Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 287: กลุ่มเดเรส กลุ่มซิลวาน และกลุ่มนานาชิ

เมโร
ผู้ชมที่หนีตายไปก่อนหน้านี้กำลังทยอยกลับเข้ามาในสนาม พวกเขาพบว่าการประลองรอบก่อนได้จบลงแล้วส่วนรอบใหม่ระหว่างทีมเดเรสและทีมซีวีกำลังจะเริ่มขึ้น
การแข่งขันครั้งนี้มีการพนันขันต่อ ฝ่ายเดเรสที่เป็นอดีตผู้ชนะเลิศในครั้งก่อนด้วยความแข็งแกร่งอย่างท่วมท้นคงจะได้แต้มต่อเหนือผู้แข่งไร้ชื่ออย่างกลุ่มซีวี
สำหรับชาวเมืองแอนเกียและผู้ชมทั่วไป มันควรเป็นการแข่งขันที่รู้ผลได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาเดาถูกต้องที่มันจบลงภายในระยะเวลาสั้น สิ่งที่ผิดคาดคือผู้ที่กำชัยชนะในครั้งนี้ไม่ใช่ทีมของอดีตแชมเปี้ยน
กลุ่มของซีวี มีตัวเธอ ลามินา และเจเนวีฟ เพียงสัญญาณการแข่งเริ่มพวกเธอก็เริ่มกระหน่ำใส่อีกฝ่ายทันที ลามินาทำให้มิเรเนียลงไปจูบพื้นเวทีได้ตั้งแต่เริ่ม ซีวีเข้าปะทะเดเรสด้วยความเร็วสูง ส่วนเจเนวีฟที่เหมือนกับพยายามแข่งกับซีวีเรียกแผลแรกให้กับทอลเดน
มิเรเนียเต็มไปด้วยอุปกรณ์ต้องสาป เธอใช้ประโยชน์จากอาวุธอันตรายเหล่านี้โดยไม่ได้รับผลเสียของมัน ในประวัติศาสตร์ลูนาร์ต้องเสียเวลาไปกับเธอไม่น้อยกว่าจะจัดการได้
ลามินาต่างจากลูนาร์ เธอไม่ได้ใช้ลูกเล่นใด ๆ เธอมีแค่เพียงดาบสิบสี่เล่มกับฝีมือระดับจอมดาบ ลามินาใช้ความต่างนั้นบดขยี้อีกฝ่ายโดยไม่ยอมให้มิเรเนียมีโอกาสตั้งตัว
ทั้งเหี้ยมโหด เฉียบคม และงดงามราวกับงานศิลปะ มิเรเนียผู้มีฝีมือระดับแนวหน้าของยุคนี้จึงพ่ายแพ้ไป
ทอลเดนตกอยู่ในสภาพดีกว่าแค่เล็กน้อย ความริษยาของเจเนวีฟที่มีต่อซีวี ทำให้ไม่ใช่แค่อยากชนะผู้แข่งขันฝ่ายตรงกันข้าม แต่เธออยากแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเธอจัดการศัตรูได้ก่อนซีวี แล้วเธอก็ทำได้อย่างที่หวัง
เจเนวีฟเคยสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับไกรามาช่วงหนึ่ง สำหรับเธอการรับมือกับพวกที่ใช้สัญชาตญาณมากกว่าสมองไม่ได้ยากเย็นเลย เธอแค่ปล่อยจิตสังหารออกไปจากทุกทิศ ใช้เวทมนตร์ที่กระตุ้นให้อีกฝ่ายคลั่งยิ่งกว่าเดิม เมื่ออีกฝ่ายมีสติสัมปชัญญะไม่ครบถ้วน เขาก็ยิ่งไม่สามารถต่อต้านเวทมนตร์ของแวมไพร์ได้
ทอลเดนถูกควบคุมราวกับหุ่นเชิด เดเรสไม่มีทางเลือกอีกนอกจากเล่นงานเขาจนหมดสติไป เมื่อเป็นแบบนั้นก็ทำให้ซีวีสบโอกาสเล่นงานเขาเช่นกัน
เดเรสเสียจังหวะเพราะถูกเพื่อนของตัวเองไล่ฟัน เพียงพริบตาที่เสียสมาธิ ดาบแสงของซีวีได้ฟันเข้าใส่ในระยะที่ไม่มีทางหลบได้ เดเรสใช้ดาบรับไว้ได้ทันฉิวเฉียดแต่ความเสียหายบางส่วนได้ทะลุผ่านไปพร้อมกับลำแสงที่ปะทุออกมา ร่างของเดเรสกระเด็นไปหลายก้าวพร้อมกับแรงระเบิดและเลือดที่สาดกระจายเป็นทาง
