Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 311: ฝึกซ้อมกับกลุ่มอะบีส
หลังเหตุปะทะครั้งล่าสุด กลุ่มอะบีสยังคงมุ่งเป้าหยุดยั้งการรวบรวมหนังสือโครนิเคิลออฟซีนของฟอร์ชาโดเวอร์ ในขณะเดียวกันก็ศึกษาหนทางที่จะช่วยโลกทั้งสองโลกไปพร้อมกัน
ฟอร์ชาโดเวอร์ไม่ได้รอตั้งรับอยู่เฉย องค์กรจากต่างโลกรู้ว่าอีกไม่นานแต่ละประเทศจะสามารถสร้างแหล่งพลังที่เพียงพอต่อการใช้งานหนังสือได้ พวกเขาไม่รอให้มันเกิดขึ้น
เหล่าเอ็กซิคิวชันเนอร์ถูกส่งไปทั่วโลก แม้ว่าพวกที่บุกเข้ามาจะเทียบชั้นไม่ได้กับกลุ่มที่นำโดยดิแอสแต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่แต่ละประเทศจะรับมือโดยลำพัง พวกเขาขอความช่วยเหลือไปยังกิลด์ต่าง ๆ เหมือนกับที่โซดาเรียเคยทำ แต่การโหมบุกหลายประเทศพร้อมกันก็ทำให้ความช่วยเหลือถูกกระจายออกไปด้วย
ขณะที่กลุ่มอะบีสกำลังซุ่มเงียบเพื่อเตรียมความพร้อม อุสทรินาเองถูกกดดันจากประเทศทั้งหลาย กิลด์ถูกบังคับได้ส่งตัวฟรองเซย์ อัสการ์ และสมาชิกระดับสูงออกไปทำภารกิจคุ้มครองหน้ากระดาษที่เกิดขึ้นทุกมุมโลก
ทั้งโลกมีนักผจญภัยที่มีฝีมือสูงพอจะรับมือกับพวกดิแอสได้ไม่ถึงร้อยคน หนึ่งในนั้นคือฟรองเซย์จากอุสทรินานั่นเอง เจตนาของกิลด์มาสเตอร์ไม่ใช่การส่งฟรองเซย์ไปปะทะกับกลุ่มของดิแอสโดยตรง แต่เป็นการจัดการกับเอ็กซิคิวชันเนอร์มือรอง ๆ ที่ถูกส่งไปโจมตีเป้าหมายที่สำคัญน้อยกว่า น่าเสียดายที่แผนของเขาไม่ได้ผล
องค์กรฟอร์ชาโดเวอร์มีพลังมองเห็นอนาคต ไม่ว่าฟรองเซย์จะเลือกงานคุ้มกันที่ใด ที่นั่นจะมีกลุ่มดิแอสครบทีมรอคอยเธออยู่ ฟรองเซย์และอัสการ์พ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า โชคดีที่ทั้งคู่เอาชีวิตรอดกลับมาได้ทุกครั้ง
การเสียสมาชิกระดับสูงคนแล้วคนเล่า ทำให้กิลด์ใหญ่ทั้งหลายต้องชั่งใจมากขึ้น เมื่อถึงจุดหนึ่งพวกเขาก็ยอมรับว่างานคุ้มกันเป็นเรื่องไร้ประโยชน์
เช่นเดียวกับกิลด์ต่าง ๆ ที่ถอดใจไป หลายประเทศเริ่มยอมรับเช่นกันว่าพวกเขาไม่มีพลังพอที่จะสู้ต่อ ในที่สุดก็ไม่เหลือประเทศใดที่ยังมีหน้ากระดาษอยู่อีก ถ้าไม่ถูกฟอร์ชาโดเวอร์ชิงไปแล้วพวกเขาก็ต่างส่งคืนให้กับกิงคารอนผู้เป็นเจ้าของดั้งเดิมและถือครองหน้ากระดาษเอาไว้มากที่สุด
