Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 293: หญิงสาวผมฟ้าในกิลด์

ในช่วงเวลาเดียวกับที่โซนาตา เรย์ จีดัสและซีวีกำลังสนทนากับกิลด์มาสเตอร์ สมาชิกกลุ่มอะบีสที่เหลือได้ทำการลงทะเบียนจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาไม่อยากรออยู่เฉยจึงเริ่มแยกย้ายกันออกไปสำรวจกิลด์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น บางคนเริ่มจากการทักทายสมาชิกร่วมกิลด์เพื่อสอบถามข้อมูล และบางคนก็กำลังสนุกกับร้านรวงต่าง ๆ ที่มาเปิดกิจการอยู่ในที่ทำการ
ฟรีโอนิเอลถึงมาจากยุคเดียวกับเรย์ แต่เขาเพิ่งเคยมาเหยียบที่นี่เป็นครั้งแรก เขาจึงใช้เวลาช่วงแรกไปกับแผนที่ของกิลด์ที่สลับซับซ้อนยิ่งกว่าที่คิด
“มีร้านเหล้าด้วยแฮะ” พูดแล้วก็รู้สึกเปรี้ยวปากขึ้นมาทันที รู้สึกเสียดายที่กาเรนไม่ได้อยู่ตรงนี้ด้วย
เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กจอแจเบาลงเมื่อเท้าคู่หนึ่งย่างผ่านธรณีประตูเข้ามา ทุกคนที่อยู่ในห้องรับรองหันไปมองเจ้าของฝีเท้าคู่นั้นโดยไม่ได้นัดหมาย
ทุกคนในกลุ่มอะบีสสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป สายตาหลาย ๆ คู่มองร่างนั้นอย่างไม่เป็นมิตร
ร่างบางของหญิงสาวอยู่ในชุดยาวสีม่วงและสีน้ำเงินเข้ม บางส่วนของชุดถูกห่อหุ้มด้วยเกราะอีกชั้น เธอพกดาบเล่มโตที่ดูใหญ่เกินกว่าดาบทั่วไปมาก จากลักษณะที่ก้ำกึ่งระหว่างชุดที่คล้ายจอมเวท เกราะและดาบยักษ์ มันพอบอกได้ว่าเธอน่าจะเป็นนักรบเวทมนตร์
ฟรีโอนิเอลยืนตะลึงในความงามของอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง ในหัวมีความรู้สึกสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน หนึ่งคืออยากเดินไปทักทายอีกฝ่ายพร้อมกับแนะนำตัวเอง ในขณะเดียวกันสัญชาตญาณร้องเตือนขึ้นมาว่าผู้หญิงคนนี้มีบางอย่างที่อันตราย
อาจเป็นเพราะว่าในกลุ่มอะบีสเต็มไปด้วยหญิงแกร่ง บางคนในนั้นเก่งกว่าผู้ชายส่วนใหญ่ในกลุ่มด้วยซ้ำ ฟรีโอนิเอลจึงจับสัมผัสนี้ได้แม่นยำ เธอคนนี้น่าจะเป็นแบบเดียวกัน มันคือสาเหตุของสายตาแปลก ๆ ที่ทุกคนมองเธอ
…ไม่สิ ไม่ใช่แค่นั้นหรอก… เขาจับได้ว่าบางสายตาก็ไม่มองด้วยความยำเกรง มีบางคนมองเธอเหมือนอาฆาตมาดร้ายด้วยซ้ำ
“สวัสดี” ขณะที่ฟรีโอนิเอลลังเลอยู่ เอ็ดวาน ไกราและฮาจาก็เป็นฝ่ายเข้าไปทักหญิงแปลกหน้าก่อน
“…” หญิงผมสีฟ้าอ่อนไม่ได้ทักทายกลับ เธอแค่ชายตามองพวกเอ็ดวานอย่างสงสัย
“เจ้าเป็นสมาชิกของกิลด์นี้ใช่ไหม พวกเราเป็นสมาชิกใหม่น่ะค่ะ” ฮาจาอธิบายตัวเองเพิ่ม
“…” อีกฝ่ายยังเงียบปาก แต่พยักหน้ารับรู้ เธอหน้านิ่งจนอ่านไม่ออกว่าคิดอะไร