บาดแผลนั้นหากเดเรสจะหมดสติก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เขาก็ยังยืดหยัดอยู่ได้ เขาใช้แรงฮึดต้านไว้ พื้นเวทีแหลกยับเพราะเขาพยายามหยุดตัวเองไม่ให้กระเด็นไปไกล แต่ซีวีกัดไม่ปล่อย เธอหายตัวและโผล่ตรงหน้าพร้อมกับกำปั้นที่ห่อหุ้มด้วยแสงสว่าง
เดเรสยกดาบขึ้นรับ เขาได้ยินเสียงดาบแตกเป็นชิ้นคามือของเด็กสาว ส่วนกำปั้นของเธอกำลังจะทะลุเข้ามาถึงอก เดเรสเตรียมใจเอาไว้แล้วว่าตนต้องเจ็บหนักเจียนตาย แต่แทนที่จะหาทางหลบเลี่ยงเขากลับคิดที่จะโจมตีสวนแบบชนิดแลกตายกับอีกฝ่าย
ทว่าดาบที่หักครึ่งของเดเรสไม่มีโอกาสได้เงื้อฟัน เสียงโจมตีอีกเสียงดังขึ้นมาจากด้านหลัง เจเนวีฟอ้อมมาอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เล็บอาบเวทมนตร์ของแวมไพร์สาวแทงทะลุไหล่เดเรส มันทำให้โอกาสสวนกลับครั้งสุดท้ายของเดเรสจบสิ้น
นั่นคือชัยชนะของซีวี เจเนวีฟและลามินา ทีมสามสาวที่ต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มลูนาร์ในรอบต่อไป
ศึกต่อไปคือศึกที่สามระหว่างทีมของเซกันและซิลวาน ทีมของเซกันมีตัวเขา โรมิเอล และเซเลนอส ส่วนทีมของซิลวาน มีมนุษย์ต้นไม้ มนุษย์กระรอก และหมาป่าสีขาวที่พูดได้
ซิลวานเริ่มด้วยกลยุทธ์ที่ทุกคนเคยเห็นมาก่อน รากไม้งอกจากขาของเขาและคลุมทั้งเวทีในเวลาแค่อึดใจ จากนั้นสารพัดต้นไม้ก็เติบโตขึ้นจนแน่นขนัด แม้จะมีพื้นที่ให้ขยายไม่มากเท่ากับในรอบแรก แต่ป่าขนาดย่อม ๆ ก็เกิดขึ้นบนเวทีแล้ว
เมโรและอูลเฟอร์คุ้นชินกับป่าเป็นอย่างดี นอกจากนั้นพืชพันธุ์ทุกชนิดที่ซิลวานให้กำเนิดก็พร้อมสนับสนุนทั้งคู่อย่างเต็มที่ ไม่เพียงแค่ให้ที่ซ่อนตัว แต่มันยังขัดขวางศัตรูด้วยส่วนต่าง ๆ ของพืชที่เปลี่ยนเป็นอาวุธได้
โซนาตาจากที่นั่งคนดูเห็นพลังของซิลวานหวนนึกถึงคู่ปรับในอดีตของตน สมัยก่อนเขาเคยเผชิญหน้ามนุษย์กลายพันธุ์คนหนึ่งที่มีพลังลักษณะเดียวกัน จนตอนนี้เขายังขนลุกทุกครั้งที่นึกถึงภาพของป่าทั้งป่าที่กลายมาเป็นศัตรูกับตนได้
“ถ้าได้มาเป็นพวกคงมีประโยชน์ดีเลย มีป่าที่คอยเป็นหูเป็นตาให้ ยังไม่นับว่าทำให้ต้นไม้โตขึ้นฉับพลันแบบนี้ คงหมดห่วงเรื่องขาดแคลนอาหารเลยสิ” โซนาตาพึมพำอยู่คนเดียว
เมโรเองก็โดดเด่น มนุษย์กระรอกที่มีส่วนสูงเพียงแค่ครึ่งเดียวของคนปกติ ทั้งคล่องตัวและมีพลังที่น่าสนใจ ตั้งแต่เริ่มต่อสู้เขาก็ใช้อสูรอัญเชิญหลายตัวสลับเปลี่ยนไปมาคล้ายกับวิธีการต่อสู้ของแอนทิสตา
