Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 297: เงิน
กลุ่มอะบีสได้เงินเป็นกอบเป็นกำจากงานแล้วงานเล่าที่พวกเขาจัดการไปได้ มันมากพอที่พวกเขาจะสามารถอยู่ต่อไปได้อีกสักใหญ่ ๆ โดยไม่ต้องตระเวนทำภารกิจแบบนี้อีก แต่ทุกครั้งที่มีงานน่าสนใจเข้ามาใหม่ มันก็ยากที่จะปฏิเสธข้อเสนอที่ยั่วยวนได้
อย่างเช่นงานหนึ่งที่โซนาตาตั้งใจปฏิเสธไปในทีแรก ภารกิจจัดการกับ ‘เดรกอส’ ที่กำลังอาละวาดอยู่ทั่วทวีปซีโรเปีย แต่สุดท้ายพอเห็นจำนวนเงินรางวัลเขาก็เปลี่ยนใจหันมารับงานนี้
เดรกอสผู้นี้ไม่ใช่ปีศาจธรรมดา เขาเป็นถึงอดีตขุนพลคนสำคัญของฟาซาเบลแห่งโคลดาเรีย หลังจากฟาซาเบลถูกปราบในสงครามซีนครั้งที่สาม เดรกอสที่ไม่ต้องการอยู่ใต้อำนาจของราชาคนใหม่อย่างเซลซารอสได้ตัดสินใจพาคนสนิทของเขามาขยายอิทธิพลบนซีนแทน
เดรกอสได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับไอน์บริกาถูกใครบางคนเก็บซ่อนเอาไว้ เขาเชื่อว่าหากมีอาวุธในตำนานนี้อยู่ในมือ การจะขึ้นเป็นราชาปีศาจคนใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้
น่าเสียดายที่ความหวังของเขาเป็นได้เพียงแค่ความหวังต่อไป โซนาตาสืบข่าวของเดรกอสผู้นี้จนรู้แหล่งกบดานที่แน่นอน จากนั้นการโจมตีแบบไม่ให้ตั้งตัวก็เกิดขึ้น
“บังอาจนัก กล้าเข้ามาในคฤหาสน์หลังนี้ ทั้งที่รู้ว่าข้าผู้นี้ใช้เป็นที่พักงั้นรึ” ขุนพลผู้มีผ้าพันแผลทั่วร่างถามโซนาตา อีกฝ่ายสังเกตเห็นว่ามือซ้ายของเขามีมือและกรงเล็บขนาดใหญ่ผิดปกติอยู่ด้วย
“นายนี่ ไม่เลวเลยนี่นา พลังพอ ๆ กับเจ็ดปีศาจสงครามเลยใช่ไหมเนี่ย”
“นี่แกรู้จักพวกนั้นด้วยเหรอ” เดรกอสถามด้วยความแปลกใจ “อย่าเอาเดรกอสไปเทียบกับเจ้าพวกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแบบนั้นสิ”
โซนาตาเดาว่าเดรกอสไม่ได้ประเมินตนเองสูงไป ในยุคนี้เจ็ดปีศาจสงครามยังเป็นขุนพลชั้นกลางของโคลดาเรียเท่านั้น มันเทียบไม่ได้กับเขาที่อยู่ในระดับมือซ้ายขวาของฟาซาเบล แต่ที่เดรกอสไม่รู้ก็คือในอนาคตปีศาจทั้งเจ็ดที่เขากำลังดูถูกได้แข็งแกร่งแซงหน้าเขาในตอนนี้ไปแล้ว
ลูกน้องของเดรกอสยิ่งแล้วใหญ่ พวกมันสี่ตนเก่งกว่าปีศาจทั่วไปไม่มากนัก ซีวีแค่คนเดียวสามารถยันพวกมันทั้งหมดไว้ได้อย่างไม่คณนามือ ส่วนจีดัสและลามินาก็เพียงแค่ยืนคุมเชิงไว้เผื่อกรณีมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น พวกเขาปล่อยให้โซนาตาดวลเดี่ยวกับเดรกอส
