็จแฝงอยู่ด้วย
“นายอยากให้ลูนาร์ทำอะไรบางอย่างให้สินะ คนผู้นั้นคือช่างที่เก่งที่สุดในยุคนี้ หรืออาจจะเก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของซีนเลยก็ได้”
นานาชินิ่งไป เขาเป็นนินจา เป็นมือสังหารที่ทำเรื่องอยู่เบื้องหลังมามากมาย แต่เรื่องโกหกไม่ใช่สิ่งที่เขาเชี่ยวชาญเลย
“ใช่… ข้ามีเรื่องขอร้องลูนาร์ให้ช่วย” เขายอมรับตามตรง
“บอกมาได้ไหม ถ้าเป็นสิ่งที่พวกเราทำได้ พวกเราจะขอรับดาบนั่นไว้แทน”
ข้อเสนอของโซนาตาทำให้หลาย ๆ คนต้องร้องห้าม ทุกคนกลัวว่าสิ่งที่นานาชิอยากได้จะเป็นอาวุธร้ายแรงหรือสิ่งประดิษฐ์ที่สร้างปัญหาให้กับโลกนี้จนถึงขนาดที่ต้องเอาไอน์บริกามาเป็นข้อต่อรอง
“เครื่องเดินทางข้ามเวลา” นานาชิตอบแบบไม่เต็มเสียง ถึงจะมีผ้าปิดหน้าเอาไว้แต่พอเดาได้ว่าเขากำลังประหม่า การพูดเรื่องของเครื่องเดินทางข้ามเวลากับคนไม่รู้จักจะทำให้โดนหัวเราะเยาะกลับก็ไม่แปลก
“ทำไม” โซนาตาไม่เพียงไม่หัวเราะ เขายิ่งอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น
“ข้า… อืมมม ข้าไม่ใช่คนของยุคนี้ เกิดเรื่องบางอย่างขึ้นทำให้ข้ามาติดอยู่ในอนาคตหลายพันปีจากยุคของตน” นานาชิไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใครมาก่อน เขาไม่เข้าใจตนเองเหมือนกันว่าทำไมถึงกล้าพูดกับคนแปลกหน้าอย่างโซนาตา
“แย่จริง” โซลิเนหลุดปากออกมาอย่างเห็นใจ
“เหมือนลาโตรเลยสิเนี่ย” แอนทิสตาพึมพำกับเรย์และไกรา
“พวกเจ้าเชื่องั้นรึ”
“เชื่อสิ… เพราะพวกเราก็ไม่ใช่คนในยุคนี้”
แทนการอธิบายที่ยากจะถ่ายทอดให้เห็นภาพแบบเดียวกัน โซนาตาพานานาชิเยี่ยมชมมิเนอร์วา ห้องเก็บข้อมูลของยานที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของกลุ่มอะบีสตั้งแต่แรก และไปจบที่ห้องเครื่องที่มีไทม์แมชชีนติดตั้งอยู่
“เสียดายที่เราลองทดสอบเครื่องไทม์แมชชีนให้ดูไม่ได้ ตอนนี้เรายังควบคุมมันได้ไม่สมบูรณ์ ถ้าเดินเครื่องแล้วจะกลับมาไม่ได้อีกและเรายังไม่เสร็จธุระกับยุคนี้” จีดัสผู้ที่ทำหน้าที่นำทางชี้แจง
“ไม่จำเป็นต้องทดสอบหรอก” นานาชิหัวเราะเบา ๆ “ข้าเชื่อทุกอย่าง พวกเจ้ามีเรือเหาะล้ำสมัยที่แม้แต่กิงคารอนยังไม่มี นอกจากนั้นยังมีคนที่ไม่น่าจะมีอยู่ในยุคนี้เต็มไปหมด”
“เราคงมอบไทม์แมชชีนให้ไม่ได้ แต่เราเต็มใจให้เจ้าโดยสารอยู่ที่นี่จนกว่าจะเจอยุคที่เจ้าอยากลง” โซนาตายื่นข้อเสนอ
“ข้าจะแจ้งซิแปงว่าดาบถูกยึดคืนไปได้… เพื่อจับตาดูลูนาร์ต่อไป ตัวข้าจะลงประลองด้วยเช่นกัน”
โซนาตายื่นมือออกไป “ตกลงตามนี้ ส่วนข้อตกลงของเราก็เริ่มหลังจากที่ทางเราจัดการผนึกเทพปีศาจทั้งหมดได้ก็แล้วกัน”
“ขอฝากตัวด้วย” นานาชิยื่นมือออกไปเช่นกัน
เมื่อได้ของรางวัลคืนมา การเตรียมงานแข่งขันที่เกือบต้องถูกยกเลิกจึงกลับมาดำเนินการต่อได้ ข่าวเกี่ยวกับงานประลองและของรางวัลใหญ่ระดับอาวุธในตำนานได้ดึงดูดผู้คนจากทุกสารทิศมารวมตัวกันที่แอนเกีย หนึ่งในนั้นคือกลุ่มของลูนาร์ด้วยนั่นเอง
