Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 294: ล่าโจรสลัด
คราเคนถูกปราบลงอย่างราบคาบ ไม่มีใครได้รับรอยขีดข่วนแม้แต่ปลายเส้นผม ทั้งเรือกำลังเฉลิมฉลองกันด้วยมื้อใหญ่ ชิ้นส่วนบางส่วนของคราเคนถูกเก็บไว้เพื่อนำไปขึ้นรางวัล บางส่วนถูกนำไปเก็บไว้สำหรับงานเลี้ยงบนมิเนอร์วาในคราวหน้า
ยิ่งเข้าใกล้ปากัส จำนวนเดวัลที่โผล่ออกมาก็ยิ่งน้อยลง ตรงกันข้ามกับโจรสลัดที่เพิ่มขึ้นในทุกขณะ พวกที่เข้ามาโจมตีต่างเดาได้ว่าเรือของโซนาตาคือเรือของนักผจญภัยที่ถูกส่งมาช่วยในการปราบปรามโจรสลัดที่ปากัส เหตุผลจึงไม่ใช่แค่การปล้นเพื่อแย่งชิงสิ่งของแต่พวกเขาตั้งใจสังหารทุกคนทิ้งเพื่อตัดกำลัง
ปัญหาคือแม้แต่คราเคนยังไม่สามารถหยุดพวกอะบีสได้ นับประสาอะไรกับโจรสลัดกลุ่มเล็ก ๆ ที่มีคนแค่หลักสิบหรือหลักร้อย
“คนไหนมีค่าหัวจับตัวไว้ด้วย” ลามินาตะโกนบอกทุกคน
“แล้วพวกนี้ไม่ต้องไปรับภารกิจก่อนจับตัวเหรอคะ” แอนทิสตารู้สึกสงสัย
“ไม่ต้องหรอก พวกโจรมีชื่อจะมีค่าหัวที่ทางการตั้งไว้ ต่อให้เป็นชาวบ้านที่ไม่ได้สังกัดกิลด์ถ้าจับพวกนี้ได้ก็เอาไปขึ้นรางวัลได้ทั้งนั้น” ซีวีรู้เรื่องนี้เพราะเธอเคยมีเพื่อนเป็นนักล่าโจรสลัด
“แล้วพวกที่ไม่มีค่าหัวล่ะ เชือดทิ้งเลยได้ไหม” ฟรีโอนิเอลถามขณะที่สู้ไปด้วยและมองใบประกาศจับไปด้วย
โซนาตากำลังจะตอบว่าได้เลย แต่ซีวีแทรกขึ้นมาก่อน “ปลดอาวุธ มัดแล้วก็ค่อยปล่อยกลับเรือไป แถวนี้มีเรือฝ่ายเรากำลังตามมาถ้ามาเจอก็คงถูกจับไปหมดนั่นแหละ”
“อืมมม ดีกว่าจับไปหมดล่ะนะ กินที่แถมยังเปลืองเสบียงอีกต่างหาก” เรย์ห่วงเรื่องเสบียงยิ่งกว่าเรื่องการจับคนจำนวนมากมาไว้รวมกัน สำหรับเขาต่อให้เป็นโจร ถ้าจับมาแล้วก็ต้องทำอาหารให้อย่างสุดฝีมือซึ่งนึก ๆ ดูแล้วคงเปลืองเสบียงที่สะสมไว้ไม่น้อย
ระยะเวลาเดินทางที่ใช้ไปน้อยกว่าระยะเวลาระหว่างที่ต่อสู้และคัดว่าจะจับกุมโจรสลัดคนไหนเสียอีก แต่แล้วในที่สุดเรือที่พวกเขาเช่ามาก็พาพวกเขามาถึงปากัสที่กำลังอยู่ในบรรยากาศที่เดือดระอุจนลุกเป็นไฟ
ผู้นำในการบุกครั้งนี้ไม่ใช่ลีโอตาร์ ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากเส้นทางการค้าที่ถูกพวกโจรสลัดรบกวน แต่เป็นประเทศเอเทเซียที่เรือของเชื้อพระวงศ์ถูกดักเล่นงาน เรื่องนี้โซนาตาไม่ได้สนใจรายละเอียดมากนักเพราะเหตุผลใหญ่ที่เขามาที่นี่คือการได้พบกับซิกมา