จะบอกว่าเดรกอสอ่อนแอก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก เขาทำให้โซนาตาต้องลำบากอยู่ไม่น้อย ถ้านี่คือการต่อสู้ในเนเธอร์เวิลด์ที่ปีศาจจะแข็งแกร่งขึ้น โซนาตาอาจจำเป็นต้องสู้แบบแลกตายกับเขาก็ได้ แต่นี่คือเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่งในซีน ปีศาจอย่างเขาไม่ได้เหนือไปกว่าโซนาตาเลย
โซนาตาตอกส้นใส่เดรกอสไปครั้งหนึ่ง กระหน่ำยิงใส่เขาอีกหลายนัด ใช้สตีลมายด์เลียนแบบการต่อสู้ของลามินา ซีวี จีดัส หรือแม้แต่เดรกอสเองอีกคนละหลายครั้ง เดรกอสล้มลุกคลุกคลานอย่างน่าสงสารแต่ก็ฝืนลุกขึ้นมาใหม่ในทันที
“หนอยยย” ปีศาจผู้มีผ้าพันแผลทั่วร่างอยากคิดคำด่ามาว่าอีกฝ่ายให้เจ็บใจเล่น แต่ในเวลานั้นเขานึกอะไรไม่ออกสักอย่าง หัวรู้สึกหมุนติ้วเพราะถูกกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแม้แต่จับทิศทางก็ยังไม่ถูก
“แปลกดีนะ” โซนาตายิ้มเยาะ
“แปลกอะไร” เดรกอสถามทั้งที่ยังกระอักเลือด
“นายเป็นปีศาจแท้ ๆ แต่ฉันไม่รู้สึกถึงความชั่วร้ายเลย… รู้สึกคล้ายกับใครบางคนกันนะ” โซนาตาไม่ได้พูดชื่อออกมา แต่เขากำลังนึกถึงโรมิเอลนั่นเอง
“คิดจะพูดอะไรกันแน่”
“ไม่มีอะไรหรอก ถ้าบอกให้ยอมแพ้ ปีศาจอย่างนายก็คงรู้สึกเสียศักดิ์ศรีและขอสู้ตายใช่ไหมล่ะ ในเมื่อไม่มีประโยชน์ที่จะเจรจางั้นก็ตายซะเถอะ”
“ใช่ มนุษย์กับปีศาจมันไม่มีทางจบที่การพูดคุยกันได้หรอก”
เดรกอสพุ่งเข้าใส่โซนาตา กรงเล็บมือซ้ายขยายใหญ่ขึ้นจนสามารถคว้าจับตัวอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งร่าง แต่โซนาตาไม่อยู่รอให้ถูกจับ เขาใช้ความเร็วที่เหนือกว่าอ้อมไปข้างหลัง
ดวงอาทิตย์ลูกจิ๋ว วิชาเฉพาะของซีวีที่โซนาตาเลียนแบบถูกยัดใส่ร่างของเดรกอส แม้ว่าตัวเวทจะหายไปแทบจะทันทีเมื่อซีวีหลุดออกนอกระยะยี่สิบเมตรของสตีลมายด์ แต่ไฟความร้อนสูงที่เกิดขึ้นไม่ได้หายไปในทันที มันยังเผาไหม้ร่างของเดรกอสอยู่
เสียงร้องโหยหวนของเผ่าปีศาจดังสะท้อนไปทั่วทั้งคฤหาสน์ โซนาตาหลับตาลงด้วยความรู้สึกเวทนา เขายังอยากเชื่อว่ามันจะมีหนทางอื่นที่ไม่จำเป็นต้องจบลงแบบนี้
การเดินทางข้ามเวลาทำให้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เกิดขึ้นได้เสมอ โซนาตาแน่ใจว่าเขาจะได้พบกับเดรกอสอีก อาจจะเป็นในอดีตหรืออนาคตอันห่างไกล เขาไม่รู้เลยว่าผลมันจะออกมาเป็นแบบเดิมหรือไม่ เดรกอสที่พบเจออีกครั้งอาจจะเป็นมิตรมากขึ้นจนไม่จำเป็นต้องสู้รบตบมือ หรืออาจจะกลายเป็นศัตรูที่ร้ายกาจยิ่งกว่านี้จนฝ่ายที่ถูกฆ่ากลายเป็นโซนาตาแทน เขาไม่อาจคาดเดาบทสรุปที่แน่นอนได้
