Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 315: เหล่าขุนพลของเดรกอส
ปีศาจที่สู้กับฟรองเซย์คือสาวคอยาว พวกโซนาตาคุ้นเคยกับภูตแบบเดียวกันในตำนานภูตผีญี่ปุ่น แต่สำหรับที่ซีนแล้วปีศาจคอยาวจะเป็นเผ่าหายากเผ่าหนึ่งในเนเธอร์เวิลด์
ปีศาจตนนี้แทบไม่ได้ใช้ลักษณะพิเศษของคอที่ยืดยาวได้ให้เป็นประโยชน์ในการต่อสู้ เธอเป็นนักรบเวทเหมือนกับฟรองเซย์
“เจ้ามีสายเลือดมังกรด้วยสินะ ช่างบังเอิญจริง ง้าวของข้าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฆ่ามังกรโดยเฉพาะ”
“ขอโทษนะ ข้าไม่รู้ว่ามีปีศาจเผ่าคอยาวด้วย เลยไม่ได้เตรียมอาวุธเฉพาะเอาไว้ แต่ไม่ต้องห่วงไปดาบยักษ์เล่มนี้ตัดคอเธอขาดได้แน่นอน”
ดาบเล่มโตทั้งหนาทั้งหนักและมีความยาวน้อยกว่าส่วนสูงของฟรองเซย์ไม่มาก แต่รูปร่างและความหนักของมันไม่ใช่ปัญหาสำหรับสาวผู้มีพลังมังกรแบบเธอ ฟรองเซย์สามารถกวัดแกว่งมันไปมาด้วยความเร็วสูง
ศัตรูไม่ได้มีแค่เรี่ยวแรงและความเร็วเหนือมนุษย์ เธอมีทักษะการใช้ง้าวชั้นเลิศ เป็นทักษะที่หากมนุษย์ทั่วไปฝึกฝนก็คงกินเวลาไม่ต่ำกว่าห้าสิบปีถึงจะทำได้ ยิ่งมันถูกใช้โดยเผ่าปีศาจที่มีร่างกายแกร่งกว่าคนลิบลับมันก็ยิ่งอันตราย นี่คือฝีมือระดับที่เด็ดหัวนักผจญภัยระดับ S มาแล้วนักต่อนัก
วิชาง้าวซึ่งปีศาจคอยาวใช้ คือวิชาง้าวดาวตก วิชาที่เน้นความเร็วและความดุดันทำลายอาวุธของศัตรู แต่วิชานี้เป็นแค่หนึ่งในวิชาที่ปีศาจตนนี้เชี่ยวชาญ อายุหลายร้อยปีของเธอทำให้เธอสำเร็จวิชาง้าวอีกหลายวิชาซึ่งทำให้รูปแบบการต่อสู้ของเธอพิสดารขึ้นในทุกขณะ
ด้านเทคนิคแล้วฟรองเซย์พ่ายแพ้อย่างไม่มีข้อแก้ตัว ทุกครั้งที่พยายามเปลี่ยนกระแสจากตั้งรับเป็นบุกกลับศัตรูจะหยุดเธอไว้ได้ แม้แต่การถอยมาตั้งหลักก็ยังเป็นไปอย่างยากลำบาก วิชาง้าวของปีศาจคอยาวมีกระทั่งกระบวนท่าที่ดึงรั้งเธอไว้ไม่ให้สืบเท้าหนีด้วยซ้ำ
เสียเปรียบขนาดนี้แต่ฟรองเซย์กลับไม่รู้สึกหวาดหวั่น ศัตรูเก่งกาจน่ากลัวจนหากเป็นตัวเธอไม่กี่วันก่อนหน้านี้คงช่วยไม่ได้ที่จะตัดใจแล้วว่าหมดทางรอด แต่ฟรองเซย์ในขณะนี้กลับยังยิ้มออก
…เทียบกับกริมเซฟแล้วไม่ได้น่ากลัวเลย…
เคร้งงง
