Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 292: แบ่งทีมรับงาน
บทนำ – Abyss of Time VIII: Paradox

ผ่านมากว่าหนึ่งสัปดาห์นับตั้งแต่กลุ่มอะบีสเดินทางมาถึงยุคใหม่ พวกเขายังไม่ได้เริ่มทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันแม้แต่อย่างเดียว นั่นก็เพราะต่างคนต่างยุ่งอยู่กับงานฉลองต้อนรับสมาชิกใหม่ที่จัดขึ้นแบบมาราธอน
ลูนาร์ เอ็ดวาน และฮาจา คือสามสมาชิกใหม่ของ ‘กลุ่มลูนาร์’ จากสงครามซีนครั้งที่ห้า คนแรกคือช่างโลหะและนักประดิษฐ์ในตำนาน คนที่โซนาตายอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้เธอมาเป็นพรรคพวก คนต่อมาคือผู้กล้าจากแดนเหนือ และสุดท้ายคือนักบวชสาวผู้เชี่ยวชาญเวทมนตร์รักษายิ่งกว่าผู้ใด
“ลูนาร์ โรสเซท ไหน ๆ ก็กลายมาเป็นพวกเดียวกันแล้ว ขอฝากตัวด้วยแล้วกัน” ลูนาร์ทักทายด้วยเสียงเนือย ๆ เธอยังเพลียไม่หายจากศึกที่เพิ่งจบลง และยิ่งเพลียกว่าเดิมเมื่อรู้ว่าไม่สามารถเลี่ยงงานเลี้ยงที่พวกเขากำลังจะจัดขึ้น
“เอ็ดวาน กลับยานมาครั้งนี้ขอมาเป็นพรรคพวกอีกคนหนึ่ง ขอฝากตัวด้วยเช่นกัน”
“ฮาจา เอเทเซีย” ไกราโพล่งขึ้นมา
“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ ฮาจา คาเรนนาต่างหาก” ฮาจาหน้าแดงเพราะความเขินอายที่ถูกล้อ เอเทเซียที่ไกราพูดถึงคือชื่อสกุลของเซกันไม่ใช่ของเธอ
ไกราถูกฟรีโอนิเอลเขกหัวจนเกือบล้มคว่ำ ฝ่ายที่ถูกเล่นงานร้องโวยวายโอดโอย แต่ฟรีโอนิเอลไม่ได้อธิบายเหตุผลอะไรที่ลงมือไป
“ล้อคนที่กำลังดูใจกันอยู่ มันไม่ใช่เรื่องดีนะ” เรย์กระซิบกับไกรา
“เอ๋” เด็กหนุ่มผมแดงยังไม่เข้าใจ
“ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบโดนแหย่… บางคนโดนแบบนี้เข้าไปแล้วมองหน้าไม่ติดไปเลยก็มี” เรย์อธิบายต่อราวกับผู้เชี่ยวชาญ ความจริงเขามีประสบการณ์แทบจะเป็นศูนย์ ทั้งหมดเป็นการจำขี้ปากชาวบ้านมาใช้
แล้วก็กลับมาที่การแนะนำตัวอย่างเป็นทางการกันอีกครั้ง คราวนี้คือคิวของซิลวานและเมโร สองเผ่าพันธุ์หายากที่พวกเขาพบในงานประลอง ทุกคนแปลกใจที่ทั้งคู่สนใจอยากเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอะบีส กลุ่มอะบีสไม่ได้เล็งพวกเขาเป็นเป้าหมายตั้งแต่แรก แต่พวกเขาไม่มีเหตุผลต้องปฏิเสธเช่นกัน เพราะทั้งซิลวานและเมโรต่างก็แข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่าเอ็ดวานหรือฮาจาเลย
“ซิลวาน” เผ่าซิลวานเนียนตนสุดท้ายแนะนำตัวเองสั้น ๆ สั้นเสียจนทุกคนหยุดรอฟังอยู่นานว่าเขาจะพูดอะไรต่อ แต่มันก็มีแค่นั้นจริง ๆ