“เดี๋ยว! เจ้านั่นยังไม่ตาย” จีดัสง้างธนูเล็งเตรียมยิงใส่ร่างที่กำลังลุกไหม้
“ช่างเถอะ หมอนั่นไม่คิดจะสู้แล้ว” โซนาตาห้ามจีดัสไว้ได้ทันฉิวเฉียด เขาอ่านได้ว่าอีกฝ่ายหมดสิ้นความคิดที่จะสู้ต่อ
กลุ่มอะบีสทั้งห้าทีมต่างทยอยกลับมารวมตัวที่กิลด์ ต่างฝ่ายต่างทักทาย แลกเปลี่ยนข้อมูล และพูดคุยเกี่ยวกับภารกิจต่าง ๆ ที่พวกตนได้ทำลงไปในตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา รวมถึงสรุปยอดเงินที่แต่ละทีมสามารถทำได้ด้วย
กลุ่มของโซนาตาทำเงินมาได้มหาศาลจากหลายภารกิจที่พวกเขารับมา มันเยอะขนาดที่พอจะเป็นงบประมาณของเมืองเล็ก ๆ ทั้งปีได้เลยด้วยซ้ำ แต่ว่าพวกเขาก็ยังพ่ายแพ้อย่างหลุดลุ่ย ทีมของโซนาตาดันได้ตำแหน่งเกือบที่โหล่ไปอย่างไม่น่าเชื่อ
กลุ่มที่โหล่ตัวจริง คือกลุ่มของเซกัน ทีมของเขาทำภารกิจล่ามังกรป่าได้เงินค่าหัวต่อตัวมาไม่น้อย ต่อด้วยภารกิจทลายซ่องโจรกลุ่มใหญ่อีกห้ากลุ่ม เดวัลอันตรายอีกหลายตัว แต่สุดท้ายเงินที่พวกเขาได้มาก็ยังน้อยกว่าที่ทีมโซนาตาหาได้อยู่พอสมควร
กลุ่มที่ชนะกลุ่มโซนาตาไปอย่างเฉียดฉิวคือกลุ่มของโรมิเอล พวกเขาโชคดีที่สามารถจัดการกับงานระดับ S ได้หลายงานในเวลาสั้น ๆ นอกจากนั้นงานหนึ่งในนั้นทำให้พวกเขาได้รับรางวัลเป็นหุ้นส่วนของเหมืองพลอยขนาดใหญ่อีกด้วย น่าเสียดายที่กลุ่มอะบีสไม่มีเวลาอยู่ในยุคนี้นานพอที่จะเก็บกินผลประโยชน์ระยะยาว พวกเขาจึงจำใจต้องขายสัมปทานที่ได้มาให้กับสมาคมการค้าของลีโอตาร์ไป
กลุ่มของเซเลนอส หลังจากที่จัดการกับลิชคิงไปแล้ว พวกเขาได้รับงานมาอีกหลายงาน
หลาย ๆ งานในนั้นไม่ได้เพียงมีแค่เงินรางวัลเท่านั้นแต่มันยังมีสิ่งของเป็นรางวัลด้วย หนึ่งในนั้นเป็นภาพวาดโบราณที่ในตอนแรกพวกเขาคิดว่าไม่มีราคาค่างวดอะไรนักจนกระทั่งจีดัสได้มาเห็นและนำมันไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ
ผลคือรูปวาดนั้นกลายเป็นงานที่สาบสูญของศิลปินชื่อดังในยุคอดีต รูปนั้นถูกส่งเข้างานประมูลและกลายเป็นหนึ่งในสินค้าที่ขายได้แพงที่สุดตั้งแต่โรงประมูลนั้นเปิดทำการมา และเหตุนี้เองที่ทำให้กลุ่มของเซเลนอสขึ้นมาเป็นอันดับสองของทีมที่ทำเงินได้สูงที่สุด
สุดท้าย เหลือผู้ชนะเลิศเพียงทีมเดียวคือกลุ่มของนานาชิ งานแรกที่พวกเขารับมาเป็นงานเดียวที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงแต่มันก็ทำกำไรให้กับพวกเขาอย่างล้นหลาม หลังจากโค่นเดวัลยักษ์ที่คุ้มกันสมบัติได้แล้วพวกเขาก็พบว่าสมบัติที่มันคุ้มกันอยู่คืออาวุธโบราณนั่นเอง
