Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 286: กลุ่มเรย์ปะทะกลุ่มลูนาร์
เอ็ดวานฟังแล้วรู้สึกหงุดหงิดเบา ๆ แต่เขาเถียงไม่ออกในเรื่องที่ว่าลูนาร์และซาร์ซาแข็งแกร่งกว่าเขาและฮาจาอย่างชัดเจน
“ข้าอยากแก้มือกับเรย์… ไม่สิ มีคนที่อยากสู้อีกครั้งเต็มไปหมดเลย” เอ็ดวานเสนอตัวเขาเอง
“ข้าเองก็มีคนที่อยากเจออีกครั้ง…” ฮาจาพูดบ้าง “แต่… ข้ารู้ว่าตนเองยังทำอะไรไม่ได้มาก”
“ทำไมคิดแบบนั้น” ลูนาร์ถาม
“เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว” เอ็ดวานพยายามปลอบ
“นั่นสิ ถ้าเป็นลาโตรก็ว่าไปอย่าง เจ้าน่ะไม่ได้ไร้ประโยชน์หรอกนะ” แม้แต่ซาร์ซาก็พยายามให้กำลังใจฮาจา
“เฮ้ย เฮ้ย” ลาโตรร้องประท้วง
“ซาร์ซาเจ้าพูดเกินไปนะ ลาโตรไม่ได้ไร้ประโยชน์หรอก” ลูนาร์เสียงดุขึ้น “อย่างน้อยนิสัยดื้อด้านไม่ยอมแพ้จนนาทีสุดท้ายโดยไม่ตระหนักว่าตัวเองอ่อนแอแค่ไหน ก็ช่วยให้พวกเราฮึดสู้ตาม”
“นี่ชมข้าแล้วใช่ไหม”
แม้ทุกคนจะช่วยกันพูดว่ากลุ่มยังรอดอยู่จนถึงวันนี้เพราะมีฮาจาคอยสนับสนุน แต่ฮาจาก็ยังไม่กลับมาร่าเริงเหมือนเดิม ลูนาร์จึงตัดสินใจให้เธอได้พักอีกนิดอย่างที่เธอขอ
ผลสรุปคือ กลุ่มจะมีเพียงแค่ ลูนาร์ ซาร์ซา และเอ็ดวานเท่านั้น
จากผู้เข้าแข่งขันแต่แรกมากกว่าพันคน บัดนี้เหลือทีมที่ต้องมาประลองในรอบต่อไปเพียงแค่แปดทีมเท่านั้น เวทีถูกย้ายจากทุ่งโล่งกว้างสู่เวทีจริงที่มีผู้ชมนับพันนับหมื่นกำลังรอพวกเขาอยู่ เจ้าเมืองออกมาพูดเพื่อเปิดงานการแข่งขันโดยไม่ได้อธิบายอย่างชัดเจนว่าทำไมถึงมีการจัดงานซ้ำในปีนี้ซึ่งเวลาห่างจากครั้งก่อนไม่กี่เดือน
โซนาตาได้รับมอบหมายให้มาอธิบายกฎกติกาสำหรับรอบต่อไปซึ่งจะเป็นรอบสำคัญที่สุดเพราะมันคือการประลองของแปดทีมสุดท้าย
“รางวัลใหญ่สำหรับงานนี้คือสิ่งที่ทุกท่านกำลังมองอยู่ นี่คือดาบในตำนานไอน์บริกา ดาบที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของเทพเจ้าจนกระทั่งตกทอดมาในตระกูลของผู้สังหารเทพ และบัดนี้มันได้มาอยู่ตรงนี้แล้ว”
โซนาตาพูดบนเวทีด้วยสำนวนที่ไม่ค่อยเหมือนตัวเขาเท่าไหร่ หลังจากบรรยายเกี่ยวกับความเลอเลิศของรางวัลใหญ่แล้ว เขาจึงค่อยอธิบายกฎของรอบนี้ซึ่งก็ไม่มีอะไรซับซ้อน มันคือการแข่งแบบทีมสามคนพร้อมกัน ทีมไหนมีคนขอยอมแพ้หรือหมดสภาพทั้งสามคนไปก่อน อีกทีมก็จะได้รับชัยชนะ
และเนื่องจากมีทีมครบแปดทีมพอดี มันจึงสามารถจับคู่แข่งได้ครบโดยไม่มีทีมไหนได้สิทธิ์เข้ารอบแรกโดยไม่ต้องสู้ เขาเรียกตัวแทนของแต่ละทีมขึ้นมาจับฉลากระบุลำดับและจับคู่กับทีมที่พวกเขาต้องเผชิญหน้า
