Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 291: สิ้นสุด
ความยากลำบากของงานนี้คือเหล่าตัวแสบทั้งเจ็ดที่ขวางทางอยู่ แม้ว่าพวกนั้นจะเทียบไม่ได้กับความแข็งแกร่งตอนที่อยู่ในเนเธอร์เวิลด์ แต่ทั้งเจ็ดก็ยังเป็นปีศาจที่อยู่ในระดับที่ใกล้กับราชาปีศาจที่สุด
กลุ่มอะบีสคนแล้วคนเล่ากระโดดเข้าร่วมสงครามที่เบื้องล่าง กาเรนขอให้อลินาส่งเขาไปเจอกับไซเซอร์โดยมีจุดประสงค์แอบแฝง อลินารู้สึกเหนื่อยใจกับเพื่อนแต่ก็ยอมทำตามโดยดี
“ฉันน่ะ จริง ๆ ไม่ได้รังเกียจอะไรผู้หญิงอกเล็กเลยน้าาา” กาเรนตะโกนใส่ไซเซอร์ในทันทีที่เจอหน้า ความรีบร้อนทำให้เขาพลาดเรื่องง่าย ๆ และลืมไปแล้วว่าไซเซอร์คนนี้ไม่ใช่คนเดียวกับไซเซอร์ที่เขาเคยเจอในอดีต
“หาาา” ปีศาจในรูปลักษณ์ของเด็กสาวย่นคิ้วและกัดฟันกรอด “แกพล่ามอะไรของแกวะ ไอ้ลามก”
“อ่าว เวรแล้ว ไอ้เมื่อกี้ไม่ควรพูดตั้งแต่เจอหน้าสินะ”
“พูดทีหลังก็ไม่ควรโว้ย” เคสเทรลที่ตามมาด่าเข้าให้ แม้แต่คนที่ไม่ใส่ใจเรื่องผูกมิตรแบบเขายังรู้ดีว่าไอ้ที่กาเรนพูดมันเลวร้ายขนาดไหน
ไซเซอร์ปีศาจพังพอนผู้ใช้ลมคมกริบต่างอาวุธ บัลล็อคปีศาจเลือดร้อนที่มีส่วนผสมระหว่างมนุษย์ วัว และปลาหมึก กลาเซียสตรีหิมะผู้มาพร้อมอุณหภูมิศูนย์องศาสัมบูรณ์ อารันเนครึ่งมนุษย์ครึ่งแมงมุมที่ใยของเธอมีพลังที่หลากหลาย วีลาปีศาจแมวสองหางที่มีวิชาร่ายรำ แฟงกัสปีศาจสุนัขผู้มีพลังควบคุมเหล่าวิญญาณ
และปีศาจสงครามที่ร้ายกาจที่สุด มีใบหน้าของลิง ร่างกายของสิงโต หางเป็นงู และมีพลังไฟฟ้าห่อหุ้มทั่วร่าง ชื่อของปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดในเจ็ดปีศาจสงครามคือนูเอล
มันแตกต่างจากครั้งก่อนราวฟ้ากับดิน เจ็ดปีศาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เคยเพราะกลุ่มอะบีสเต็มไปด้วยพรรคพวกที่เข้มแข็ง ไซเซอร์กำลังถูกกาเรนตะล่อมจนเกิดความสับสน กลาเซียถูกซีวีเล่นงานจนต้องถอยร่น ดีวานปะทะกับบัลล็อคด้วยเทคนิคที่เหนือกว่าเดิม ส่วนที่เหลือก็ถูกรุมแบบไม่เฉพาะเจาะจง
นูเอลตกใจที่สายฟ้าของเขาไม่เพียงทำอะไรเรย์ไม่ได้ มันยังถูกดูดเข้าไปในดาบแห่งเรย์
“แกเป็นใครกันแน่” นูเอลรู้สึกสนใจอีกฝ่าย
“แค่พ่อครัวคนหนึ่ง” เรย์ตอบพร้อมรอยยิ้ม
แม้จะต้านทานกลุ่มอะบีสไว้ไม่ไหว แต่เจ็ดปีศาจสงครามได้ทำหน้าที่ของพวกเขาจนลุล่วง พวกเขาสามารถกันทั้งพวกอะบีสและเรวาเรนท์ไม่ให้มาขัดขวางการดูดกลืนพลังของเซลซารอสได้