นั่นคือสิ่งที่กลุ่มอะบีสรออยู่เช่นกัน พวกเขารู้ว่าสุดท้ายจะเหลือเพียงแค่กิงคารอนเท่านั้น อีกไม่นานฟอร์ชาโดเวอร์ทั้งหมดจะโจมตีที่นั่น รวมถึงพวกเฟรย์การ์ดก็น่าจะอาศัยโอกาสนี้ผสมโรงด้วยอย่างแน่นอน
ที่ห้องประชุมของกลุ่มอะบีส สมาชิกผู้บริหารสามสิบสองชีวิตมารวมตัวกัน โดยในครั้งนี้พวกเขามีแขกใหม่ที่บางคนก็คุ้นตากันดีแล้ว และบางคนก็ยังไม่เคยรู้จัก
“สวัสดี! ข้าเวโรนิกา โบรลินน์ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะ” สาวหัวแดงผมทวินเทลแนะนำตัวด้วยเสียงสดใส
“ทำไมสาวเสิร์ฟถึงมาอยู่ที่นี่ได้” เสียงใครบางคนพึมพำขึ้น
“ข้าไม่ใช่สาวเสิร์ฟอย่างเดียวซะหน่อย ข้าคือสมาชิกระดับ S และเป็นสาวสวยที่สุดในกิลด์อุสทรินาด้วยล่ะ”
กาเรนเห็นด้วยเรื่องที่เวโรนิกาคือสาวงาม ตามความเห็นของเขาเธอสวยไม่แพ้ฟรองเซย์เลยด้วย แต่พอเธอชมตัวเองหน้าตาเฉย แถมตามมาด้วยหัวเราะเสียงดัง มันก็ทำให้รู้สึกว่าเป็นความสวยที่เสียของเล็กน้อย
…เอาเถอะ ก็ดูร่าเริงสดใสดีแหละนะ…
“ต้องขอโทษด้วย ข้าพยายามปฏิเสธแล้ว แต่ท่านคาฟโตอยากให้พายายนี่มาด้วย”
“เดี๋ยวเซ่ มันใช่เรื่องที่เธอต้องมาขอโทษเรอะ”
“ใช่ครับ คนที่ควรจะขอโทษน่าจะเป็นคุณเวโรนิกามากกว่า ขอโทษที่เธอเสียงดังไปหน่อยนะครับ” อัสการ์ก้มหัวปะหลก ๆ
“ไม่ใช่แล้ว” สาวหัวแดงโวยวาย
“ว่าแต่… เธอน่ะเก่งใช่ไหม” อลินาถามเวโรนิกา ซึ่งเผยรอยยิ้มน่าหมั่นไส้ของเธอ
“เก่งสิ ไม่งั้นจะได้เป็นระดับ S ของกิลด์ชื่อดังเรอะ ถ้าไม่มีฟรองเซย์ เอ๊ย ไม่ได้จะพูดแบบนั้น ข้าจะบอกว่าข้าจะเก่งกว่าท่านกิลด์มาสเตอร์ซะอีก”
“จ้า จ้า จ้า” ฟรองเซย์ตอบรับด้วยสีหน้าปลงตก ถึงปากจะพูดว่าไม่ถูกกัน แต่จากที่ทั้งคู่จิกกัดโต้ตอบกันตลอดก็บอกได้ว่าทั้งคู่สนิทกันกว่าที่ทุกคนรู้มา
“เดี๋ยว ไปที่ห้องฝึกก็รู้เองว่าเก่งแค่ไหน” เคสเทรลช่วยจบประเด็นนี้
“จะว่าไปพวกเราทั้งหมดก็ยังไม่เคยฝึกฝนพร้อมหน้ากันเลยนี่นะ คราวนี้คงสนุกแน่” โซนาตาแสยะยิ้ม ทุกคนไม่แน่ใจว่าเรื่องสนุกของเขาเหมือนกับเรื่องสนุกของทุกคนหรือไม่
เวลาในโลกเสมือนจริงแตกต่างจากภายนอก ยิ่งเป็นเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่ ‘พัค ซึงวอน’ พ่อของมินอาช่วยปรับปรุงให้แล้วมันยิ่งก้าวหน้าขึ้นจนทำให้ระหว่างที่ใช้งาน เวลาในโลกแห่งความเป็นจริงเกือบหยุดนิ่ง นั่นทำให้กลุ่มอะบีสมีเวลาฝึกฝนในโลกนั้นจนแทบไร้ขีดจำกัด