ฟราแกลนเทีย อสูรอัญเชิญรูปร่างซาลาแมนเดอร์ที่ห่อหุ้มร่างด้วยเปลวเพลิง
ลิมฟา อสูรอัญเชิญธาตุน้ำ มันเหมือนปลาที่แหวกว่ายอยู่ในอากาศ
เอิร์ด อสูรอัญเชิญรูปร่างเต่ายักษ์ที่โผล่ออกมาจากรอยแยกของดิน
อานีมอส อสูรอัญเชิญธาตุลม มีรูปร่างคล้ายกับนก
อีเธอร์เรียส อสูรอัญเชิญไร้ธาตุ มีรูปร่างเหมือนวิญญาณล่องลอยไปมา
เมโรสามารถใช้อสูรอัญเชิญเหล่านี้พร้อมกันได้ ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดคือเขามีวิธีการใช้อสูรอัญเชิญในแบบที่แตกต่างจากแอนทิสตา แทนที่จะเรียกออกมาทั้งตัว หรือใช้วิธีให้พวกมันสิงสู่รวมร่าง เมโรใช้วิธีที่หายากกว่านั้น เขาเปลี่ยนอสูรอัญเชิญทั้งห้าให้กลายเป็นอุปกรณ์ห้าชนิด
ฟราแกลนเทียถูกเปลี่ยนเป็นเกราะมือ ลิมฟากลายเป็นโล่ เอิร์ดกลายเป็นเกราะ อานีมอสกลายเป็นมีดคู่ มีเพียงอีเธอร์เรียสเท่านั้นที่ไม่ได้ถูกใช้เพราะความลับของพลังของมันคือการผสมกับอสูรอัญเชิญตัวอื่นเพื่อเปลี่ยนรูปร่าง
“เจ้าตัวเล็กนี่ก็น่าสนใจแฮะ ใช้อสูรอัญเชิญได้พร้อมกันหลายตัว ข้าวของทุกชิ้นที่เกิดจากอสูรอัญเชิญก็มาพร้อมกับพลังพิเศษ” โซนาตาพูดกับตัวเองไม่หยุด
มีเพียงอูลเฟอร์เท่านั้นที่โซนาตาไม่ได้สนใจนัก ไม่ใช่ว่าเดวัลตนนี้ไม่เก่งแต่สำหรับโซนาตา เดวัลหมาป่าหิมะนั้นหายากแต่ก็ใช่ว่าจะหาไม่ได้ เทียบกับซิลวานกับเมโรที่นอกจากมีพลังโดดเด่นแล้วยังอาจจะเป็นตัวสุดท้ายของเผ่าพันธุ์ คู่นี้น่าทาบทามมาเข้ากลุ่มอะบีสมากกว่าเยอะ
โซนาตาประเมินความแข็งแกร่งกลุ่มของอมนุษย์กลุ่มนี้ไว้สูงกว่ากลุ่มของเดเรส พวกเขาเก่งกาจและในประวัติศาสตร์น่าจะทำให้พวกลูนาร์เหนื่อยจนแทบกระอัก ความโชคร้ายคือศัตรูของพวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่แม้แต่ปีศาจร้ายยังต้องขยาดกลัว
ฝนและน้ำแข็งของโรมิเอลทำให้ป่าถูกแช่แข็ง เซเลนอสเกือบถูกตัดสิทธิ์หลังจากที่การโจมตีเพียงครั้งเดียวของเขาเกือบทำให้อูลเฟอร์ถึงฆาต ส่วนเซกันไม่ว่าจะพิษจากพืช การโจมตีด้วยธาตุต่าง ๆ ของเมโร แม้แต่หอกไม้ที่ซิลวานพลั้งมือพุ่งทะลุใส่หัวใจเขา ไม่มีสิ่งไหนเลยที่ทำอันตรายเขาได้
“เจ้านี่ก็ไม่ใช่มนุษย์เหมือนพวกเราเรอะ” เมโรร้องโวยวายหลังโหมโจมตีใส่เซกันจนตนเองเป็นฝ่ายหมดแรง แต่อีกฝ่ายกลับฟื้นฟูในพริบตา
“ครับ บางทีผมอาจจะไม่ใช่มนุษย์” เซกันตอบด้วยรอยยิ้มเศร้า ๆ
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีวิธีจัดการกับเซกันได้ ซ้ำอูลเฟอร์ยังเจ็บหนักจนจำเป็นต้องรับการรักษาโดยด่วน สุดท้ายทั้งซิลวานและเมโรจึงเป็นฝ่ายยอมศิโรราบ
