Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 301: อัลเทอร์เนทซีน
ยังไม่ทันที่ลามอนต์จะถามไถ่ให้รู้ความ เสียงระเบิดกัมปนาทก็ดังจนสั่นสะเทือนไปทั้งวัง ต้นกำเนิดของเสียงเกิดจากกำปั้นระเบิดของดิแอสที่ทุบลงพื้นเต็มกำลัง โดยไม่ได้สนใจว่าพวกเดียวกันหรือศัตรูจะรับผลกระทบ การโจมตีนี้ส่งผลเป็นวงกว้าง ไม่เพียงแค่ทำให้ทั้งห้องกระจุยจนไม่เหลือเค้าเดิม มันยังผลักเอาทุกคนยกเว้นตัวเขาเองกระเด็นกระดอนไปไกล
ต่างจากศัตรูที่รู้ว่าเรื่องแบบนี้อาจเกิดขึ้น กลุ่มอะบีสแทบทุกคนไม่ได้ตั้งตัว มีเพียงแค่บางคนที่หาทางต้านเอาไว้ได้และไม่ถูกพัดกระเด็นไปเพราะแรงระเบิด
“ไกรา แอนทิสตา ฟรีโอนิเอล” เรย์ตะโกนเรียกชื่อพรรคพวกทีละคน แต่พวกเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว
“ไม่ตายหรอก เจ้าเองนั่นแหละ เป็นอะไรไหม” จีดัสถามเพราะเรย์คือคนที่อยู่ใกล้แรงระเบิดที่สุด ที่แย่กว่านั้นคือเขาเอาร่างรับแรงปะทะแทนเพื่อน ๆ ด้วย มันคือเหตุผลที่อัสการ์ฝ่ายเดียวกันยังรอดชีวิตอยู่
“เจ้าบ้าดิแอส” ลอเรนซ์ร้องลั่น “อีกแล้วนะ ถ้าพวกเราตายขึ้นมาจะว่ายังไง”
“เอ็กซิคิวชันเนอร์ไม่ตายเพราะของแค่นี้หรอก” ดิแอสหัวเราะลั่น
“ช่วยหัดทำอะไรสมกับเป็นหัวหน้าคนหน่อยเถอะ” อัสการ์ฝ่ายศัตรูส่ายหน้า เขากำลังปัดฝุ่นที่ติดอยู่ตามชุด
“ถ้ามีเวลาบ่น ก็ช่วยจัดการเจ้าพวกนี้ให้สักคนดีกว่าไหม”
อัสการ์ไม่ตอบด้วยคำพูด เขาเหลือบมองเรย์ที่กำลังอ่อนแรงอยู่ อาจเพราะคนที่เรย์ช่วยเอาไว้ก็เป็นอัสการ์เหมือนกัน เขารู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรจึงเข้ามายืนขวาง
“ผมจะสู้แทนเอง” อัสการ์ผู้เป็นจอมเวทบอกกับเรย์
“ไม่ต้องแย่งกันหรอก กะจะฆ่าทั้งคู่นั่นแหละ” อัสการ์ที่เป็นนักดาบพูดด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์
อัสการ์จากโลกคู่ขนานเร็วกว่าอัสการ์ของโลกนี้หลายเท่าตัว เขาเคลื่อนไหวได้ราวกับหายตัวได้ จากจุดหนึ่งไปสู่จุดหนึ่งด้วยการก้าวในพริบตา
อัสการ์ในชุดจอมเวทเสียวสันหลังวูบ การโจมตีเมื่อครู่เกือบทำให้คอของเขาหลุดกระเด็น ตัวตนจากอีกโลกไม่มีความปรานีใด ๆ แม้คู่ต่อสู้จะเป็นคนที่เหมือนตัวเองยิ่งกว่าฝาแฝด ถ้าไม่เพราะกางเกราะเวทขวางไว้เมื่อครู่เขาคงตายไปแล้ว
