Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 298: เวโรนิกา

เวโรนิกา โบรลินน์
ที่ห้องอาหารของกิลด์อุสทรินา โซนาตาเรียกทุกคนมารวมตัวกันเพื่อฉลองเป็นครั้งสุดท้าย เขาถือโอกาสนี้เลี้ยงเหล้าสมาชิกกิลด์ทุกคนเพื่อขอบคุณที่พวกเขาให้การสนับสนุนภารกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม
บรรยากาศในงานเลี้ยงเป็นไปอย่างคึกคัก นอกจากสมาชิกกลุ่มอะบีสยี่สิบห้าคนแล้วสมาชิกของอุสทรินาก็มารวมตัวกันที่นี่อีกเกินกว่าครึ่งร้อย ในนั้นมีคนที่พวกเขาคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่หลายคนรวมไปถึงคู่พี่น้องอาร์พิสและอาร์เนที่พยายามเข้ามาเนียนตีสนิทกับคนในกลุ่ม
“ได้ยินข่าวเรื่องนั้นแล้วหรือยัง” คนพี่พยายามชวนนานาชิคุย เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจฟังนักแต่มีหลายคนที่หูผึ่งเวลาได้ยินคำว่าข่าว
“หมายถึงข่าวที่อุสทรินาของเราเสียนักผจญภัยไปหลายคนใช่ไหม” ฟรีโอนิเอลทักอย่างรู้ดี
อาร์พิสพยักหน้า สีหน้าของเขาไม่สู้ดีเวลานึกถึงเรื่องนี้ “ไม่ใช่แค่สมาชิกทั่วไปด้วย พวกนั้นคือมือดีของกิลด์เราเลยแหละ”
“เมื่อไม่นานมานี้มีภารกิจลับส่งมา รายละเอียดพวกเราก็ไม่รู้ แต่มีสมาชิกระดับสูงหลายคนที่เข้าร่วมภารกิจนี้แล้วก็ลงเอยอย่างที่รู้กัน” แฝดคนน้องพูดเสริม
“คิดว่ายังไง” โซนาตาถามจีดัส “ฟังดูน่าสนใจไหม”
จีดัสพยักหน้า “ถ้าจะทำเพื่อหาคนเพิ่ม น่าสนใจอยู่ แต่ถ้าเป็นเรื่องเงินเราเกินกว่าเป้าที่ต้องการแล้ว ส่วนเรื่องราลูโซลก็ยังไม่มีหลักฐานว่าเกี่ยวกันหรือไม่ อย่างน้อยที่สุดถ้าซิกมาเชื่อว่าเกี่ยวก็น่าจะติดต่อพวกเราโดยตรงเรื่องนี้”
“จริง… แต่ก็เป็นไปได้ว่าซิกมาเองก็อาจจะยังไม่รู้เรื่องมากไปกว่าเรา” เจเนวีฟที่ฟังอยู่ด้วยแทรก “ทางนั้นเองก็กำลังสืบกันหัวหมุนไม่ใช่เหรอ”
“ยังไงก็ได้แหละ จะอยู่ต่ออีกนิด จะหาทางช่วยยุคนี้จากผลกระทบของราลูโซล หรือจะอยู่เพื่อหาพันธมิตรเพิ่ม ข้าก็ได้ทั้งนั้น” เวเนพูดอย่างนึกสนุก
“อ๊ะ จริงด้วย แล้วเรื่องของรางวัลล่ะ” เมโรมนุษย์กระรอกทวง
“เรื่องนั้น… ฉันคุยกับทีมนานาชิทุกคนแล้ว รางวัลคือพวกเขาจะขอให้ลูนาร์สร้างอะไรก็ได้ ส่วนวัตดุดิบทั้งหลายกลุ่มอะบีสจะรับผิดชอบให้เอง”
“อาวุธของลูนาร์…” จูเดสปารู้สึกพลาดอย่างจังที่เอาชนะการแข่งไม่ได้ ถ้ากลุ่มของเขาได้อาวุธใหม่ล่ะก็อันดับความสำคัญของตัวเขาในกลุ่มต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน
ขณะที่พูดคุยกันต่อ มีทั้งเรื่องเกี่ยวกับเป้าหมายต่อไปและเรื่องเรื่อยเปื่อย สายตาของหลาย ๆ คนก็ไปหยุดที่แขกหน้าใหม่ที่เดินเข้ามาในโรงอาหาร