ง้าวของศัตรูหักครึ่ง ฟรองเซย์ยั้งมือเอาไว้จึงไม่ได้ตัดอีกฝ่ายขาดเป็นสองท่อนไปด้วย เธอไม่ได้ใช้เทคนิคลึกล้ำพิสดารเป็นพิเศษ สิ่งที่ฟรองเซย์ทำมีเพียงแค่ระเบิดออรามังกรขั้นสูงออกมาในชั่วพริบตาที่ฟัน เป็นการเอาชนะด้วยทักษะด้วยทักษะที่มีมาตั้งแต่เกิดและพละกำลังที่เหนือกว่าเท่านั้น
“หนอยย”
“เราไม่มีความแค้นต่อกัน ข้าไม่อยากฆ่าเจ้า”
คู่ของไลริคใกล้จะจบลงแล้วเช่นกัน ศัตรูของเขาคือปีศาจไร้หน้าร่างยักษ์ในชุดที่คล้ายนักบวช ปีศาจตนนี้ใช้พละกำลังมหาศาลกับวิชาการต่อสู้ที่เน้นการจับคู่ต่อสู้ทุ่มลงพื้น
การมีทักษะแบบนั้นแต่ต้องมาสู้บนเรือที่สามารถพังได้ทุกเมื่อหากออกแรงมากเกินไปเป็นเรื่องที่ยากลำบากแล้ว แต่ปีศาจตนนี้ดวงกุดยิ่งกว่านั้นเพราะคู่ต่อสู้คือผู้ใช้ชาโดว์อย่างไลริค ฝ่ายหนึ่งมีวิชาที่เหมาะสำหรับการสู้กับสิ่งที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ ส่วนอีกฝ่ายก็เป็นผู้ใช้สัตว์ประหลาดที่ไม่ได้มาเพียงแค่ตัวหรือสองตัว
ศัตรูของไลริคสู้ยิบตาเพื่อไม่ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของนายตน เมื่อเห็นว่าตนไม่สามารถชนะมังกรเงา ‘เซตา’ และงูยักษ์ ‘ไอโอตา’ ได้ เขาจึงเผาผลาญพลังชีวิตทั้งหมดในรวดเดียว
ร่างใหญ่โตของเขาขยายใหญ่ขึ้นอีก กล้ามเนื้อพองโตขึ้นจนดูผิดรูป เส้นเลือดปูดโปนจนดูน่ากลัว ปีศาจไร้หน้ากลายเป็นกลุ่มก้อนของกล้ามเนื้อไปแล้ว
“เพื่อท่านเดรกอส ข้าขอยอมสละชีวิตนี้” ปีศาจไร้หน้าตะโกนทั้งที่ไม่มีปาก เขากระโดดเข้ามาหาไลริคโดยไม่ได้ใช้ลูกเล่นใด ๆ นอกจากกำปั้นที่ถูกทุบลงมา
“โง่จริง” ไลริคดีดนิ้ว ไอโอตาพุ่งเข้ามารับการโจมตีนั้นแทน เงาที่มีรูปร่างเหมือนงูยักษ์มีพลังที่สามารถสะท้อนความเสียหายทางกายภาพกลับไปได้ พลังนี้ไม่ได้แค่หยุดหมัดของปีศาจไร้หน้าไว้ มันยังทำลายแขนของฝ่ายนั้นจนแหลกเหลว
ไลริคไม่เฉลียวใจว่านั่นคือความตั้งใจของปีศาจไร้หน้า ศัตรูรู้แต่แรกว่าการใช้แต่กำลังไม่สามารถชนะไลริคได้ เขาต้องการเพียงเค่เข้าใกล้ไลริคให้มากพอเพื่อที่จะใช้ความสามารถอีกอย่าง
ใบหน้าของปีศาจไร้หน้าสามารถเปลี่ยนเป็นใบหน้าของคนที่มันเคยสัมผัส เป้าหมายของปีศาจไม่ใช่การโจมตีแต่เป็นแค่การแตะให้ถูกไลริคเท่านั้น หากทำได้สำเร็จมันก็จะหยิบยืมพลังของเขามาใช้ได้ชั่วคราว
“เฮ้ย” ปีศาจร้องเสียงหลง เมื่อพบว่าไลริคที่อยู่ในระยะแค่เอื้อมหายตัวไปแล้ว