โซนาตาถูกดิแอสตามประกบ ทั้งสองฝ่ายแลกหมัดกัน แต่ไม่มีใครได้แต้ม ต่างคนต่างชกและต่างปัดป้อง ดิแอสหมุนตัวฟันศอกใส่ โซนาตาก็ยกแขนขึ้นปัดป้อง พอโซนาตาหมุนตัวเตะอีกฝ่ายก็ยกแข้งขึ้นรับ เป็นแบบนี้ผลัดไปผลัดมาราวสิบกระบวนท่าก่อนที่โซนาตาเลือกใช้มุมอับสายตายิงปืนอ้อมมาจากด้านหลัง
แต่ดิแอสก็เบี่ยงหัวหลบได้อย่างไม่ยากเย็น ไม่เพียงแค่ไม่หวาดกลัวปืนที่มีพลังทำลายสูงที่เพิ่งเฉียดหัวไปดิแอสกลับแสยะยิ้มอย่างนึกสนุก
“เก่งดีนี่นา ซีนด้านนี้มีคนเก่ง ๆ อยู่เต็มไปหมดเลยเรอะ”
“สรุปว่าพวกนายมาจากโลกคู่ขนานจริง ๆ สินะ”
“ก็คงงั้นแหละ” ดิแอสยอมรับออกมาง่าย ๆ
“งั้นต่อไปนี้เรียกโลกของนายว่า อัลเทอร์เนทซีนก็แล้วกัน”
“เฮ้ย ๆ อย่ามาซี้ซั้วตั้งชื่อให้กับโลกของคนอื่นได้ไหม”
ซีวีเห็นคนทั้งสองสู้กันอย่างสูสีจึงเบาใจลงเล็กน้อย เธอแน่ใจว่าการต่อสู้ของโซนาตาและดิแอสจะยืดเยื้อต่อไปอีกพักใหญ่ซึ่งทำให้เธอมีเวลามากพอที่จะไปช่วยคนที่น่าเป็นห่วงกว่าอย่างเช่นคู่ของอัสการ์ทั้งสองคน
“อดทนไว้ ข้าจะไปช่วยอัสการ์ก่อนนะ”
ซีวีพุ่งไปทางอัสการ์ที่กำลังถูกตนเองจากอัลเทอร์เนทซีนถลุงใส่อยู่ด้านเดียว แต่เธอก็เกือบไปไม่ถึง เงาอีกเงาที่เร็วไม่แพ้กันพุ่งเข้ามาตัดหน้าในระยะประชิด ดาบของอีกฝ่ายฟันเฉียดคอของเธอและตัดเส้นผมขาดไปหลายเส้น
สิ่งที่ช่วยซีวีไว้ได้อย่างฉิวเฉียดคือลูกธนูของชายผมเงิน จีดัสมองการเคลื่อนไหวของศัตรูออกในเสี้ยววินาทีและยังยิงธนูออกไปดักจนทำให้อีกฝ่ายฟันพลาด
“จุ้นไม่เข้าเรื่อง”
“ไม่จุ้นไม่ได้หรอก” จีดัสยิ้มยียวน ก่อนที่เขาจะแนะนำชื่อตัวเอง “ข้า… จีดัส คอร์นีลัส”
“No. 5 มาร์ฟีส เทมเพสต์” เด็กหนุ่มแนะนำตัวบ้างอย่างไม่ค่อยเต็มใจ
“เทมเพสต์… หรือจะเป็นตระกูลชนชั้นสูงของฟาเกลเนีย”
“ความรู้รอบตัวดีนี่” มาร์ฟีสยิ้มฝืน ๆ เขาแปลกใจที่ชายใส่แว่นผมเงินแค่รู้นามสกุลและเห็นการเคลื่อนไหวเมื่อครู่ก็ดูออกทันทีว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ทั่วไปแต่เป็นเผ่าพันธุ์พิเศษที่ปกครองนครฟาเกลเนีย
