Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 304: เหล่าผู้อาวุโส
วิหารแห่งกาลเวลา เกาะกลางทะเลที่ถูกสร้างขึ้น สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ขององค์กรฟอร์ชาโดเวอร์ เหล่าสมาชิกระดับสูงซึ่งประกอบด้วยเอ็กซิคิวชันเนอร์หมายเลขหนึ่งถึงห้า และเหล่าบรรดาผู้อาวุโสทั้งสี่ที่เป็นที่ปรึกษาขององค์กรได้ถูกเรียกมารวมตัวกันเพื่อรับมือกับสถานการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้น
“ผู้หญิงคนนั้นปรากฏตัวแล้วใช่ไหม” หนึ่งในสี่ผู้อาวุโสถามกับดิแอส ชายหนุ่มที่ไม่เพียงแค่ได้รับการยอมรับเพราะสายเลือดสูงส่งของเชื้อพระวงศ์แห่งประเทศเชสนา แต่เขายังเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดและได้รับความเชื่อถือที่สุดในองค์กรแห่งนี้
“ใช่แล้วครับ” ดิแอสตอบผู้อาวุโสอย่างนอบน้อม มีไม่กี่คนในโลกที่เขาจะแสดงกิริยาแบบนี้ให้
“นางแข็งแกร่งเหมือนกับในคำทำนายของท่านเดอะพรอเฟ็ตรึไม่” ผู้อาวุโสอีกรายถามดิแอส
ผู้อาวุโสรายนี้คือโรซาลีน ดอว์นนิง แม้จะไม่ได้ใช้สกุลลีออน แต่โรซาลีนคือผู้สืบสายเลือดจากรีสเลย์โดยตรง นอกจากเป็นเจ้าหญิงของเชสนาแล้ว โรซาลีนผู้นี้ยังเป็นเอ็กซิคิวชันเนอร์ผู้ปลดเกษียณตนเองไปและกลับมารับตำแหน่งของผู้อาวุโสขององค์กรอีกที นอกจากนั้นเธอยังเป็นมารดาของลอเรนซ์อีกด้วย
“เก่ง แต่ยังไม่เข้าขั้นครับ” ดิแอสตอบตามที่รู้สึก “ตอนนี้เธอน่าจะด้อยว่าลอเรนซ์เล็กน้อย แต่สัมผัสได้ว่าต่อไปต้องกลายเป็นตัวปัญหาแน่นอน น่าเสียดายที่ถ้าพวกเราเห็นอนาคตที่ชัดเจนกว่านี้…”
“อย่าเผลอหลุดปากเรื่องแบบนั้นออกไปเชียว” อีกหนึ่งผู้อาวุโสเตือนดิแอส
ชายผู้นี้คือริเอล ลีออนอีกหนึ่งสายเลือดขัตติยะที่ทำงานรับใช้องค์กรแห่งนี้ ต่างจากโรซาลินที่เป็นหลานที่เกิดจากภรรยาแรก ริเอลคือหลานของรีสเลย์ที่เกิดจากภรรยารอง ‘อลิเวีย สวิฟท์เลท’ เหมือนกับโรซาลินผู้เป็นญาติผู้พี่ ริเอลเคยทำงานให้กับองค์กรนี้มาหลายปีในฐานะเอ็กซิคิวชันเนอร์ ก่อนที่จะวางมือและให้ลูกชายอย่างดิแอสมารับช่วงต่อ
“นอกจากทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมนี้และผู้ติดตามใกล้ชิดไม่กี่คน เราไม่ควรให้ใครรู้เรื่องอาการของท่านเดอะพรอเฟ็ต”
“ครับท่านพ่อ” ดิแอสพยักหน้ารับ
“พวกเราทราบดีค่ะ ว่าเรื่องนี้สำคัญแค่ไหน” ลอเรนซ์ยืนยันว่าไม่มีใครในองค์กรรู้ระแคะระคายเรื่องที่เหล่าผู้อาวุโสเป็นกังวล
“นอกจากผู้หญิงที่ท่านเดอะพรอเฟ็ตเคยทำนายเอาไว้ เจ้าตัวปัญหาอีกคนล่ะ”
ผู้อาวุโสอีกคนหันไปถามอัสการ์ผู้เป็นลูกศิษย์โดยตรงของเขา จากลักษณะท่าทางและดาบเล่มยาวที่เขาพกติดตัว พอจะบอกได้ว่าชายผู้นี้คือผู้เชี่ยวชาญในวิถีแห่งดาบ
