Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 317: โรงแรมสุดหรูที่ซ่อนอยู่
กลุ่มอะบีสยังไม่ไว้ใจกิงคารอนอย่างสนิทใจ โดยเฉพาะสำหรับจีดัส เขามองว่าประเทศที่กล้าแจกของอันตรายอย่างโครนิเคิลออฟซีนไปให้ประเทศอื่นนั้นยากที่จะเชื่อถือ จีดัสยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่ว่ากิงคารอนอาจจะตั้งใจทำแบบนั้นเพื่อให้ฟอร์ชาโดเวอร์ไปโจมตีประเทศอื่นที่อ่อนแอกว่าตน
“ที่นี่มีระบบคุ้มกันแน่นหนาน่าดูเลย” ลูนาร์มองออกว่ากำแพง พื้น เพดาน ไม่ว่าจะที่ไหนในวิหารแห่งนี้ต่างสร้างจากวัสดุพิเศษและยังมีการใช้เวทมนตร์เข้าเสริมอีกชั้น
“ศัตรูมีพลังในการข้ามมิติค่ะ พวกเราจึงไม่ได้แค่เสริมความแข็งแกร่งของสถานที่ แต่ต้องวางข่ายเวทป้องกันไม่ให้พวกเขาเปิดประตูมิติในพื้นที่ด้วย”
“นั่นสินะ เสริมความแข็งแกร่งไปก็เท่านั้น ถ้าปล่อยให้ศัตรูโผล่เข้ามาง่าย ๆ” ฟรีโอนิเอลพยักหน้าเห็นด้วย
วิหารแห่งกาลเวลาถูกแบ่งออกเป็นสามชั้น จุดที่พวกโซนาตาอยู่ในตอนนี้คือวงแหวนชั้นนอกซึ่งเฉพาะชั้นนี้มีอาณาเขตเท่ากับหมู่บ้านเล็ก ๆ หมู่บ้านหนึ่ง วงแหวนชั้นนี้เต็มไปด้วยทหารฝีมือดีที่ถูกคัดมาแล้วจากทั่วประเทศ จากการประเมินด้วยสายตา โซนาตาเชื่อว่าพวกเขามีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากันนักผจญภัยระดับ B ขึ้นไป
“ทหารด้านนอกวิหารมีสี่หมื่น ส่วนที่อยู่ในวงแหวนชั้นนอกมีทหารฝีมือดีอยู่อีกห้าพัน น่าเสียดายที่พื้นที่บริเวณนี้ไม่สามารถนำทหารมาร่วมรบมากกว่านี้ได้ขอรับ” ชวาร์ซอวดแสนยานุภาพของกองทัพอย่างภาคภูมิใจ เขาคุยโม้ว่าเฉพาะจำนวนทหารกิงคารอนยังมีมากกว่านี้อีกแปดเท่า
จากนั้นคือวงแหวนชั้นกลาง ที่นี่จะเป็นอาณาเขตที่กิลด์ต่าง ๆ รวมทั้งกลุ่มอะบีสจะมาช่วย ทหารที่อยู่ที่นี่มีเพียงแค่ห้าร้อยคนแต่ทุกคนต่างเทียบได้กับนักผจญภัยระดับ A
สมาชิกจากกิลด์อื่นต่างตื่นเต้นที่ได้พบเห็นขุมพลังที่ซ่อนอยู่ของกิงคารอน ทหารกลุ่มนี้ห่างไกลจากคำว่าทหารปลายแถวลิบลับ หากพวกเขาไม่ได้เป็นทหารของกิงคารอน พลังระดับนี้ต้องสามารถกลายเป็นนักผจญภัยชื่อดังหรือวีรบุรุษของประเทศอื่นได้ไม่ยาก เฉพาะแค่ห้าร้อยคนที่ยืนอยู่ในอาคารชั้นกลางแห่งนี้ก็มีกำลังรบมากพอจะยึดประเทศใดก็ได้หากกิงคารอนต้องการ
“นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว” นักผจญภัยคนหนึ่งพูดพึมพำ มือดีของแต่ละกิลด์ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลชั้นนี้มีฝีมือไม่ได้ต่างจากทหารกลุ่มนี้เลย
“นี่ถ้าเป็นศัตรูคงลำบากไม่น้อยเลยนะครับ” เซเลนอสกระซิบกับโซนาตา