คนแรกสะดุดเล็กน้อย เมื่อพบว่าโรงอาหารวันนี้ดูคึกคักผิดปกติ ส่วนชายที่เดินตามมาไม่ได้มีปัญหากับจำนวนคน เขาโบกมือทักทายหลาย ๆ คนในนั้นอย่างเป็นมิตร
หญิงผมฟ้าผู้เดินนำหน้ามาคือ ‘ฟรองเซย์ ลีออน’ มือดีที่สุดคนหนึ่งของกิลด์ในขณะนี้ เธอคือสาเหตุที่ทำให้เสียงพูดคุยอย่างสนุกสนานเงียบลงไปครู่หนึ่ง
ชายหนุ่มที่ตามหลังเธอมาคือจอมเวทหนุ่มอารมณ์ดี ‘อัสการ์’ เขาไม่ใช่จอมเวทฝีมือดีเด่อะไรนัก แต่ก็ขึ้นชื่อในเรื่องความพยายามและความเป็นมิตรกับทุกคน ทุกคนรู้ว่าอัสการ์ตามติดฟรองเซย์เพราะมีใจให้อีกฝ่ายแม้ว่าฟรองเซย์จะไม่เคยเล่นด้วยก็ตาม
“อ้าว สวัสดีครับ คุณอาร์พิส คุณอาร์เน” อัสการ์ทักทายคู่แฝดเสร็จก็หันไปทางพวกโซนาตา “ส่วนพวกคุณ คงเป็นกลุ่มสมาชิกใหม่ที่กำลังมาแรงสินะครับ ผมได้ยินชื่อมาพักหนึ่งแล้ว ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”
“นี่เจ้ายังตามก้นยายนั่นไม่เลิกอีกเหรอ” อาร์เนพูดโดยไม่ได้สนว่าฟรองเซย์กำลังหาที่นั่งอยู่ไม่ไกล อีกฝ่ายได้ยินเสียงดังของเธออย่างแน่นอน
“น่าจะรู้อยู่ว่าโดนหลอกใช้ ยายนั่นรู้ทั้งรู้ว่าเจ้าคิดอะไร”
“อย่าพูดแบบนั้นสิครับ มันไม่ใช่เลย คุณฟรองเซย์ช่วยสอนอะไรผมเยอะมากนะครับ” อัสการ์หัวเราะร่วน เขาหันไปขอบคุณเซกันที่ลากเก้าอี้มาให้แต่ตนต้องปฏิเสธไป
อัสการ์เดินกลับไปร่วมโต๊ะกับฟรองเซย์ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากทิ้งให้เธอนั่งอยู่คนเดียวตามลำพัง
“เจ้าไม่จำเป็นต้องนั่งตรงนี้หรอกนะ” เธอบอกกับอัสการ์หน้านิ่ง ๆ เสียงไม่ได้ดังเท่าไหร่เมื่อต้องแข่งกับเสียงพูดคุยอึกทึกของทุกคนในห้อง แต่หลายคนในกลุ่มอะบีสดันได้ยินอย่างตั้งใจ
“ผมจะปล่อยให้คุณนั่งคนเดียวได้ยังไงครับ”
“มาตอแยกับข้า เดี๋ยวก็ถูกเกลียดไปด้วยหรอก”
“ไม่โดนหรอกครับ ทุกคนแค่เข้าใจผิด ถ้าได้เห็นคุณในแบบที่ผมเห็นก็จะเข้าใจเอง”
“ไม่ได้เข้าใจผิดหรอก” หญิงสาวพึมพำ
“ฟรองเซย์!!” เสียงแปดหลอดดังลั่นมาจากอีกด้าน เงา ๆ หนึ่งพุ่งเข้ามาใส่โต๊ะของฟรองเซย์พร้อมกับกำปั้น
หลาย ๆ คนในกลุ่มอะบีสร้องด้วยความตกใจ บางคนลุกขึ้นมาตั้งหลักเพื่อดูสถานการณ์ อีกหลายคนตั้งท่าจะสู้กับอะไรสักอย่างที่พวกเขาก็ยังไม่รู้ ในขณะที่สมาชิกกิลด์เดิมทุกคนไม่ได้ตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น ราวกับว่านี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยปกติสามัญ
เจ้าของเสียงและกำปั้นที่ทุบโต๊ะแหลกเป็นชิ้น ๆ คือสาวเสิร์ฟคนหนึ่ง หญิงสาวผู้มีผมสีส้มเข้มจนเกือบแดงกำลังตะโกนใส่ฟรองเซย์อย่างโมโหร้าย