คู่เปิดเวทีคือการประลองระหว่างกลุ่มของลูนาร์และกลุ่มของเรย์
คู่ที่สองคือการประลองระหว่างกลุ่มเดเรสและกลุ่มของซีวี
คู่ที่สามคือการประลองระหว่างกลุ่มเซกันและกลุ่มของซิลวาน
และคู่สุดท้ายคือการประลองระหว่างกลุ่มของนานาชิและกลุ่มอลินา
“กลุ่มอะบีสเข้ามาได้ทุกคนเลยนี่นา” ลาโตรพึมพำจากที่นั่งคนดู ข้าง ๆ เขามีฮาจาที่กำลังลุ้นว่าศึกครั้งนี้จะดุเดือดขนาดไหน
“เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ขอเชิญทุกท่านพบกับการประลองรอบเปิดเวทีได้เลยครับ” สิ้นเสียงของโซนาตา เสียงปรบมือเกรียวกราวกับเสียงเป่าปากก็ดังมาจากรอบสนาม ผู้เข้าแข่งขันทีมอื่นที่ยังไม่ถึงรอบของตนต่างทยอยลงจากเวทีเพื่อให้เหลือแค่ทีมของลูนาร์และทีมของเรย์เท่านั้น
“เรย์ ลีออน” เรย์แนะนำตัวอีกครั้ง จากนั้นจึงเป็นไกราและฟรีโอนิเอล
“พวกเจ้ารู้จักฝ่ายเราทุกคนอยู่แล้ว คงไม่ต้องแนะนำตัวใหม่เนอะ”
ไกราประเดิมก่อนด้วยท่าลมหายใจสายฟ้า ไม้ตายที่เขาได้รับมาจากการเลียนแบบพลังของมังกร สายฟ้าของเด็กหนุ่มไม่ได้พุ่งไปทางพวกลูนาร์ ทิศทางของมันคือดาบแห่งเรย์
“เทราธันเดอร์” จังหวะเดียวกันเรย์เองก็ร่ายเวท สายฟ้าขนาดยักษ์ผ่าลงมาที่ดาบของเรย์ซ้ำลงมาอีก
เรย์สะบัดดาบปลดปล่อยคลื่นสายฟ้าใส่พวกลูนาร์ เป็นการโจมตีที่ถ้าอีกฝ่ายคือกองทัพก็คงมีล้มตายนับพันนับหมื่นได้อย่างไม่น่าแปลกใจ แต่ลูนาร์ เอ็ดวาน และซาร์ซากลับพุ่งเข้าหาคลื่นสายฟ้านั่น
ลูนาร์ใส่อุปกรณ์ต้านทานสายฟ้ามาแล้วทั้งตัว เธอจึงกล้ากระโดดเข้าไปก่อนใครเพื่อน ไฟฟ้าจำนวนมหาศาลถูกกักเก็บไว้ในอาวุธลักษณะกรงเล็บ แต่พลังของเรย์และไกราเหนือกว่าที่เธอคาดไว้ไฟฟ้าส่วนเกินจึงกำลังล้นออกมา
เอ็ดวานและซาร์ซาเชื่อว่าลูนาร์จะจัดการได้ ทั้งสองเบี่ยงออกจากทิศทางของสายฟ้าและพุ่งเข้าหาเรย์กับไกราแทน เอ็ดวานตอบโต้ด้วยคลื่นดาบที่ผสานกับเวทลม ส่วนซาร์ซาใช้ความเร็วสูงจากการวิ่งและการควงหอกโจมตีเป็นเส้นตรง
เรย์และไกราไม่ใช่เป้านิ่ง หลังจากปล่อยท่าใหญ่ไปแล้วทั้งคู่รู้ว่าจะถูกโจมตีสวนและเตรียมตั้งรับไว้แล้ว
ฟรีโอนิเอลไม่ได้ยืนดูเฉย ตั้งแต่วินาทีที่เรย์กับไกราประสานท่าไม้ตาย เขาเองก็ใช้ไม้ตายไปแล้วเช่นกัน ท้องฟ้าถูกแหวกออกด้วยเวทมนตร์มิติและแรงดึงดูด วัตถุขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนตัวผ่านช่องที่ถูกเปิดด้วยเวทมนตร์
ไม่ใช่แค่เวทมนตร์ดาวตก ฟรีโอนิเอลกระโดดขึ้นไปบนฟ้า สำหรับเขาที่น้ำหนักหายไปด้วยผลของเวทมนตร์ การกระโดดขึ้นฟ้าแบบนี้มันไม่ได้ยากเย็นเลย