สิ่งที่เซลซารอสพลาด คือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในตามประวัติศาสตร์ ต่างจากอาร์มอนเดที่ประเมินกำลังของตัวเองเอาไว้อย่างดี มันทำให้เขาไม่ดึงพลังของเทพปีศาจมาเกินกว่าที่ควบคุมได้ เซลซารอสหยิ่งทะนงในตัวเองเกินไป เขาย่ามใจจนดูดกลืนพลังเกินขอบเขต ร่างของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็น ‘ปีศาจจิ้งจอกน้ำแข็งร้อยแปดหาง’
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างที่ควรเป็น เซลซารอสที่กลายร่างเป็นจิ้งจอกยักษ์ไม่สามารถควบคุมสติไว้ได้ เขาเล่นงานทุกอย่างที่ขวางหน้าทั้งโรมิเอลที่เพิ่งไปถึง และอาร์มอนเดที่พยายายามเข้ามาขัดขวาง
“คลั่งไปซะแล้ว” แฟงกัสหลบกรงเล็บยักษ์ที่ตะปบเกือบถูกตน
“เลิกตามข้ามาซะที” ไซเซอร์ไม่ได้พูดถึงแค่หางทั้งหนึ่งร้อยแปดที่ฟาดไปทั่ว เธอกำลังพูดรวมไปถึงกาเรนที่วิ่งตามเธอมาติด ๆ
“ไปกับฉันเถอะ รับรองว่าอยู่สบายกว่าเนเธอร์เวิลด์แน่นอน ผู้หญิงน่ารักแบบเธอไม่เหมาะกับที่โหดร้ายแบบนั้นหรอก”
ไซเซอร์ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนถูกอารันเนเตือนสติ “อยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว ต้องกลับไปตั้งหลักที่โคลดาเรีย”
…โคลดาเรียที่นั่นจะยังปลอดภัยอีกเหรอ...
ไม่ใช่แค่ไซเซอร์ที่คิดแบบนั้น เจ็ดปีศาจสงครามทุกคนต่างคิดไปในทางเดียวกัน หากสิ่งที่เกิดกับเซลซารอสไม่ได้จบลงแค่ในวันนี้ บางทีการกลับไปโคลดาเรียอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาด
ลูนาร์สงบลงหลังจากนั้นไม่นาน เธอพยายามอย่างมากเพื่อหยุดคิดเรื่องของพวกเอแคลร์และหันมาสนใจงานหลักตรงหน้า หน้าที่ของเธอคือตีดาบเพื่อผนึกจาเคววา
โล่เฟนเดอร์ถูกนำมาใช้ แม้ลูนาร์แทบคลั่งกับความสูญเสียแต่เธอไม่ยอมปล่อยให้สิ่งนั้นมารบกวนการทำงาน ดาบเล่มสุดท้ายถูกตีขึ้นจนเสร็จสิ้น เป็นการปิดฉากสงครามกับจาเคววาและสร้างดวงจันทร์ดวงที่แปด
พวกเขาตัดสินใจปล่อยเซลซารอสเอาไว้แบบนั้น ด้วยมั่นใจว่าอีกไม่นานปีศาจจิ้งจอกยักษ์จะหมดฤทธิ์ไปเอง โรมิเอลไม่ยอมถอยไปพร้อมกับคนอื่น เขาพยายามสู้ต่อแม้ว่ากองทัพพันธมิตรจะถอนกำลังออกไปจนหมดแล้ว
โซนาตารู้ว่ามันโหดร้ายแต่เขาก็ห้ามไม่ให้คนอื่นเข้าไปแทรก เขารอจนโรมิเอลสู้จนหมดสภาพจากนั้นจึงฉวยร่างไร้สติของอีกฝ่ายออกมาจากที่ตรงนั้น
กองทัพพันธมิตรเสียหายไปมากจากศึกของจาเคววา แต่ในเมื่อเส้นชัยได้มาจ่ออยู่ตรงหน้า ก็ไม่มีใครที่อยากรออีกต่อไป พวกเขาเหลือแค่การจัดการกับชินกิ แล้วโลกนี้จะได้หลุดพ้นจากฝันร้ายที่เรียกว่าเทพปีศาจ