ด้านลามินาและลามอนต์ทั้งสองฝ่ายยังยืนจด ๆ จ้อง ๆ ไม่กล้าลงมือต่อ ลามินาหวนนึกถึงเรื่องน้องชายที่สียไปเมื่อหลายปีก่อน มันไม่น่าเป็นไปได้ที่เขาจะมาปรากฏตัวอีกครั้งตรงหน้า
…ไม่สิ ในเมื่อมาจากโลกคู่ขนาน เขาอาจจะเป็นลามอนต์ตัวจริงก็ได้…
“ท่านพี่” ลามอนต์เรียกพี่สาวอีกครั้ง แต่ลามินากลับยิ่งถอยห่าง
“หุบปาก น้องชายของข้าตายไปแล้ว ถึงจะมาจากโลกคู่ขนาน เจ้าก็เป็นแค่คนอื่น”
“แต่สำหรับข้า ท่านคือท่านพี่ลามินา”
“ก็บอกแล้วไงว่าอย่าก้าวเข้ามา” ลามินาเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า ศัตรูร้ายกาจแค่ไหนเธอไม่เคยหวั่น แต่การที่ต้องมาเผชิญหน้ากับน้องชายอีกครั้ง แถมยังเป็นน้องชายที่กลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ลามินาไม่ได้เตรียมใจเอาไว้
เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ไปกว่านั้น ลามินาตัดสินใจเปิดคลังมิติ เธออัญเชิญดาบกำราบเทพและดาบระเบิดมาถือไว้คู่กัน
“ดาบนั่น… ท่านพี่จริง ๆ ด้วย” ยิ่งเห็นวิชาอัญเชิญดาบลามอนต์ก็ยิ่งตื่นเต้น
ลามินาไม่อยากทำร้ายคนที่มีใบหน้าเหมือนน้องตัวเอง แต่เธอคิดว่ามันไม่มีทางเลือก อย่างน้อยที่สุดถ้าฝากแผลไว้ให้อีกฝ่ายได้สักแผล บางทีคน ๆ นี้อาจจะเปลี่ยนท่าทีไปก็ได้ คิดได้แบบนั้นเธอจึงฟันออกไปอย่างรวดเร็ว
เคร้งงง
เสียงดาบสองเล่มปะทะกัน ลามินาตกใจเพราะเธอไม่เห็นเขาถือดาบก่อนหน้านี้ เขามีวิชาอัญเชิญดาบเหมือนกับเธอและสามารถอัญเชิญได้เร็วจนลามินามองไม่เห็น
ลามินาโหมบุกหนักขึ้น ในขณะที่ลามอนต์ผู้มาจากโลกอื่นหันมาตั้งรับอย่างเดียว ความรู้สึกอยากพูดคุยกับพี่สาวแม้จะเป็นพี่สาวคนละมิติทำให้ฝ่ายชายหนุ่มแทบไม่ได้ตอบโต้กลับ
“ข้าแค่อยากคุณกับท่าน”
“ถ้าอยากคุยก็เล่ามาสิ ว่าพวกแกบุกมาที่นี่ทำไม”
“เรื่องนั้น…” ลามอนต์ตีสีหน้าลำบากใจ
“ถ้าบอกไม่ได้ก็ไม่มีอะไรต้องคุยอีก” สิ้นประโยคลามินาก็ทุ่มกำลังบุกหนักขึ้นอีกขั้น
ลามอนต์สัมผัสได้ถึงจิตสังหาร ลามินายังสับสนแต่เธอไม่ได้ออมมือให้ ทุกเพลงดาบที่ฟันเข้ามามันเป็นการโจมตีที่หมายเอาชีวิต
“อุปส์… บ้าจริง” ลามอนต์ร้องเพราะถูกฟันแผลแรกเข้าไป “อย่างน้อยก็ช่วยรอให้แนะนำตัวอย่างเป็นทางการก่อนได้ไหม”
“ก็คงไม่พ้น No. อะไรสักอย่าง ลามอนต์ มาดารัสไม่ใช่เหรอ”