“ส่วนข้าคือเมโร พวกเราทั้งสองยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนี้”
และแล้ว คนที่ควรจะเป็นสมาชิกคนสุดท้ายแนะนำตัว เขาคือนานาชิ นินจาผู้อ้างว่าตนมาจากยุคอดีต นานาชิยังไม่ได้เล่าเรื่องราวของตนเองรวมถึงบอกชื่อจริงของเขาด้วยสาเหตุบางอย่าง ไม่มีใครพยายามคาดคั้นเพราะรู้ว่าเขาจะเล่าให้ฟังเองเมื่อเวลามาถึง
“สำหรับตอนนี้ขอให้จำข้าในนามว่านานาชิ ถึงจะปิดหน้าปิดตาและสวมชุดดำทั้งตัวแบบนี้แต่ข้าไม่ใช่คนที่น่าสงสัยอะไรหรอก”
ทั้งหกคือสมาชิกใหม่อย่างเป็นทางการของกลุ่ม แต่ด้วยเหตุการณ์บางอย่าง พวกเขาจึงไม่ใช่สมาชิกทั้งหมดที่เพิ่มขึ้นมา
ตัดภาพมาที่เด็กชายหญิงอายุไม่ถึงสิบขวบ ชื่อของเด็กชายคือวาโล โซลาซ ส่วนคนชื่อของเด็กหญิงคือลูเมน โซลาซผู้เป็นแฝดคนน้อง สองคนนี้โซนาตาเห็นฝีมือมาแล้วในงานประลอง พวกเขาเก่งยิ่งกว่าผู้ใหญ่หลาย ๆ คนเสียอีก เรื่องฝีมือจึงไม่ใช่ปัญหาที่ทุกคนเป็นห่วง ความน่าหนักใจคือเด็กทั้งสองน่าจะมีพ่อแม่อยู่ที่ใดที่หนึ่งในยุคของตน แต่ทั้งคู่กลับไม่ได้สนใจเรื่องนั้นสักนิด ในหัวของพวกเขามีแต่เรื่องของกันและกัน และเรื่องที่จะได้ผจญภัยไปกับกลุ่มอะบีส
“พ่อแม่ของเราไม่ตามหาเราหรอกค่ะ พวกเราสองพี่น้องเกิดในตระกูลนักสู้ พวกเราตระเวนไปทั่วโลกตามลำพังเป็นปีแล้วพวกนั้นยังไม่ออกตามหาเลย” ลูเมนอธิบายแทนพี่ชายที่กำลังยืนสำนึกผิดแทนน้องสาวเพราะทั้งคู่ขึ้นยานมาโดยพลการ
“เอาเถอะ ไหน ๆ ก็ขึ้นมาแล้ว… แต่ถ้าจะมาเป็นสมาชิกกลุ่มเรา ก็อย่าคิดนะว่าฉันจะปฏิบัติกับพวกเธอเหมือนกับเด็กน้อย”
“ถ้าได้แบบนั้นจะดีกับพวกเราซะอีกครับ” วาโลตอบอย่างฉะฉาน
“ใช่ ๆ แล้วพวกเราสองคนก็กลายเป็นผู้ใหญ่ได้ทุกเมื่อ”
“เป็นผู้ใหญ่ด้วยวิชารวมร่าง ไม่น่านับนะ” กาเรนทนไม่ได้จนต้องขัดคอขึ้น
“เด็กสองคนนี่ยังไม่ใช่ปัญหาเท่ากับเจ้านั่น” เคสเทรลชี้ไปที่เด็กอีกคนที่ยืนอยู่ข้างกัน
เด็กผู้ชายคนสุดท้ายยืนยิ้มหน้าแป้นอยู่ข้าง ๆ เขามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเด็กทั้งคู่ เด็กคนนี้คือเด็กในปกครองของโซลิเน เขาคือไลริค ดิอาลโนผู้ที่ก่อนหน้านี้ไม่นานยังเป็นเด็กทารกอยู่เลย
“ถึงจะผิดแผนไปเล็กน้อย แต่ได้คนเพิ่มกว่าเดิมก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี… ล่ะมั้ง” อลินาเองก็ไม่กล้าฟันธงหลังจากที่เธอเห็นเด็ก ๆ ทั้งสามกำลังคุยกันว่าจะไปเล่นซนที่ไหน
เหตุผลที่กลุ่มอะบีส ดูเหมือนเอ้อระเหยไม่สนใจการงานไม่ได้มาจากเหุตผลแค่เพราะโซนาตาต้องการให้ทุกคนพักให้เต็มที่ แต่ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ทุกคนเบาใจลงไป