“ทหารห้าร้อย รวมฝ่ายอะบีส อุสทรินาและพวกหัวแถวของกิลด์ต่าง ๆ ก็น่าจะมีประมาณพันนึงสินะ” ซีวีบวกเลขในหัวอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะยอมแพ้และสรุปเป็นแค่ตัวเลขคร่าว ๆ
“บางทีงานนี้อาจจะง่ายกว่าที่คิดนะครับ” เซกันพยายามมองโลกในแง่ดี
“อีกฝ่ายเป็นองค์กรที่ใหญ่ที่สุดในอัลเทอร์เนทซีน คิดเผื่อไว้ได้เลยว่าพวกเขาอาจจะมีกำลังรบไม่น้อยกว่านี้”
ชั้นสุดท้ายของวิหารคือส่วนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ล่วงล้ำเข้าไป จากที่ได้ฟังคำอธิบายของชวาร์ซ นอกจากเป็นสถานที่เก็บหนังสือโครนิเคิลออฟซีนแล้ว ที่แห่งนี้ยังทำหน้าที่รวบรวมพลังเวทมนตร์มาจากทั่วประเทศเพื่อมอบให้กับหนังสือ
และที่ชั้นสุดท้ายนี่เองกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของกิงคารอนและอาจจะนับว่าเป็นปราการที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกได้มารวมกันอยู่ที่นี่ พวกเขาคือกลุ่มสิบสองขุนพลเทพ เหล่าขุนพลระดับสูงที่แต่ละรายมีฝีมือสูงเกินกว่านักผจญภัยระดับ S
หากทหารในชั้นกลางทั้งห้าร้อยคนสามารถถล่มประเทศใดประเทศหนึ่งจนย่อยยับไปได้ในวันเดียว คนในชั้นถัดไปนี้ก็คงสามารถทำได้ในเวลาเท่ากันด้วยตัวคนเดียวเท่านั้น พวกเขามีพลังรบระดับนั้น
“สามร้อยหกสิบแปดชั่วโมงขอรับ บวกลบไม่น่าเกินหนึ่งชั่วโมง”
“นานเหมือนกันนะเนี่ย” เอ็ดวานหน้าถอดสีเมื่อได้ยินจำนวนชั่วโมงที่กิงคารอนประเมินเอาไว้
“นี่ถือว่าเร็วแล้วขอรับ โชคดีที่เราได้หน้ากระดาษคืนมาเป็นส่วนใหญ่”
“แถมหลายแผ่นในนั้นก็ได้รับการเติมพลังเวทมาแล้วด้วยสินะ” ลูนาร์ทัก มันทำให้ชวาร์ซสะดุดไป
“ทราบเรื่องนั้นด้วยเหรอขอรับ”
“อ้าว ถูกด้วยเหรอ ข้าก็แค่คาดเดาไปเรื่อยเปื่อย” ลูนาร์แสยะยิ้ม
“เรื่องมันเป็นยังไงมายังไงเนี่ย” เรย์สะกิดถามทั้งคู่
“ตอนที่กิงคารอนมอบหน้ากระดาษไป พวกเราได้ให้เทคโนโลยีที่ยังอยู่ในระหว่างการทดลองให้ประเทศเหล่านั้นด้วยขอรับ มันคือเทคโนโลยีเกี่ยวกับการรวบรวมพลังเวทเพื่อใช้กับโครนิเคิลออฟซีนอย่างที่ท่านคาดเดานั่นแหละ และเพราะความทุ่มเทและเสียสละของนักวิจัยทั้งโลก ผลลัพธ์ที่เราได้มาก็คือวิหารแห่งกาลเวลานี้ไงล่ะขอรับ”
ลูนาร์ไม่ได้จี้ต่อ โซนาตารู้จักแววตาแบบนั้น เธอคงมองเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างแต่ยังไม่อยากพูดออกมาต่อหน้าทุกคน
เวลากว่าหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องอยู่ในวิหาร ไม่ใช่ว่าทุกคนสามารถเฝ้าได้โดยไม่ต้องพักผ่อน ทางวิหารแห่งนี้จึงเตรียมที่พักไว้ให้สำหรับกำลังรบที่อยู่ในวงแหวนชั้นกลางกับชั้นในสุด
นั่นคือจนกว่าเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์จะจบลงจะไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้า-ออกจากพื้นที่ของชั้นกลางและชั้นในแม้แต่คนเดียว