“เอ่อ… มันก็ใช่หรอก No. 4 ลามอนต์ มาดารัส” ลามอนต์แนะนำตัวเสียงค่อย
คู่ของฟรองเซย์กับลอเรนซ์ประลองกันเหมือนกับเคยโกรธแค้นกันมาก่อน ลอเรนซ์ยิงกระสุนวิญญาณที่ติดตามเป้าหมายได้ ผสมกับการเคลื่อนไหวที่ผสานกับออรามังกรทำให้ฟรองเซย์ยากจะไล่ตามได้ทัน แต่ฟรองเซย์เองก็ปัดป้องทุกการโจมตีได้โดยไม่ปล่อยให้มีนัดไหนหลุดรอดไปถึงตัวได้
“เสียงคำรามแห่งมังกรจงดังกึกก้อง ดรากอนรอร์!” ฟรองเซย์ตะโกนพร้อมกับยิงพลังคลื่นเสียงออกมา
ลอเรนซ์รู้ว่าวิธีรับมือกับท่านี้คือการใช้พลังแบบเดียวกันรับ แต่สำหรับคนที่ไม่ใช่อัศวินมังกรอย่างแท้จริงแบบเธอมันคือท่าที่เธอไม่สามารถใช้ได้ ลอเรนซ์จึงต้องเลี่ยงด้วยการหนีสุดกำลัง
เธอหลบพ้นแต่ไม่ทั้งหมด คลื่นปะทะจากเสียงแม้จะแค่เฉียดไปก็ทำให้ร่างกายส่วนหนึ่งชาไปเล็กน้อย ฟรองเซย์เห็นจังหวะนั้นจึงซ้ำด้วยการโจมตีแบบเดิม
แทนที่จะหลบการโจมตีที่ยากจะหลบได้พ้น ลอเรนซ์สวนกลับในทันที จังหวะนั้นเธออัดพลังวิญญาณเข้าไปในปืนมากขึ้นและกระหน่ำยิงออกไปยังฟรองเซย์ที่ไม่น่าจะหลบได้เช่นกัน
สองสาวได้รับบาดเจ็บกันทั้งคู่ แต่ไม่มีฝ่ายไหนยอมรามือ พวกเธอโจมตีสวนใส่กันอีกหลายครั้ง เป็นการโจมตีที่หากอีกฝ่ายไม่มีออรามังกรและความแข็งแกร่งที่เหนือมนุษย์เข้าช่วย มันคงจะจบด้วยร่างของทั้งคู่กระจัดกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“คู่นั้นดุเดือดขนาดนี้ พวกเราก็มาเอาจริงกันบ้างดีไหม” ดิแอสหัวเราะอย่างนึกสนุก เขาคิดว่าคู่ต่อสู้คงโกรธที่เขามัวแต่เล่น แต่ตรงกันข้ามโซนาตาก็หัวเราะเช่นกัน
“ฟังดูน่าสนุกอยู่หรอก แต่ฉันไม่ได้รีบอะไรนี่ พรรคพวกฉันมีอีกเยอะอีกไม่นานทุกคนก็จะมารวมตัวกัน ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องเล่นตามเกมนายเลย”
“อ้าวว พวกข้าเป็นฝ่ายเสียเปรียบสิเนี่ย”
“แน่นอน พวกนายไม่มีทางชนะ แล้วก็ไม่มีทางหนีด้วย”
“ข้าไม่ค่อยเห็นด้วยแฮะ โดยเฉพาะไอ้เรื่องหนีเนี่ย”
คำพูดของดิแอสทำให้พรรคพวกของเขาหลายคนหันควับมามองพร้อมกัน พวกเขาอาจยอมรับว่าต้องถอยกลับไปตั้งหลัก หรือเป็นไปได้เช่นกันว่าเพราะดิแอสเปิดเผยความลับว่าพวกเขามีทางหนีทีไล่อย่างดี