ปีนี้คือปี 4178 ราว ๆ สิบแปดถึงยี่สิบปีหลังจากยุคของเรย์ ลีออน ยุคนี้เทพปีศาจถูกผนึกไปแล้ว ไม่มีสงครามใหญ่ที่ถูกบันทึกไว้อย่างละเอียด นอกจากนั้นพวกเขาก็ไม่ได้ยานร่วงลงมาในสถานที่อันตราย ถูกล้อมโดยพวกชาลูหรือโดนดักเล่นงานโดยกลุ่มเฟรการ์ด
ตั้งแต่เริ่มออกเดินทางจากยุคของเซกัน ครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งแรกที่พวกเขามีเวลาพักอย่างจริงจัง
“พวกเฟรย์การ์ดยังโผล่มาได้ทุกเมื่อ ยังไงก็เอาแต่พอดีนะ” อลินาเตือนทุกคนยกเว้นโรมิเอล เพราะมีแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ไม่เคยยอมพักเลยสักนิด
ในยุคของลูนาร์ โรมิเอลถูกเจ็ดปีศาจสงครามเล่นงานขณะที่พยายามฝ่าไปให้ถึงตัวเซลซารอส ความใจร้อนทำให้เขาได้รับบาดเจ็บหนักและยังเจ็บซ้ำเข้าไปอีกเมื่อพยายามเล่นงานเซลซารอสที่กลายเป็นจิ้งจอกร้อยแปดหาง
ยามปกติโรมิเอลไม่ใช่คนขาดสติแบบนั้น แต่เขาถูกความแค้นครอบงำจนความเยือกเย็นหมดสิ้นและเกือบต้องเอาชีวิตไปสังเวยกับความแค้นโดยไม่ได้เห็นผลลัพธ์ตามหวัง
โชคดีที่กลุ่มอะบีสในตอนนี้มีหน่วยรักษาที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเดิม ด้วยเวทมนตร์ที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ตัวว่าพิเศษกว่าเวทมนตร์รักษาทั่วไป ตอนนี้ทั้งกลุ่มถือว่ามีฮาจาเป็นหนทางในการรักษาใหม่ที่เหนือกว่าการฉีดนาโนแมชชีนสำหรับรักษาเข้าไปในร่างซะอีก
หลังจากงานฉลองมาราธอนจบลง โซนาตาได้เรียกประชุมเหล่าผู้บริหารทั้งสามสิบสองชีวิต โดยมีหัวข้อหลักในการปรึกษาหารือกัน คือภารกิจสำหรับยุคนี้
“เรากำลังถังแตก” จีดัสกระแอมเรียกความสนใจเสร็จก็ไปสู่ข้อสรุปทันที “ภารกิจในครั้งนี้จึงเกี่ยวกับการหาทุนทรัพย์เพิ่ม”
“ไม่ใช่ว่ายุคของข้า พวกเราได้สมบัติมามากมายจากประเทศที่ล่มสลายไปเหรอ” เรย์สอบถามเพิ่ม
“ใช่ ตอนนั้นได้มาพอสมควร แต่ในยุคของลูนาร์พวกเราช่วยออกทุนสร้างโธรนไปเยอะ” โซนาตาตอบอย่างทีเล่นทีจริง “เล่นเอาทุนกับวัตถุดิบที่ตุนไว้เกือบเกลี้ยงคลังเลยล่ะ”
“ยังไงก็ไม่อดตายหรอก พวกเราสามารถหาพลังงานเพิ่มได้จากแหล่งธรรมชาติ วัตถุดิบเองก็รวบรวมใหม่ได้ไม่ยาก” ด็อกมาอธิบายเพิ่มพร้อมกับเปิดจอโฮโลแกรมให้ดูว่ามิเนอร์วามีวิธีดึงพลังมาเก็บสำรองไว้หลากหลายวิธี หนึ่งในนั้นเป็นวิธีที่สร้างผลกระทบให้กับซีนเล็กน้อยคือการดึงความร้อนจากใต้โลกมาใช้