กลุ่มอะบีสไม่มีโอกาสเห็นว่าที่พักของสิบสองขุนพลเทพนั้นสวยงามหรูหราและมีอาหารการกินดีเลิศขนาดไหน แต่พวกเขาสามารถบอกได้ว่าที่พักของชั้นกลางนั้นแย่กว่าที่คิด อาจจะเพราะวิหารแห่งนี้ถูกเร่งสร้างขึ้นในเวลาจำกัดและยังต้องเตรียมที่สำหรับรองรับคนจำนวนมาก ในชั้นกลางนี้ห้องหับจึงค่อนข้างมีพื้นที่ใช้สอยอย่างจำกัด
พวกเขาถูกจับให้อยู่ในห้องรวมที่หนึ่งห้องต้องพักร่วมกันสี่คน อาหารถูกจัดเตรียมไว้ที่โรงอาหารที่อยู่ชั้นใต้ดินลงไป ห้องน้ำห้องท่าถูกแบ่งสำหรับชายหญิงพวกละหลายห้อง แต่ก็ดูไม่ค่อยพอดีกับจำนวนคนร่วมหนึ่งพันคนที่วนเวียนมาใช้งานในชั้นกลาง
โซนาตาเป็นทหาร แม้จะเป็นระดับผู้บัญชาการเขาก็คุ้นชินกับชีวิตในสนามรบ สภาพที่อดอยาก และความไม่สะดวกสบายต่าง ๆ นานาของค่ายทหาร แต่ถ้าเลือกได้เขาก็ยังคงเลือกตัวเลือกที่สบายกว่า นั่นคือเหตุผลที่ครั้งนี้เขาพาทหารบางส่วนติดตัวมาด้วย
ทหารพวกนี้ไม่ได้ถูกนับรวมเป็นกำลังรบตั้งแต่แรก นั่นก็เพราะว่าไม่มีใครมองเห็นพวกเขา
หนึ่งในห้องพักรวมที่โซนาตาได้รับมา สมาชิกกลุ่มอะบีสทุกคนได้มารวมตัวกันที่นั่น ด้วยขนาดของห้องที่แค่เพียงยัดเตียงสองชั้นลงได้แค่สองเตียงก็เกือบจะเต็มห้องแล้ว มันทำให้พวกเขาที่เหลือต้องล้นออกมานอกห้องและมายืนอยู่ที่ระเบียงทางเดินแทน
“ฉันกับทหารอีกสามสิบนายได้เตรียมความพร้อมของสถานที่ไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“รีบเปิดเถอะ ยืนเบียดกันจนอึดอัดจะแย่แล้ว” โซนาตาบอกกับหญิงสาวในชุดนักวิจัย
มินอาพยักหน้ารับคำ จากนั้นช่องว่างแคบ ๆ ที่อยู่ระหว่างเตียงสองชั้นก็ถูกเปลี่ยนกลายเป็นประตู มินอาเดินนำเข้าไปก่อนจากนั้นโซนาตาและคนอื่น ๆ จึงเดินตามเข้าไปทีละคน ๆ จนในที่สุดสมาชิกทุกคนก็ได้มาอยู่ในพื้นที่อีกฟากของประตู
“ได้ยินมาว่าระหว่างฝึกซ้อมบนมิเนอร์วา ทุกคนได้เคยใช้งานเวอร์ชันจำลองของโรงแรมนี้มาแล้วสินะคะ ฉันกับท่านลูนาร์ได้ปรับปรุงมันเพิ่มอีกเล็กน้อย หวังว่าในระหว่างนี้มันจะช่วยให้ทุกคนได้รับความสะดวกสบายมากขึ้นนะคะ” มินอาผายมือไปทางโรงแรมของเธออย่างภาคภูมิใจ
“ทุกคนสะดวกสบายข้าก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่ว่าเรื่องการเข้าออกประตูแคบ ๆ ที่เข้าได้ทีละคนสองคน แล้วก็ระยะห่างจากห้องพักบนโรงแรมกับประตูที่อยู่หน้าโรงแรมนี่ กลัวว่าเกิดเหตุร้ายขึ้น พวกเราจะออกไปช่วยสู้ไม่ทันนี่สิ” ดีวานทัก
“นั่นสิ แถมถ้าเกิดเรื่องข้างนอกก็ไม่แน่ว่าจะรู้ด้วย” เอ็ดวานก็เป็นห่วงอีกคน
“ระยะแค่นี้ไม่เป็นปัญหากับข้าหรอก” นินจาหนุ่มพูดจบก็หัวเราะในลำคอ