ที่ใจกลางของสนามรบในปากัส ชายแก่ผู้มีวัยล่วงเลยวัยเกษียณมานานตกใจจนแทบสิ้นสติเมื่อพบว่าลูกศิษย์และเพื่อนร่วมรบอย่างเรย์มาอยู่ตรงหน้า สำหรับเขามันเหมือนผีหลอกกลางวันแสก ๆ เขาพบว่าไม่ได้มีแค่เรย์เท่านั้น ไกรา ฟรีโอนิเอล และแอนตาทิส ทุกคนในนั้นคือคนที่เขามั่นใจว่าเสียชีวิตไปแล้ว
ซิกมาจำได้ว่าบางคนในนั้นเขาเป็นคนฝังเองกับมือด้วยซ้ำ ชายแก่แน่ใจยิ่งกว่าแน่ใจว่าพวกเขาตายไปแล้วอย่างแน่นอน นี่มันคือความฝันงั้นหรือ
ชายแก่น้ำตาไหลพรากขณะที่กอดทุกคนเอาไว้ เป็นภาพที่พวกเรย์ไม่เคยเห็นมาก่อน เขาไม่นึกว่าซิกมาจะอาลัยอาวรณ์พวกตนถึงขนาดนี้ พวกเรย์ไม่มีทางเข้าใจได้เพราะในยุคที่เขาจากมาไม่มีใครในกลุ่มด่วนจากไปก่อน ซิกมาคนนี้ไม่ใช่ซิกมาที่เขารู้จัก ชายแก่เคยผ่านประสบการณ์ที่เห็นแอนทิสตา ไกรา ฟรีโอนิเอล ตายมาต่อหน้าต่อตาทีละคน ๆ
พวกโซนาตาและเรย์ช่วยซิกมาปราบโจรสลัดแถวนั้นจนเรียบ ทั้งสองฝ่ายจึงมีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันโดยไม่ต้องห่วงว่าใครจะมาขัดจังหวะ ต่างจากคาฟโตที่พวกเขาเล่าโดยซ่อนข้อมูลบางส่วนไว้ เรย์ตัดสินใจบอกเล่าทุกเรื่องราวการผจญภัยกับกลุ่มอะบีสอย่างละเอียด
ถ้าเป็นซิกมาที่ประวัติศาสตร์พังเพราะโอปาราเขาอาจจะดุพวกเรย์ที่เข้าไปยุ่งกับกลุ่มอันตรายอย่างพวกอะบีส แต่ซิกมาคนนี้ไม่ได้ตัดสินสิ่งใด
บางทีความอ่อนล้าของวัยชราและความยินดีที่ได้พบกับเหล่าสหายเก่าที่คิดว่าไม่มีโอกาสได้พบอีกแล้ว มันทำให้เขาอ่อนโยนกว่าคนเดิมที่เรย์รู้จัก
“งั้นหรือ พวกเจ้ายังคงสู้ต่อมาทั้งที่ไม่ใช่โลกของตนเองเหรอ” คำพูดของซิกมาคล้ายกับกิลด์มาสเตอร์ที่เป็นเพื่อนสนิทของเขา
“แม้ว่าในอนาคตจะมีคนที่ผนึกเทพปีศาจไว้ได้จนเกือบสมบูรณ์ แต่ข้า… ไม่สิ กลุ่มอะบีสของเราอยากค้นหาหนทางในการฆ่าพวกมันให้ได้ การมีชีวิตโดยต้องระแวงว่ามันจะกลับมาอีกเมื่อไหร่ไม่ใช่เรื่องน่าสนุกเลยครับ”
ซิกมาได้ฟังก็หัวเราะในลำคอ “เจ้ารู้ตัวไหมเรย์ เจ้าน่ะเปลี่ยนไปมากเลย”
เรย์เกาหัวด้วยความเขิน ตัวเขาไม่รู้สึกอะไรแบบนั้นเลย เรย์คิดว่าตนเองยังเป็นเรย์เหมือนในวันที่ตัดสินใจเดินทางออกจากสตาร์โรว์เพื่อเรียนรู้อาหารทั่วโลก
“ไกราก็เปลี่ยนไปนะ นี่สูงขึ้นตั้งเยอะ” ไกราพยายามยืดตัว เขาอาจจะสูงขึ้นจริง ๆ ก็ได้แต่ซิกมาไม่ค่อยเห็นความต่างมากนัก
”เจ้าทั้งสองก็ดูสบายดีนะ” ซิกมาทักแอนทิสตาและฟรีโอนิเอล
ฟรีโอนิเอลพยักหน้า “เห็นว่าตามประวัติศาสตร์ข้าจะต้องร่วมทางไปกับพวกเรย์ตั้งแต่หลังงานประชุมกษัตริย์โลก น่าเสียดายข้าไม่มีความทรงจำนั้นเลย”