“ยังไม่พบตัวครับ” อัสการ์ของโลกนี้ตอบ “แต่ชายผู้นั้นอยู่เบื้องหลังทุกอย่าง ช้าเร็วเขาก็ต้องออกมาแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้นผมจะเป็นคนจัดการเองครับ”
“อย่าประมาท” อาจารย์ของอัสการ์ไม่ได้อธิบายเพิ่ม แต่จากสีหน้าของจอมดาบเรเซอร์ ฟอร์ซ มันทำให้อัสการ์ตระหนักได้ว่าคนที่อาจารย์ของเขายังเตือนให้ระวังย่อมไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน
“อีกคนที่ไม่ควรมองข้าม” ผู้อาวุโสริเอลเตือนอัสการ์อีกครั้งด้วยการชี้ไปที่ใบหน้าของเอ็กซิคิวชันเนอร์หมายเลขสองขององค์กร
อัสการ์เข้าใจความหมายนั้น ริเอลพยายามบอกให้เขาระวังตัวเขาเองในอีกโลก เขาพยักหน้าและกล่าวขอบคุณผู้อาวุโสอีกครั้ง
หลังจากที่ตกลงกันว่าจะดึงพวกฟรองเซย์มาช่วยในการต่อสู้กับพวกอัลเทอร์เนทซีน โซนาตาจึงคิดว่าไม่มีประโยชน์ที่จะปิดบังพวกเขาในทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับยานรบล้ำยุคอย่างมิเนอร์วาที่น่าจะช่วยแก้ปัญหาหลาย ๆ อย่างได้
เกือบจะกลายเป็นภาพที่ชินตาไปแล้ว ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้ขึ้นยานครั้งแรกต่างก็ตกใจจนอ้าปากค้าง ฟรองเซย์และอัสการ์เองก็เช่นกัน แต่ปฏิกิริยาของทั้งสองไม่รุนแรงเท่าครั้งที่เรย์ เอ็ดวาน หรือซีวีเห็นยานครั้งแรก เพราะพวกเขาได้รับการบอกเล่าจากกิลด์มาสเตอร์เรื่องที่มาที่ไปของกลุ่มอะบีสมาแล้ว จึงเข้าใจไปเองว่ายานลำนี้คงเป็นเทคโนโลยีที่ได้มาจากมิติอื่น
โซนาตาปล่อยให้มินอารับหน้าที่พาทั้งคู่สำรวจยาน มินอาทำหน้าที่เหมือนเลขาส่วนตัวของเขา โดยมีคนที่นึกสนุกตามไปด้วยอีกสองสามรายคือ เวเน ลูเมน และฟรีโอนิเอล
“ระหว่างนี้ขอให้ใช้ที่นี่เป็นฐานทัพชั่วคราวนะคะ ถ้ามีอะไรขาดเหลือก็ติดต่อฉันหรือเจ้าหน้าที่คนอื่นได้เลย” มินอาพูดไปด้วยขณะที่พาทั้งคู่เยี่ยมชมห้องต่าง ๆ ตั้งแต่โซนของผู้บริหาร โซนที่จัดไว้ให้แขกและโซนของสมาชิกทั่วไป
“ที่นี่มีห้องที่ช่วยอำนวยความสะดวกและให้บริการต่าง ๆ ไม่ต่างจากกิลด์อุสทรินาเลย ไม่สิ… ดูครบครันกว่าด้วยซ้ำ พวกเราสามารถใช้ได้จริง ๆ เหรอครับ” อัสการ์ถามเพื่อความแน่ใจ
“ใช่แล้วล่ะ เราไม่เก็บค่าบริการด้วยนะ แล้วก็ถ้าอยากมาเป็นสมาชิกกลุ่มอย่างถาวรพวกเราก็ยินดีต้อนรับนะ” เวเนช่วยโฆษณา
“อ๊ะ ถ้าเลี้ยวซ้ายข้างหน้าเนี่ย จะมีสปาด้วยนะ สาว ๆ ในยานน่ะติดอกติดใจที่นี่มากเลย เจ้าเองก็น่าจะลองแวะมาสักครั้งนะ” ฟรีโอนิเอลจงใจคุยแค่เฉพาะกับฟรองเซย์ เขามองข้ามอัสการ์ไปราวกับอีกฝ่ายเป็นแค่อากาศธาตุ
“ข้าไม่สนใจหรอก” ปากฟรองเซย์บอกแบบนั้น แต่ตาของเธอกำลังมองสำรวจเส้นทางอย่างอยากรู้อยากเห็น