“บังเอิญจริงนะคะ อยู่ ๆ ก็ได้ข่าวของอาวุธชิ้นสุดท้าย” ฮาจามองกระดาษชี้แจงรายละเอียดงานแข่งขันด้วยความยินดี
“บังเอิญเกินไป” ซาร์ซาตั้งข้อสงสัย
ลูนาร์คิดแบบเดียวกันแต่เธอไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอไม่ต้องการติดหนี้บุญคุณของกลุ่มอะบีสมากไปกว่านี้จึงไม่อยากรับความช่วยเหลือ แต่ถ้าเป็นการประลองที่ผู้ใดก็มีสิทธิ์เอาชนะได้เท่า ๆ กัน คงพูดไม่ได้เต็มปากว่ามันคือการยอมรับความช่วยเหลือ
“ลองไปดูก่อนก็ได้ แล้วค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะร่วมงานประลองหรือไม่” ลาโตรเสนอและเสียงส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับความคิดนี้
งานประลองจัดขึ้นที่เมืองหลวงของแอนเกีย กลุ่มอะบีสไม่ได้ปิดบังว่าพวกเขาเกี่ยวข้องกับงาน พวกลูนาร์พบกับสมาชิกกลุ่มเกือบทั้งกลุ่มกระจัดกระจายอยู่ในงานนี้ บางคนอยู่ในฐานะของผู้เข้าแข่งขัน แต่บางคนกลายเป็นเจ้าหน้าที่ของงานร่วมกับคนของทางแอนเกียด้วยซ้ำ
“นี่ตั้งใจหาเรื่องกันใช่ไหม” ลูนาร์ตรงดิ่งเข้าไปเอาเรื่องโซนาตาที่เดินเตร่อยู่แถวนั้น
“แอนเกียจะจัดงานนี้อยู่แล้ว พวกฉันแค่ให้ทุนเพื่อให้มันเกิดเร็วขึ้น” โซนาตาตอบหน้าตาย
“ข้าบอกแล้วไงว่าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับพวกเจ้า เลิกเข้ามาแทรกแซงได้แล้ว”
“ทำไมฉันต้องทำตามด้วยล่ะ ถ้าเธออยากดื้อไม่ยอมแข่งขัน พวกเราก็ไม่ห้ามหรอก มาคิด ๆ ดูให้ดีนี่ไม่ใช่ยุคของพวกเราด้วยซ้ำ ถ้ามันจะพังเละเพราะเธอไม่ได้วัตถุดิบชิ้นสุดท้ายมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับกลุ่มอะบีสสักนิด”
ต่างจากซาร์ซาที่แทบจะควันออกหู ลูนาร์ไม่ได้ถูกปั่นหัวจนโมโหโกรธา ในทางกลับกันเธอยิ่งรู้สึกอยากเอาชนะคน ๆ นี้ให้ได้ “เดิมพันแค่ดาบไอน์บริกาที่พวกเจ้าตั้งใจจะมอบให้มันก็น่าเบื่อใช่ไหมล่ะ”
“แล้วยังไง” โซนาตาตั้งใจรอฟัง
ลูนาร์กำลังคิดว่าเธอจะเพิ่มเดิมพันอะไรดี ถ้ายึดไทม์แมชชีนจากกลุ่มอะบีสมา พวกเขาจะสร้างใหม่ได้ไหมนะ และถ้าทำแบบนั้นมันจะกลายเป็นการบีบให้พวกเขาติดอยู่ในยุคนี้ใช่ไหม
“เอาแบบนี้ไหมล่ะ ชนะเธอก็เอาดาบไปและเราจะไม่ยุ่งกับยุคนี้อีก แต่ถ้าแพ้เธอต้องมาเข้ากลุ่มอะบีส”
“ถ้าจำไม่ผิด ข้าจะเคยชนะพนันทำนองนี้ไปครั้งหนึ่งแล้วนะ”
“นั่นมันเซเลนอสพนันไว้ ไม่ใช่ทั้งกลุ่มสักหน่อย แล้วอีกอย่างตอนนั้นเธอเองนั่นแหละที่ไม่ได้ทวงให้ทำตามข้อตกลง”
ลูนาร์รู้สึกปวดหัวกับความปลิ้นปล้อนและเอาแต่ใจ คน ๆ นี้ถ้าอยากได้อะไรก็จะเอาให้ได้แบบไม่สนวิธี ตอนนั้นเธอรู้สึกผิดกับพวกเซเลนอสเลยพลาดไม่ได้ทวงสัญญา แต่ครั้งนี้มันจะไม่เหมือนเดิมแล้ว การแทรกแซงของกลุ่มอะบีสจะต้องยุติลงหลังจากงานประลองนี้
“ถ้าข้าแพ้จะยอมเป็นพวกก็ได้ แต่ถ้าพวกเจ้าแพ้ก็เตรียมเก็บข้าวของกลับยุคของตัวเองได้เลย”