ชินกิไม่ใช่ตัวปัญหา ความแข็งแกร่งของตัวมัน และสาวกเทพปีศาจที่ถูกเรียกออกมาไม่ได้ร้ายกาจไปกว่าศึกก่อนหน้านี้ ถ้าจะมีสิ่งที่เป็นปัญหาก็คือจำนวนของโธรนที่เสียไปในศึกก่อนหน้านี้ และ… ร่างแยกของมัน
ร่างแยกไม่เหมือนกับสาวกเทพปีศาจ พวกมันมีความสามารถทุกอย่างที่ชินกิมี นั่นทำให้จำนวนของสาวกเทพปีศาจมีมากมายกว่าทุกครั้งที่ลูนาร์เคยพบเจอมา
มิเนอร์วาและกองทัพพันธมิตรคือหัวหอกสำคัญ ยานและโธรนที่เหลือช่วยกันแหวกเปิดทางให้จนสตาร์ซีกเกอร์สามารถเข้าไปถึงระยะที่ลูนาร์สามารถจัดการกับชินกิได้ สิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือการกำจัดชินกิไม่ได้ทำให้ร่างแยกทั้งหลายหายไปด้วย พวกมันสามารถอยู่ต่อไปได้แม้ว่าดาบดวงจันทร์เล่มสุดท้ายจะถูกสร้างขึ้น
บัดนี้ซีนมีดวงจันทร์ดวงที่เก้าปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า แต่ใครจะคิดว่าสงครามมันยังไม่จบ
“โชคดีที่ก่อนหน้านี้เรากำจัดลูกของมันไปได้หลายตัว” ลูนาร์รำพึงขึ้น เธอขนลุกชูชันไปทั้งตัวเมื่อคิดว่าพวกมันเคยมีมากกว่านี้
“ไม่ใช่แค่นั้นหรอก ถ้าเป็นตามประวัติศาสตร์พวกมันต้องโตกว่านี้ด้วย ก็เราสู้กับพวกมันสี่ปีหลังจากนี้นี่” เอ็ดวานเสริม
สถานการณ์ยังคงคุกรุ่น โธรนและเรือเหาะร่วงลงไปอีกหลายลำ บนโธรนแต่ละเกาะ ทุกคนต่างสู้โดยเอาชีวิตเข้าแลก นานาชิกับเด็กทั้งสอง เดเรสกับกลุ่มของเขา ซิลวาน เมโร แม้แต่อูลเฟอร์ ไม่ว่าด้านไหนของสงครามก็เต็มไปด้วยการต่อสู้อันดุเดือด
กำลังหนุนที่ไม่คาดฝันปรากฏขึ้นที่ด้านหนึ่งของขอบฟ้า ลูนาร์ประหลาดใจที่ยังมีโธรนเหลืออยู่อีก ในทีแรกเธอคิดว่ามันคือโธรนที่จีดัสแอบสร้างสำรองไว้ แต่ความจริงนั่นคือโธรนของคาลอส พี่ชายของเธอนั่นเอง
สองพี่น้องไม่ได้พูดจาอะไรกันมาก ทั้งสองร่วมมือกันจัดการกับภัยของโลกโดยไม่ได้คิดจะคืนดีกัน
ลูนาร์ฝืนสู้จนหมดสิ้นเรี่ยวแรง เธอแยกร่างมากจนร่างกายไม่สามารถทนรับภาระไหว แหวนหนึ่งในสามวงของเธอแตกออก มันคือสัญญาณว่าพลังชีวิตของเธอได้หมดลงครั้งหนึ่งแล้วและตัวแหวนได้ให้โอกาสที่สอง
ถ้าเรื่องราวดำเนินไปอย่างที่ควรเป็น ลูนาร์คงไม่เสียดายชีวิตที่สองที่ได้มา เธอต้องฝืนแยกร่างจนพลังชีวิตเหือดแห้งไปอีกครั้ง แต่เรื่องเช่นนั้นไม่เกิดขึ้นเพราะตรงนี้ยังมีกำลังรบที่ยิ่งใหญ่อย่างกลุ่มอะบีสคอยหนุนหลังเธออยู่
ร่างแยกร่างสุดท้ายของชินกิถูกรุมโจมตีจนขาดรุ่งริ่ง แต่ทั้งที่น่าจะตายไปแล้วมันกลับยังพุ่งหน้าต่อไป ราวกับรู้ว่าคนที่เป็นตัวการใหญ่ของศึกนี้อยู่ที่สตาร์ซีกเกอร์ มันพุ่งไปที่นั่นโดยคิดจะใช้ชีวิตแลกชีวิต