“ส่วนข้าก็สบายดีค่ะ” รอยยิ้มใสซื่อของแอนทิสตาทำให้ซิกมาปวดใจ เขานึกถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่เคยเกิดขึ้นกับเธอ ตอนนั้นถ้าเพียงเขาระวังมากกว่านี้ แอนทิสตาก็คงไม่…
โซนาตาปล่อยให้พวกเรย์และซิกมารื้อฟื้นความหลังอย่างเต็มที่ จากนั้นซิกมาจึงเชิญให้กลุ่มของเขาเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย นักดาบสูงวัยพูดเกี่ยวกับสถานการณ์ของปากัสซึ่งไม่ได้น่าเป็นห่วงนัก
“อีกไม่นานพวกโจรสลัดก็คงยอมถอนกำลังออกไป ที่เกาะนี้ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงมาก”
“งั้นสาเหตุที่ท่านกิลด์มาสเตอร์บอกว่าทางนี้ต้องการให้ส่งคนเก่ง ๆ มาช่วยล่ะ มันไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาโจรสลัดใช่ไหมครับ” จีดัสถาม
“จำเรื่องราลูโซลได้ไหม” ซิกมาเริ่มเล่าด้วยเสียงเครียด
“ราลูโซล... เวทมนตร์โบราณที่เต็มไปด้วยผลเสียนั่นเหรอ” เรย์ยังจำได้ดี เวทมนตร์นี้เกือบทำให้อาณาจักรกิงคารอนต้องย่อยยับไปครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นเขาได้ยินว่ามันถูกผนึกไปแล้ว
“มีใครพยายามใช้มันอีกเหรอ” จีดัสขมวดคิ้ว
“เปล่า… ความจริงก็คือผลเสียของมันตั้งแต่การร่ายครั้งก่อนมันยังอยู่”
จากนั้นซิกมาจึงเล่าเรื่องเกี่ยวกับผลกระทบของราลูโซล ตั้งแต่สภาพอากาศที่วิปริตไปถึง เดวัลคลุ้มคลั่งและแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นอยู่เนือง ๆ โดยมีศูนย์กลางที่กิงคารอน
“ไม่นึกว่าจะมีผลเสียร้ายแรงขนาดนี้นะคะ” แอนทิสตาพึมพำขึ้นมาด้วยรู้สึกเป็นกังวล
“คิดว่ายังไง” โซนาตาหันไปกระซิบถามจีดัส
“ในประวัติศาสตร์ไม่ได้เขียนเรื่องนี้ไว้ละเอียด ถ้ายุคนี้ยังดำเนินไปตามประวัติศาสตร์เดิม บางทีเรื่องนี้อาจจะผ่านไปได้โดยที่พวกเราไม่ต้องทำอะไรเลย”
โซนาตาดูเครียดขึ้น เขาคิดว่าการหวังว่ามันจะดีขึ้นเองเป็นการมองโลกในแง่ดีเกินไป ที่ผ่านมาพวกเขาได้พิสูจน์มาแล้ว ครั้งแล้วครั้งเล่า ปัญหาเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนจะจบลงเองได้ มักจะใหญ่กว่าที่คาดคิดไว้
“…มีนักวิชาการหลายคนเชื่อว่าผลกระทบของราลูโซลอาจจะรุนแรงขึ้นอีกหลายเท่าในปีนี้ พวกเขาเชื่อกันว่าที่ผ่านมาเป็นแค่สัญญาณเตือนเท่านั้น” ซิกมาอธิบายเพิ่ม
“ลุงคงคิดมากไปนั่นแหละ… พวกเราเคยไปยุค 9000 กว่าปีมาแล้วด้วยซ้ำ” ไกราพูดปลอบใจชายแก่