“ถึงจะบอกว่าเวลาไม่จำกัดก็เถอะ ฝืนอยู่ในโลกนั้นนานเกินไปก็คงจะไม่ดี” โซนาตาพูดทิ้งท้ายก่อนที่จะเปิดการทำงานเครื่องด้วยเสียง “เริ่มได้”
ทุกอย่างดับวูบลงก่อนที่จะสว่างขึ้นใหม่อีกครั้ง บรรยากาศที่นี่เกือบทุกคนในกลุ่มอะบีสเคยเห็นมาก่อนแล้วมันคือโรงแรมที่อยู่ในมิติพลังพิเศษของมินอานั่นเอง
อาคารสูงสี่สิบสี่ชั้นรวมกับสวนลอยฟ้า มีห้องหับมากมายที่สามารถรองรับแขกผู้เข้าพักได้นับพัน ๆ คน มีพื้นที่ส่วนกลางที่คอยให้บริการต่าง ๆ อย่างครบครัน นอกจากนั้นสำหรับผู้บริหารทุกคนแล้วมันยังมีรอยัลเพนท์เฮาส์สวีทที่เหมือนกับยกบ้านทั้งหลังมาใส่ไว้ในโรงแรมอีกด้วย
“หลาย ๆ คนน่าจะคุ้นเคยกับที่นี่แล้ว ก็เลยใช้โรงแรมนี้เป็นโมเดลของที่พักระหว่างที่พวกเราฝึกอยู่ที่นี่” จีดัสอธิบายเหตุผล
“จำเป็นต้องมีที่พักด้วยเหรอ ไม่ใช่ว่าก็แค่เข้ามาฝึกรึ” โรมิเอลถามด้วยเสียงเหวี่ยงเล็กน้อย
“จำเป็นสิ เราไม่ได้มาฝึกกันแค่วันสองวันนะ” โซนาตาแสยะยิ้ม
โซนาตาไม่ได้ล้อเล่นตอนพูดถึงโปรแกรมฝึกมหาโหด ในวันแรกเขาปล่อยให้ทุกคนชะล่าใจกับการพักผ่อนสบายดุจราชาและงานรื่นเริงที่จัดขึ้นข้ามวัน แต่เมื่อถึงวันที่สองทุกคนก็เข้าใจว่านรกกำลังรออยู่
เวทีถูกย้ายไปเป็นทุ่งโล่ง ทุกคนต่างรอด้วยใจระทึก จนเมื่อเงาของศัตรูปรากฏขึ้น เสียงก่นด่าสาปแช่งจึงดังขึ้นมาจากทั่วทุกมุมของสนามรบ
“บ้าจริง เอากันแบบนี้เลยเหรอ” เอ็ดวานร้องโวยวายเสียงลั่น
“ถึงจะเดาได้อยู่แล้วก็เถอะนะ” ลูนาร์ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจ
ทุกคนกำลังมองดูเงาขนาดเท่าภูเขาลูกโตที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ ศัตรูที่โซนาตาเตรียมเอาไว้ให้คือเทพปีศาจเดสคารินกา เทพปีศาจแห่งการหลงลืม
เพียงพริบตาสนามรบก็ถูกเติมจนเต็มด้วยสาวกเทพปีศาจ ฟรองเซย์และอัสการ์ถึงกับยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก ทั้งคู่รับรู้มาก่อนหน้านี้แล้วว่าสิ่งที่เห็นเป็นเพียงภาพมายา ต่อให้ถูกฆ่าตายในโลกนี้ มันก็ไม่ได้มีผลอะไรกับร่างจริงของพวกเธอที่อยู่ข้างนอก