ในวินาทีแห่งความเป็นตาย เพียงแค่ไม่กี่สิบเมตรก่อนที่จะถึงสตาร์ซีกเกอร์ ร่าง ๆ หนึ่งได้แทรกเข้ามา มันคือ ‘เออีจี-เอ็กซ์ ซีโรซีโรโฟร์ เมไจ’ ที่ขับโดยนักขับมือหนึ่งของกลุ่มอะบีส
“อย่าได้ฝัน” สปีด วีลเลอร์ตะโกนสุดเสียง
เขากระหน่ำยิงปืนลำแสงใส่ร่างแยกตัวสุดท้ายจนมันแหลกไปก่อนที่ศัตรูลากเอาสตาร์ซีกเกอร์ดับสลายไปด้วยกัน
นั่นเป็นการจบสงครามเทพปีศาจและมนุษยชาติที่กินเวลายืดยาวมานานนับพันปี
ลูนาร์ลืมตาตื่นขึ้นในห้องที่ดูแปลกตา มันมีสีขาวสว่างและไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากวัสดุที่พบเห็นได้ทั่วไป เธอเดาออกได้ในทันทีว่าทิวทัศน์เช่นนี้จะเป็นที่อื่นไปไม่ได้นอกจากในมิเนอร์วา
“ยังไม่ตายแฮะ” ลูนาร์กำและแบมืออยู่หลายครั้ง เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่ารอบ ๆ ตัวเธอมีคนสามคนอยู่ตรงนั้นด้วย
ซาร์ซา ฮาจาและเอ็ดวาน ลูนาร์เดาว่าทั้งสามคงเฝ้าดูอาการของเธอมาโดยตลอด
“พวกเราทำได้แล้วนะคะ” ฮาจาพูดทั้งน้ำตา เธอหมายถึงการช่วยโลกนี้ไว้จากเทพปีศาจ
ห้องประชุมของกลุ่มอะบีสมีคนแปลกหน้าเพิ่มขึ้นมาอีกหลายคน ทั้งลาโตรที่รอดมาจากศึกสุดท้ายได้อย่างไม่น่าเชื่อ นานาชิกับทีมของเขา และอีกหลายต่อหลายคนที่รอดชีวิตมาจากสงครามที่เหลือเชื่อ
“นางเอกของเรื่องมาพอดีเลย”
“นางเอก… ใครเหรอ” เอ็ดวานงงกับคำทักทายของกาเรน เขาสงสัยว่าอีกฝ่ายกำลังพูดถึงซาร์ซาหรือฮาจาหรือเปล่า
ลูนาร์ถอนหายใจ เธอลูบแหวนวงหนึ่งในมือ จากนั้นหนุ่มรูปงามก็ถูกแทนที่ด้วยสาวผมสีน้ำตาลท่าทางทะมัดทะแมง
“โอ้ ลูนาร์เจ้าสามารถกลายร่างเป็นหญิงได้ด้วยเรอะ”
“ข้า… คือผู้หญิง” ลูนาร์ถอนหายใจอีกรอบ ในขณะที่เอ็ดวานอ้าปากค้าง
“พวกเจ้าจะเอายังไงต่อ…” โซนาตาเริ่มต้นด้วยคำถามในการชวนคุย “รู้ไหมว่าพวกเจ้าเกือบทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ควรจะตายไปในศึกที่แล้ว”
จีดัสรอจนทุกคนสับสนได้ที่ เขาจึงอธิบายทุกอย่างคล้ายกับที่เขาเคยบอกกับเอ็ดวานไปแล้ว แต่ครั้งนี้เขาเจาะลึกรายละเอียดมากขึ้นเพื่อตอกย้ำให้พวกลูนาร์เข้าใจว่าตนเองไม่น่าจะรอดในศึกสุดท้าย
“แล้วยังไง จะบอกว่าพวกเรากลายเป็นฝ่ายที่ทำให้ประวัติศาสตร์บิดเบือนเหรอ” ลูนาร์โต้
“ใช่…” โซนาตาแสยะยิ้ม
“ก็เลยจะบอกว่า ถ้าไม่อยากให้มันบิดเบือนมากกว่านี้ก็มีสองทางเลือก… ไม่ตายไปซะให้สิ้นเรื่องสิ้นราว ก็ไปยุคอื่นพร้อมกับพวกเจ้าซะเลยสินะ ห๊ะ!?”