“อย่าคิดว่าทุกคนเร็วเหมือนเจ้าสิ” ลามินารู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาตงิด ๆ เธอมั่นใจเรื่องความเร็วไม่น้อย แต่มันเทียบไม่ได้กับนานาชิ
“เรื่องพวกนั้นไม่ต้องกังวลค่ะ เราจะแบ่งกำลังบางส่วนไว้ระวังข้างนอกด้วย ถ้าศัตรูบุกเมื่อไหร่จะมีคนที่พร้อมรบต้านศัตรูไว้จนกว่าทุกคนจะพร้อม นอกจากนั้นโรงแรมก็ยังมีระบบเตือนภัยด้วยค่ะ ไม่ต้องห่วงเรื่องถูกบุกไม่รู้ตัวหรือไม่สามารถติดต่อกับภายนอกได้”
“อ้าวว นึกว่าจะได้พักเต็มที่ทุกคนซะอีก” วาโลบ่นแบบไม่ได้คิดอะไรมาก เขาตั้งใจว่าถ้าต้องพักอยู่ข้างนอกแบบเต็มเวลามันก็ช่วยไม่ได้
“ขนาดนี้ก็สุดยอดแล้วล่ะเจ้าหนู ได้สลับมานอนพักสบาย ๆ และมีอาหารดี ๆ กินทุกมื้อ อยู่ข้างนอกแค่ข้าจะกินเหล้าก็ยังไม่ได้เลย” ฟรีโอนิเอลพูดเสร็จก็รู้สึกเปรี้ยวปากขึ้นมาทันที
“ที่นี่ก็ห้ามกินย่ะ” อลินาแวดเสียงใส่
“เอ๋ ทำไมล่ะ”
“ยังต้องถามด้วยเหรอ ฟอร์ชาโดเวอร์อาจจะโผล่มาได้ทุกเมื่อ พวกเฟรย์การ์ดก็รอจังหวะโจมตีซ้ำ นายตั้งใจจะออกไปสู้กับพวกนั้นทั้งที่มีสติไม่ครบถ้วนเหรอ”
ไม่มีใครบ่นเรื่องการต้องผลัดออกไปเฝ้าเวรข้างนอกเป็นครั้งคราว เทียบกับการเดินทางที่พวกเขาเคยผ่านมาการมีโรงแรมแบบพกพาไปด้วยแบบนี้เป็นเหมือนความฝัน โดยเฉพาะสาว ๆ ในกลุ่มที่ถึงจะต้องเดินไกลขึ้นอีกนิด แต่การมีห้องน้ำสุดหรูหราในโรงแรมให้ใช้เป็นเรื่องที่วิเศษที่สุดแล้ว
โซนาตาอยากให้ทุกคนพักผ่อนมากกว่าโหมฝึกแบบที่เคยทำในโลกเสมือนจริง พวกที่ใช้การต่อสู้เป็นการผ่อนคลายอย่างดีวาน เซเลนอสและเอ็ดวานจึงได้แค่เพียงซ้อมเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อยืดเส้นยืดสายเท่านั้น โดยมีสมาชิกคนอื่นในกลุ่มมาร่วมวงด้วยเป็นครั้งคราว
เรย์ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการคิดค้นเมนูใหม่ มีคนไม่น้อยคิดว่าทักษะในการปรุงอาหารของเขาน่าจะสูงเสียจนถึงจุดที่ไม่สามารถพัฒนาได้เกินกว่านี้มาก แต่เรย์เป็นประเภทที่มุมานะจนสามารถเอาชนะขีดจำกัดของตนเองได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นในฐานะของนักรบหรือฐานะของพ่อครัวเขาก็ยังคงพัฒนาต่อไปจนทุกคนต้องทึ่ง
เซกันและฮาจายังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ทั้งสองตัวติดกันจนไม่มีใครไม่รู้ว่าต่างกำลังคบหาดูใจกันอยู่ ทั้งคู่ยังเขินอายเมื่อถูกแซวในเรื่องนี้ แต่เรื่องพวกนั้นไม่สามารถแยกทั้งคู่ออกจากกันได้
โซนาตาอยากจัดงานแต่งงานให้เซกันที่เขารักเอ็นดูเหมือนน้องชายแท้ ๆ แต่เขาไม่อยากเจ้ากี้เจ้าการในเรื่องแบบนี้ โซนาตาตั้งใจจะปล่อยไปอีกหน่อยจนกว่าที่ทุกอย่างจะถึงเวลาของมัน