ฟรองเซย์และอัสการ์คุ้นชินกับสภาพบนยานด้วยความรวดเร็ว ห้องที่ดึงดูดทั้งคู่ไว้ไม่ได้แตกต่างจากห้องที่คนส่วนใหญ่ในกลุ่มใช้เวลาด้วย
เฉพาะฟรองเซย์ เธอด้อม ๆ มอง ๆ ที่สปาร์หลายครั้งแต่ไม่กล้าลองเอง จนกระทั่งถูกลูนาร์ชวนให้ลองสปาโคลนร้อน
“ไอ้นี่สบายตัวมากเลยนะ มีทั้งนวดเท้า นวดน้ำมัน ขัดผิว สปาหินภูเขาไฟ และอีกสารพัด ที่สำคัญคือทุกอย่างไม่จำเป็นต้องใช้พนักงานสักคน” ลูนาร์บรรยายสรรพคุณอย่างภาคภูมิใจ
“เจ้าเป็นคนสร้างห้องพวกนี้เหรอ” ฟรองเซย์ถามเพราะรู้สึกแบบนั้น
“ไม่เชิงสร้างหรอก มิเนอร์วามีสปาอยู่แล้ว ข้าก็แค่ทำให้มันสมบูรณ์ขึ้น มีบริการที่หลายหลาย และเอาเวทมนตร์มาผสมอีกแค่เล็กน้อยก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้มากกว่าเท่าตัว”
“อื้อออ” ฟรองเซย์เผลอครางออกมาหลังจากหย่อนกายลงในอ่างน้ำนมข้าง ๆ ลูนาร์
“ข้าไม่ค่อยสนใจเรื่องการดูแลผิวอะไรพวกนั้นหรอก แต่นะ…มันสบายสุด ๆ เลยใช่ไหม”
“ดีมากเลย” ฟรองเซย์รู้สึกสบายจนอดแปลกใจเองไม่ได้ เธอไม่เคยเจอกับอะไรแบบนี้มาก่อน
“จริง ๆ แล้วข้าไม่ได้แค่ปรับปรุงห้องนี้หรอกนะ ตอนนี้กำลังปรับอะไรหลาย ๆ อย่างในยานนี้รวมทั้งศึกษาโครงสร้างของมันตั้งแต่เบื้องต้นเลย ตอนนี้มิเนอร์วาใหญ่โตพอสำหรับรองรับคนหลายร้อยหลายพันได้ แต่วันหนึ่งพวกเราอาจจะต้องมียานเพิ่ม ข้าเลยตั้งใจจะทำเองให้ได้”
“งั้นเหรอ… นั่นคือความฝันของเจ้าเหรอ ยอดไปเลยนะ” ฟรองเซย์ได้ฟังแล้วรู้สึกทึ่ง เทียบกับตนเองที่ยังไม่มีเป้าหมายอะไรชัดเจนแล้ว เธอรู้สึกอิจฉาลูนาร์เล็กน้อย
“แล้วเจ้าล่ะอยากทำอะไร ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องภารกิจในคราวนี้นะ” ลูนาร์ถามพร้อมกับดักคอไว้ก่อนกันฟรองเซย์ตอบว่า เธอแค่อยากทำหน้าที่ที่ได้รับมาให้เสร็จสิ้นเท่านั้น
“นั่นสิ…”
“เจ้านี่พูดน้อยจังเลยนะ”
“วันนี้ข้าพูดเยอะมากกว่าเดือนที่แล้วทั้งเดือนรวมกันแล้วล่ะ” ฟรองเซย์เองก็ประหลาดใจ เธอรู้สึกคุ้นเคยกับลูนาร์ราวกับรู้จักสนิทสนมกันมานาน แม้แต่คนที่กิลด์อุสทรินาเธอก็ไม่เคยพูดด้วยแบบนี้
ลูนาร์ชวนคุยอีกหลายเรื่องระหว่างที่ทั้งคู่กำลังผ่อนคลายอย่างเต็มที่ จากนั้นก็ชวนกันไปนั่งต่อที่บาร์ที่มีดีวานนั่งดื่มอยู่เงียบ ๆ คนเดียวที่มุมหนึ่ง สองสาวลองสั่งเครื่องดื่มแปลก ๆ มาทดลองดูหลายชนิดแล้วดูเหมือนฟรองเซย์จะติดใจรสชาติของสาเกที่กลุ่มอะบีสทำขึ้นมาเอง
“ยานลำนี้มีอะไรที่ข้างนอกนั่นไม่มีหลายอย่าง สิ่งนี้ก็นำมาจากมิติอื่นเหรอ” ฟรองเซย์ยกแก้วสาเกขึ้นดู
“บางอย่างพวกเราก็ทำขึ้นมาเอง บางอย่างก็ซื้อหามาจากทุกที่ที่เราแวะไป” ลูนาร์เกือบหลุดปากไปว่าสาเกก็เป็นสิ่งที่โลกของฟรองเซย์มีเช่นกัน
“น่าสนใจ”
“ที่นี่มีอะไรน่าสนุกให้ทำเยอะแยะ แล้วก็มีการผจญภัยใหม่ ๆ รออยู่เสมอ แต่…”
“แต่?”