“ปากหนักเหมือนโรมิเอล แถมหน้านิ่งกว่าฟิลิเซียอีก” พออีกฝ่ายไม่แสดงออกใด ๆ ไกราจึงนินทาต่อหน้า มันทำให้กำปั้นของฟรีโอนิเอลเกือบจะลอยมาใส่หัวเขา
“ขอโทษแทนพวกนี้ด้วย พวกเราไม่ได้ตั้งใจเข้ามาขวางทางหรอก”
อีกฝ่ายพยักหน้าให้อีกครั้ง ก่อนจะเดินทะลุกลุ่มอะบีสและตรงไปยังเคาท์เตอร์เพื่อจัดการธุระของเธอ
“อย่าไปยุ่งกับยายนั่นดีกว่านะ” สมาชิกคนหนึ่งเข้ามาคุยแทน กลุ่มอะบีสมารู้ภายหลังว่าเขาชื่อ ‘อาร์พิส’ เป็นสมาชิกระดับ B ของกิลด์ ฝีมือของเขาอาจจะไปถึงระดับ A ได้ถ้าหากอยู่กิลด์ที่เล็กกว่านี้
“เธอคนนั้นเป็นยังไงเหรอครับ” เซเลนอสเข้ามาร่วมวงสนทนาพร้อมกับอีกหลาย ๆ คน
“เอาเป็นว่า ถ้าไม่อยากมีปัญหาก็อย่าไปยุ่งกับเธอเลย ผู้หญิงคนนั้นมีชื่อเสียงไม่ค่อยดี ไม่รู้ว่าท่านคาฟโตรับคนแบบนั้นมาอยู่ในกิลด์ของเราได้ยังไง”
เสียงของอาร์พิสดังพอสมควร เขารู้ว่าสาวผมสีฟ้าอ่อนได้ยินคำพูดของเขาทุกคำ แต่เขาไม่ได้สนใจลดเสียงลงสักนิด ดูเหมือนตั้งใจพูดให้ดังขึ้นเสียด้วยซ้ำ
ฮาจากังวลว่ามันเริ่มจะกลายเป็นการกลั่นแกล้งกันด้วยการป้ายสี
เธอไม่สนใจว่าเพื่อนบางคนเริ่มสนใจเรื่องชื่อเสียงของเธอคนนั้น ฮาจาพูดกับอาร์พิสเพื่อตัดบท “ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ ไม่ทราบว่าพอบอกทางไปโรงอาหารให้พวกเราได้ไหมคะ”
อาร์พิสทำเสียงเดาะลิ้นด้วยความไม่พอใจ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ โซนาตาและพวกที่ตามเข้าไปคุยกับกิลด์มาสเตอร์ก็เดินกลับเข้ามา
“ข้าขอเตือนอีกครั้งนะ… อยู่ในกิลด์นี้ฟังที่รุ่นพี่อย่างข้าเตือนไว้ดีกว่า” คราวนี้ไม่ใช่อาร์พิส แต่เป็นน้องสาวฝาแฝดของเขาอาร์เน อาร์เนคนนี้ฝีมืออยู่ระดับเดียวกัน เห็นได้ชัดว่าเธอเองก็เป็นอีกคนที่ไม่ชอบหน้าผู้หญิงผมฟ้าคนนั้น
“นี่บัตรกิลด์ของทุกท่านค่ะ” สองพี่น้องถูกขัดจังหวะอีกครั้ง เป็นเสียงของเจ้าหน้าที่สาวประจำกิลด์ เธอวิ่งเข้ามาหากลุ่มอะบีสพร้อมกับบัตรสมาชิกกิลด์ที่ออกแบบเร่งด่วน
“โอเค ครบยี่สิบห้าใบ” จีดัสนับเสร็จในพริบตา จากนั้นจึงเริ่มแจกบัตรทั้งหมดให้กับทีละคน
อาร์พิสและอาร์เนรู้สึกอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา บัตรกิลด์สำหรับสมาชิกใหม่จะเริ่มต้นด้วยแรงค์ระดับต่ำสุดคือแรงค์ F แต่ในบางกรณีกิลด์มาสเตอร์สามารถประเมินความสามารถมอบแรงค์ชั่วคราวให้กับสมาชิกที่ถูกประเมินไว้ว่าระดับสูง ทั้งคู่มองว่าพวกคนกลุ่มนี้คือคนรู้จักของกิลด์มาสเตอร์ บางทีพวกเขาอาจจะได้แรงค์ชั่วคราวจนถึงระดับ D หรือขึ้นไปถึง C ก็ได้
“หาาาา” สองพี่น้องร้องลั่น เสียงของพวกเขาทำให้ทุกคนที่ยังอยู่ในห้องรับรองสนใจไปด้วย