แต่ทุกอย่างสมจริงจนเกินไป ภาพที่ชัดเจนจนเกินกว่าจะเป็นความฝัน แรงสั่นสะเทือนบนพื้น เสียงกึกก้องทั่วบริเวณ
“ฟรองเซย์ อัสการ์ อย่ามั่วแต่เหม่อสิ” เสียงใครสักคนตะโกนอยู่ข้าง ๆ
ดาบแสงของซีวีฟันสาวกเทพปีศาจตนหนึ่งขาดเป็นสองซีก เลือดและของเหลวจากร่างปีศาจกระเด็นเปรอะไปทั่วร่างของฟรองเซย์ เธอสัมผัสมันได้อย่างชัดเจน กลิ่นคาวเลือด ความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ กลิ่นของความตาย ทุกอย่างมันบอกเธอว่านี่คือความจริง
“หนึ่งแต้ม สองแต้ม สามแต้ม” เวโรนิกาตะโกนลั่น เธอเพิ่งใช้ดาบเพลิงจัดการศัตรูรวดเดียวสามตัว
“เวโรนิกา”
“ข้านำไปสามแล้วนะ อยากจะมัวแต่อึ้งก็เชิญเลย ชาตินี้ทั้งชาติเจ้าไม่มีทางตามข้าได้ทันหรอก”
“…” ฟรองเซย์ไม่ได้เถียงด้วย แต่แค่รู้สึกฉุนขึ้นมาที่โดนเตือนสติโดยคนที่เธอมองว่าชอบทำอะไรแบบไม่เคยคิดหน้าคิดหลัง
ไม่มีลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์หรือวัตถุดิบให้ลูนาร์สร้างขึ้นมาเป็นภาชนะกักขังวิญญาณ มันจึงเป็นที่แน่นอนว่าการต่อสู้ไม่มีทางจบลงด้วยการผนึกเทพปีศาจ ส่วนเรื่องการเอาชนะยิ่งไม่ต้องพูดถึง ที่พวกเขาทำได้มีแค่การยื้อเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่สามารถทำได้
“ยื้อให้ได้จนหมดวันนี้ หรือไม่ก็ถูกฆ่าจนเกมโอเวอร์ มีแค่นั้นแหละ” โซนาตาตะโกนบอกเป้าหมาย
“จนหมดวัน! งั้นข้าขอยอมตายเลยได้ไหมเนี่ย” มนุษย์กระรอกเมโรประท้วง
“อย่าดีกว่าครับ คุณโซนาตาไม่ยอมให้ตายหนีไปโดยไม่มีบทลงโทษหรอก” เซเลนอสพูดอย่างอ่านใจออก
“เฮ้ย อย่าพูดเหมือนฉันเป็นพวกโรคจิตแบบนั้นสิฟะ ก็แค่ไม่ได้ตั้งค่าอะไรเป็นพิเศษต่างหาก นั่นก็คือถ้าตายก็เจ็บเท่า ๆ กับตายจริงแค่นั้นแหละ”
“แค่นั้นก็แย่แล้วโว้ย” กาเรนเผลอร้องลั่น
“เดี๋ยวนะ เจ็บเท่ากับตายจริง… ไม่ใช่ว่ามีโอกาสช็อกตายด้วยเหรอ” อลินาถามย้ำ
“ถ้าไซเลนเซอร์แบบพวกเราที่ฝึกแบบนั้นจนชินก็คงไม่เป็นไรหรอกครับ แต่…” ไคเลอร์ละประโยคที่ตามมาเอาไว้ให้ทุกคนตีความกันเอง
“เอาเป็นว่า อย่าตายก็แล้วกัน” จีดัสหัวเราะอย่างชั่วร้าย
แม้จะย้ำเอาไว้ว่าอย่าตาย แต่ผลลัพธ์เป็นเรื่องที่พวกเขาไม่สามารถควบคุมได้ เพียงแค่ไม่กี่นาทีแรกของการต่อสู้ก็มีคนพลาด อัสการ์คือศพแรกอย่างที่หลายคนคาดกันไว้