มันคือวิธีเคลื่อนที่ผ่านเงาของเซเลนอส ไลริคพบว่าพลังของตนและพลังของเซเลนอสมีรูปแบบเกี่ยวกับการควบคุมเงาเหมือนกัน เขาจึงแอบครูพักลักจำวิชาของอีกฝ่ายมา และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาทำได้สำเร็จ แม้จะเป็นแค่การเคลื่อนผ่านเงาในระยะสั้น ๆ ก็ตาม
“ไม่รู้ว่าคิดจะทำอะไร แต่มันไม่มีทางสำเร็จหรอก” ไลริคเรียกเบตาออกมาอีกตัว สิงโตเงากระโจนเข้าใส่ปีศาจไร้หน้าที่เหลือเพียงแค่แขนข้างเดียว
แค่อึดใจเท่านั้นการต่อสู้ก็จบลง ไลริคไม่ได้ยั้งมือไว้เหมือนกับฟรองเซย์ เขาคิดว่าคนที่กล้ามาหาเรื่องก็ควรเตรียมใจยอมรับผลลัพธ์ เพราะหากตำแหน่งได้เปรียบกลับกัน คนที่ตายอาจจะเป็นเขาก็ได้
เกือบจะเวลาเดียวกันกับที่เบตาสังหารเหยื่อ เซเลนอสก็เอาชนะคู่ต่อสู้ของเขาเช่นกัน ศัตรูของเขาเป็นเผ่าปีศาจครึ่งนกครึ่งมนุษย์ แต่พวกเขาไม่ใช่ฟาเกลเหมือนมาร์ฟีส และไม่เหมือนกับโครว์ที่กลุ่มอะบีสเคยปะทะระหว่างท่องไปในเนเธอร์เวิลด์
ศัตรูคล้ายกับภูตที่พวกโซนาตารู้จักกันในชื่อ ‘เท็งกุ’ รูปร่างเหมือนคนมีปีกเหมือนนก ใบหน้าคล้ายยักษ์ที่มีจมูกยาว เช่นเดียวกับลูกน้องอีกสามคนที่ถ้าไม่ยอมแพ้ก็ถูกสังหารไป เท็งกุตนนี้แข็งแกร่งไม่พอมือกับคนในกลุ่มอะบีสโดยเฉพาะกับเซเลนอสที่มีฝีมืออยู่ในระดับต้น ๆ ของกลุ่ม
“รู้ผลแล้วนะครับ” ดาบคู่มือเล่มใหม่ของเซเลนอสจ่อไปที่คอหอยของศัตรู
แววตาคู่นั้นส่อว่าไม่อยากยอมรับความพ่ายแพ้ แต่เขาไม่สามารถเทียบกับเซเลนอสได้เลย ชายผู้นี้เหมือนกับปีศาจในหมู่ปีศาจ นายของเขาประเมินพลาดไปที่มาหาเรื่องกับศัตรูระดับนี้
“ข้ายังตายไม่ได้” เขาตอบ เห็นแบบนั้นเซเลนอสจึงลดดาบลง
“ช่วยอยู่เฉย ๆ จนกว่าจะจบนะครับ”
เวโรนิกาเป็นคนเดียวที่รับมืออย่างยากเย็น ความมั่นใจและมองโลกในแง่ดีไม่ได้ช่วยให้ความต่างชั้นระหว่างเธอกับเจ้าปีศาจทะเลตัวใหญ่ลดลง
คู่ต่อสู้ของเธอเป็นคนเดียวเท่านั้นในกลุ่มเดรกอสที่ได้ประโยชน์จากการต่อสู้ในทะเล เขาเป็นปีศาจรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่มีขนาดตัวใหญ่ยิ่งกว่าเรือทั้งลำ ร่างของเขาถูกห่อหุ้มไว้ด้วยผิวสีดำหนาและลื่นเหมือนเมือก ทั้งร่างใหญ่โต ทั้งผิวที่ดาบฟันไม่เข้า และไฟก็ไม่สามารถลุกไหม้ ทุกอย่างคือปัญหาที่เวโรนิกายังหาทางจัดการไม่ได้