พวกเขาพบว่าบัตรที่กิลด์ออกให้กับคนแปลกหน้าพวกนี้คือบัตรระดับ A และบางใบเป็นระดับ S ด้วยซ้ำ
“เป็นไปได้ยังไง” หนึ่งในนักผจญภัยที่มามุงตะโกนด้วยความตกใจ
“นั่นสิ ขนาดตอนที่ออกบัตรชั่วคราวให้พวกอัศวินจากวัง ยังเคยได้สูงสุดแค่ระดับ B เองนะ”
เรย์ไม่ได้อธิบายว่าตนได้ระดับ S เพราะตนไม่ใช่สมาชิกใหม่แต่ในอดีตเคยผ่านการทดสอบแล้ว ส่วนคนอื่นในกลุ่มหลายคนควรได้ระดับ S เช่นกันแต่ที่ได้แค่ A นั่นเพราะว่ามันคือแรงค์ชั่วคราวสูงสุดที่กิลด์มาสเตอร์สามารถมอบให้ได้โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบ
ถ้าให้ขยายความเพิ่มคือกลุ่มอะบีสทั้งยี่สิบห้าชีวิตมีระดับเกินกว่า S กันหมดทุกคน แต่เรื่องแบบนี้เรย์คิดว่าไม่พูดออกไปน่าจะดีกว่า
“ทีมของฉันกับทีมของเรย์ได้งานจากปากัสมา เป็นงานเกี่ยวกับโจรสลัดมีทีมไหนอยากมาด้วยกันอีกไหม” โซนาตาถามแต่ละทีม
“ทีมผมได้งานล่าเดวัลระดับ S แถว ๆ นั้นเหมือนกันครับ แต่เรามีแผนจะแวะทำงานอื่นระหว่างทางด้วย คิดว่าแยกกันไปจะสะดวกกว่า” เซเลนอสตอบ
“ทางนี้ได้งานแถวเอเทเซียครับ” เซกันผู้ที่ผูกพันกับประเทศบ้านเกิดเลือกงานจากแถวนั้นเป็นตัวเลือกแรก
“งานของทางนี้เกี่ยวกับภารกิจล่าสมบัติแถว ๆ โคราลูนา”
“เกาะของพวกเงือกงั้นเหรอ ระวังตัวด้วยนะครับแถวนั้นเป็นถิ่นของพวกนากา” เรย์เตือนนานาชิเพราะเป็นห่วงในเรื่องที่กลุ่มของเขามีเด็กอยู่ถึงสามคน
“ไม่ต้องห่วงหรอก ข้ากับวาโลเก่งนะ พวกเรารวมร่างกันกลายเป็นผู้ใหญ่ได้ด้วย ไม่ได้มีแต่เด็ก ๆ ซะหน่อย” ลูเมนพูดอย่างมั่นใจ
“แบบนั้นนับด้วยเหรอ” แอนทิสตาถอนหายใจ รู้สึกหนักใจแทนนานาชิและโซลิเน
“อีกไม่นานฉันก็คงกลายเป็นผู้ใหญ่แล้ว เดี๋ยวฉันจะช่วยดูให้อีกคนก็แล้วกัน” ไลริคย้ำ ซึ่งไม่ได้ช่วยให้น่าอุ่นใจขึ้นสักนิด
“แล้วกลุ่มของนายล่ะ” โซนาตาเปลี่ยนเรื่องด้วยการหันไปถามโรมิเอล
“พวกเราแข่งกันอยู่ไม่ใช่เหรอ” คนที่ตอบกลายเป็นบรอลแทน “ไม่ไปทางเดียวกับเจ้าหรอก เดี๋ยวต้องมาหารรางวัลอีก”
“เอาแบบนั้นก็ได้ งั้นก็ตามนี้มีแค่กลุ่มของฉันกับเรย์ที่จะไปปากัส ที่เหลือก็ขอให้โชคดีก็แล้วกัน ถ้ามีเหตุฉุกเฉินอะไรก็ติดต่อมาที่ฉันหรือไม่ก็มิเนอร์วา” โซนาตาแสยะยิ้ม
“ขอให้โชคดี” หลายคนพูดขึ้นก่อนที่แต่ละกลุ่มจะแยกย้ายกันออกไป
ปากัส จุดหมายปลายทางที่ทีมโซนาตาและทีมเรย์กำลังมุ่งไปถูกเรียกว่าเกาะโจรสลัดมาเป็นเวลานานหลายร้อยปี แม้จะเคยมีช่วงสั้น ๆ ที่ถูกปราบปรามแต่ไม่นานนักมันก็จะกลับมากลายเป็นแดนเถื่อนอีกครั้งได้เสมอ