“ปัญหาคือการเดินทางยังไงก็ควรมีเงินและทองคำด้วย โชคดีที่ซีนหลายประเทศใช้หน่วยเงินแบบเดียวกันแต่ยังไงซะทองคำยังเป็นหน่วยที่มีค่าในทุกยุคทุกสมัย พวกเราจำเป็นต้องมีมันเพื่อความคล่องตัวสำหรับใช้ในการเดินทางต่อ” จีดัสกลับมาเป็นคนพูดต่ออีกครั้ง
เมโรยกมือขึ้นเพื่อถามอย่างกระตือรือร้น “แล้วคิดไว้รึยังว่าจะหาจากไหน”
“ถ้ายังไม่มี ข้ามีข้อเสนอ” เรย์ตื่นเต้นไม่แพ้กัน
“ไกราคิดว่าไกรารู้ว่าเรย์หมายถึงอะไร”
“ข้าเองก็คิดว่าข้ารู้ค่ะ ประเทศลีโอตาร์ใช่ไหมคะ” แอนทิสตาที่อยู่กับเรย์มานานรู้ความคิดของเขา
เรย์พยักหน้า ส่วนจีดัสก็ยิ้มบาง ๆ มันคือแผนเดียวกับที่เขาคิด ประเทศลีโอตาร์คือประเทศสำคัญที่เป็นศูนย์กลางเดินเรือของซีนในทุกยุคทุกสมัย พวกเขาเป็นประเทศเกาะที่มีความเจริญสูงและยังได้ประโยชน์จากกระแสน้ำทะเลที่ทำให้เหมาะกับการเป็นเมืองท่าเป็นที่สุด
นอกจากความเจริญแล้วลีโอตาร์เป็นประเทศที่มีกิลด์มากมายเปิดทำการที่นั่น คำขอมากมายที่กิลด์ท้องถิ่นไม่สามารถจัดการได้จะถูกส่งมารวมกันที่ลีโอตาร์ ที่นั่นเต็มไปด้วยภารกิจระดับสูงซึ่งตามมาด้วยผลตอบแทนมหาศาลด้วยเช่นกัน
“เราจะไปที่นั่น แล้วกวาดเอาภารกิจตั้งแต่ระดับ A ขึ้นไปมาให้หมด”
“งั้นมาจัดแบ่งทีมอีกทีดีไหม” ลูนาร์เสนอ และทุกคนเห็นด้วยตามนั้น
“น่าสนุกดีนะ ไหน ๆ จะแบ่งกลุ่มแล้ว เรามาเล่นเกมอีกสักนิดดีไหม อย่างเช่นแข่งกันว่าทีมไหนจะทำยอดเงินรวมกันได้สูงสุด” โซนาตาโน้มน้าวทุกคน
“เล่นเป็นเด็ก ๆ ไปได้น่า” อลินาส่ายหน้าอย่างไม่เอาด้วย
“ใช่ เจ้าบอกให้ข้าอยู่ศึกษาเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่กับด็อกมาไม่ใช่เหรอ ข้าคงไม่มีเวลาไปวิ่งเล่นกับเจ้าข้างนอกหรอกนะ” ลูนาร์เป็นอีกคนที่ไม่เล่นตามเกม
“งั้นลูนาร์กับอลินาก็อยู่ทีมคุ้มกันยานไป” โซนาตาพูดอย่างเสียอารมณ์ที่ถูกขัดความสนุก
“ไซเลนเซอร์ต้องอยู่ที่ยานกันครบทีมไหมคะ” โซลิเนยกมือขึ้นถาม ดูเหมือนว่าเธอเองก็อยากออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกเช่นกัน
“ไม่จำเป็นต้องอยู่ครบก็ได้มั้ง ถ้าอยากไปก็ไปเถอะ พาไลริคออกไปดูข้างนอกด้วยก็น่าจะดีนะ” โซนาตาสนับสนุนเธอ ส่วนอลินาที่เป็นหัวหน้ากลุ่มไซเลนเซอร์ก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร เธอคิดว่าคงไม่ได้เจอกับเฟรย์การ์ดอีกครั้งในช่วงเร็ว ๆ นี้หรอก
“งั้นให้ฉันไปเป็นเพื่อนก็แล้วกัน” กาเรนเสนอตัว
“นายอยู่ทางนี้ดีแล้ว” อลินาเห็นท่าทางกระดี๊กระด๊าของกาเรนแล้วรู้สึกหมั่นไส้ เธอล็อคตัวกาเรนเอาไว้