คู่สุดท้ายจากสี่คู่คือการปะทะกันของทีมอลินาและทีมนานาชิ ทางอลินาประกอบไปด้วยตัวเธอ กาเรน และโซลิเน ส่วนนานาชิ ก็มีตัวเขากับเด็กแฝดชายหญิง
พวกนานาชิเห็นฝีมือกลุ่มอะบีสเต็มตาจากรอบคัดเลือกและการต่อสู้กับเหล่าตัวเต็งทีมแล้วทีมเล่า พวกเขาจึงงัดทุกอย่างออกมาตั้งแต่วินาทีแรก นานาชิไม่เพียงแค่ใช้วิชาแยกร่างเท่านั้น แต่เขายังใช้คาถาลวงตาเปลี่ยนร่างเป็นเด็กทั้งสองอีกด้วย มันทำให้ทั้งสนามเต็มไปด้วยวาโลและลูเมน
เด็กสองคนเป็นฝาแฝดแต่ทักษะการต่อสู้ของพวกเขาไม่เหมือนกัน คนพี่เก่งเรื่องการตั้งรับและสวนกลับ คนน้องเรี่ยวแรงมหาศาลจนไม่น่าเชื่อว่าพลังขนาดนั้นซ่อนอยู่ในรูปร่างของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ได้ยังไง
พวกอลินาไม่ได้ร้อนรน ไม่ว่าจะวิชาแยกร่าง กับดักนินจา หรือเทคนิคต่อสู้ของเด็กทั้งสองไม่ใช่สิ่งที่ไซเลนเซอร์ผู้มีประสบการณ์จะมองไม่ออก โซลิเนใช้บทเพลงของเธอทำให้เฉพาะศัตรูเคลื่อนที่ช้าลงซึ่งมันไม่ส่งผลกับร่างแยกนับสิบนับร้อยที่นานาชิสร้างขึ้น
กาเรนกวนประสาทด้วยวิชาคล้ายกัน เขาใช้พลังสร้างภาพลวงตาเพิ่มจำนวนขึ้นบ้าง แต่แทนที่จะไปเพิ่มจำนวนฝ่ายเดียวกันเขาดันไปเพิ่มจำนวนให้กับวาโลและลูเมนเข้าไปอีก
ผลคือเด็กทั้งสองงงเป็นไก่ตาแตก ทั้งคู่แยกไม่ออกว่าคนไหนคือฝาแฝดตนเอง ร่างแยกที่นานาชิสร้าง หรือภาพลวงตาของกาเรน เพราะไม่ว่าจะคนไหน ๆ ก็เหมือนตัวจริงจนเกือบมองไม่ออก
และมันยิ่งมั่วเข้าไปอีกทวีคูณด้วยฝีมือของอลินา เธอสลับที่คนนั้นคนนี้ไปมาอย่างสนุกสนาน บางทีก็สลับพวกเดียวกันเอง บางทีก็ไปสลับเอานานาชิตัวจริงกับพวกฝาแฝด
“เล่นอะไรกันเนี่ย” ลูเมนทนไม่ไหวเลยเริ่มร้องโวยวาย
ความสับสนนี้ดำเนินไปอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็เป็นฝ่ายนานาชิเองที่ยอมเลิกก่อน เขาปลดร่างแยกพร้อมกับใช้คาถาคลายผนึกเพื่อขจัดภาพลวงตาของกาเรนทิ้ง
“ต้องใช้ไอ้นั่นแล้ว” วาโลตะโกนบอกน้องสาวที่เพิ่งหาตัวกันพบ
“อื้อ เอาเลย”
เด็กทั้งสองวิ่งเข้าหากัน แทนที่จะชนกันจนล้มลงไปทั้งคู่ มันกลับเกิดแสงสว่างจ้า ร่างของเด็กทั้งคู่หายไปเมื่อแสงจางลง ที่อยู่ตรงนั้นมีเพียงผู้หญิงแปลกหน้า
ทุกคนต่างงงงวยว่าเด็กทั้งสองหายไปไหนกัน และผู้หญิงวัยรุ่นคือใครกันแน่ แต่ถึงจะบอกว่าเป็นผู้หญิง ทุกคนก็ยังไม่แน่ใจนัก เธอหรือเขาคนนั้นเป็นอะไรก้ำกึ่งจะหญิงก็ไม่ใช่จะชายก็ไม่เชิง
“เฮ้ น่าสนใจแฮะ เด็กสองคนนั้นรวมร่างกันได้ด้วย” อีกครั้งที่โซนาตาตาเป็นประกายราวกับได้เห็นของเล่นใหม่