“ครั้งก่อนทำได้แสบมากเลยนะ”
“เวโรนิกา” อัสการ์เรียกชื่ออีกฝ่ายเพื่อปลอบให้สงบลง
“โมโหอะไรอีกแล้ว” ฟรองเซย์ตอบหน้านิ่ง
“เจ้าหลอกให้ข้ารอตั้งสามวันเชียวนะ”
“หืมมม”
“จำไม่ได้รึไง ว่าเจ้ารับคำท้าของข้าไว้”
ฟรองเซย์ทุบกำปั้นลงบนฝ่ามือ “นั่นสินะ เจ้าท้าประลองกับข้า เคยมีเรื่องแบบนั้นด้วย”
“สามวันเชียวนะ ข้ายืนรอเจ้าอยู่ตั้งสามวัน”
“ขอโทษนะ ข้าลืมสนิทเลย”
คำพูดของฟรองเซย์ยิ่งทำให้อีกฝ่ายโมโหกว่าเดิม เธอรวมรวมพลังไว้ที่มือ จากนั้นไฟก็ลุกติดขึ้นที่กำปั้น
“อย่านะครับ คุณเวโรนิกา อาละวาดในกิลด์จะถูกท่านคาฟโตลงโทษเอาได้นะ”
“ฆ่ายายนี่เสร็จแล้วค่อยไปขอโทษทีเดียวก็ได้” จิตสังหารของเวโรนิการุนแรงขึ้นอีก ตอนนี้กลุ่มอะบีสแน่ใจแล้วว่าเธอไม่ใช่แค่สาวเสิร์ฟธรรมดา เวโรนิกาคนนี้คือสมาชิกคนหนึ่งของกิลด์ ดูจากความแกร่งแล้ว น่าจะเป็นสมาชิกระดับสูงด้วย
“ขอโทษนะ เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะข้าน่ะเก่งที่สุดในกิลด์นี้ยังไงล่ะ” ฟรองเซย์ตอบ
ทั้งคู่ไม่ได้ใช้อาวุธอื่นนอกจากกำปั้นและลูกเตะ ตอนนี้เองที่สมาชิกคนอื่นเริ่มลุกออกไปก่อนที่จะถูกลูกหลง
ไม่นานนักหลังการปะทะ คนที่เหลืออยู่ในห้องมีแค่ทั้งคู่ คนอื่นประปราย กับกลุ่มอะบีสที่รอดูเชิงอยู่
วิชาของทั้งคู่คล้ายกันมาก ทั้งวิธีการชก การเตะ ท่วงท่าในการเคลื่อนไหวหรือเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างใช้ประโยชน์จากเวทมนตร์ผสมไปกับการโจมตี สิ่งที่ต่างกันคือฟรองเซย์ใช้เวทน้ำแข็งในขณะที่เวโรนิกาใช้เวทไฟ
เวโรนิกามีเรี่ยวแรงมหาศาล ถ้าเฉพาะแค่แรง เธอไม่ต่างจากไซเลนเซอร์เลย ขณะที่ฟรองเซย์ไม่สามารถใช้แรงปะทะสู้ได้สูสี แต่เธอมีความเร็วเหนือกว่าเล็กน้อยและการใช้พลังเวทของเธอก็แตกต่างออกไป
“ใช่จริง ๆ ด้วย” เรย์ร้องขึ้นมา เขาสะกิดใจกับฟรองเซย์มาตั้งแต่พบ จนเมื่อได้รู้นามสกุลกับเห็นพลังของเธอจึงแน่ใจ ฟรองเซย์คนนี้เหมือนกับเขา เธอคืออัศวินมังกร
อีกฝ่ายก็มองไปที่เขาด้วยสายตาประหลาดใจเช่นกัน เช่นเดียวกับเรย์รู้สึก เธอเองก็คงสัมผัสถึงพลังอัศวินมังกรในตัวเขาได้
“ดรากอนไนท์งั้นเหรอ” โซนาตาแสยะยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ทุกคนเดาได้ทันทีเขาเริ่มสนใจในตัวฟรองเซย์
“อีกแล้วเหรอ” ซีวีส่ายหน้า นึกถึงเรื่องของวาเลนผู้มีสายเลือดมังกรกลายพันธุ์จากยุคก่อน โซนาตาไม่สามารถดึงเขามาเป็นพวกได้สำเร็จ คราวนี้เมื่อพบกับอัศวินมังกรสายพันธุ์น้ำแข็งที่น่าจะแกร่งยิ่งกว่า โซนาตาคงไม่ยอมพลาดโอกาสที่จะรู้จักเธอ
“ว่าแต่น้ำแข็งนี่ เหมือนกับคน ๆ นั้นสินะ” แอนทิสตาจุดประเด็น