“ผม รุ่นพี่อลินา รุ่นพี่เคสเทรลและฟิลิเซียก็อยู่ทางนี้นะครับ” ไคเลอร์ช่วยปลอบใจแต่ไม่ช่วยอะไรมาก
ก่อนหน้านี้กาเรนและฟรีโอนิเอลนัดกันไว้ว่าจะไปตะลอนเที่ยวราตรีด้วยกัน แต่แผนที่คิดไม่ราบรื่นเสียแล้ว
“งั้นก็มาจัดทีมกันเถอะ” โซนาตากลับมาคึกอีกรอบ กวาดตามองคนของเขา “ทีมละสี่คนกำลังดี ใครอยากอยู่ทีมฉันบ้าง”
หลายคนยกมือขึ้นพร้อมกัน หรือจะพูดว่าจริง ๆ เกือบทุกคนยกมือกันหมด แม้กระทั่งพวกที่มาใหม่อย่างนานาชิ ซิลวาน หรือวาโลก็ยกมือกับเขาด้วย ส่วนใหญ่พวกเขาคิดไม่ต่างกันคืออยากใช้เวลารู้จักกับหัวหน้ากลุ่มให้มากกว่านี้
นอกจากนี้ ยังมีบางคนที่ไม่ได้อยากสนิทสนม แต่มีเป้าหมายในใจอยู่แล้วแตกต่างออกไป
“ข้าทำงานในการคุ้มกันมาทั้งชีวิต งานคุ้มกันหัวหน้ากลุ่มควรเป็นของข้าไม่ใช่เหรอ” ลามินายืนกรานแบบนั้น
ระหว่างที่พูด สมองคิดถึงคำทำนายของริเธียผู้เป็นนายเก่าแล้วมีกำลังใจกับความกระตือรือร้น ริเธียได้ย้ำกับเธอว่าการติดตามโซนาตาไปจะทำให้ความปรารถนาสูงสุดของเธอสัมฤทธิ์ผล
…ความหวังสูงสุดของข้าไม่ใช่เรื่องอื่น มันคือการฟื้นฟูประเทศมาดารัส บางทีถ้ากลับไปยุคเดิมได้อีกครั้งข้าอาจพบคำตอบที่ช่วยให้ประเทศกลับมายิ่งใหญ่เช่นที่เคยเป็นในอดีต…
“คนก็อยากไปกับนาย ถ้าเยอะแบบนี้ตัดสินไม่ได้ง่าย ๆ หรอก ลองสรุปทีมอื่นดูเพื่อลดจำนวนก่อนไหม ถ้ายังเหลือคน เดี๋ยวค่อยใช้โปรแกรมสุ่มเอา”
โซนาตาเห็นด้วยกับจีดัส เขาตัดสินใจเลือกหัวหน้าของทีมอื่น ๆ ขึ้นมาก่อน เริ่มจากเรย์ เซเลนอส เซกัน โรมิเอล และนานาชิ โดยเกณฑ์หลัก ๆ ที่เลือกพวกเขามาเป็นหัวหน้าแต่ละทีม คือความแข็งแกร่งของแต่ละคน ไม่ได้มีเหตุผลเป็นพิเศษอย่างอื่น
“มีใครอยากไปทางนี้บ้าง ข้าคิดเมนูใหม่ ๆ เอาไว้หลายอย่างเลยนะ”
“งั้นข้ากับแอนทิสตาไปกับเรย์” ไกรายกไม้ยกมือแถมยังดึงแอนทิสตาไปกับเขาด้วย
“เฮ้ย มีการเอาอาหารมาล่อด้วยเรอะ” ฟรีโอนิเอลโวยวาย
“เอ… เมนูใหม่ของเรย์เหรอ น่าสนใจนะเนี่ย” เวเนแค่พูดถึงก็อยากกินจนน้ำลายสอ
“กลุ่มเรย์มีสามคนแล้ว เธอมาทางนี้ดีกว่า” อัลโตดึงเวเนมาทางกลุ่มของเซกันแทน
เซกันและฮาจาต่างก็ลังเล คนหนึ่งอยากชวนอีกคนมาร่วมกลุ่มก่อนที่คนจะเต็ม ส่วนอีกคนก็กังวลว่าหากขอร่วมกลุ่มกับเซกันจะถูกไกราล้อเหมือนก่อนหน้านี้
“ข้าจะไปกับเจ้า” ดีวานบอกกับเซเลนอส เขายังคาใจเรื่องความสัมพันธ์น่าสงสัยระหว่างเซเลนอสและโรมิเอล การตัดสินใจอยู่กลุ่มนี้ก็เพื่อการจับตาดูเซเลนอสนั่นเอง
“พวกเราจะไปกับนานาชิ” สองแฝดวาโลกับลูเมนเลือกนานาชิที่ทั้งคู่รู้จักดีที่สุด