“สามง่ามแห่งเนปจูน” มันคืออาวุธของเทพเจ้าแห่งท้องทะเลในความเชื่อเก่า นอกจากความแข็งแกร่งแล้วยังเชื่อกันว่าอาวุธชนิดนี้มีพลังในการบงการสัตว์ทะเลทั้งปวง
ไม่มีใครรู้ว่ามันมีพลังเช่นนั้นจริงหรือไม่ แต่ตอนที่พวกนานาชิพบมัน สามง่ามนี้ได้หักเป็นสองส่วนแล้ว
จากปากคำของเงือกอาวุโสที่โคราลูนา พวกเขารู้มานานแล้วว่าอาวุธชิ้นนี้ได้ถูกทำลายไปเมื่อหลายร้อยหลายพันปีก่อน ราชาแห่งท้องทะเลผู้เคยครอบครองอาวุธชนิดนี้ได้ท้าประลองกับเทพแห่งช่างว่าระหว่างสามง่ามที่มีพลังของเทพโบราณกับหอกรีซาเรียนที่เฟอร์โรสร้างอะไรจะแข็งแกร่งกว่ากัน และผลลัพธ์ของการประลองคือสามง่ามที่หักเป็นสองส่วนนี้เอง
ด้วยความอับอาย ราชาแห่งท้องทะเลจึงเก็บเศษซากของอาวุธชิ้นนี้เอาไว้มาตลอด ทั้งยังกำชับให้บริวารของตนทำหน้าที่คอยเฝ้าไม่ให้ใครเข้าถึงมันได้ แต่หลังจากนั้นหลายร้อยหลายพันปีในที่สุดมันก็ตกมาอยู่ในมือของพวกนานาชิ
สามง่ามที่หักเป็นสองท่อน มีคุณค่าในแง่ประวัติศาสตร์ แต่มันแทบไม่มีคุณค่าอีกเลยในฐานะอาวุธในตำนาน กลุ่มนานาชิปรึกษาเรื่องนี้กับโซนาตา จีดัส ลูนาร์ รวมถึงกิลด์มาสเตอร์จนในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินใจซ่อมแซมมัน
งานซ่อมตกเป็นของลูนาร์โดยมีเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเกี่ยวกับด้านศิลปะวัตถุหลายคนถูกส่งตัวมาเพื่อช่วยเหลือ แต่พวกเขาแทบไม่ได้ทำอะไรเลย ลูนาร์เพียงแค่สัมผัสสามง่ามเธอก็สามารถสื่อสารกับวัตถุดิบได้ งานซ่อมที่น่าจะเป็นงานใหญ่จบลงอย่างรวดเร็วราวกับเรื่องโกหก
พิพิธภัณฑ์และรัฐบาลหลายประเทศต่างจ้องสิ่งนี้จนตาเป็นมัน ยิ่งลูนาร์แสดงให้พวกเขาเห็นว่าเธอสามารถใช้พลังของมันควบคุมสัตว์ทะเลได้เหมือนในตำนาน คุณค่าของสามง่ามเทพเจ้านี้ก็ยิ่งไม่สามารถประเมินได้
กลุ่มนานาชิได้ขายมันไปให้กับประเทศลีโอตาร์ในจำนวนเงินที่มหาศาลจนหากเป็นคนทั่วไปก็คงสามารถมีกินมีใช้อย่างสุขสบายไปได้จนถึงชั่วลูกชั่วหลาน
สรุปคือกลุ่มของนานาชิเป็นผู้ชนะไป และกลุ่มของเซกันรั้งท้ายสุดอย่างน่าสงสาร ความจริงยังมีกลุ่มของเรย์อีกกลุ่มที่ไม่ได้ถูกพูดถึง นั่นเพราะหลังจากช่วยทีมโซนาตาจัดการกับโจรสลัดที่ปากัสแล้ว ทีมของเขาและโซนาตาได้รับการติดต่อจากลูนาร์ เพื่อตามหาวัตถุดิบที่ลูนาร์ต้องการกลุ่มเรย์จึงสละสิทธิ์ในการเกมแข่งขันนี้และไปช่วยเธอแทน
ภารกิจในการรวบรวมเงินของกลุ่มอะบีส หากไม่นับเรื่องของราลูโซลที่ยังสะกิดใจโซนาตาอยู่ ธุระสำหรับยุคนี้ได้เสร็จสิ้นจนหมดแล้ว