เด็กทั้งคู่ไม่เคยตั้งชื่อให้ร่างนี้ มันเป็นหนึ่งในวิชาลับประจำตระกูลที่ไม่ใช่ใครก็สามารถฝึกฝนสำเร็จ การใช้วิชานี้ได้ทั้งที่ยังมีอายุเพียงแค่นี้คือหลักฐานว่าทั้งคู่คืออัจฉริยะ
ร่างรวมพุ่งเข้าหาโซลิเนที่อยู่ใกล้ที่สุด แม้จะตกใจกับความเร็วแต่โซลิเนก็ยกแขนขึ้นตั้งรับได้ทัน
พลั่กกก
เสียงกำปั้นกระแทกกับแขนของโซลิเนดังลั่นสนาม เป็นเสียงแบบเดียวกับค้อนเหล็กขนาดยักษ์ทุบลงพื้นอย่างสุดแรง การป้องกันของโซลิเนถูกทำลายภายในหมัดเดียวเท่านั้น
หากไม่ใช่เพราะร่างกายถูกดัดแปลงมาแล้วประจวบกับที่โซลิเนกระโดดถอยออกมาเพื่อลดแรงปะทะ หมัดเมื่อครู่คงทำให้กระดูกทั่วร่างของโซลิเนแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“เหมือนกับเอาทั้งพลังและความเร็วของเด็กสองคนนั้นมาบวกกันแล้วคูณเข้าไปอีกสองสามเท่า” ลูนาร์วิเคราะห์ด้วยความหวาดเสียว หมัดเมื่อครู่ต่อให้เป็นเธอก็คงไม่รอดมาอย่างปลอดภัย
นานาชิเคลื่อนไปรอบ ๆ เพื่อเขียนอักขระคาถาบนพื้น เขามั่นใจว่าอลินา กาเรน โซลิเนหรือแม้แต่ผู้ชม ไม่มีใครคนไหนที่มองเห็น การเคลื่อนไหวของเขาถูกกลืนไปกับการโจมตีและหลบหลีกธรรมดาที่ไม่น่ามีเงื่อนงำใด ๆ
กาเรนมองทะลุการหลอกลวงอย่างทะลุปรุโปร่ง ไม่ใช่เพราะเขามองเห็นการเคลื่อนไหวที่นานาชิซ่อนไว้ มันเป็นแค่สัญชาตญาณผู้เชี่ยวชาญด้านการหลอกลวงคนอื่น เมื่อคาดเดาไว้ว่านานาชิกำลังวางแผนอะไร การทำลายมันก็ไม่ยากเย็น กาเรนลอกเอาพื้นเวทีส่วนหนึ่งออกมาเพื่อให้แน่ใจว่าคาถานินจาจะทำงานไม่ได้
เวลารวมร่างของวาโลและลูเมนหมดลงพร้อมกับทั้งคู่ที่หมดสภาพ
“พอได้แล้วมั้ง ยังไงสิ่งที่นายตามหาก็ไม่ได้อยู่ในงานแข่งนี้” อลินาเกลี้ยกล่อมให้นานาชิยอมถอย ก่อนที่จะเจ็บตัวไปมากกว่านี้
“เป้าหมายก็เรื่องหนึ่ง… แต่เด็กสองคนนั้นยังสู้จนหมดแรง ถ้าข้าไม่ทำให้ถึงที่สุดจะเอาหน้าที่ไหนไปคุยกับทั้งสอง”
อลินาได้ยินก็หัวเราะเบา ๆ “ได้ งั้นทางนี้ก็จะทุ่มสุดตัวเช่นกัน”
อลินาพยักหน้าให้กาเรนและโซลิเนถอยไปก่อน เธอดวลกับนานาชิโดยต่างฝ่ายต่างดึงทุกอย่างออกมาใช้ ลูกบอลสีแดงของอลินากระเด้งไปทั่วเพื่อให้เธอสลับที่ตนเองและนานาชิกับพวกมัน ส่วนนานาชิก็ใช้คาถา ดาบ อาวุธลับ และกับดัก ทุกไม้ตายก้นหีบถูกงัดออกมาใช้ครั้งแล้วครั้งเล่า
กาเรนลุ้นจนยืนแทบไม่ติดที่ นานมาแล้วที่เขาไม่ได้เห็นอลินาเอาจริงกับคนที่ไม่ใช่ไซเลนเซอร์ ฝ่ายคู่ต่อสู้ตอบโต้แบบกัดไม่ปล่อยจนถึงวินาทีสุดท้ายที่เขาได้ล้มลงพร้อมกับสติที่เกือบหลุดลอย
“ยอดเยี่ยม ต่อไปนี้นายต้องกลายเป็นกำลังสำคัญให้กับกลุ่มเราอย่างแน่นอน”