“ฉันก็อยากไปกับวาโลและลูเมนนะ แต่ว่า…” ไลริคหันไปมองโซลิเนที่เป็นผู้ปกครอง
“นายน่ะเป็นตัวแถม” โซนาตาเข้ามาช่วย “ยังไงก็น่าจะมีทีมนึงมีห้าคนอยู่แล้ว หนีบกันไปกับโซลิเนเลยจะได้ช่วยกันดูแลเด็ก ๆ ด้วย”
ผลสรุปคือทีมนานาชิครบทีมไปอย่างรวดเร็วก่อนใครเพื่อน โดยมี นานาชิ โซลิเน วาโล ลูเมน และไลริค
“ข้าจะไปกับโรมิเอล” จูเดสปาพูดขึ้นมาแบบเนิบ ๆ เป็นจังหวะก่อนที่เมโรและซิลวานจะยืนยันแบบเดียวกัน นั่นทำให้ทีมของโรมิเอลครบทีมเป็นทีมที่สอง
เอ็ดวานเกือบจะเข้ากลุ่มของเรย์เพราะเห็นแก่อาหาร แต่เพราะมัวแต่ลังเล ฟรีโอนิเอลจึงชิงตัดสินใจตัดหน้าไปก่อนเพียงก้าวเดียว ตัวเลือกของเอ็ดวานจึงเหลือเพียงกลุ่มโซนาตา กลุ่มเซกันและกลุ่มของเซเลนอส
…เราสนิทกับเซกันที่สุด แต่กลุ่มเซเลนอสเองก็น่าสนใจ ทีมเขามีดีวานอยู่ด้วยถ้าอยู่ทีมนี้น่าจะได้เรียนรู้อะไรไม่น้อย…
สรุปได้ดังนั้นเอ็ดวานจึงเลือกทีมของเซเลนอสแทนเซกัน
“จริงด้วย เจ้าก็มาอยู่ทางนี้ด้วยกันสิฮาจา” เอ็ดวานจูงมือลากฮาจาไปด้วยโดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังรวบรวมความกล้าเพื่อบอกว่าเธออยากอยู่ทีมเดียวกับเซกัน
…ไอ้เจ้าบ้าเอ็ดวาน… ลูนาร์ โซนาตาและอลินา ด่าในใจพร้อมกัน พวกเขากำลังอดทนรอให้ฮาจาพูดออกมาเองหรือไม่ก็ตั้งใจจะหาเรื่องโยนฮาจาไปไว้กับกลุ่มเซกันอยู่แล้ว แต่ดันมีคนซื่อบื้ออ่านสถานการณ์ไม่ออกซะงั้น
“ทางนี้มีดีวานกับข้าที่รักษาได้อยู่แล้วก็จริง แต่ยังไงในทีมมีคนที่คุ้นเคยกันสักคนก็ย่อมดีกว่า”
เจอเหตุผลของเอ็ดวานเข้าไป ฮาจาก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ เธอได้แค่ยิ้มแห้งและตอบรับ และนั่นทำให้กลุ่มของเซเลนอสครบจำนวนไปอีกกลุ่ม
คนที่เหลือในตอนนี้มี เจเนวีฟ ซีวี ลามินา และจีดัส ปัญหาคือทั้งสี่ล้วนอยากเข้ามาอยู่กับโซนาตาทั้งนั้น ซีวี ลามินาและเจเนวีฟมีจุดประสงค์ที่ชัดเจนแต่แรกและเล็งโซนาตาไว้แล้ว แต่ที่น่าแปลกคือจีดัส เขาก็ดื้ออยากไปกับโซนาตาด้วย
“ข้ามีประเด็นที่อยากถกกับโซนาตาหลายเรื่อง รวมถึงเรื่องเกี่ยวกับงานวิจัย” จีดัสอธิบายเพิ่มว่าตั้งแต่เข้าร่วมกลุ่มอะบีส เขาก็ทำงานเกี่ยวข้องกับการดูแลมิเนอร์วาและงานวิจัยมาตลอด แต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำหน้าที่ในฐานะเสนาธิการอย่างที่ถูกร้องขอมาในตอนแรก เขาจึงคิดจะใช้โอกาสช่วงสั้น ๆ นี้ให้เป็นประโยชน์
เจเนวีฟได้ฟังเหตุผลแล้วก็ถอนหายใจ ครั้งก่อนเธอพลาดโอกาสได้อยู่กลุ่มโซนาตาและหวังว่าครั้งนี้จะได้โอกาสในการทำคะแนนเพิ่ม แต่ดูเหมือนว่าเรื่องนี้มันไม่จบลงง่าย ๆ ถ้าไม่มีใครสักคนยอมถอย