“เพลงดาบดาวตก” ฟรีโอนิเอลตะโกนขณะที่เริ่มฟันกระหน่ำลงมา คลื่นดาบของเขาเปลี่ยนทิศทางของดาวตกให้พุ่งไปในทิศทางที่ผิดธรรมชาติ ซึ่งเป้าหมายที่ดาวตกจะพุ่งลงไปคือหัวพวกลูนาร์นั่นเอง
“นี่กะเอาให้ถึงตายเลยรึเปล่าเนี่ย” เอ็ดวานร้องโวยวาย
คลื่นดาบสายฟ้าที่ตัดภูเขาได้ทั้งลูกถูกปล่อยออกมาเป็นระลอกที่สอง ขณะที่บนฟ้าดาวตกก็ร่วงลงมาลูกแล้วลูกเล่าแบบที่ไม่สนว่าเวทีหรือผู้ชมจะถูกลูกหลง ผู้ชมทั้งหลายต่างรู้แล้วว่านี่ไม่ใช่แค่การรื่นเริงอีกต่อไป
มันคือหายนะ นอกจากสมาชิกกลุ่มอะบีสที่ยืนดูอยู่ข้างนอก ผู้ชมต่างหนีหายกันจ้าละหวั่น ความรุนแรงของการต่อสู้ทำให้พวกเขาไม่แน่ใจว่ากำแพงเวทที่กั้นระหว่างคนดูกับผู้เข้าแข่งขันจะทนได้อีกสักกี่น้ำ
ลูนาร์พยายามตอบโต้ฟรีโอนิเอลด้วยอาวุธโจมตีระยะไกล มีทั้งอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เหมือนป้อมปืน เดวัลกลที่รูปร่างเหมือนนก หรือแม้แต่ธนูเวทที่ลูกศรสามารถยิงออกมาเป็นธาตุต่าง ๆ ได้ถึงเจ็ดธาตุ
ซาร์ซากับเอ็ดวานเร่งมือเต็มที่เพื่อปราบเรย์และไกรา หากจัดการคนใดคนหนึ่งในคู่นี้ได้ซาร์ซาจะเคลื่อนไหวได้อิสระขึ้นและการจะสอยฟรีโอนิเอลให้ร่วงลงมาจากท้องฟ้าก็คงไม่ยากเย็น ปัญหาคือทั้งเรย์และไกราไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่สามารถกำราบโดยไม่ทุ่มพลังทั้งหมดลงไป
เพลงดาบและความเร็วของเรย์กับเอ็ดวานนั้นสูสีกัน เอ็ดวานได้เปรียบเล็กน้อยในเรื่องความหลากหลายของเวท เขามีกระทั่งเวทรักษาระดับล่างหากเกิดพลาดพลั้งขึ้นมา ส่วนเรย์มีเวทมนตร์แค่ธาตุไฟฟ้าเท่านั้น ปัญหาคือเวทมนตร์ชนิดเดียวของเขารุนแรงกว่าเอ็ดวานมาก
อีกสิ่งหนึ่งที่เอ็ดวานแพ้เรย์อย่างขาดลอยคือเรื่องพละกำลัง เรย์มีเลือดของมังกรไหลเวียนอยู่ในร่าง พละกำลังของเขามีมากกว่าเอ็ดวานเกือบเท่าตัว ยังไม่นับเรื่องที่เรย์สามารถกลายร่างเป็นมังกรได้อีก
“ไม่… ยังไม่แพ้สักหน่อย นอกจากดาบแห่งเรย์ที่เหนือกว่าดาบของเรา เครื่องป้องกันและอุปกรณ์อื่นของเราเหนือกว่าทั้งนั้น นี่คือของวิเศษที่ลูนาร์สร้างให้เชียวนะ” เอ็ดวานเผลอพึมพำออกมา
ซาร์ซาประเมินไกราไว้ต่ำกว่าความเป็นจริงมาก แม้ว่าไกราในตอนนี้จะไม่ได้ใส่ชุดโทรม ๆ เหมือนที่เขามักใส่ในสมัยก่อนและเปลี่ยนมาเป็นชุดที่กลุ่มอะบีสตัดให้ แต่ไกราก็ยังสลัดคราบของเด็กที่เติบโตลำพังในป่าไม่ได้
ซาร์ซาคิดจะตีไกราให้สลบในครั้งเดียว ครั้งแรกเธอพลาดและคิดว่าเป็นความผิดที่เกิดขึ้นเพราะยังไม่ชินกับหอกเล่มใหม่ แต่เมื่อพลาดครั้งที่สอง และสาม ซาร์ซาจึงเริ่มตระหนักได้ว่าคู่ต่อสู้ของเธอไม่ธรรมดา