เพื่อความแนบเนียนไปกับยุค พวกเขาเลือกใช้วิธีเดินทางด้วยเรือที่เช่ามา โซนาตาสนุกกับการเดินทางจึงไม่ได้สนใจนับนักว่าระหว่างทางพวกเขาถูกโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่าไปกี่ครั้ง
ในช่วงแรก ๆ ศัตรูไม่พ้นเป็นพวกเดวัลทะเล ซึ่งมีทั้งเดวัลปลา งูทะเล ปลาหมึกยักษ์และอีกมากมายหลายสายพันธุ์รวมไปจนถึงมังกรทะเล
“แย่แล้ว ข้างหน้านั่นมัน คราเคน!” เรย์ตะโกนและชี้ไปที่ภูเขาลูกย่อม ๆ ที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาด้วยความเร็วสูง
“หืมมม ก็แค่เดวัลปลาหมึกยักษ์ที่ใหญ่กว่าเดิมไม่ใช่เหรอ” โซนาตาหาวหวอดแบบไม่ได้สนใจ
“เจ้านี่มีค่าหัว! แต่ไม่นึกว่าจะเจอระหว่างทางพวกเราก็เลยไม่ได้รับงานมา” ฟรีโอนิเอลอธิบาย “ถ้าไม่ได้รับงานมาก่อน ถึงกำจัดได้ก็อาจจะไม่ได้อะไรเลย”
“งั้นก็รับเลยสิ” ซีวีบอก “พวกอลินาก็ยังอยู่แถว ๆ ลีโอตาร์นี่ กำจัดเสร็จแล้วค่อยให้พวกนั้นไปรับก็ยังทัน คงไม่มีใครรู้หรอก”
“ไม่ต้องใช้พลังของอลินาหรอก” จีดัสแย้ง “ให้กาเรนไปก็ได้แล้ว ใช้ภาพลวงตาไปรับงานมาแทน จะได้ไม่ต้องลำบากกลับไป”
“นี่… ไม่อยากขัดหรอก แต่เจ้านั้นมันกำลังจะโจมตีมาแล้วนะ”
ไกราพูดยังไม่ทันจบประโยคดี หนวดยักษ์ของคราเคนก็ยืดเข้ามาจากเกือบคว้าเรือทั้งลำเอาไว้ได้ แต่ก่อนท่ี่จะมาถึง หนวดที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่าสองช่วงตัวมนุษย์ถูกลามินาฟันทิ้งระหว่างที่ทุกคนกำลังคุยถกกัน
“อย่าให้เรือเสียหายนะ” จีดัสตะโกนบอกทุกคน
ไม่มีใครหยุดพวกเขาได้ เดิมทีแค่เรย์คนเดียวก็น่าจะจัดการคราเคนตัวนี้ได้ตามลำพัง แต่ลูกเรือในตอนนี้ไม่ได้มีแค่เขากับทีมของเขาเท่านั้น มันมีทีมของโซนาตาอยู่ด้วย
“นี่นายทำทาโกะยากิเป็นไหม” โซนาตาชวนเรย์คุยอีกครั้ง
“อาหารของซิแปงสินะ ข้าเคยทำไม่กี่ครั้ง แต่เรื่องรสชาติข้ามั่นใจว่าไม่แพ้ต้นตำรับหรอก” ถ้าเป็นเรื่องอาหารล่ะก็เรย์ไม่เคยถ่อมตนเลย
“ดีเลย ก่อนหน้านี้ยายเวเนเคยพยายามทำขึ้นมาจากหนวดของปีศาจในเนเธอร์เวิลด์…” โซนาตาไม่ได้อธิบายรสชาติแต่สีหน้าของเขา เรย์พอเดาได้ว่ามันคงไม่เข้าท่าสักนิด
“เดี๋ยวข้าจัดการให้เอง คราวนี้รับรองว่าต้องอร่อย” เรย์ฉีกยิ้มเสร็จก็กระโจนทีเดียวไปถึงคราเคน ศัตรูกำลังวุ่นวายกับกลุ่มอะบีสที่ต้อนมันให้ออกห่างจากเรือจึงไม่ได้สังเกตเห็นเรย์
เรย์มาพร้อมกับดาบสายฟ้าที่มีความยาวยิ่งกว่าความยาวของเรือทั้งลำ แค่ฟันครั้งเดียวหนวดยักษ์ข้างหนึ่งก็หลุดกระเด็น รวมกับหนวดอีกหลายหนวดก่อนหน้านี้ที่ถูกลามินาและฟรีโอนิเอลตัดขาด ตอนนี้คราเคนเหลือหนวดไม่ถึงครึ่งของตอนแรก
“จัดการเจ้านี่ทีหลังก็ได้ เก็บหนวดของมันก่อน” เรย์ตะโกนบอกซีวี