“ช่วยไม่ได้ งั้นฉันไปกับกลุ่มเซกันก็ได้” เจเนวีฟเดินไปทางกลุ่มของเซกันซึ่งมีเพื่อนรักของตนอยู่ในนั้นแล้ว
“งั้นก็เป็นอันว่าลงตัวตามนี้ หลังจากไปถึงลีโอตาร์ เรย์ที่เคยเป็นสมาชิกของกิลด์อุสทรินาจะเป็นผู้รับรองสมาชิกให้กับพวกเรา หลังจากลงทะเบียนเสร็จการแข่งขันถึงจะเริ่ม”
“เดี๋ยวนะคะ ตกลงยังจะแข่งอีกจริง ๆ เหรอ” แอนทิสตาประท้วง อีกหลายคนก็อยากทำเหมือนกัน แต่พวกเขารู้ดีว่ามันเปล่าประโยชน์
“เอาน่า สนุกกันหน่อย คนชนะเดี๋ยวมีของรางวัลให้ด้วย”
“โอ้ว จะเป็นเนื้อแบบไหนนะ หรือว่าจะเป็นเครื่องปรุงหายาก” เรย์จินตนาการไปแล้วว่ารางวัลต้องเกี่ยวกับของกิน
“เอ๋ รางวัลหรือว่าคงไม่ใช่แบบนั้นเนอะ” กาเรนฝันละเมอไปชั่วครู่หนึ่งแล้วจึงนึกขึ้นได้ว่าตนเองต้องอยู่กับยาน ไม่ได้มีสิทธิ์ไปแข่งกับคนอื่นซะหน่อย
“อ่ออ ขอเตือนอีกนิด ถึงจะบอกว่าแข่งขัน แต่จุดมุ่งหมายหลักคือการหาเงินเข้ากลุ่ม ถ้าจับได้ว่าใครขัดขากลั่นแกล้งกันล่ะก็…” อลินาทำท่าเอานิ้วปาดคอตัวเอง
“ไม่มีใครทำอะไรโง่ ๆ แบบนั้นหรอกครับ” เซเลนอสย้ำ เขาเหลือบไปมองทางจูเดสปาเหมือนตั้งใจเตือน อีกฝ่ายเข้าใจดี จูเดสปาอยากยึดอำนาจโซนาตาแต่เขาไม่ได้อยากทำให้กลุ่มพังไปด้วยกัน
เมื่อได้ข้อสรุปทุกอย่างเรียบร้อย ยานมิเนอร์วาจึงมุ่งสู่ลีโอตาร์ตามกำหนดการ และเช่นเดิมกับทุกครั้งที่นำยานลงจอดและต้องออกจากยาน ยานถูกซ่อนไว้จากสายตาอยากรู้อยากเห็นของผู้คน ส่วนกลุ่มอะบีสก็ขึ้นเกาะด้วยยานเล็กที่ถูกสังเกตได้ยากกว่า
ทหารราว ๆ สามสิบคนติดตามมินอาไปเพื่อจัดการเกี่ยวกับเสบียงและข้าวของจำเป็นด้วยเงินที่เกือบจะเรียกว่าเป็นก้อนสุดท้ายของกลุ่ม ส่วนผู้บริหารอีกยี่สิบห้าคนติดตามเรย์ไปยังที่ทำการใหญ่ของกิลด์อุสทรินา
บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปจากครั้งล่าสุดที่เรย์และเพื่อน ๆ ที่มาจากยุคเดียวกับเขาเคยเห็น เรย์เกือบพาทั้งกลุ่มเดินหลงทางอยู่สองสามครั้ง แต่ในที่สุดที่ทำการของกิลด์ก็ได้มาอยู่ตรงหน้าของกลุ่มอะบีส
ชายผู้ที่เรย์ตั้งใจมาพบคือหัวหน้ากิลด์ที่ชื่อคาฟโต เขาคือกิลด์มาสเตอร์รุ่นที่สี่ของกิลด์อุสทรินา โชคดีที่ชายชราผู้นี้ยังอยู่ในตำแหน่งเดิมแม้จะผ่านมาเกือบยี่สิบปีแล้ว
ประวัติศาสตร์ไม่ได้เล่าเรื่องความเกี่ยวข้องของเรย์และคาฟโตอย่างละเอียด
ในความจริง เรย์และเพื่อนค่อนข้างคุ้นเคยกับชายชราผู้นี้ไม่น้อย เขาคือเพื่อนสนิทของซิกมาและเป็นผู้ที่คอยช่วยเหลือพวกเรย์ในหลาย ๆ เรื่องตลอดช่วงเวลาที่เขาเป็นสมาชิกอยู่ในกิลด์