“มองดี ๆ แล้ว หน้าตาก็มีเค้านะ” ฟรีโอนิเอลรู้ว่าแอนทิสตาพูดถึงใคร ชายที่เขานึกถึงคือคู่ปรับคนสำคัญของเรย์จากยุคก่อนอัศวินมังกรน้ำแข็ง ‘เวิร์น ลีออน’
แล้วก็เป็นอย่างที่คิด เมื่อลองสอบถามเพิ่มเติมจากอาร์ฟินและอาร์เน พวกเขาจึงยืนยันเรื่องนั้นได้ ฟรองเซย์คือลูกสาวของเวิร์น และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้หลาย ๆ คนเกลียดเธอ
เวิร์นก่อเรื่องเอาไว้มากมายสมัยที่เขายังเป็นหนุ่ม เข้าร่วมกลุ่มของเซฟิล ปล้นและทำร้ายผู้คนไปมากมายระหว่างที่กำลังรวบรวมชุดอุปกรณ์ของซิลเวอร์ เขาโจมตีงานประชุมกษัตริย์โลก และอีกสารพัดวีรกรรมด้านเลวร้ายที่เล่าไม่จบภายในวันเดียว
หนึ่งในเหยื่อของเวิร์นคือพ่อแม่ของอาร์ฟิสและอาร์เนนั่นเอง พ่อแม่ของทั้งสองเป็นนักผจญภัยในสมัยนั้น พวกเขาเคยประมือกับเวิร์นจนได้รับบาดเจ็บหนักเป็นเหตุให้ต้องวางมือจากอาชีพก่อนวัยอันควร ไม่แปลกเลยที่สองพี่น้องจะไม่เคยญาติดีกับฟรองเซย์ผู้เป็นลูก
ไม่ใช่แค่สองพี่น้องเท่านั้นที่มีความแค้นกับเวิร์น หากสืบให้ดีจะพบว่ามีนักผจญภัยอีกจำนวนไม่น้อยที่เกลียดเวิร์นเช่นกัน และความผิดทั้งหมดได้ถูกนำมาลงใส่ฟรองเซย์ที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยเลย
การต่อสู้ของฟรองเซย์และเวโรนิกายังคงดำเนินต่อไป สมาชิกส่วนใหญ่ในกิลด์ไม่กล้าเข้าไปแทรกเพราะรู้ว่าฝีมือตนเองยังไม่ถึงขั้น ส่วนคนที่น่าจะสู้ได้แบบกลุ่มอะบีสก็รอดูท่าทีเพราะสนใจพลังของทั้งคู่
“หยุดเถอะครับ อย่าตีกันเลย” อัสการ์ร้องห้าม แต่แค่เสียงไม่ช่วยอะไร
“เงียบไปเลยอัสการ์ ข้ารอถึงสามวันเชียวนะ” เวโรนิกายัวะจัดจนหน้าแดง
“ตามปกติ ไม่มีใครเค้ารอขนาดนั้นไม่ใช่เหรอ” คำพูดฟรองเซย์ฟังดูน่าหงุดหงิดแต่มีเหตุผล
“ก็ถ้านัดใครแล้วมันก็ต้องรอสิ เกิดอีกฝ่ายมาแล้วไม่เห็นเค้าจะรู้สึกยังไง”
“เค้าจะรู้สึกยังไงก็ช่างสิ” ฟรองเซย์ตอบหน้าตาเฉย
“นั่นไง นิสัยแบบนี้นี่แหละ ข้าถึงได้เกลียดเจ้าที่สุด”
“อ้าว ผมนึกว่าคุณเวโรนิกาอิจฉาความสวยของคุณฟรองเซย์ซะอีก”
ตุบบบบ เวโรนิกาหันไปยัดกำปั้นใส่ท้องของอัสการ์แทน อัสการ์ร้องออกมาได้คำเดียวว่า “อุกก” ก่อนที่จะล้มลงไปนอนแน่นิ่งราวกับชะตาขาดไปแล้ว
“วันนี้แหละ เวโรนิกา โบรลินน์จะแสดงให้ดูว่าข้านี่แหละคือมือหนึ่งของอุสทรินา”
“เพ้อเจ้อ” ฟรองเซย์ตอบ
ทั้งสองฝ่ายต่างรวบรวมพลัง ฟรองเซย์คือไอเย็นยะเยือก ส่วนเวโรนิกาคือเปลวเพลิงที่ลุกท่วม พลังของทั้งคู่เริ่มไม่ใช่แค่การประลองกันเล่น ๆ แล้ว ถ้าจะมีใครถูกลูกหลงจนตายก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