“แย่หน่อยที่มีพวกชีกออยู่เยอะเหมือนกัน”
คนที่ฟรองเซย์กับลูนาร์นึกภาพเป็นคนละคนกัน ฟรองเซย์นึกถึงฟรีโอนิเอลกับกาเรนที่ตั้งแต่เธอขึ้นยานมาทั้งคู่ก็แวะเวียนมาหา เอาขนมมาฝากบ้าง อาสาพาเดินไปชมนู่นชมนี่บ้าง ในขณะที่ทั้งคู่แทบไม่ได้สนใจอัสการ์ที่ขึ้นมาด้วยกันเลยสักนิด
ส่วนภาพคนชีกอในหัวลูนาร์คือโซนาตานั่นเอง คนอะไรมีสาวล้อมหน้าล้อมหลัง ทั้งที่มีเจ้าสาวอยู่เป็นตัวเป็นตนก็ยังหาเรื่องแวะเวียนมาเธอทุกครั้งที่มีโอกาส
…อาวุธก็มี ก็ยังมาเที่ยวถามนั่นถามนี่ เหมือนเรียกร้องความสนใจ พอกลั้นใจถามว่าทำให้ไหม ดันบอกไม่อยากให้เหนื่อย
…รู้ทั้งรู้ว่าทำอาหารไม่ค่อยเป็น บางทีมาชวนกินข้าว แล้วบอกว่าอยากลองชิมฝีมือเธอดูบ้าง
…บางครั้งก็เลียนแบบกาเรนที่ทำกับสาวอื่น เอาดอกไม้ที่ไหนไม่รู้มาวางทิ้งไว้ให้ แถมที่เอามา ใช่ธรรมดาที่ไหน เป็นเดวัลดอกไม้กินแมลง พอโวยว่าเอามาให้ทำไม ก็ยิ้มกริ่มแล้วเงียบให้เธอต้องค้างคาใจ
“ผู้ชายชีกอนี่ แค่คิดถึงก็ขนลุก” ฟรองเซย์ห่อไหล่ มองไปบนเรียวแขน ขนลุกขึ้นมาจริง ๆ
ลูนาร์พยักหน้าเห็นด้วย
“ข้าจะบอกสิ่งที่คิดอยู่ให้เจ้าฟังคนเดียวนะ” ฟรองเซย์เปิดใจให้กับลูนาร์เร็วกว่าที่คิด ทำให้ลูนาร์ตื่นเต้นไปด้วย เพราะนี่คือการสนทนาแบบเพื่อนสาวอย่างที่ลูนาร์เคยได้ยินพวกกลุ่มผู้หญิงพูดกัน เธอเคยคิดอยากมีช่วงเวลาแบบนี้ที่เพศเดียวกันจะมานินทาความคิดแบบสาว ๆ ที่จัดเป็นความลับระหว่างกันกับเธอบ้าง
“ข้าสัญญาว่าจะไม่พูดบอกใครทั้งนั้น”
ลูนาร์เอียงศีรษะไปหาฟรองเซย์อีกนิด และฟรองเซย์เบนใบหน้ามาทางเธอมากขึ้นกว่าเดิม
“ข้าไม่ได้มีกระจิตกระใจจะมาสนใจเรื่องแบบนั้น ดังนั้นใครจะมาพยายามเข้าหา ข้าก็ไม่สนหรอก”
“อ้อ… “ ลูนาร์ลากเสียงยาว เธอก็หลงคิดว่าอีกฝ่ายจะบอกว่าหวั่นไหวกับใครบ้าง หรือนินทาผู้ชายในยานให้ฟัง
“ว่าแต่ คนที่เจ้าบอกว่าชีกอนี่ ใครน่ะ?” ฟรองเซย์เริ่มเมาเล็กน้อย สังเกตได้จากใบหน้าของเธอที่แดงก่ำจากสาเก
คำถามนี้ดูเหมือนจะล้วงลูกลูนาร์บ้าง
“ข้าไม่คิดว่าเรากำลังพูดถึงคน ๆ เดียวกัน” ลูนาร์ไม่อยากออกชื่อโซนาตา
“จะใช่เหรอ” ฟรองเซย์หันมามองเธอด้วยสายตานิ่ง ๆ อ่านยาก แล้วเธอก็ค่อย ๆ บรรจงลิ้มรสสาเกจอกใหม่เข้าไป
“อย่าใส่ใจมากเลย ทำเหมือนพวกชีกอไม่มีตัวตนจะดีกว่า” ลูนาร์ถอนหายใจและทำแบบเดียวกันบ้าง
ทั้งสองสาวปล่อยใจให้ล่องลอยไป ฟรองเซย์หันไปคิดถึงเรื่องอื่นแล้ว แต่ลูนาร์ยังคิดถึงโซนาตาอยู่ น่าประหลาดที่เธอสลัดภาพของเขาออกจากหัวไม่ได้สักที