คาฟโตตกใจจนแทบตากลับเมื่อพบว่ากลุ่มคนที่เขามาติดต่อในกิลด์ หนึ่งในนั้นคือ ‘เรย์ ลีออน’ ผู้ที่น่าจะเสียชีวิตไปนานแล้ว
“ข้าคิดว่าเจ้าตายไปแล้วซะอีก นี่ซิกมารู้เรื่องนี้รึเปล่า” กิลด์มาสเตอร์เป็นฝ่ายเข้ามาทักเรย์อย่างสนิทสนม ทำให้สมาชิกหลาย ๆ คนประหลาดใจ
มีสมาชิกเก่าแก่บางคนคุ้นหน้าคุ้นตาเรย์เช่นกัน หลายคนเริ่มซุบซิบกันและเพื่อไม่ให้วุ่นวายไปกว่านั้น กิลด์มาสเตอร์ชราจึงตัดสินใจชวนเรย์ไปคุยกันในห้องทำงานของเขา
“ขอให้ชายผู้นี้ไปด้วยได้ไหมครับ เขาคือหัวหน้าของผมในตอนนี้” เรย์ฝายมือไปที่โซนาตา คาฟโตพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“เชิญเลย หรือมากันหมดเลยก็ได้ ข้ามีเรื่องอย่างถามหลายเรื่องเลยล่ะ”
เรย์คุยกับโซนาตามาก่อนหน้านี้แล้ว เขายืนยันว่ามาสเตอร์คาฟโตเป็นคนคุยง่าย แต่การเดินทางข้ามเวลา เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ทุกคนเข้าใจว่ากลุ่มอะบีสมีเจตนาที่ดี จีดัสจึงเสนอว่าให้เล่าเรื่องราวต่าง ๆ โดยปิดส่วนของการเดินทางข้ามเวลาออกและใช้ข้ออ้างของการ ‘มาจากโลกคู่ขนาน’ แทน
“พวกเราไม่อยากให้ทุกคนแตกตื่น เลยยังไม่ได้บอกใครแม้แต่ลุงซิกมา” เรย์ตบท้ายเรื่องเล่าที่มีทั้งจริงและบิดเบือนของเขา
“ยอดเยี่ยมเลยนะ ไม่ใช่แค่ผนึกเทพปีศาจครั้งเดียว หลังจากไปติดอยู่ในโลกคู่ขนานยังพยายามต่อสู้กับเทพปีศาจมาตลอด” สายตาชื่นชมของชายแก่ไม่ได้มองแค่เรย์เท่านั้น แต่ยังส่งไปถึงโซนาตา จีดัสและซีวีที่มาด้วยกันกับเรย์
“ดูเหมือนว่าคุณจะไม่แปลกใจเลยนะตอนที่ได้ยินเรื่องของโลกคู่ขนาน” โซนาตาถามคำถามเดียวกับที่จีดัสอยากถามพอดี
คาฟโตอึ้งไป นานจนพวกโซนาตายิ่งสงสัยกว่าเดิม “ไม่มีอะไรหรอก มันก็แค่ข่าวลือ”
“ข่าวลือ?” จีดัสกุมคางเขาถามย้ำด้วยความใคร่รู้
“ช่วงนี้มีข่าวลือว่ามีพวกเหล่าวายร้ายที่เดินทางมาจากโลกอื่น ตอนแรกข้าเองไม่เชื่อข่าวนี้หรอก แต่พอเห็นเจ้ามายืนอยู่ตรงนี้ บางทีมันอาจไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้”
จีดัสและโซนาตาตั้งท่าจะถามต่อ แต่ดูเหมือนว่าคาฟโตจะไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้นมาก เขาเปลี่ยนเรื่องด้วยการชวนเรย์คุยเกี่ยวกับซิกมาแทน
“จริงสิ ที่ปากัสกำลังมีสงครามกับพวกโจรสลัด เจ้าน่าจะรับงานนี้นะเพราะซิกมาก็อยู่ที่นั่น”
“โจรสลัด? ลุงซิกมายังไม่วางมืออีกเหรอเนี่ย” เรย์เกาหัวอย่างงุนงง เขานึกว่าซิกมาจะเกษียณไปตั้งนานแล้ว