“อืมมม” โซนาตาโดนลูนาร์แย่งพูดไปหมดจึงพูดต่อไม่ออก
“ได้… ข้าจะไปด้วย” ลูนาร์แผดเสียง
“หาาา” กาเรนเผลอหลุดร้องออกมา เขาคิดว่าคงต้องคุยกันอีกนานกว่าจะเข้าใจได้ ไม่นึกว่าอยู่ ๆ ลูนาร์ก็เปลี่ยนท่าทีกะทันหัน
“แล้วใครจะไปบ้าง หมดนี่เลยเหรอ” ลูนาร์หันมองไปรอบ ๆ อย่างรู้ทัน เธอเดาว่าหลายคนในนี้คือคนที่โซนาตาเลือกมาแล้ว
เอ็ดวานยกมือเป็นคนแรกจากนั้นจึงเป็นฮาจา
“ข้าตั้งใจจะไปด้วยตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว” นานาชิตอบ “อ่อ แต่เด็กสองคนนี้ไม่เกี่ยวหรอกนะ”
“เอ๋? ทำไมพวกเราไม่เกี่ยวล่ะ” วาโลกับลูเมนร้องขึ้นมาพร้อมกัน นานาชิให้เหตุผลว่าพวกเขายังเด็กเกินไปและตนไม่สามารถตัดสินใจแทนได้ และเหนืออื่นใดเด็กทั้งสองยังมีครอบครัวอยู่ในยุคนี้
“พวกเราคิดว่าน่าสนุกดี แล้วก็ถ้าไปยุคอื่นก็อาจจะเจอเผ่าพันธุ์ของเราตอนที่ยังรุ่งเรือง” มนุษย์กระรอกเมโรพูดแทนตัวเองและเผื่อไปถึงมนุษย์ต้นไม้ซิลวานที่ติดมาด้วย แต่น่าเสียดายที่อูลเฟอร์ตัดสินใจแยกตัวออกไปก่อนหน้านี้ ไม่เช่นนั้นพวกเขาอาจจะได้ไปผจญภัยต่อทั้งสามตน
“อีกไม่นานข้าคงจะได้เป็นจอมดาบคนที่หก ตอนนั้นถ้าเจอกันอีกข้าจะ…” ลาโตรไม่รู้ตัวว่าเขาเคยพูดประโยคเดียวกันมาก่อน
ซาร์ซามองลูนาร์ด้วยความเศร้าใจ หากเธอเป็นคนธรรมดาสามัญ เธอคงทิ้งทุกอย่างไว้และไปด้วยกันได้โดยไม่ต้องห่วงสิ่งใด แต่ว่าเธอคือเจ้าหญิงของกิงคารอน แม้จะดื้อรั้นเอาแต่ใจแค่ไหนซาร์ซาก็รู้ว่ามีเรื่องที่เธอไม่ควรทำ
ลูนาร์เข้าใจดี เธอไม่ได้คาดคั้นเอาคำตอบกับซาร์ซา แต่เธอไม่ได้หมดความหวัง บางทีในอนาคตข้างหน้าหรือในอดีตช่วงใดช่วงหนึ่ง เธอและซาร์ซาอาจจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง
หลังจากที่มิเนอร์วาตระเวนส่งแขกทุกคนลงตามสถานที่ต่าง ๆ ตามคำขอ โซนาตาให้เวลาอีกเล็กน้อยกับสมาชิกใหม่ที่เพิ่งเข้ามา พวกเขาจำเป็นต้องปรับตัวและเตรียมตัวให้พร้อมกับอนาคตที่ไม่มีความแน่นอนในกลุ่มอะบีส
มิเนอร์วาออกเดินทางสู่ยุคต่อไป โดยไม่มีผู้ใดในยานรู้ว่าพวกเขามีแขกไม่ได้รับเชิญติดมาด้วย
ที่ห้องเก็บของของมิเนอร์วา เงาสองเงาที่แอบขึ้นมากำลังพูดคุยกัน
“ถ้าโดนจับขึ้นมาจะทำยังไง”
“ไม่เป็นไรน่า พวกเขาพาเรากลับมาส่งเวลาเดิมไม่ได้หรอก” ลูเมนตอบพี่ของเธอ