เวโรนิกาใช้ได้แค่ดาบและเวทไฟเท่านั้น เธอทุ่มเทฝึกฝนมันเพราะฟรองเซย์เป็นผู้เชี่ยวชาญการใช้ดาบกับเวทน้ำแข็ง เพื่อแสดงจุดยืนว่าเธอตั้งใจเป็นคู่แข่งกับฟรองเซย์ เวโรนิกาฝึกฝนทุกอย่างในด้านตรงกันข้าม หากฟรองเซย์ใช้ความเย็น เธอก็จะใช้ความร้อน หากฟรองเซย์เน้นความเร็วมากกว่าพลัง เธอก็จะเน้นพลังมากกว่าความเร็ว
เป็นความดันทุรังแปลก ๆ ที่เพื่อนสมาชิกในกิลด์พยายามเตือนเธอว่าอย่าไปผูกติดตัวเองกับฟรองเซย์ แต่เวโรนิกาไม่เคยฟัง เรื่องที่ไม่น่าเชื่อคือผลการฝึกฝนอย่างดันทุรังของเวโรนิกาพาเธอมาไกลจนกลายเป็นนักผจญภัยระดับแนวหน้าของกิลด์อุสทรินา
เวโรนิกาถูกตบลงไปนอนกองกับพื้นเรือเป็นครั้งที่ห้าแล้ว ศัตรูไม่ได้สนใจว่าเรือที่พวกมันยึดมาจะมีสภาพแบบไหนหลังการต่อสู้
“ยัง… ข้าไม่แพ้หรอก” เวโรนิกากระอักเลือด แต่ก็ยังฝืนลุกขึ้นมาอีก
“เจ้าไม่เห็นเก่งเหมือนคนอื่นเลย” พูดจบก็ใช้ฝ่ามือยักษ์ตบลงมาอีก
แทนที่จะหลบเวโรนิกาพุ่งสวน ดาบเพลิงของเธอฟันถูกกำปั้นของอีกฝ่ายอย่างจัง แต่แผลไม่ได้ลึกพอและแรงของเธอก็ไม่ได้มีเหนือกว่าด้วย เธอถูกตบจนกระแทกก้นเรืออีกรอบ
ฟรองเซย์ตีหน้านิ่งทั้งที่ในใจรู้สึกร้อนรน อาการบาดเจ็บของเวโรนิกามีมากขึ้นทุกขณะโดยที่ศัตรูแทบจะไม่มีบาดแผล
“ยายบ้า… ทำไมชอบสู้แบบไม่ใช้หัวคิดนักนะ” ฟรองเซย์กัดฟันด้วยความหงุดหงิด
“ข้า… ยังไม่แพ้…” เวโรนิกาย้ำซ้ำ ๆ
นอกจากฟรองเซย์แล้ว กลุ่มอะบีสหลาย ๆ คนก็เริ่มนิ่งไม่อยู่ เซกัน เวเนและฮาจาอยากช่วยเธอจนเกือบจะฝ่าฝืนคำสั่ง แต่สุดท้ายก็ถูกคำพูดของดีวานหยุดเอาไว้
“เธอยังไม่ได้ขอความช่วยเหลือ ห้ามเข้าไปยุ่งเด็ดขาด”
โซนาตามองเวโรนิกาด้วยความสนใจ วิชาของเธอไม่ได้โดดเด่น ไหวพริบของเธอก็ไม่ได้มีมากนัก จุดเดียวที่น่าชื่นชมของเธอคือความพยายามวิ่งชนกำแพงแบบไม่ลดละ มันน่าเหลือเชื่อที่เธออยู่รอดมาจนถึงตอนนี้ได้
“หืมมม”
โซนาตาสัมผัสบางอย่างได้ ในตัวเวโรนิกามีบางสิ่งซ่อนอยู่ เป็นพลังที่ตัวเธอเองก็ไม่รู้จักมาก่อน
…ร้อยวิญญาณ…
โซนาตาได้ยินอะไรบางอย่าง เขาหันไปถามจีดัสที่ยืนวิเคราะห์มวยอยู่ข้าง ๆ
“ไม่ได้พูดอะไรแบบนั้นนะ” จีดัสปฏิเสธ
“งั้นเหรอ” โซนาตาขมวดคิ้วสงสัย เขาเคยได้ยินคำ ๆ นี้มาก่อนและไม่ใช่ครั้งเดียวด้วย