“นิ่งนอนใจไม่ได้หรอก ใครจะไปรู้ว่าเรื่องที่ข้าพบอาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เกิดอนาคตแบบนั้นก็ได้ไม่ใช่เหรอ”
คำพูดของซิกมามีประเด็น ประวัติศาสตร์อาจไม่ได้บันทึกไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่าซิกมาจะไม่อยู่เบื้องหลังการช่วยยุคนี้ และเมื่อกลุ่มอะบีสได้มาอยู่ตรงนี้แทนที่คนที่คาฟโตควรส่งมาช่วยซิกมา พวกเขาก็ต้องทำหน้าที่ตรงนั้นแทนอย่างสุดความสามารถ
“เอาเป็นว่าพวกเราจะสืบเรื่องนี้ให้ ถ้าพบวิธีหยุดภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น พวกเราจะช่วยอย่างเต็มที่” โซนาตาให้สัญญากับชายแก่
การเจรจากับซิกมาจบลง แต่งานของกลุ่มอะบีสนั้นเพิ่งเริ่มขึ้น เป้าหมายหลักของพวกเขาคือการช่วยเอเทเซียทำสงครามกับพวกโจรสลัดและการล่าค่าหัวโจรสลัดชื่อดัง เพื่อเปลี่ยนมันเป็นงบประมาณของกลุ่ม
ที่สงครามปากัสมีโจรสลัดระดับสูงเดินกันอยู่ให้ว่อน โจรสลัดรายแล้วรายเล่าถูกกลุ่มอะบีสจัดการไปราวกับพวกเขาเป็นเพียงแค่โจรสลัดปลายแถว พวกเขาไม่เฉลียวใจเลยว่าหลายคนในนั้นคือโจรสลัดที่มีฝีมือร้ายกาจผู้โด่งดัง และมีค่าหัวสูง
รายหนึ่งมีฝีมือดาบล้ำเลิศจนสามารถดวลดาบยื้อกับลามินาได้เกือบชั่วโมง
“เจ้าเป็นใครกันแน่” ฝ่ายโจรสลัดทนความสงสัยไว้ไม่ได้ เขาประหลาดใจที่ตนไม่รู้จักคนที่มีฝีมือขนาดนี้
“ลามินา มาดารัส” ลามินาตอบไปตามตรง
“จอมดาบลามินา มาดารัส? เจ้าล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย”
ไม่แปลกที่เขาจะไม่เชื่อ ชื่อของลามินาเลือนหายไปตั้งแต่หลังสงครามซีนครั้งที่สี่ ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ดูเหมือนลามินาจะวางมือไปหลังจากนั้น แต่ต่อให้ลามินาคนที่ว่ายังมีชีวิตอยู่เธอก็ไม่น่าจะยังเป็นสาวรุ่นอยู่แบบนี้
“จริงสิ เพราะเจ้าก็มีสายเลือดเอลเลนนอสนี่นะ” โจรสลัดพูดเองเออเอง หาเหตุผลอธิบายเอง
“วิชาดาบเจ้าก็น่าสนใจดีนะ แต่ว่าข้าดูวิชาของเจ้าออกหมดแล้ว”
ลามินาสลับดาบเป็นดาบกำราบเทพเพื่อข่มวิชาของอีกฝ่าย สิ่งที่ลามินาพูดก่อนหน้านี้ไม่ใช่แค่พูดข่ม เธอมองวิชาอีกฝ่ายได้ทะลุปรุโปร่งแล้วจริง ๆ
การโจมตีครั้งนี้แตกต่างจากที่ผ่านมาราวกับเป็นฝีมือของคนละคน ลามินาวิ่งผ่านคลื่นดาบนับพันนับหมื่นของอีกฝ่ายและจบการต่อสู้ได้ในดาบสุดท้าย
ภายหลังลามินาถึงมารู้ว่าศัตรูของเธอเป็นหนึ่งในสิบโจรสลัดที่ค่าหัวสูงที่สุดในยุคนี้
แล้วเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นกับจอมดาบอีกคนเช่นกัน…