ไกรานั้นรวดเร็ว แต่เทียบไม่ได้กับเธอสักนิด แล้วอะไรคือสาเหตุให้เขาหลบการโจมตีได้ครั้งแล้วครั้งเล่า
“โหย ป้านี่เร็วชะมัด ขนาดอ่านออกยังเกือบหลบไม่ทัน”
“แกเรียกใครว่าป้า…”
“เอ๋ ไม่ใช่เหรอ เห็นหน้าหงิกตลอดเวลา ไกราเลยนึกว่าเป็นป้า” ไกราไม่ได้แกล้ง เขาแยกผู้ชายได้ง่ายว่าหนุ่มหรือแก่ จากขนาดตัว หนวดและสีผม แต่สำหรับเขาผู้หญิงนี่ดูคล้ายกันหมด
“ไม่อยากอยู่ต่อแล้วใช่ไหม”
“เหวอออ” ไกรากระโดดหลบหอกสุดตัว “ทำไมเร็วกว่าเมื่อกี้อีกเนี่ย”
เวทมนตร์ของฟรีโอนิเอลอันตรายแต่แลกมาด้วยการใช้พลังเวทมนตร์มหาศาล หลังจากโจมตีได้ไม่นานนักเขาต้องกลับมาสู้ข้างล่างอีกครั้ง
อุกกาบาตไม่ตกลงมาต่อ แต่พวกลูนาร์ได้พักหายใจได้ไม่นาน ฟรีโอนิเอลแค่เปลี่ยนจากวิธีการของจอมเวทมาเป็นการต่อสู้แบบจอมดาบ พลังเวทมนตร์หมดสำหรับเขาไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่การประกบคู่กับลูนาร์ไม่ใช่ความคิดที่ดี เขาจึงส่งสัญญาณบอกเรย์ให้สลับคู่กับเขา
ซาร์ซาคือคนแรกที่จัดการกับคู่ต่อสู้ของเธอได้ ไกราล้มลงไปนอนแผ่หราบนพื้นเวที แต่เขาไม่ได้พ่ายแพ้โดยไม่ทำประโยชน์ ไกราใช้พลังเวทเฮือกสุดท้ายร่ายเวทเสริมพลังให้กับเรย์และฟรีโอนิเอลอีกหลายชุด
ซาร์ซาประเมินว่าเรย์แข็งแกร่งกว่าฟรีโอนิเอลและจำเป็นต้องใช้เวลาในการจัดการมากกว่า เธอจึงเลือกเล่นงานฟรีโอนิเอลก่อนเพื่อลดจำนวนคู่ต่อสู้
คนหนึ่งใช้ความเร็วที่ยอดเยี่ยมกดดันจนแทบไม่มีโอกาสสวนกลับ อีกคนใช้วิชาดาบผสมผสานกับการยืดหดของดาบ บางครั้งเอ็ดวานยืดดาบออกไปเพื่อเพิ่มระยะ บางครั้งเขาก็หดมันกลับด้วยความเร็วสูงเพื่อเพิ่มพลังในการตัดเฉือน ถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่จอมดาบผลการต่อสู้อาจจบลงได้ในพริบตา
ดาบของฟรีโอนิเอลคือสิ่งแรกที่หมดสภาพไปก่อน มันสามารถทนการต่อสู้ที่ดุเดือดมาได้กว่าหนึ่งชั่วโมง แต่สุดท้ายมันก็หักสะบั้น
พลังเวทมนตร์ถูกใช้จนหมด ดาบเพียงเล่มเดียวหักคามือ ฟรีโอนิเอลประเมินแล้วว่าไม่มีประโยชน์ที่จะยื้อต่อจึงขอยอมแพ้
เช่นเดียวกับจอมดาบ เรย์มองไม่เห็นหนทางชนะทางอื่นนอกจากการกลายร่างเป็นมังกรสายฟ้า แต่เขาตัดสินใจหยุดไว้แค่นี้
“พอแล้วเหรอ”
“ใช่ พอแล้ว” เรย์ยิ้มตอบ เขาหันไปโบกไม้โบกมือบอกกรรมการว่าขอยอมแพ้
“ข้าได้ยินมาว่าเจ้ามีร่างมังกรด้วย ไม่ใช้มันจะดีเหรอ”
“ไม่ล่ะ”
เรย์ไม่ได้บอกเหตุผลชัดเจนว่าทำไมไม่สู้ให้ถึงที่สุด แต่หากจะคาดคั้นเอาคำตอบให้ได้ เขาคงตอบไปว่าร่างมังกรนั้นไม่สามารถรับรองการได้รับชัยชนะได้ และเขาก็อยากชนะโดยไม่ต้องพึ่งพามัน